เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 90 ปราบมันด้วยหน้ากากของมันเอง 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 90 ปราบมันด้วยหน้ากากของมันเอง 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 90 ปราบมันด้วยหน้ากากของมันเอง 💸


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 90 ปราบมันด้วยหน้ากากของมันเอง

ภายใต้มนตราอันร้ายกาจแห่ง [โลหิตมังกรแท้] และ [โลหิตและเปลวเพลิง] เรการ์ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงน้ำมันเผาไหม้โดยไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย

แม้เปลวไฟจะไร้ผลต่อเขา แต่มันกลับดึงดูดเงาดำให้ยิ่งแผ่ขยายเข้ามา ทว่าด้วยสภาพของมันที่เป็นเพียงภาพลวง เงาเหล่านี้จึงถูกเพลิงร้อนแรงกลืนกินจนไร้อันตราย

กลางทะเลเพลิง แคนนิบาลสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเจ้านายมันจึงคำรามก้อง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเงาดำไร้หัวที่ไต่ขึ้นมาบนร่างของมัน

แคนนิบาลสลัดซากมังกรเงาที่ถูกเผาครึ่งทิ้งไป แล้วพ่นเพลิงมังกรสีมรกตอันเร่าร้อนออกมาเป็นเกราะกำบัง ก่อนจะตีกระพือปีกอย่างแรงทะยานผ่านทะเลเพลิงอย่างไม่เป็นอะไรเลย

เรการ์รีบเก็บหน้ากากสีแดงกลับเข้าที่พร้อมย่อตัวหลบ เปลวไฟลวกผ่านผิวเนื้อและชุดผ้าของเขา แต่เขาก็ฝืนทนยืนหยัดอยู่กลางเปลวเพลิง จนเมื่อไฟสงบลงเงาทุกสายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความเงียบงัน

เรการ์ลุกขึ้นด้วยความระวัง หยิบเสื้อผ้าชุดหลวมจากกำไลออกมาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว แล้วถอนหายใจเบา ๆ

“โฮกกกก!!!” เสียงคำรามของแคนนิบาลปลุกสติเขาอีกครั้ง มังกรยักษ์ร่อนลงจากฟ้า ทอดเงาทาบซากของมังกรเงา

แม้เหล่าเงายังคงโหมกระหน่ำไม่หยุด แต่การต่อสู้ก็ยังไม่ถึงจุดจบ

เรการ์หยิบหน้ากากแดงขึ้นมาอีกครั้ง สายตาไตร่ตรอง “หน้ากากนี่คือสัญลักษณ์ แต่ว่าจะคืนมันอย่างไร?”

เงาดำไร้หัวแตกต่างจากสิ่งอื่น มันมีเป้าหมาย มีความตั้งใจ เหมือนกับว่ามันมีสติสัมปชัญญะ แถมจากการโจมตีหลายครั้ง รวมถึงการหมายเอาชีวิตเขาและโจมตีหางของแคนนิบาล เขาเริ่มแน่ใจว่านี่คือผลงานชิ้นแรกของผู้ผูกเงาผู้สร้างมันขึ้นมา

“เงาไร้หัว . . . กับหน้ากาก . . .” ความคิดของเรการ์แล่นวาบ และเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกทันที

“แคนนิบาล! พาข้าไปหาพวกนักโทษ!” เขาสั่งทันที พร้อมกับแผนล้างคำสาปผุดขึ้นในใจ

แคนนิบาลเชื่อฟังคำสั่ง ร่อนลงกลางสนามรบ พ่นเพลิงใส่เงาที่อยู่ข้างล่างอย่างไม่ปรานี แล้วมุ่งหน้าไปยังกลุ่มเชลยตรงกลางลานโล่ง

อีกฟากหนึ่งเงาดำไร้หัวกลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง มันยืนอยู่บนหลังของมังกรเงา บงการการอาละวาดรอบใหม่เพื่อกลืนชีวิตคนเป็นและเติมพลังให้เงาทั้งหลาย

ฟึ่บ!

ลูกศรเพลิงก็พุ่งฝ่าอากาศเสียบเข้ากลางอกของมัน ทำให้เงาดำไร้หัวหยุดลง หันไปมองต้นทางของศร และพบหญิงสาวผมหยักศกสีน้ำตาลที่กำลังง้างคันธนูอีกครั้ง

ทันใดนั้นเงาดำก็บิดตัวแปรเปลี่ยนเป็นม่านเงา พุ่งเข้าหาร่างของเด็กสาวอย่างรวดเร็ว

“หนีไป! มังกรกำลังจะมา!” สกายลาร์ร้องเตือน แต่เสียงของนางถูกกลบด้วยเสียงโกลาหล ก่อนจะถูกชนกระเด็นไปโดยนักรบคนเถื่อนผู้หนึ่ง

“โฮกกกก!!!”

เพลิงมังกรสีเขียวพุ่งลงจากฟ้า เผาผลาญสิ่งมีชีวิตและเงาดำจนสิ้นซาก

กองทัพนักรบคนเถื่อน และทหารแห่งตระกูลบรูนและแครบบ์ยืนต้านเงาดำด้วยอาวุธชุบน้ำมัน ซึ่งพวกเขาสูญเสียไม่มากนักในการสู้ศึกครั้งนี้

เรการ์ลงจากหลังมังกร มองหาหัวของผู้ผูกเงาในกลุ่มนักโทษ ทว่าไม่พบแม้แต่เงา

“หัวผู้ผูกเงาอยู่ไหน เจ้าเห็นมันไหม?” เขาหันไปถามสกายลาร์

แต่ไม่ทันที่นางจะตอบ เสียงตะโกนหนึ่งก็ดังขึ้น “ข้ามี! กะโหลกมันอยู่ที่ข้า!”

ทันใดนั้นบาร์ตก็วิ่งหน้าตาตื่น โดยที่ถือกะโหลกไว้ในมือ ส่วนองครักษ์ของเขาหายไปหมดแล้วไม่รู้

แซมชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็ควงดาบยาวฝ่าฝูงชนเข้ามาเช่นกัน

เมื่อเห็นบาร์ตถือกะโหลก เรการ์ตะโกนลั่น “ทำลายมัน! เอากะโหลกไปเผา!”

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ! เจ้าชาย!” บาร์ตงุนงงไปชั่วครู่ แต่ก็ไม่ลังเลรีบโยนกะโหลกใส่กองไฟทันที

. . .

เปลวไฟลุกวาบ ควันดำลอยพวยพุ่ง เสียงกรีดร้องไร้เสียงของเงาถูกกลบในพริบตา เถ้าถ่านแตกกระจายใต้ฝ่าเท้าของฝูงชน

ครืด!

เงาทุกสายหยุดนิ่ง ราวกับถูกตรึงไว้ ชาวบ้านและทหารจึงอาศัยจังหวะนี้ฟาดฟันพวกมันจนร่วง และเมื่อล้มลงเงาทุกตัวก็สลายไปเป็นเพียงความว่างเปล่า

กลางเศษกระดูกกระจัดกระจาย เงาดำไร้หัวโผล่ออกมาอีกครั้ง คอไร้หัวบิดเบี้ยว ก่อนจะค่อย ๆ งอกศีรษะใหม่ขึ้นมา ใบหน้าที่เหมือนกับผู้ผูกเงาที่ถูกฆ่าไป แต่มันไร้อารมณ์ แม้ปากจะอ้าออกคล้ายจะพูด แต่เงาจะพูดได้อย่างไร?

มันค่อย ๆ ปรับร่างตนเองให้เหมาะกับศีรษะใหม่ และเงารอบพื้นก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

“สกายลาร์ ยิงมัน!” เรการ์ตะโกน

ฟึ่บ!

ลูกศรพุ่งออกจากสายธนู ปลายศรเสียบทะลุหน้ากากสีแดง ฝังเข้าไปในหน้าผากของเงานั้น

ฉัวะ!

ทันใดนั้นหน้ากากแดงก็แผ่แรงดูดมหาศาล ดูดเงาทั้งหมดเข้าไปในตัวเอง

เงาของผู้ผูกเงาหายไป เงาทุกสายในลานโล่งก็พลันสลายกลายเป็นหมอกสีดำ ล่องลอยไปตามลม แม้แต่มังกรเงาและซากของมันก็ไม่อาจต้านทาน พวกมันเหี่ยวแห้งและพังทลายเป็นผุยผง

ในพริบตาศัตรูทั้งหมดหายไป เหลือเพียงความเงียบงันและสายตาตื่นตะลึงของผู้คน

“มันจบแล้วจริงหรือ?” เรการ์พึมพำด้วยความไม่แน่ใจ มองดูเงาที่เพิ่งสลายหายไป

แคนนิบาลคำรามเบา ๆ กระพือปีกอย่างเกียจคร้าน ราวกับรับรองว่าทุกอย่างปลอดภัยแล้ว

กองทัพและผู้รอดชีวิตที่ยังยืนหยัด ต่างหันมาจับจ้องมังกรกับเจ้าชาย ตราบใดที่พวกเขายังอยู่ ความหวังก็ยังไม่ดับสูญ

เรการ์มองแคนนิบาลด้วยความภาคภูมิใจ “ใครจะไปคิดว่าเราจะปราบมันได้ง่ายขนาดนี้?”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขึ้นไปตั้งตัวตรงบนหลังมังกร แล้วยกแขนขึ้นสูง ประกาศต่อฝูงชนที่รวมตัวกัน ทำให้ทั้งนักรบคนเถื่อน ทหารหุ้มเกราะ ขุนนางอย่างแซมและบาร์ต ต่างมองขึ้นไปหาเขา ส่วนแคนนิบาลก็เชิดตัวสูงรับน้ำหนักของเจ้านาย

เรการ์สูดลมหายใจลึก ๆ ท่ามกลางแสงจันทร์ และประกาศเสียงของเขาดังสะท้อนกึกก้อง

“สุภาพบุรุษทั้งหลาย! จากความพยายามของพวกท่านทุกคน ข้าขอประกาศว่า . . .”

“คำสาปได้สิ้นสุดลงแล้ว!!!!”

เสียงประกาศสะท้อนทั่วสนามรบอันว่างเปล่า แหบพร่าทว่าเปี่ยมอำนาจ

“เราชนะแล้ว!”

“ต่อให้มีคำสาปก็ไม่อาจต้านเราได้!”

“ชัยชนะแด่มังกร! ชัยชนะแด่เจ้าชาย!”

เสียงโห่ร้องดังกระหึ่ม ดาบและขวานถูกชูขึ้นเหนือหัว ฉลองชัยแห่งค่ำคืนที่แสนยาวนาน

ท่ามกลางฝูงชนผู้ยินดี เรการ์ยิ้มกว้าง ความตื่นเต้นพลุ่งพล่านในอก

ครั้งนี้เขาไม่ได้พึ่งพาครอบครัว ไม่ได้อยู่ใต้ร่มเงาใคร มีเพียงเขาและแคนนิบาล นี่คือการผจญภัยของพวกเขา . . .

ชัยชนะครั้งแรกที่เป็นของเขาโดยแท้จริง!

“เพื่อนข้า เราทำได้แล้ว!” เรการ์กระซิบ พลางลูบเกล็ดแข็งของสหายตัวโต

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 90 ปราบมันด้วยหน้ากากของมันเอง 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว