เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 51 เผยความสามารถ

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 51 เผยความสามารถ

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 51 เผยความสามารถ


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 51 เผยความสามารถ

“ไร้สาระ! ข้าเห็นความโหดร้ายของเจ้ากับตาตัวเอง!”

ความเดือดดาลของอลิเซนต์ลุกโชนดั่งเปลวเพลิง สายตาของนางเต็มไปด้วยความรังเกียจขณะจับจ้องไปยังเรการ์

ริมฝีปากของเรการ์บิดเป็นรอยยิ้มเยาะ “หากข้าตั้งใจจะทำร้ายเขาจริง ๆ ท่านคงไม่มีโอกาสเข้ามาขวางแล้วอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขนเหมือนแม่ลูกอ่อนหรอก”

อลิเซนต์เหลือบมองหน้าอกตนเองตามสัญชาตญาณ และพบว่าชุดนอนของนางเปียกชุ่มไปหมด ใบหน้าของเอกอนก็เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและน้ำมูก

เรการ์โยนเสื้อคลุมให้นางโดยไม่พูดอะไรพร้อมกับเบือนหน้าหนี “ท่านอบรมสั่งสอนลูกชายตัวเองไม่ได้ ข้าในฐานะพี่ชายจึงต้องรับหน้าที่นี้แทน”

“ข้าเชื่อสายตาของตัวเอง” อลิเซนต์สวนกลับ ความเกลียดชังที่นางมีต่อเรการ์นั้นฉายชัดออกมาขณะที่นางเช็ดคราบสกปรกออกจากใบหน้าของเอกอน

“บอกแม่มาสิ เอกอน” นางวิงวอนด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง “เขาทำร้ายเจ้าหรือไม่?”

เอกอนสะอื้นไห้ไม่หยุด เหลือบมองเรการ์อย่างหวาดวิตกจนไม่กล้าเอ่ยปาก

เรการ์เลิกคิ้วขึ้นอย่างพึงพอใจ

อลิเซนต์กัดฟันแน่น หัวใจเต้นระรัว ก่อนจะตบหน้าเอกอนฉาดใหญ่แล้วตวาดว่า “ตั้งสติเดี๋ยวนี้ เอกอน!”

“บอกแม่มา! เรการ์ทำร้ายเจ้าใช่หรือไม่?” เสียงของนางแหลมสูงขึ้น

เอกอนสะดุ้งเฮือกกับแรงตบ แก้มของเขาแดงขึ้นอย่างรวดเร็วขณะพูดตะกุกตะกักทั้งน้ำตา “เขา . . . เขาตีข้า . .  .แล้วก็เอาไฟเผาข้า . . .”

เรการ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าวหานั้น ก่อนจะเหลือบมองเด็กชายที่ตัวสั่นเทาอย่างดูแคลน

“เจ้าเด็กเหลือขอ กล้าใส่ไฟรึ!” เขาพึมพำกับตัวเอง

ความโกรธของอลิเซนต์ปะทุขึ้นขณะเผชิญหน้ากับเรการ์ “ได้ยินไหม! เอกอนกล่าวหาว่าเจ้าทุบตีเขา และข้าก็เห็นกับตาว่าเจ้าใช้กำไลร้อน ๆ นั่นเผาเขา! เขาไปทำอะไรให้เจ้าถึงต้องโหดร้ายขนาดนี้?”

เรการ์นิ่งอึ้งไปเมื่อเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาของอลิเซนต์ ซึ่งเขาไม่สามารถหาคำพูดใดมาตอบโต้ได้เลย

เมื่อเห็นเรการ์นิ่งเงียบ อลิเซนต์จึงตีความว่าเป็นความเฉยเมย ความขุ่นเคืองในใจของนางก็พลุ่งพล่านขึ้น พร้อมที่จะสาดถ้อยคำตำหนิออกมาเป็นชุด

แต่ก่อนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากทางเดิน ขัดจังหวะการเผชิญหน้าอันตึงเครียด

สายตาของเรการ์เหลือบขึ้นไปจับจ้องการมาถึงของผู้บัญชาการอัศวินคิงการ์ด แฮร์โรลด์ ซึ่งกำลังประคองวิเซริส โดยมีเรนีร่าในชุดคลุมเดินตามมาติด ๆ

แม้จะยังมีอาการมึนงง แต่วิเซริสก็พยายามรวบรวมสติพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “เกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้น ถึงได้ส่งเสียงดังรบกวนความสงบยามดึกเช่นนี้?”

พอเห็นสามีเดินทางมาถึง น้ำตาของอลิเซนต์ก็ไหลพราก เสียงร้องไห้ของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ท่านลองมองดูเอกอนสิเพคะ! หากข้าไม่เข้ามาขวาง ป่านนี้เขาคงถูกเรการ์ทรมานไปแล้ว!”

เอกอนไม่รอช้า เขาร่วมส่งเสียงร้องไห้ประสานกับมารดาของตนทันที

ความเงียบงันอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้องพักในเรือ ทุกสายตาจับจ้องไปที่สองแม่ลูกซึ่งกอดกันกลมและร้องไห้ปานจะขาดใจ

วิเซริสมองไปยังเรการ์ พร้อมกับสีหน้าฉายแววกังขา และสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “เรการ์ ที่แม่ของเจ้าพูดเป็นความจริงหรือไม่?”

“นางไม่ใช่แม่ของข้า เป็นเพียงแม่เลี้ยง” เรการ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงไร้ความเคารพ

การเผชิญหน้าทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเรการ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของอลิเซนต์อย่างแข็งกร้าว

มารดาผู้ให้กำเนิดของเขาสิ้นใจไปนานแล้วระหว่างคลอดบุตร อลิเซนต์จึงเป็นได้เพียงแม่เลี้ยงในสายตาเขา ซึ่งเป็นบุคคลที่เขาดูแคลนมาตลอด เพราะนางนั้นโลภในสิทธิ์การสืบทอดบัลลังก์ของพี่สาวเขา

“พอได้แล้ว! ไม่ว่านางจะเป็นแม่เลี้ยงของเจ้าหรือไม่ แต่นางก็ทำหน้าที่ของแม่ในชีวิตเจ้า เจ้าต้องแสดงความเคารพต่อนาง!” วิเซริสตวาดตำหนิบุตรองค์โตในความยโสโอหัง

เรการ์คิดจะโต้เถียงกลับไป โดยชี้ว่าผู้ที่ดูแลเขาคือคนรับใช้ส่วนตัวต่างหาก แต่เมื่อตระหนักถึงตำแหน่งราชินีของอลิเซนต์ เขาจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบ เพราะเข้าใจดีว่าไม่ว่าอย่างไรความดีความชอบก็ต้องตกเป็นของนางอยู่ดี

เมื่อเห็นท่าทีท้าทายของน้องชาย เรนีร่าจึงเปลี่ยนเรื่อง “เรการ์ เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดนางจึงกล่าวหาว่าเจ้าทำร้ายเอกอน?”

การเลือกใช้คำว่า ‘ทำร้าย’ แทนคำว่า ‘ทรมาน’ ของนางไม่รอดพ้นสายตาของอลิเซนต์ไปได้ ในใจของเรนีร่าเรการ์เป็นน้องชายที่เชื่อฟังและอยู่ในโอวาท ไม่มีทางทำร้ายผู้อื่นได้

อลิเซนต์จับนัยนั้นได้และสวนกลับทันที “เขาเป็นปีศาจต่างหาก เขาใช้กำไลเหล็กที่ร้อนแดงเผาเอกอน!”

วิเซริสสัมผัสได้ถึงความตึงเครียด ก่อนจะสังเกตเห็นกำไลเหล็กสีแดงก่ำในมือของเรการ์ด้วยความประหลาดใจ “เรการ์ กำไลในมือของเจ้า . . .”

ไม่ต้องสงสัยเลย กำไลนั้นแผ่ความร้อนรุนแรงออกมา และการกระทำอันอาจหาญของเรการ์ที่ใช้มือเปล่าคว้าเหล็กร้อน ๆ ไว้ได้นั้นก็สร้างความตกตะลึงให้แก่บิดาผู้ชราภาพของเขาจนถึงขั้วหัวใจ จนกระทั่งวิเซริสชี้ให้เห็น ทุกคนจึงได้ตระหนักถึงความจริง รวมถึงอลิเซนต์ที่เพิ่งเผชิญหน้ากับเรการ์เมื่อครู่นี้ด้วย

เมื่อเผชิญกับสีหน้าตกตะลึงของทุกคน เรการ์ก็กล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “หลังจากแผลไฟไหม้หายดี ความทนทานต่อเปลวไฟของข้าก็ดีขึ้นมาก”

“เห็นไหมเพคะ! ข้าบอกแล้วว่าเขาเป็นปีศาจ! คนที่ไหนจะไม่กลัวไฟ!” อลิเซนต์ร้องกล่าวหาพลางโอบกอดเอกอนไว้แน่นด้วยความหวาดผวา แต่ก็ไม่มีใครคล้อยตามความคิดของนาง

เมื่อวิเซริสหายจากอาการมึนงงแล้ว เขาก็สั่งการอย่างรวดเร็ว “ผู้บัญชาการแฮร์โรลด์ ปิดทางเดิน อย่าให้ใครเข้ามาใกล้”

แฮร์โรลด์พยักหน้ารับคำอย่างเคร่งครัด สายตาของเขาทอดมองเรการ์ชั่วครู่ก่อนจะจากไป ทิ้งให้เหลือเพียงสมาชิกในครอบครัวอยู่ภายในห้องพัก

วิเซริสสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สายตาจับจ้องไปยังเรการ์พลางกล่าวถามอีกครั้ง “เรการ์ เจ้าเจ็บหรือไม่?”

