เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 43 สายมที่พัดโหมกระหน่ำ ณ คิงส์แลนดิ้ง

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 43 สายมที่พัดโหมกระหน่ำ ณ คิงส์แลนดิ้ง

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 43 สายมที่พัดโหมกระหน่ำ ณ คิงส์แลนดิ้ง


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 43 สายมที่พัดโหมกระหน่ำ ณ คิงส์แลนดิ้ง

“เซอร์เออร์ริค ท่านมีใครที่ไว้ใจได้บ้างหรือไม่?” เรการ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ขณะที่ในใจครุ่นคิดถึงแผนการใช้คนช่วยเหลือ

เออร์ริคพยักหน้า “พี่ชายฝาแฝดข้าอาร์ริคพ่ะย่ะค่ะ เราสองพี่น้องมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งใด”

“เรียกเขามาเถิด เราจำเป็นต้องพึ่งพาเขา”

“เจ้าชาย ตอนนี้เขารับหน้าที่เป็นองครักษ์ให้เจ้าชายเอกอน หากราชินีทราบเข้า . . .” เออร์ริคกล่าวเว้นช่วงอย่างลังเล

“เช่นนั้นเราต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เป็นที่สงสัย”

เวลาของเรการ์เหลือน้อยเกินกว่าจะรอช้า

“เซอร์เออร์ริค จงไปยังที่พักของเรนีร่ากับข้าก่อน แล้วจึงไปตามตัวอาร์ริค”

“พ่ะย่ะค่ะ”

แม้จะไม่แน่ใจในเจตนาของเรการ์นัก แต่เออร์ริคก็ตัดสินใจจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาโดยไร้ความลังเล

. . .

ด้านนอกที่พักของเรนีร่า โคลยืนเฝ้ายามกลางดึก

เมื่อเห็นเออร์ริคพาเรการ์มาด้วย สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความฉงน “เจ้าชาย ท่านเดินทางมาที่นี่ยามค่ำเช่นนี้ด้วยเหตุใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ข้าฝันร้าย อยากพูดคุยกับพี่สาว” เรการ์แสร้งทำสีหน้าหวาดหวั่น

โคลนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าหญิงพึ่งเข้าสู่นิทรา ข้าเกรงว่า . . .”

“เซอร์โคล เรนีร่าเป็นพี่สาวของข้า นางย่อมยินดีต้อนรับข้าเสมอ” เรการ์กล่าวหนักแน่น จนโคลถึงกับชะงัก

“เปิดประตูให้ข้าเข้าไป” น้ำเสียงของเรการ์ในยามนี้ ไม่ได้กล่าวกับโคล หากแต่เป็นคำสั่งตรงต่อเออร์ริค

เออร์ริคเคลื่อนไหวทันที ส่วนโคลก็พยายามขัดขวางแต่กลับถูกเบี่ยงหลบอย่างง่ายดาย

เรการ์ยืนยันที่จะเข้าไปพบเรนีร่า โคลจึงไม่อาจห้ามปรามได้ ซึ่งเมื่อเข้าไปภายใน ประตูก็ถูกปิดลงอย่างรวดเร็วก่อนที่โคลจะทันมองดูสิ่งใดให้ถี่ถ้วน

เออร์ริคประคองเรการ์วางลงบนเตียงนุ่มอันว่างเปล่า ก่อนเรการ์จะหยิบกระดาษแผนที่จากโต๊ะใกล้ ๆ พร้อมกับพัสดุว่างเปล่าหนึ่งชิ้น หลังจากนั้นเขาก็มองสำรวจเสื้อคลุมที่เกลื่อนพื้นอย่างละเอียด และยืนยันได้ทันทีว่าเรนีร่าหลบหนีออกไปแล้ว ก่อนที่เขาส่งแผนที่ให้เออร์ริค “ทำตามที่ข้ากำหนดไว้ เมื่อตามเจอเรนีร่า จงใช้เส้นทางลับตามที่ระบุในนี้เพื่อนำตัวนางกลับมา”

“แต่หากแผนนี้สำเร็จ จะเกิดผลกระทบมากมายนะพ่ะย่ะค่ะ” เออร์ริคกล่าวอย่างไม่แน่ใจ หลังได้ยินแผนทั้งหมดระหว่างทาง

“เซอร์เออร์ริค พี่สาวข้าเป็นรัชทายาทแห่งบัลลังก์เหล็ก เพื่อเกียรติของนางการเสียสละเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึง” เรการ์กล่าวเสียงแน่นพร้อมทาบมือเหนือหัวใจ “ผลลัพธ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้น ข้าจะเป็นผู้รับไว้เพียงผู้เดียว”

เออร์ริคนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตกับกวางขาว เขาจึงกล่าวหนักแน่น “ข้าขอสาบานว่าจะพาเจ้าหญิงกลับมาอย่างปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ!”

ภายใต้สายตาแน่วแน่ของเรการ์ เออร์ริคจึงหันหลังเดินจากไป โดยก่อนจะปิดประตู เขาก็หันไปกำชับโคลอย่างมีนัย “จงทำให้มั่นใจว่า การสนทนาในยามค่ำนี้ระหว่างเจ้าชายกับเจ้าหญิงจะไม่ถูกรบกวน จงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี”

โคลซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นองครักษ์ใหม่ให้ความเคารพต่อเออร์ริคมากนักจึงพยักหน้ารับ

เมื่อเห็นเช่นนั้นเออร์ริคก็ก้าวเดินออกไปด้วยความแน่วแน่

. . .

ถนนสายไหม

เรนีร่าวิ่งฝ่าฝูงชนในยามค่ำอย่างร่าเริง หัวเราะเริงร่าท่ามกลางความวุ่นวายอันเป็นอิสรภาพหายากสำหรับนาง บางครั้งนางก็เผลอชนแผงค้าจนของหล่นกระจาย แต่กลับหัวเราะราวกับเป็นเพียงการหยอกเล่น ส่วนเดม่อนที่ตามอยู่ด้านหลังก็คอยปกป้องนางจากเหล่าผู้ติดตามอย่างเชี่ยวชาญ

ตึง!

เรนีร่าชนเข้ากับร่างหนึ่งในตรอกมืด ซึ่งร่างนั้นสวมผ้าคลุมทองดูสง่างาม ก่อนที่ชายผู้นั้นจะคว้าแขนเล็กของนางไว้ทันที พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคลือบแฝงความตำหนิ “เหตุใดเจ้าถึงวิ่งไม่ดูทางเช่นนี้?”

เมื่อเห็นใบหน้าภายใต้หมวกเกราะ เรนีร่าก็ตะโกนออกมา “เซอร์ฮาร์วิน!”

“เจ้าหญิง?” ฮาร์วินถึงกับนิ่งงันเมื่อเห็นเรนีร่า ก่อนจะเหลือบมองไปทางปากตรอก ซึ่งที่นั่นเดม่อนกำลังเดินตามมาด้วยท่าทางสบาย ๆ

เรนีร่าหันมาขอร้องฮาร์วินเบา ๆ “ได้โปรดอย่าบอกใครนะ”

เพียงชั่วครู่ฮาร์วินก็เข้าใจว่าทั้งคู่กำลังหลบหนีอย่างลับ ๆ เขาจึงคลายมือจากเรนีร่า แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น “โปรดระวังตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ . . . ครั้งนี้โชคดี แต่คราวหน้าอาจไม่เป็นเช่นนั้น”

จากนั้นก็เดินจากไป ราวกับไม่เคยเห็นสิ่งใด

เดม่อนเพียงยิ้มบาง ๆ ไม่ได้ใส่ใจนัก ก่อนเขาจะถูกถอดจากตำแหน่งผู้บัญชาการเวรยามแห่งเมือง ทุกคนที่สวมผ้าคลุมทองต่างก็เคยอยู่ภายใต้คำสั่งของเขา และภักดีอย่างไม่ลดละ

“สนุกพอหรือยังกับการหลบหนีครั้งนี้?” เดม่อนเอ่ยขณะเดินเคียงข้างหลานสาว

“ใครจะรู้ว่าเมื่อใดข้าจะมีโอกาสได้ลิ้มรสอิสรภาพอีก” เรนีร่าถอนหายใจเบา ๆ พร้อมกับเหล้าในตัวที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด

ทั้งสองเดินเคียงกันไป ขณะที่เรนีร่ารู้สึกถึงบางสิ่งผิดปกติ พ่อค้า นักแสดง และผู้คนที่เคยคึกคักเริ่มหายไป แทนที่ด้วยเสียงเฉพาะของความเสื่อมทราม

เดม่อนพานางมายังอาคารหินหลังหนึ่ง ที่มีเสียงอึกทึกจากภายในเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อก้าวข้ามธรณีประตู กลิ่นสุราและความสำส่อนก็จู่โจมประสาทรับกลิ่นของเรนีร่าอย่างรุนแรง ภายในนั้นชายหลายคนเมามายหัวเราะหยาบคาย ล้อมรอบด้วยหญิงเปลือยที่เดินไปมาอย่างไม่เหนียมอาย ทั้งเชื้อเชิญ ทั้งสบตาเย้ายวน

เรนีร่าชะงักงันทันที เมื่อเห็นเดม่อนนำลึกเข้าไปในบรรยากาศอันเสื่อมทราม พร้อมกับดวงตานางกวาดมองอย่างตกตะลึง

“ที่นี่คือที่ใด?” นางถามเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง

“สถานที่ซึ่งผู้คนมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตน” เดม่อนตอบเรียบเฉย

“ท่านบ้าไปแล้วหรือ? กล้าพาข้ามาในที่เช่นนี้!”

ทันใดนั้นความตกตะลึงในใจนางแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเรนีร่าแข็งตึง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ

นางจะเหลือบมองเดม่อนอย่างหวาดหวั่น และเมื่อเห็นแววปรารถนาในดวงตาของเขา ใจนางก็หายวาบทันที พร้อมกับความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้น พลางมองหาทางหนี และนางก็พบว่ายังมีโอกาสรอดอยู่

. . .

ณ มุมลับของซ่องโสเภณีแห่งนั้น ร่างในชุดดำสองคนเฝ้าสังเกตการณ์

“ไปจัดการเถอะ ข้าจะดูแลด้านนี้เอง” ชายหนึ่งในนั้นกล่าวเสียงเรียบ ใบหน้าเคร่งขรึมใต้ผ้าคลุม

“ยิ่งก่อความวุ่นวายได้มากเท่าใดยิ่งดี หน้าที่ของเราคือปกป้องเกียรติของเจ้าหญิงให้บริสุทธิ์ไร้มลทิน” อีกคนกล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งใบหน้าใต้ผ้าคลุมนั้นก็คือเออร์ริค ผู้พร้อมลงมือทันที

ในขณะเดียวกันอาร์ริคก็ไต่กำแพงซ่องอย่างคล่องแคล่ว จุดไฟเผาทางครัวและทางเดินม้าเพื่อเบี่ยงความสนใจ

สองพี่น้องลงมือพร้อมกันราวกับซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน

เออร์ริคลอบเข้าไปในห้องโถงใหญ่ หลบเลี่ยงการยั่วยวนของหญิงสาวอย่างชำนาญ ก่อนจะเข้าไปยังซุ้มผ้าม่านมืดภายใน และเมื่อแหวกม่านออก เขาก็เห็นเป้าหมายของตน เดม่อนกำลังไล่ต้อนเรนีร่าเข้ามุมอย่างคุกคาม ในขณะที่เรนีร่าที่ชิดติดผนังดวงตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ทันใดนั้นในจังหวะเฉียดฉิว เออร์ริคก็พุ่งเข้าไป คว้าหัวไหล่ของเดม่อนแล้วชกซ้ายอย่างแรงจนเดม่อนเซไปล้มลงหมดสภาพ ทำให้เรนีร่าที่ได้สติก็รีบวิ่งหนีจากอ้อมแขนเขาทันที

“เจ้าหญิง รีบไปกับข้า!” เออร์ริคโยนเสื้อคลุมดำให้เรนีร่า แล้วนำทางนางหนีออกมาโดยไม่เอ่ยสิ่งใดอีก

ขณะหลบหนีเออร์ริคก็หันกลับไปมองเดม่อนอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเตะเข้าระหว่างขาเต็มแรงเป็นการส่งท้ายอีกหนึ่งดอก ทำให้เสียงตุ้บดังสนั่น พร้อมกับเดม่อนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนทรุดลงกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 43 สายมที่พัดโหมกระหน่ำ ณ คิงส์แลนดิ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว