บทที่ 77
บทที่ 77
บทที่ 77
จากนั้น ชายชุดดำก็เชิญพวกคนทรยศออกมาเจอกันอีกครั้ง
อู๋เกอซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด บันทึกภาพผู้ทรยศกับชายชุดดำที่มาพบและสนทนากัน
หากทำแบบนี้ ภายในเวลาไม่ถึงสองวัน เขาก็จะสามารถรวบรวมหลักฐานทั้งหมดของผู้ทรยศ และส่งมอบให้กับหลินเป่ยฝาน
...
“รองประธานหลิน นี่คือหลักฐานที่ฉันนรวบรวมได้จากการติดตามพวกเขาในช่วงสองวันที่ผ่านมา!”
“เห็นไหมว่าคนพวกนี้ไปพบและพูดคุยกับพวกชายชุดดำในเวลาและสถานที่ต่างกันซึ่งแปลกมาก! แต่นี่แหละหลักฐานชัดๆว่าพวกเขาถูกซื้อตัวไปแล้ว!”
“ชายชุดดำพวกนี้น่าสงสัยมาก รองประธานหลิน หลักฐานแค่นี้เพียงพอหรือไม่?”
“พอแล้ว เพียงพอแล้ว! ผมจะไม่ส่งพวกเขาเข้าคุก แค่ต้องการหาเหตุผลสมควรเพื่อไล่พวกเขาออก และรูปถ่ายพวกนี้สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้เกินพอแล้ว” หลินเป่ยฝานลุกขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“พี่น้องอู๋ คุณเก่งจริงๆ แค่สองวันก็ค้นพบหลักฐานมากมาย ผมรู้แล้วว่าคุณเป็นคนมีความสามารถ!”
“รองประธานหลินชมกันเกินไปแล้ว! ผมก็แค่ทำตามคำแนะนำอันชาญฉลาดของคุณก็เท่านั้นเอง!” อู๋เกอพูดอย่างถ่อมตัว
“ฮ่าฮ่า! อย่าประจบผมเลย! ผมไม่ได้ทำอะไร ทุกอย่างเป็นฝีมือคุณ!” หลินเป่ยฝานหัวเราะเสียงดัง “ยังไงก็ตาม การรู้จักถ่อมตนเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันจะเป็นการปูเส้นทางให้พวกเราไปได้ไกลยิ่งขึ้น!”
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำรองประธานหลิน!” อู๋เกอยังคงถ่อมตัว แต่ในใจของเขากระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข!
ครั้งนี้เขาควรได้รับความไว้วางใจจากหลินเป่ยฝาน และจะถูกนำไปใช้งานแล้วใช่ไหม?
ซึ่งคำพูดถัดไปของหลินเป่ยฝานได้ช่วยยืนยันความคิดของเขา
“หลังจากที่ผมกำจัดคนทรยศพวกนี้แล้ว ผมจะให้รางวัลตอบแทนคุณอย่างงาม! ตอนนี้คุณมากับผม เราจะไปประชุมและจัดการกับคนทรยศด้วยกัน! ให้พวกเขารู้ผลที่ตามมาจากการทรยศ!”
อู๋เกอมีความสุขมากที่ได้ยินแบบนั้น เพราะเดิมการเข้าประชุม ตัวเขาที่มีตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม แต่ตอนนี้ได้รับเชิญแล้ว!
หลินเป่ยฝานออกคำสั่งให้มีการประชุมฉุกเฉิน
ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ตราบใดที่พนักงานของบริษัทไม่ได้ออกไปทำธุระข้างนอก ทุกคนจะมารวมตัวกันในห้องประชุม
ในห้องประชุม หลินเป่ยฝานนั่งตรงที่นั่งประธาน
ในทางกลับกัน อู๋เกอถูกหลินเป่ยฝานดึงและนั่งข้างเขา ดูให้ความสำคัญมาก
ทุกคนแปลกใจมากทำไมอู๋เกอถึงมาที่นี่?
เขาควรจะอยู่ในอ้อมกอดของแม่หลิวไม่ใช่หรือ?
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาเห็นหลินเป่ยฝานที่มีใบหน้ามืดมน ทุกคนก็หุบปากและไม่ถามอะไร
หลังจากที่ทุกคนมาถึงแล้ว หลินเป่ยฝานก็ยิงตรงเข้าประเด็น
“ผมสังเกตเห็นว่าบางคนโลภมาก”
“ผมให้เงินเดือนสูงที่สุดในสายงานนี้ โบนัสก็แจกอย่างใจกว้าง วันลาก็ไม่ตระหนี่ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นแบบนี้! มีคนแอบขายข้อมูลการซื้อขายกองทุนของเรา! เพื่อหวังเงินเพียงเล็กๆน้อยๆ ทำลายผลประโยชน์ของบริษัทเราอย่างร้ายแรง!”
“หลิวเฟิน หวงจง โจวซาน…” หลินเป่ยฝานเรียกทีละคนและพูดด้วยความโกรธ“มโนธรรมของพวกคุณไม่มีแล้วใช่ไหม? พวกคุณได้รับเงินเดือนสูงจากบริษัทของเรา แต่ทรยศบริษัทของเรา ขายผลประโยชน์ของเรา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปอยู่ที่ไหนแล้ว!”
บุคคลที่ถูกเรียกว่าตื่นตระหนก
“รองประธานหลิน ฉันไม่ได้ทำ!”
“ฉันภักดีต่อบริษัท!”
“ฉันไม่เคยทรยศ!”
หลินเป่ยฝานโยนรูปถ่ายออกมาตรงๆ
“ไม่มีการทรยศ? คุณเห็นอะไรนี่ไหม? นี่คือรูปที่มีคนถ่ายที่แอบไปเจอกับคนของอีกบริษัท! หรือพวกคุณจะบอกว่าพวกเขาเป็นคนรู้จัก? ก็ถ้ารู้จักกัน ทำไมไม่เดินทางด้วยกันตั้งแต่แรก ไปแอบนัดเจอทำไม? มีใครอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังได้บ้าง?”
ทุกคนโศกเศร้า แต่ไม่รู้จะเถียงอะไรกลับไป
“อธิบายกันไม่ได้ใช่ไหม?” หลินเป่ยฝานหัวเราะอย่างเย็นชา “พูดตรงๆ เวลาให้อาหารสุนัข สุนัขยังกระดิกหางให้ แต่พวกคุณดันเลือกลอบกัดผม! ผมไม่เคยเห็นคนใจร้ายขนาดนี้มาก่อน! ... เก็บข้าวของแล้วไปซะ ผมไม่อยากเจอคุณอีกแล้ว!”
“รองประธานหลิน อย่า! พวกเราผิดไปแล้ว!”
“ได้โปรดให้โอกาสผมอีกครั้ง!”
พวกเขาตื่นตระหนก และเริ่มร้องอ้อนวอน
“ถ้าผมให้โอกาสพวกคุณ แล้วใครจะให้โอกาสผม?”
หลินเป่ยฝานพูดด้วยความโกรธ “ออกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้! ผมไม่อยากเห็นหน้าพวกคุณอีก!”
“อ้ออีกอย่าง เลขาหลิว คุณช่วยส่งข่าวไปให้บริษัทใหญ่ๆในเมืองโม่ไห่ในนามของเครือบริษัทหลินที บอกว่าคนพวกนี้ทรยศบริษัทเพื่อหวังผลประโยชน์และถูกผมไล่ออก! บอกทุกคนว่าอย่าจ้างพวกเขา! ใครกล้าจ้าง เท่ากับคนนั้นกล้ามีปัญหากับเครือบริษัทหลิน!”
“ค่ะรองประธานหลิน” หลิวรู่เหมยพยักหน้าและจดบันทึกเอาไว้
กลุ่มคนทรยศยิ่งตื่นตระหนกและยิ่งร้องขอความเมตตา
อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกหลินเป่ยฝานขับไล่ “ยังไม่ไสหัวไปอีก ที่นี่เราไม่ต้อนรับคนทรยศ!”
หลังจากคนกลุ่มนั้นออกไป บรรยากาศในห้องประชุมก็เงียบงันลง
ทุกคนไม่กล้าหายใจแรง ฉากนี้เย็นยะเยียบและกดดันมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นหลินเป่ยฝานอารมณ์เสีย ถ้าอยู่เฉยๆเหตุการณ์ก็จะผ่านไป แต่ถ้าพวกเขากล้าขยับก็อาจถูกเพ่งเล็งได้!
การไล่คนทรยศออกและประกาศให้ทุกบริษัทห้ามจ้างงาน นั่นเท่ากับว่าโอกาสทำงานประจำในเมืองโม่ไห่แทบไม่มีเหลือ
เพราะไม่มีบริษัทใดจะจ้างพวกเขา ไม่มีใครชอบคนทรยศ!
นอกจากนี้ เครือบริษัทหลินยังเป็นองค์กรชั้นนำในเมืองโม่ไห่ ประธานบริษัทคนไหนที่ไม่ให้ความสำคัญบ้าง?
มันไม่จำเป็นเลยที่พวกเขาต้องล่วงเกินเครือบริษัทหลินเพียงเพราะคนไม่กี่คน!
อีหรอบนี้กลุ่มคนทรยศก็ไม่เหลือทางเลือกอื่นอีกนอกจากออกไปเปิดธุรกิจเองไม่ก็ย้ายกลับบ้านเกิด!
อาจกล่าวได้ว่าการลงมือในครั้งนี้ของหลินเป่ยฝานเหมือนการเชือดไก่ให้ลิงดู
เตือนทุกคนว่าห้ามคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างการทรยศหักหลัง!
“เอาล่ะ พวกคนน่าหงุดหงิดก็หายไปแล้ว เรามาคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า”
หลินเป่ยฝานยิ้มและพูดว่า “วันนี้ เหตุผลที่ผมเจอตัวคนทรยศก็เพราะมีคนๆหนึ่งช่วยเหลือ และคนๆนั้นคืออู๋เกอหรือพี่น้องอู๋ที่นั่งข้างผม!”
ทุกคนในเหตุการณ์ต่างตกใจ!
“เสี่ยวอู๋!”
“นายเองเหรอ!”
ท่ามกลางสายตาประหลาดใจที่มองมา อู๋เกอยืดอกเชิดหน้าขึ้น
หลินเป่ยฝานตบไหล่เขาแล้วกล่าวว่า “อย่ามองว่าเขายังอายุน้อยหรือการศึกษาไม่สูง เพราะเป็นเขาที่สังเกตเห็นเบาะแสความผิดปกติ สุดท้ายช่วยหาหลักฐานการทรยศของคนพวกนั้นมาได้ เขาช่วยหลีกเลี่ยงความเสียหายของบริษัทเรา ดังนั้นผมจะตอบแทนเขาอย่างงาม!”
“เอาล่ะ ผมตัดสินใจแล้ว!” หลินเป่ยฝานพูดเสียงดัง “มอบเงินหนึ่งล้านหยวนให้พี่น้องอู๋! นอกจากนี้ผมจะเพิ่มเงินเดือนของพี่น้องอู๋ และทำสัญญาจ้างเขาเป็นพนักงานประจำ!”
ทุกคนอุทานออกมาอย่างต่อเนื่อง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉาและความริษยา
“รางวัลหนึ่งล้านหยวน รองประธานหลินใจดีมาก!”
“ดูท่ารองประธานหลินจะถูกใจเสี่ยวอู๋เข้าให้แล้ว นี่เท่ากับเขาติดปีกทะยานขึ้นฟ้า!”
“น่าอิจฉา!”
“ทุกคนช่วยปรบมือให้พี่น้องอู๋ด้วย!” หลินเป่ยฝานพูดเสียงดังอีกครั้ง
แปะ แปะ แปะ แปะ ....