“ไม่พ่ะย่ะค่ะ แค่อุ่น ๆ นิดหน่อย” เรการ์ตอบตามความจริง นับตั้งแต่ถูกเปลวเพลิงของมังกรเผา พลังแห่ง ‘โลหิตและเปลวเพลิง’ ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้น ทำให้เขาแทบจะต้านทานเปลวไฟธรรมดาได้โดยสิ้นเชิง แม้จะกำกำไลเหล็กที่ร้อนระอุไว้ ฝ่ามือของเขาก็ยังคงไร้รอยพุพอง มีเพียงความรู้สึกร้อนเล็กน้อยเท่านั้น

ความประหลาดใจของวิเซริสฉายชัดอย่างยิ่งขณะมองเรการ์ด้วยความทึ่ง “ดูเหมือนว่าเปลวเพลิงของมังกรได้ปลุกสายเลือดโบราณในตัวเจ้าให้ตื่นขึ้น และมอบความกล้าหาญที่จะไม่เกรงกลัวต่อไฟ”

ตลอดประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของตระกูลทาร์แกเรียนมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้มีพรสวรรค์และความสามารถพิเศษ แม้จะไม่มีใครทนทานต่อไฟได้ แต่กระนั้นวิเซริสก็เชื่อว่านี่คือสิ่งที่แสดงออกถึงมรดกที่พวกเขามีร่วมกัน ดังคำกล่าวในตำนานของตระกูลที่ว่า “โลหิตและเปลวเพลิงล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน”

เรการ์ไม่ได้คัดค้าน และยอมรับการคาดเดาของบิดา เขารู้ดีว่าไม่อาจปิดบังความสามารถของตนได้ตลอดไป และการแสดงความสามารถอย่างรอบคอบในตอนนี้ อาจเป็นการปูทางไปสู่การยอมรับที่มากขึ้นในอนาคต

“ฝ่าบาท! เรการ์ทำร้ายเอกอน ท่านต้องนำตัวเขามาลงโทษ!” เมื่อเห็นการสนทนาระหว่างสองพ่อลูก อลิเซนต์ก็แทรกขึ้นมาอย่างร้อนรน น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเร่งรีบ

ในสายตาของนางการกระทำของเรการ์ต่อลูกของนางเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้ เอกอนเป็นดั่งหลักยึดทางใจของนาง และนางจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายลูก ๆ ของนางเด็ดขาด

บัดนี้วิเซริสควบคุมสติอารมณ์ได้แล้ว เขาสำรวจเอกอนที่กำลังเสียขวัญ สังเกตเห็นรอยตบแดงช้ำบนใบหน้า และอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจึงหันไปมองเรการ์ด้วยสีหน้าขุ่นมัว “เขาเป็นน้องชายเจ้า เหตุใดเจ้าจึงตีเขา?”

“เขายั่วโมโหเฮเลน่าและพยายามจะขโมยกำไลที่ข้ามอบให้นาง ข้าแค่ตีเขาก็เท่านั้น” เรการ์เล่าตามความจริง พลางชี้ไปที่แก้มของเอกอนอย่างขบขันเล็กน้อย “บาดแผลที่ร้ายแรงที่สุดบนตัวเขา ไม่ใช่ฝีมือข้า”

เอกอนผงะถอยเมื่อเรการ์ชี้นิ้วมาทางเขา ก่อนจะซุกตัวเข้าสู่อ้อมแขนของมารดาและก้มหน้าลงด้วยความละอาย

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง วิเซริสก็ตระหนักได้ว่ารอยบนใบหน้าของเอกอนนั้นไม่น่าจะเกิดจากเรี่ยวแรงของเด็กในวัยเรการ์ ทำให้เขาเดินเข้าไปหาอลิเซนต์ จับมือของเอกอนไว้แน่น แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “เอกอน มองหน้าพ่อ”

เอกอนที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายยอมทำตาม อลิเซนต์จึงเขย่าตัวเขาแรง ๆ พร้อมกระตุ้นว่า “ท่านพ่อของเจ้าอยู่นี่แล้ว ทำตัวให้กล้าหาญหน่อย”

“ถ้าเจ้ากล้าหาญจริงก็เผชิญหน้ากับเรการ์ให้ได้อย่างที่เจ้ารังแกเด็กผู้หญิงสิ” เรนีร่าแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแดกดัน

เรนีร่ารู้ดีว่าเฮเลน่านั้นชอบอยู่กับเรการ์มากกว่า และตัวนางเองก็รังเกียจนิสัยชอบรังแกผู้อื่นของเอกอน คำพูดของนางจึงเป็นการปกป้องน้องชายของตนนั่นเอง

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 51 เผยความสามารถ

คัดลอกลิงก์แล้ว