เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 46: ข้าต้องการดูร่างสวรรค์ของเจ้า

DC บทที่ 46: ข้าต้องการดูร่างสวรรค์ของเจ้า

DC บทที่ 46: ข้าต้องการดูร่างสวรรค์ของเจ้า


“ถ้าเจ้ามิสนใจ ทำไมเจ้าต้องเอ่ยถึง” ผู้อาวุโสจงถามด้วยเสียงเคร่งเครียด เหมือนกับสอบถามผู้ต้องสงสัยในคุก

“แค่เป็นครั้งแรกที่เห็นใครสักคนที่มีร่างสวรรค์ที่นี่ ข้าจึงอยากรู้และอยากถามว่าข้าสามารถขอดูได้หรือไม่”

เมื่อซูหยางพูดคำว่า “ที่นี่” มันให้ความรู้สึกที่ลึกล้ำและลึกลับ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นใครสักคนที่มีร่างสวรรค์ กระทั่งคู่ฝึกของเขาในชีวิตก่อนก็ยังมีร่างสวรรค์ประทาน อย่างไรก็ตามสำหรับร่างสวรรค์ของโลกนี้นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็น และเขาต้องการยืนยันว่ามันใช่ร่างสวรรค์เดียวกันกับในชีวิตก่อน

“จ..จ..เจ้าต้องการดูร่างสวรรค์ของเธอ ช่างหน้าด้านไร้ยางอาย เจ้าคิดบ้างไหมว่าคำถามของเจ้าช่างไร้สาระสิ้นดี เจ้าคิดหาที่ตายรึ” เมื่อผู้อาวุโสจงได้ยินคำร้องบ้าคลั่งของซูหยาง เขาแทบตะครุบซูหยางด้วยกรงเล็บ

กระทั่งซีซิงฟางยังอดหน้าแดงอยู่หลังผ้าคลุมที่ปกปิดใบหน้า เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีบางคนใจกล้าหน้าด้านต่อหน้าเธอ เมื่อซูหยางถามเธอว่าเขาสามารถดูร่างสวรรค์ของเธอได้หรือไม่ โดยพื้นฐานก็คือขอดูร่างร้อยพิษมิกรายของเธอ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาต้องการดูร่างเปลือยของเธอ

ซูหยางขมวดคิ้วมองดูอาการรังเกียจจากผู้อาวุโสจง “เจ้าพูดถึงอะไร”

“อะไ...แต่เจ้าถามชัดเจนว่าขอดูร่างสวรรค์ของเธอ”

“ใช่ข้ากล่าวเช่นนั้น” เขาพยักหน้าโดยไม่ต้องคิดแม้สักนิด

ใบหน้าผู้อาวุโสจงแดงก่ำด้วยความโกรธ เขารู้สึกว่าซูหยางต้องการทำให้เขาดูเหมือนคนโง่

“ดูร่างสวรรค์ของเธอก็คือดูร่างเปลือยของเธอ เจ้าช่างไร้ยางอายนักที่ถามท่านหญิงน้อยเช่นนั้น ถ้าท่านหญิงน้อยไม่หยุดข้าไว้ ข้าคงจะฆ่าเจ้าไปแล้ว”

ซูหยางมองดูเขาด้วยสายตาเบิกกว้าง “ร่างเปลือยของเธอ เจ้าต้องพูดล้อเล่นเป็นแน่ ข้าเพียงแค่ขอให้เธอแบมือให้ข้าได้ดูเส้นชีพจร ใครเป็นคนพูดว่าต้องการดูร่างกายของเธอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเหมือนว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

“อย่างไรก็ตามข้ามิรังเกียจหรือมีปัญหาหากจะใช้วิธีนั้น...”

ผู้อาวุโสจงเกือบกระอักเลือดออกมาหลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา ถ้าซีซิงฟางไม่ได้นั่งอยู่เบื้องหน้าพวกเขา เขาคงตบซูหยางไปสองสามฉาดแล้ว

“ท่านหญิงน้อย ข้าขอปฏิเสธคำขอมุทะลุของเขาแทนท่าน” เขาพูดด้วยเสียงดุดัน

ซูหยางยักไหล่และกล่าวว่า “เช่นนั้นธุระข้าที่นี่ก็จบแล้ว แม้ว่ามันจะค่อนข้างสั้นแต่การพูดคุยกับเจ้าก็สนุก แต่ข้าขอจากกันแต่ตอนนี้เมื่อเป้าหมายของข้าอยู่ข้างหน้า”

“เจ้ากำลังเดินทางไปหุบเขาสายฟ้ารึ” ผู้อาวุโสจงถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ สัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในนั้นอยู่ที่เขตคัมภีร์วิญญาณ เหตุใดคนที่แข็งแกร่งเช่นซูหยางผู้ที่สามารถฆ่าผู้คนที่อยู่เขตปฐพีวิญญาณได้โดยง่ายต้องการไปที่นั่น

“เพียงแค่ภารกิจเล็กน้อย เช่นนั้นถ้าเจ้ามิถือ..”

“รอก่อน”

ขณะที่ซูหยางกำลังจะเปิดประตูออกไป ซีซิงฟางพลันเรียกเขาไว้ อย่างไรก็ตามตัวซีซิงฟางเองก็ไม่ทราบว่าทำไมตนเองต้องหยุดเขาไว้ ด้วยปกติเธอก็ไม่เคยเรียกใครที่กำลังจะจากไปให้อยู่ต่อ

“เพียงแค่ฝ่ามือข้า ใช่ไหม ถึงแม้ว่าจะบอกว่าเพื่อป้องกันตัว แต่การที่ท่านช่วยเหลือพวกเราในการจัดการกับดาบแสงจันทร์ก็ยังมิอาจเปลี่ยนแปลง” เป็นคำกล่าวของซีซิงฟางขณะที่เธอยื่นมือสวยให้เขาอีกครั้ง

“ท่านหญิงน้อย การสัมผัสทางกายเช่นนั้นมิเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนเช่นท่านที่จะ...”

“เราได้จับมือกันไปแล้ว นี่ก็มิได้มีความแตกต่างใด”

“แต่ท่านหญิงน้อย..”

“เจ้าได้ยินท่านหญิงน้อยแล้ว ตาเฒ่า” ซูหยางพลันจับมือซีซิงฟางอย่างนิ่มนวล ทำให้เธอที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนตื่นตะลึงอย่างใหญ่หลวง

“ตา..ตาเฒ่า” ผู้อาวุโสจงเกือบไม่เชื่อหูตนเอง แม้กระทั่งเมื่อเขายังเด็กก็ยังไม่เคยมีใครกล้าเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้

หลังจากจับมือซีซิงฟางอีกครั้ง ซูหยางหลับตาลงและนิ่งเงียบ ทันใดร่างเขาพลันแผ่กลิ่นอายอันลึกล้ำเป็นเหตุให้บรรยากาศเหมือนเปลี่ยนเป็นเก่าแก่โบราณ

การเปลี่ยนแปลงกระทันหันเป็นเหตุให้ทั้งผู้อาวุโสจงและซีซิงฟางรู้สึกหวาดหวั่น

สำเนียงภายในรถม้าพลันสงบเงียบ เสียงที่ได้ยินมีเพียงเสียงม้าและเสียงของรถขณะกำลังเคลื่อนตัว

บรรยากาศอันเงียบขรึมคงอยู่ได้ชั่วขณะ เมื่อซูหยางลืมตาขึ้นอีกครั้งเขาแสดงรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย “มันเป็นเช่นเดียวกัน...” เขาพึมพัมเสียงเบา

“อะไรคือเช่นเดียวกัน” ซีซิงฟางถาม

“เอ๋ อา มันเป็นเช่นเดียวกับที่ข้าจำได้ ข้านึกว่ามันอาจจะแตกต่างจากที่ข้าคิดไว้ แต่มันดูเหมือนว่าเป็นความกังวลเกินเหตุ...” เขาพูดหลังจากชะงักครู่หนึ่ง

หลังจากวิเคราะห์ร่างสวรรค์ของซีซิงฟาง ซูหยางยืนยันได้ว่าโครงสร้างและการทำงานมันเหมือนกับร่างสวรรค์ที่เขาคุ้นเคยในชีวิตก่อน

เมื่อรู้เช่นนี้ ซูหยางรู้สึกอารมณ์ดี จากการค้นพบนี้หมายความว่ามีโอกาสที่เขายังอยู่ในจักรวาลเดียวกันแต่ต่างโลก

“บางทีนี่อาจเป็นโลกที่แยกมาจากสี่โลกนั้น โลกที่ห้า” เขาครุ่นคิด

ซูหยางมองตรงไปยังผ้าคลุมหน้าของซีซิงฟางและยิ้ม “ขอบคุณที่ฟังคำขอที่เห็นแก่ตัวของข้า” เขาพูดด้วยเสียงสดใส

ซีซิงฟางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าซูหยางสามารถมองทะลุผ้าคลุมหน้าและจ้องตรงมายังดวงตาเธอเมื่อเขามองมา เธอยิ้ม “มันเป็นเรื่องเล็กน้อย มิจำเป็นต้องมากมารยาท...”

“แม้ว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเจ้า แต่มันเป็นบางสิ่งที่สำคัญสำหรับข้า เพื่อแสดงความขอบคุณต่อเจ้า ข้าจักยกวิธีฝึกฝนร่างร้อยพิษมิกรายให้กลายเป็นร่างพันพิษมิกรายระดับจักรพรรดิให้แก่เจ้า...”

"..."

สถานที่ที่เงียบสงบพลันกลายเป็นเงียบสงัดกว่าเดิม ทั้งผู้อาวุโสจงและซีซิงฟางจ้องซูหยางด้วยดวงตาเบิกกว้างเพราะความตกใจ โดยเฉพาะซีซิงฟางผู้ที่ยากจะคิดอะไรออกในตอนนี้

“เขาพูดอะไรไป นั่นไม่เพียงแต่เขามีวิธีฝึกร่างร้อยพิษมิกรายของข้าเป็นร่างพันพิษมิกราย แต่ยังยินดียกวิชาที่ล้ำค่านั้นให้ข้าด้วย ทำไมกัน” ซีซิงฟางจ้องมองไปยังเขาด้วยดวงตาเบิกกว้างภายหลังผ้าคลุมหน้า เธอไม่เคยแตกตื่นเช่นนี้มาก่อนในชีวิต

จบบทที่ DC บทที่ 46: ข้าต้องการดูร่างสวรรค์ของเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว