บทที่ 78
บทที่ 78
บทที่ 78
การประชุมครั้งนี้จึงกลายเป็นการประชุมเพื่อยกย่องอู๋เกอไปโดยปริยาย
หลินเป่ยฝานถือสายสะพายสีแดงสดใสในมือ เดินเข้าไปหาอู๋เกอแล้วพูดอย่างจริงจัง “พี่น้องอู๋ ช่วยก้มหัวลงหน่อย ผมจะสวมมันให้คุณ”
“อาโอเค!” อู๋เกอก้มศีรษะลง และหลินเป่ยฝานก็ถือโอกาสนี้มอบสายสะพาย
อู๋เกอก้มลงมองสายสะพายที่ห้อยบนหน้าอกตัวเอง มันเขียนคำไว้หลายคำบนนั้น --บุคคลตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม!
และบนไหล่เขามีดอกไม้สีแดงขนาดใหญ่ดูสดใสสะดุดตาติดอยู่
“ดอกไม้สีแดงดอกนี้ดูคุ้นๆ นิดหน่อยแฮะ …....”
“ต้องคุ้นอยู่แล้ว เพราะผมเคยติดมันให้กับสหายเย่!”
อู๋เกอ “...”
จากนั้น หลินเป่ยฝานก็หยิบเหรียญรางวัลใหญ่ขึ้นมาและพูดว่า “พี่น้องอู๋ ถือมันไว้”
อู๋เกอมองลงไปที่เหรียญทองนี้ โดยตรงกลางมีเขียนไว้ว่ารางวัลหนึ่งล้าน
“เหรียญนี้ก็ค่อนข้างคุ้นๆนิดหน่อย…”
“ต้องคุ้นอยู่แล้ว เพราะผมเคยให้มันกับสหายเย่!”
อู๋เกอ “...”
อู๋เกอมองดอกไม้สีแดงดอกใหญ่บนหน้าอกและเหรียญรางวัลใหญ่ในมือตัวเอง
และไม่รู้ว่าทำไม เขาเริ่มบังเกิดลางสังหรณ์ร้ายในใจ
ต่อไปคือการถ่ายภาพที่ระลึก
และถ่ายจบในช็อตเดียว
หลินเป่ยฝานยืนอยู่ทางซ้าย สวมชุดสูทแบรนด์เนมที่ดูสง่างาม และรองเท้าหนังขัดเงา เขายืนตัวตรงพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนและสดใส แสดงให้เห็นสไตล์ความเป็นผู้นำตั้งแต่แรกเห็น
ส่วนอู๋เกอตัวเอกของเรายืนอยู่ทางขวา แต่งกายด้วยชุดทำความสะอาดแบบบ้านๆ ห้อยสายสะพายที่มีดอกไม้สีแดงดอกใหญ่ติดอยู่บนไหล่ และมีเหรียญรางวัลขนาดใหญ่อยู่ในมือ ยิ้มเหมือนคนโง่
“ภาพนี้ถ่ายได้ดี! ผมจะเอาไปแขวนไว้ข้างรูปถ่ายรางวัลของสายเย่!” หลินเป่ยฝานพอใจมาก
“อย่าเลย มันน่าอาย!” อู๋เกอรู้สึกอายเล็กน้อย
“อย่าปฏิเสธเลย นี่คือสิ่งที่คุณสมควรได้รับ! แค่แขวนไว้บนผนัง จะได้สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน! ว่าการทำงานหนักจะได้รับผลตอบแทนที่ดี!” หลินเป่ยฝานพูดยิ้มๆ
จากนั้นการประชุมก็สิ้นสุดลง ทุกคนแยกย้ายกันไป
เมื่อเลิกงานแล้วกลับถึงบ้าน อู๋เกอตื่นเต้นมากจนแทบจะกระโดดโลดเต้น!
หลังจากทำงานหนักมานานและข้ามผ่านความยากลำบากมามากมาย ในที่สุดก็เข้าใกล้หลินเป่ยฝานไปอีกก้าวแล้ว!
ซึ่งหมายความว่าโอกาสในการแก้แค้นเพิ่มสูงขึ้น!
“หลินเป่ยฝาน! แกคงไม่เคยคิดเลยว่าคนที่แกให้ความสำคัญ คนที่ใกล้ชิดกับแกจะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ! ฉันไม่รีบร้อนแก้แค้นตอนนี้ แต่จะเล่นกับแกอย่างช้าๆ ! ให้แกทรมานเหมือนตายทั้งเป็น ไม่มีหนทางไปสวรรค์ และไม่มีประตูลงสู่ขุมนรก!”
อู๋เกอคิดด้วยความเกลียดชัง
ณ ขณะนี้ เขาได้รับข้อความจากชายชุดดำ
ชายชุดดำ : สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?
อู๋เกอ : ฉันได้เปิดโปงพวกเขาแล้ว ทุกคนถูกไล่ออก! ส่วนฉันประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ หลินเป่ยฝานให้ความสำคัญกับฉันมากขึ้น เขาเรียกฉันพี่น้องอู๋ และมอบเหรียญความสำเร็จเป็นเงินหนึ่งล้านหยวน ยกระดับงานฉันให้เป็นพนักงานประจำ!”
ชายชุดดำ : เห็นได้ว่าหลินเป่ยฝานให้ความสำคัญกับคุณจริงๆ! คนก่อนที่ได้รับความไว้วางใจขนาดนี้มีแค่เย่ซิงเฉิน! และเขากลายเป็นมือขวาของหลินเป่ยฝาน หวังว่าคุณจะไปถึงระดับนั้นได้เช่นกัน!
อู๋เกอ : นั่นมันแน่อยู่แล้ว และฉันก็มีแผนในหัวแล้วด้วย!
ชายชุดดำ : คุณต้องการความช่วยเหลือจากเราไหม?
อู๋เกอ : คราวนี้ฉันไม่ต้องการ ฉันมีแผนของตัวเอง คุณแค่รอฟังข่าวดีก็พอ!
ชายชุดดำ : งั้นทางเราจะตั้งตารอ!
หลังจากการสนทนาอู๋เกอก็ลบข้อความทั้งหมดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เหลือหลักฐานใดๆ
จากนั้น เขาก็ไตร่ตรองว่าจะก้าวต่อไปยังไงถึงจะกลายเป็นคนสนิทที่แท้จริงของหลินเป่ยฝาน
ความภักดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เฉพาะผู้ที่มีทั้งความภักดีและความสามารถเท่านั้นที่จะได้รับความไว้วางใจจากหลินเป่ยฝาน
เฉกเช่นเดียวกับเทพสงครามเย่ซิงเฉิน
อีกฝ่ายช่วยให้หลินเป่ยฝานมีรายได้หลายพันล้านหยวนก่อนได้กลายเป็นมือขวา
ดังนั้นอู๋เกอจึงต้องแสดงคุณค่าและความสามารถของตัวเองออกมา
แต่ความสามารถของเขาก็มีไม่กี่อย่าง เช่นการขุดสุสาน จัดวางฮวงจุ้ย และการตรวจสอบสมบัติเท่านั้น
เรื่องการขุดสุสานแสดงให้หลินเป่ยฝานเห็นไม่ได้แน่ๆ เรื่องนี้ผิดกฏหมายและทำได้แบบลับๆเท่านั้น
ด้านฮวงจุ้ยก็ไม่สามารถแสดงได้ หากอีกฝ่ายเกิดสงสัยขึ้นมาแล้วแอบตรวจสอบ ก็อาจพบเบาะแสของเขาได้
จึงเหลือเพียงการตรวจสอบสมบัติเท่านั้น
“ในชาติที่แล้ว หลินเป่ยฝานสนใจสะสมของโบราณเพราะเขามีเงินในมือมากมาย”
“ตอนนี้ฉันคิดดูแล้ว มันไม่เลวเลยถ้าฉันจะอาสาช่วยเขาตรวจสมบัติโบราณ และทางที่ดีควรเลือกสมบัติโบราณที่มีมูลค่ามหาศาล! ถ้าทำได้เขาต้องมองฉันใหม่และไว้ใจมากขึ้นแน่นอน!” อู๋เกอคำนวณในใจ
ในวันนี้ เขาทำความสะอาดในห้องทำงานของหลินเป่ยฝาน และหาโอกาสพูดขึ้นว่า “รองประธานหลิน ห้องนี้ค่อนข้างโล่ง ชั้นวางก็ไม่ค่อยมีประดับประดาอะไร คุณสนใจหาอะไรสวยๆมาประดับเสริมบารมีไหม?”
หลินเป่ยฝานเงยหน้าขึ้นมองแล้วพูดว่า “พี่น้องอู๋ แล้วคุณคิดว่าควรตกแต่งยังไงดี?”
“ผมคิดว่าการตกแต่งห้องของรองประธานหลินควรเป็นสไตล์จีน ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะเพิ่มแจกันโบราณหรือของเก่าๆ เพื่อให้ดูมีบรรยากาศทางวัฒนธรรมมากขึ้น! และของโบราณก็มีมูลค่าในตัวมันเอง ยิ่งสะสมแล้วเก็บไว้ ราคามีแต่จะขึ้น ซื้อแล้วไม่ขาดทุน!”
“ที่คุณพูดมามันก็ฟังดูมีเหตุผล งั้นลองบอกมาว่าฉันควรเอาอะไรมาประดับดี?”
“ฉันคิดว่า ....” อู๋เกอเริ่มบรรยายจากประสบการณ์ที่ตัวเองมี อธิบายอย่างออกรสและเป็นมืออาชีพมาก
หลินเป่ยฝานตกใจกับการบรรยายนี้มาก “พี่น้องอู๋ ผมว่าคุณพูดได้ฉะฉานมาก เหมือนเคยค้นคว้าเรื่องนี้มาอย่างลึกซึ้ง!”
“ฉันก็แค่ศึกษามันมานิดๆหน่อยๆ” อู๋กล่าวอย่างถ่อมตัว “ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก ฉันไม่ค่อยได้ไปโรงเรียน เอาแต่นั่งปัดนั่งถูพวกขวดหรือกระเบื้องโบราณ แต่พอทำไปทำมาสุดท้ายก็คุ้นเคยกับพวกมัน!”
“ยังไงก็ตาม พ่อแม่ฉันไม่ชอบให้ทำแบบนี้ พวกเขาบอกว่าการมัวแต่สนใจอะไรไร้สาระจะทำให้เปลืองพลังงาน!”
“นั่นมันอคติกันชัดๆ! อะไรที่เราทำแล้วได้ดีล้วนน่าทึ่ง! ผมเห็นว่าคุณคุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ งั้นพรุ่งนี้เป็นวันหยุดพอดี พวกเราไปโซนซื้อของเก่าแล้วหาซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับมากันไหม?” หลินเป่ยฝานส่งคำเชิญพร้อมรอยยิ้ม
อู๋เกอพูดอย่างมีความสุข “รองประธานหลิน ฉันยินดีไปกับคุณอยู่แล้ว!”
หลินเป่ยฝานได้ฟังก็มีความสุขมาก “ดีล่ะ! ถ้าคุณช่วยฉันเจอของดีๆ ฉันจะตอบแทนคุณด้วยรางวัลที่เหมาะสม!”
อู๋เกอกลับบ้านพร้อมกับข่าวดีนี้
เขาอาศัยอยู่กับเพื่อนสนิทเจ้าอ้วนหวัง
ทั้งสองไม่เพียงเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเท่านั้น แต่ยังออกปล้นสุสานด้วยกัน เสี่ยงชีวิตด้วยกัน ความสัมพันธ์แนบแน่นดั่งเหล็กกล้า
ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในบ้าน ก็มีเสียงตะโกนของเจ้าอ้วนหวังดังมา “ในที่สุดนายก็กลับมา! ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว ไหนดูหน่อยมีอะไรให้กินบ้าง?”
“ถ้าหิวทำไมไม่สั่งของมาส่งที่บ้าน?” อู๋เกอบ่น
“ก็สั่งของมาส่งที่บ้านรสชาติมันไม่ดีเท่าของที่นายซื้อมาไง! แล้วตกลงซื้อมารึเปล่า”
“ซื้อมา ของโปรดนายทั้งนั้น”
เจ้าอ้วนหวังรีบวิ่งออกจากห้องอย่างไว คว้าถุงอาหารในมืออู๋เกอ เอ่ยน้ำลายสอ “ของโปรดฉันทั้งนั้นเลยด้วย สุดยอด! สหายฉันรักนายชะมัด!”
“อย่าพูดอะไรน่าขยะแขยง รีบกินซะ!”
“กินอยู่แล้ว กินอยู่แล้ว ฮี่ ฮี่ ..”
อีกฝ่ายเปิดถุงแล้วเริ่มกิน
อู๋เกอมองสหายผู้แสนดีที่เสี่ยงตายด้วยกันทั้งสองชาติคนนี้ ในหัวใจเต็มไปด้วยความอบอุ่น
เขาลอบสาบานในใจ : เจ้าอ้วนหวัง! ชีวิตนี้ฉันจะไม่ยอมให้นายทนทุกข์เหมือนชาติก่อน! ฉันจะต้องโค่นศัตรูของเราและทำให้มันต้องสูญเสียทุกอย่าง!