- หน้าแรก
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 5 อะไรนะ!?
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 5 อะไรนะ!?
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 5 อะไรนะ!?
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 5 อะไรนะ!?
ลุคขี่จักรยานโดยมีผีตนหนึ่งคอยติดตามไปทุกหนทุกแห่ง ก่อนจะแวะที่ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันเพื่อหาอะไรกิน ลุคหิวโซอย่างมากเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า
ระหว่างทางเขาเล่าเรื่องของตัวเองให้เอ็ดการ์ฟังคร่าว ๆ พอให้รู้ว่าทำไมเขาถึงถูกไล่ออกจากโรงเรียนและหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นอกจากนี้ยังเล่าเรื่องพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็กมากให้ฟังด้วย แม้ว่าผีบรรพบุรุษตนนี้จะรู้อยู่แล้วก็ตาม
ในความคิดของเอ็ดการ์ บุรุษผู้แข็งแกร่งมักเติบโตมาโดยไม่มีพ่อแม่ . . .ช่างเป็นแนวคิดที่พิลึกพิลั่นเสียจริง
“เจ้ามีเงินรึเปล่า?” เอ็ดการ์เอ่ยถามขณะที่ลุคเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าท่าทางของเหลนของเหลนของเหลนคนนี้ ไม่น่าจะมีเงินติดตัวมากมายนัก
“มี” ลุคตอบเสียงเรียบ เขาไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขากำลังพูดคุยกับอากาศธาตุแล้วหาว่าเขาเป็นบ้า ตามที่เอ็ดการ์บอกมีเพียงลุคเท่านั้นที่มองเห็นเขาได้ เพราะในกายของลุคมีสายเลือดของโพหลั่งไหลอยู่ และเขาก็มีสร้อยเส้นนั้น
ลุคเลือกที่นั่งมุมในสุดของร้านซึ่งดูเป็นส่วนตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาสั่งโคล่ากระป๋องเย็นเจี๊ยบกับพิซซ่าถาดใหญ่สำหรับตัวเองคนเดียว วันนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษ เขาจะให้รางวัลตัวเองสักหน่อย
เมื่อพิซซ่าวางลงบนโต๊ะ เขาก็เริ่มจัดการมันอย่างรวดเร็วราวกับว่านี่คือมื้อสุดท้ายของชีวิต เอ็ดการ์มองภาพนั้นด้วยสายตาอิจฉา เป็นเวลานานมากแล้วที่เขาไม่ได้ลิ้มรสอาหารอร่อยๆ เช่นนี้
“แล้ว . . . บอกผมที ใครคือศัตรูคู่อาฆาตของตระกูลเรา?” ลุคเอ่ยถาม
“เมื่อถึงเวลาเจ้าจะรู้เอง สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาสถานที่ปลอดภัย ที่ซึ่งเจ้าจะสามารถฝึกฝนและเรียนต่อได้” เอ็ดการ์ตอบ
“เรียนต่อ?” ลุคทวนคำด้วยความรังเกียจ เขาไม่มีแผนจะกลับไปโรงเรียนอีกแล้ว ในเมื่อมีพลังจิตแข็งแกร่งขนาดนี้ หากยังกลับไปเรียนหนังสืออีกก็คงโง่เต็มทน
“ผมไม่กลับไปหรอก โรงเรียนไม่มีอะไรที่มีประโยชน์จะสอนผมได้” ลุคเสริม
“ข้าไม่ได้หมายถึงโรงเรียนของพวกนอกคอกนั่น” เอ็ดการ์กล่าวอย่างขยะแขยงเมื่อได้ยินคำว่าโรงเรียนธรรมดา
‘พวกนอกคอก?’ ลุคเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งขณะมองหน้าคุณทวดของทวด มันเป็นคำที่สมัยใหม่มากสำหรับคนที่มาจากยุค 1800 ในศัพท์สแลงทางอินเทอร์เน็ต คำว่า นอกคอก ใช้เรียกคนหรืออะไรก็ตามที่แสนจะธรรมดาและซ้ำซากจำเจ ตัวอย่างเช่น แบรดกับแฟนสาวของเขา
“แล้วคุณหมายถึงโรงเรียนอะไรล่ะ?” ลุคถามด้วยความสงสัย
“เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่” เอ็ดการ์ตอบพร้อมรอยยิ้มลึกลับ ลุคซึ่งกำลังจะงับพิซซ่าคำโตถึงกับชะงักค้าง
‘อะไรนะ!?’ แม้ในใจจะตื่นตะลึง แต่สีหน้าภายนอกของลุคยังคงเรียบเฉย
เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เมื่อสิบสามปีกว่า ๆ ที่แล้ว ตอนที่เขาเสียชีวิตอย่างปริศนา ซีรีส์เรื่องสุดท้ายที่เขาดูคือ เวนส์เดย์
มันเป็นเรื่องราวของเวนส์เดย์ แอดดัมส์ เด็กสาวสไตล์โกธิคสุดมืดมนที่เข้าเรียนในเนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่ ขณะเดียวกันก็พยายามไขปริศนาและเผชิญหน้ากับนักแสวงบุญคลั่งที่ฟื้นคืนจากความตาย
ในซีรีส์เรื่องนี้พวกนอกคอกจะเข้าเรียนที่สถาบันแห่งนี้ มีทั้งผู้มีพลังจิต มนุษย์หมาป่า การ์กอยล์ แวมไพร์ และเผ่าพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในโลกใบไหน และไม่เคยคิดเลยว่าจะมาอยู่ในโลกของเวนส์เดย์ ไอเดียแกล้งคนด้วยการปล่อยของเสียลงมากับสปริงเกอร์ในห้องบอลรูม เขาก็ได้มาจากซีรีส์เรื่องนี้นี่เอง
ในเรื่องกลุ่มพวกนอกคอกก็ทำแบบเดียวกัน แต่แทนที่จะเป็นของเสีย พวกเขากลับใช้สีแดงสาดทำลายงานเต้นรำของเนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่
‘พอมานึกดูดี ๆ ที่เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่ก็มีรูปปั้นของเอ็ดการ์ อัลลัน โพด้วยนี่นา’ ลุคคิด
“ทำไมเงียบไปล่ะ?” เอ็ดการ์ถามด้วยสีหน้าแปลกใจ เขายังไม่ได้อธิบายอะไรเกี่ยวกับโรงเรียนให้ลุคฟังเลยสักนิด
“ไม่มีอะไร แค่รู้สึกว่าเป็นชื่อที่แปลกดี” ลุคตอบ พลางดึงสติตัวเองกลับมาสู่ความเป็นจริง
“แล้วโรงเรียนนั้นมันต่างจากที่อื่นยังไง?” ลุคแกล้งทำเป็นไม่รู้
“เนเวอร์มอร์เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้การเรียนการสอนแก่เหล่าผู้แปลกแยกทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นแวมไพร์ ไซเรน ผู้มีพลังจิต กอร์กอน มนุษย์หมาป่า และอีกมากมาย มันคือสถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับฝึกฝนทักษะพลังจิตของเจ้า ข้าเองก็เคยเป็นนักเรียนดีเด่นของที่นั่น ถึงขนาดมีรูปปั้นเป็นของตัวเองเลยนะ” เอ็ดการ์อธิบายอย่างภาคภูมิใจ
“พ่อของผมก็เคยเรียนที่นั่นเหรอ?” ลุคถาม
“ใช่ ข้าคอยติดตามและฝึกฝนเขาเช่นเดียวกับที่ทำกับปู่ของเจ้า เขาเป็นผู้มีพลังจิตที่เก่งกาจ น่าเสียดายที่เขาแข็งแกร่งไม่พอ” เอ็ดการ์ตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“แล้วการฝึกของคุณมันได้ผลจริงเหรอ? ดูไม่เหมือนครูที่เก่งเท่าไหร่เลยนะถ้าทุกคนลงเอยด้วยการตายหมด” ลุคถามพลางมองผีตนนั้นอย่างเคลือบแคลง
“ได้ผลสิ!” เอ็ดการ์ร้องเสียงหลงอย่างไม่พอใจ และกล่าวเสริมต่อด้วยความเกลียดชังจนเส้นเลือดปูดโปนที่หน้าผาก “มีแต่พวกตระกูลสเปลล์แมนสกปรกนั่นแหละที่ทำข้อตกลงกับปีศาจ!”
‘ปีศาจ? ตระกูลสเปลล์แมน?’ ลุคคิด ในซีรีส์ไม่ได้พูดถึงปีศาจมากนัก สิ่งเดียวที่พอจะเชื่อมโยงได้คือนักแสวงบุญคลั่งโจเซฟ แคร็กสโตน ตอนที่ฟื้นคืนชีพหลังจากตายไปหลายร้อยปีและมีลักษณะกึ่งปีศาจ
“น่าแปลกที่คุณเกลียดปีศาจ ทั้งที่เรื่องที่คุณเคยเขียนก็ออกจะแนว ๆ นั้น” ลุคให้ความเห็น
“ทุกอย่างมันมีขอบเขตของมัน พวกที่ทำข้อตกลงกับปีศาจถือเป็นปฏิปักษ์ต่อมวลมนุษย์แล้ว เจ้าโง่แคร็กสโตนน่าจะไปจัดการพวกนั้นมากกว่า” เอ็ดการ์กล่าวพึมพำด้วยสีหน้าครุ่นคิด “หรือว่ามันทำข้อตกลงกับปีศาจจริง ๆ กันนะ . . . พิลึกคน สำหรับพวกนอกคอก” เอ็ดการ์
“ปีศาจคืออะไร? แล้วพวกสเปลล์แมนเป็นใคร?”
“อะแฮ่ม . . .ข้าพูดมากเกินไปแล้ว ตอนนี้เจ้ารู้ไว้แค่ว่ากำลังเผชิญหน้ากับคนที่มีปีศาจคอยหนุนหลัง และพวกมันก็ทรงพลังมาก เจ้าต้องไปที่เนเวอร์มอร์และเริ่มการศึกษาของเจ้าให้เร็วที่สุด เราจะเริ่มฝึกกันที่นั่นทันที” เอ็ดการ์กระแอมในลำคอ
ลุคขมวดคิ้ว ในซีรีส์เวนส์เดย์ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เลย ไม่มีการพูดถึงผู้สืบทอดของโพ หรือบางทีอาจจะไม่ได้ฉายในตอน หรือไม่ก็อาจจะตายไปก่อนแล้ว การเกิดของเขาคงเปลี่ยนแปลงอะไรไปหลายอย่าง
“เนเวอร์มอร์คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด พวกเขาจะรับเจ้าเข้าเรียนทันทีที่รู้ว่าเจ้าคือคนตระกูลโพ” เอ็ดการ์กล่าวเมื่อเห็นลุคเงียบไป
“ผมจะไป แล้วมันจะไม่เป็นที่น่าสงสัยเหรอถ้าผมไปโดยใช้นามสกุลโพ?” ลุคถาม คงไม่ดีแน่หากจะดึงดูดความสนใจจากพวกที่ไล่ล่าเขาซึ่งมีปีศาจคอยช่วยเหลือ
“ใช่ แต่มันไม่สำคัญหรอก สิบสามปีแล้วตั้งแต่เจ้าเกิด ไม่ช้าก็เร็วพวกมันต้องหาเจ้าเจออยู่ดี การไปอยู่ที่เนเวอร์มอร์ย่อมดีกว่า พวกมันจะไม่กล้าทำอะไรถ้าเจ้าอยู่ที่นั่น เพราะพวกเขาก็เป็นผู้แปลกแยกเหมือนกับเรา คงไม่กล้าโจมตีสถาบันของผู้แปลกแยกด้วยกันเอง” เอ็ดการ์ตอบ
“บางทีพวกเขาอาจจะปล่อยให้ผมเรียนอย่างสงบสักสองสามปี แต่จะทำยังไงตอนที่ผมต้องออกจากเนเวอร์มอร์? เป็นไปได้มากว่าถ้าพวกเขารู้ว่าผมอยู่ที่นั่น คงจะส่งคนมาล้อมไว้แล้วโจมตีทันทีที่ผมก้าวขาออกมา . . .” ลุคกล่าว
“เจ้าเป็นคนรอบคอบมากทีเดียว ไม่ต้องห่วง พ่อและปู่ของเจ้าก็สามารถหลบหนีออกมาได้อย่างเงียบเชียบ ข้ามีวิธีของข้า” เอ็ดการ์พูดอย่างมั่นใจ
“ถ้าคุณว่าอย่างนั้น . . .” ลุคกล่าว ก่อนจะหันกลับไปสนใจพิซซ่าแสนอร่อยของเขาต่อ
หลังจากจัดการอาหารมื้อหรูจนเกลี้ยง ลุคก็ใช้อินเทอร์เน็ตของปั๊มน้ำมันเปิดกูเกิลแมปส์เพื่อวางแผนเส้นทางไปยังเนเวอร์มอร์ โดยเขาต้องเดินทางอีก 210 ไมล์เพื่อไปยังเมืองเจริโค ซึ่งเป็นที่ตั้งของเนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่
หากขี่จักรยานไปคงใช้เวลาถึง 21 ชั่วโมง ไม่นับเวลาพัก แถมน้ำหนักคงหายไปเป็นสิบกิโลกรัมแน่ ๆ เขาจำเป็นต้องใช้ระบบขนส่งสาธารณะและเจียดเงินเก็บส่วนหนึ่งออกมาใช้
เขาจ่ายเงินค่าพิซซ่าและโคล่า จากนั้นจึงเริ่มออกเดินทางสู่เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่