เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 47: วิชาล้ำค่า

DC บทที่ 47: วิชาล้ำค่า

DC บทที่ 47: วิชาล้ำค่า


“วิ..วิธีที่จะฝึกร่างร้อยพิษมิกรายเป็นร่างพันพิษมิกราย มีวิชาเช่นนั้นปรากฏใต้ผืนฟ้านี้ด้วยรึ ถ้าเช่นนั้นทำไมท่านจึงให้วิชากับคนเช่นข้า บางคนที่ท่านเพิ่งพบ” ซีซิงฟางถามด้วยเสียงสะท้าน แม้เธอจะมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่และครอบครัวที่สุดแสนร่ำรวย เธอก็ไม่อาจหยุดสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นกับวิชาที่อาจจะมีหรือไม่มีตัวตนนี้

“มิมีประโยชน์ใดที่จะเก็บไว้กับตัวข้าเพราะตัวข้ามิได้มีร่างร้อยพิษมิกราย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะยกมันให้บางคนที่สามารถใช้งานมันได้ ข้ามิได้เป็นพระ แต่เป็นความสุขส่วนตัวของข้าที่ทำให้สาวสวยเช่นตัวเจ้ามีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้ของกำนัลเพียงเล็กน้อย” ซูหยางตอบด้วยน้ำเสียงสงบเรียบฟังดูเหมือนกับเขาไม่ใส่ใจนักที่เขากำลังแบ่งปันวิชาที่ล้ำค่าเช่นนั้นให้กับคนแปลกหน้า

“สาวสวยรึ” ความรู้สึกที่ซูหยางสามารถมองทะลุผ้าคลุมหน้าของเธอชัดเจนขึ้นในใจของซีซิงฟาง

“แค่ของกำนัลเล็กน้อยรึ” ผู้อาวุโสจงแทบสิ้นสติเมื่อซูหยางเรียกวิชาที่สามารถฝึกฝนร่างสวรรค์ให้มีระดับสูงขึ้นว่าเป็นเพียงแค่ “ของกำนัลเล็กน้อย” ความจริงแล้วเขาประหลาดใจมากจนพลาดความเจ้าชู้ของซูหยางที่เห็นได้ชัดแจ้งซึ่งกำลังเกิดขึ้นต่อดวงตาเบิกกว้างของเขา

“ท..ท่านมั่นใจนะ แน่นอนว่านี่เป็นบางสิ่งที่ล้ำค่า ท่านต้อง...”

“มิจำเป็นต้องเกรงใจ ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อตัวข้าเอง มาสิ โน้มศีรษะมาทางข้า”

แม้ว่าเธอรู้สึกว่าเหตุการณ์พลันเปลี่ยนแปรท่วมท้นใจ แต่ราวกับคำพูดของเขามีมนต์ขลังอยู่ภายใน ซีซิงฟางยอมตามคำพูดของเขาและเอนตัวไปข้างหน้า

เมื่อเธอเอนไปข้างหน้า ซูหยางก็ทำเช่นเดียวกันกับเธอ เขาหลับตาลงและใช้หน้าผากสัมผัสหน้าผากที่ยังคลุมด้วยผ้าคลุมหน้าของเธออย่างนิ่มนวล ไม่ได้ใส่ใจกับกลิ่นหอมดอกไม้จากร่างเธอที่ชวนให้เขาสงบใจ

ในทางกลับกัน ซีซิงฟางรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวจากความเอียงอาย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้แนบใบหน้าชิดกับหน้าชายคนอื่น มันชิดเสียจนกระทั่งเธออาจจะพลาดจูบเขาถ้าเธอขยับไปด้านหน้าอีกเพียงสักเล็กน้อย

ไม่กี่วินาทีหลังจากที่หน้าผากของพวกเขาสัมผัสกันก็เห็นแสงเรืองเหลืองค่อยสว่างขึ้นระหว่างหน้าผากของทั้งคู่และยิ่งสว่างมากขึ้นกว้างขึ้นตามเวลาผ่าน เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็เหมือนเวลาหลายชั่วโมงสำหรับซีซิงฟาง ผู้ที่กำลังพยายามรับรู้ข้อมูลทุกอย่างที่ป้อนเข้าไปในศีรษะเธอจากซูหยาง ร่างของเธอเริ่มมีเหงื่อซึมลมหายใจเริ่มกระชั้นเร่งร้อน

เมื่อผู้อาวุโสจงเห็นการเปลี่ยนแปลงของซีซิงฟาง เขาต้องการยับยั้งทั้งคู่ แต่อย่างไรก็ตามก็กลัวว่าอาจเป็นการทำให้พวกเขาเขวและทำให้เธอเกิดความเสียหายที่ไม่อาจย้อนคืนได้ เขาจึงตัดสินใจนั่งลงกัดฟันอย่างแรงเท่าที่ทำได้และรอให้ทั้งคู่ทำสิ่งที่พวกเขาทำให้เสร็จสิิ้น

“วิชชาระดับเซียน ร่างพันพิษมิกราย” เธออุทานอยู่ภายในใจ

สุดท้ายเมื่อซีซิงฟางได้รับรู้ชื่อและระดับของวิชา เธอตกใจจนเกือบสิ้นสติ

มีวิชาในโลกมากมายนับไม่ถ้วนล้วนต่างความสามารถและผลลัพธ์ วิชาเหล่านี้แบ่งเป็นระดับและหมวดหมู่ตามพลังอำนาจและความสามารถของวิชานั้น

นับจากวิชาที่อ่อนด้อยไร้พลังที่สุดไปถึงวิชาที่สวรรค์ประทานที่อาจทำลายขุนเขาได้ วิชาเหล่านี้ได้ถูกจัดอันดับเป็น ระดับธรรมดา ระดับโลกา ระดับสวรรค์ และระดับสุดท้าย ระดับเซียน ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิชาที่หายากที่สุดในโลกมนุษย์

เพื่อให้เข้าใจว่าเหตุใดวิชาระดับเซียนนั้นล้ำค่าและหายากแค่ไหนในโลกนี้ เราสามารถใช้มือสองข้างนับจำนวนวิชาระดับเซียนในโลกนี้ได้ แถมยังเหลือนิ้วไว้เพื่อใช้นับได้ด้วย

ลืมไปก่อนถึงวิชาระดับเซียนที่แทบไม่มีใครหาได้ แม้กระทั่งวิชาระดับสวรรค์ยังถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าประจำสำนักที่ยิ่งใหญ่และเก็บซ่อนไว้ภายใต้การรักษาความปลอดภัยและดูแลอย่างเข้มงวด

นอกจากผู้ที่ขึ้นอยู่กับตระกูลใหญ่ที่ปกครองภูมิภาคในทวีปตะวันออกหรือสำนักที่สุดยอดเช่นนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาสามารถลืมไปได้เลยที่จะมีโอกาสได้เห็นวิชาระดับเซียนอย่างใกล้ชิดเป็นส่วนตัว

สุดท้ายเมื่อซูหยางถ่ายโอนวิชาเข้าไปในใจซีซิงฟางแล้ว เขาค่อยดึงศีรษะพ้นห่างจากหน้าผากของเธอ

“ข้าได้ถ่ายโอนวิชาตรงเข้าสู่ในใจเจ้า ซึ่งเจ้าสามารถนำมันออกมาดูได้ตามความต้องการ อย่างไรก็ตามพึงระลึกไว้ว่าเจ้ามิสามารถแบ่งปันมันกับผู้ใดได้ไม่ว่าเจ้าจะพยายามมากมายสักเพียงไหน ดังนั้นอย่าพยายามทำให้เสียเหงื่อโดยไม่จำเป็น” ซูหยางกล่าวหลังจากนั้นสักครู่

“ฮาาา..ฮาาาา..” ซีซิงฟางหอบหายใจหนักหน่วง ราวกับว่าเธอเพิ่งวิ่งมาราธอนเสร็จใหม่ๆ

“ของ..ของขวัญนี้...ข้าจักทำเช่นไรเพื่อตอบแทนท่าน แม้ว่าข้าให้ท่านทุกอย่างที่ข้ามี มันก็ยังมีค่าไม่ถึงครึ่งของวิชานี้”

“เช่นที่ข้ากล่าวไว้ ข้าทำเช่นนี้มิใช่เพื่อเจ้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเหตุผลดื้อด้านของตัวข้าเอง การตอบแทนของเจ้าก็คือฝึกฝนเปลี่ยนร่างร้อยพิษมิกรายให้เป็นร่างพันพิษมิกรายให้สำเร็จ”

“บางอย่างเช่นนี้เป็น...” ซีซิงฟางจนวาจา เธอไม่สามารถเข้าใจการกระทำของซูหยางหรือคาดเดาความคิดของเขาได้ไม่ว่าเธอจะพยายามมากสักเพียงไหน ราวกับว่าเธอพยายามมองหาบางสิ่งที่ซุกซ่อนลึกในหมอกหนา

“อัจฉริยะเช่นเจ้าผู้ที่สามารถเข้าสู่เขตปฐพีวิญญาณเมื่ออายุยังน้อย แน่นอนว่าต้องทำได้สำเร็จในการฝึกฝนวิชานี้” ซูหยางพลันหันศีรษะมองไปยังหลังคารถและกล่าวว่า “ในที่สุดดูเหมือนว่าข้ามาถึงที่หมายแล้ว แม้ว่าการพบปะนี้จะสั้น มันก็เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น แฝงด้วยโชควาสนา”

“...” ซีซิงฟางมองซูหยางอย่างเงียบๆดูมึนงง

“เปิดประตูรถม้า” ผู้อาวุโสจงพลันตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งรีบราวกับต้องการให้ซูหยางออกไปจากรถม้าโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ประตูรถม้าเปิดออกและซูหยางก้าวออกมาจากรถม้าอย่างรวดเร็ว

“รอสักครู่ พี่ชายเซียว” ซีซิงฟางดูราวกับว่าเธอจะลงจากรถม้าตามเขาไปแต่ถูกผู้อาวุโสจงยับยั้งไว้ก่อนที่เธอจะออกไปพ้นประตู

“ท่านหญิงน้อย องค์ราชันรับสั่งอย่างเข้มงวดมิให้ท่านออกไปจากรถม้า มิเช่นนั้นการปกป้องที่ได้รับมาย่อมมิอาจปกป้องท่านจากอันตรายได้”

“แต่ข้ายังมีหลายอย่างที่ข้าต้องการพูดกับเขา” เธอยืนยันที่จะออกจากรถ

“ท่านหญิงน้อย อย่าลืมศักดิ์ฐานะของท่าน แม้ว่าฝีมือเชิงกระบี่ของเขาเหนือกว่าข้า แต่เขาเป็นเพียงคนธรรมดาจากทวีปตะวันออก ท่านมิสามารถพัวพันลึกซึ้งกับคนเช่นนั้น มิเช่นนั้นมันจักนำมาซึ่งปัญหามิรู้จบ มิเพียงแต่ท่านแต่กระทั่งเซียงหยางนั่นด้วย ถ้าเป็นไปตามที่เขากล่าว การพบกันครั้งนี้คือโชคชะตา ดังนั้นท่านต้องมีโอกาสได้พบกับเขาอีกครั้งแน่นอนในอนาคต” ผู้อาวุโสจงกล่าว เขาไม่รู้ว่าวิชาอะไรที่ซูหยางให้กับเธอ

“...” สุดท้ายซีซิงฟางได้แต่ยอมแพ้ที่จะออกจากรถไล่ตามซูหยางหลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้

“เริ่มออกเดินทาง” ผู้อาวุโสจงตะโกนในวินาทีถัดไป และรถม้าก็เริ่มเคลื่อนที่

ซูหยางหันไปมองรถม้าทองอย่างเต็มตาอีกครั้งจากด้านนอกก่อนที่จะหันไปหาหุบเขาด้านหน้าของเขาซึ่งมีท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆสายฟ้าเริ่มจากที่เขายืนอยู่ไปจนจรดของฟ้า

“นี่คือหุบเขาฟ้าคำรามสินะ”

จบบทที่ DC บทที่ 47: วิชาล้ำค่า

คัดลอกลิงก์แล้ว