เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 42: รถม้าทอง

DC บทที่ 42: รถม้าทอง

DC บทที่ 42: รถม้าทอง


เมื่อซูหยางหมุนตัวและเดินออกไป ชายร่างใหญ่ก็ระเบิดความโกรธออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ

ชายร่างใหญ่เป็นผู้ฝึกปราณเขตคัมภีร์วิญญาณระดับสามและไม่เคยถูกใครหมิ่นมาก่อน ไม่ต้องพูดถึงคนจากนิกายหน้าด้านกุสุมาลย์พ้นพิสัย

“เจ้าเด็กเลว เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร” ชายร่างใหญ่พลันโถมเข้าหาซูหยางจากตรงนั้นคล้ายกับเสือพร้อมกับขวานเหล็กที่ยกขึ้นสูงไปบนอากาศ

ขวานเหล็กเหวี่ยงลงมาใส่ศีรษะซูหยางอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามก่อนที่ขวานจะสัมผัสกับเส้นผมของซูหยางเพียงแค่นิ้วเดียว ซูหยางพลันหมุนตัวอย่างรวดเร็วและดึงกระบี่ออกจากฝักข้างเอว

ประกายแสงวาบเปี่ยมด้วยแรงกดดันอันกราดเกรี้ยวเต็มไปด้วยรังสีสังหาร

เมื่อกลุ่มคนด้านหลังชายร่างใหญ่รับรู้ถึงรังสีสังหาร ขาของพวกเขาพลันหยุดก้าวร่างกายพลันสั่นสะท้านราวกับต้องลมหนาว แม้ว่าแรงกดดันจะมีอยู่เพียงแค่เสี้ยววินาทีก่อนที่จะหายไป มันก็พอเพียงที่จะทำให้ทุกคนที่นั่นรวมถึงม้าลากรถหยุดการเคลื่อนไหว

ในเวลานั้นหลังจากรังสีสังหารหายไปแล้วชายร่างใหญ่ที่หยุดชะงักกลางอากาศพลันเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาเริ่มล้มลงด้านหลังราวกับรูปปั้นหิน

ร่างกายล้มลงอย่างช้าๆทำให้ดูเหมือนกับว่ามันใช้เวลาชั่วกัลป์ท่ามกลางสายตาของทุกคน สุดท้ายเมื่อร่างสัมผัสกับพื้นทุกคนที่นั่นพลันแตกตื่นเมื่อพบว่าศีรษะของชายร่างใหญ่หายไปจากร่างของเขา

บางคนในกลุ่มพลันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเมื่อพวกเขาพบว่ามีเงาหมุนเหวี่ยงอยู่ในอากาศ เมื่อสังเกตเห็นว่ามันคือศีรษะของชายร่างใหญ่ที่หมุนติ้วอยู่กลางอากาศพวกเขาพลันกรีดร้องด้วยความสยดสยอง ยิ่งกว่านั้นศีรษะกลางอากาศยังมีอาการโกรธเกรี้ยวของชายร่างใหญ่ก่อนจะตาย

ซูหยางเก็บดาบคืนฝักในเวลาเดียวกับที่ศีรษะชายร่างใหญ่ตกลงมาสัมผัสพื้น เขามองไปยังกลุ่มคนที่สับสนอย่างเยือกเย็นพร้อมรอยยิ้มสดใส กล่าวว่า “ในเมื่อพวกเราล้วนไปที่เดียวกันด้วยเจตนาเหมือนกัน ทำไมเรามิหยุดทำอะไรโง่เขลาเช่นนี้ก่อนที่ข้าจักปูถนนด้วยซากศพ ถึงแม้ข้าจะมิรังเกียจถ้าได้อุ่นร่างกายก่อนที่จะเริ่มล่าที่หุบเขาฟ้าคำรามก็ตาม…”

ฝูงชนพากันพยักหน้ากับคำแนะนำของเขาขณะพยายามกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พวกเขาไม่เคยเจอใครที่น่ากลัวเหมือนชายหนุ่มจากนิกายกุสุมาลย์พ้นพิส้ยคนนี้มาก่อน ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ต่อหน้าปีศาจ

“เยี่ยม” ซูหยางพยักหน้า “เช่นนั้นพวกเรามาทำให้การเดินทางนี้คุ้มกับเวลาที่เสียไป...” เขาหันกายและเริ่มเดินอีกครั้ง

เงาร่างซูหยางหายไปจากคลองจักษุของกลุ่มคนอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขายืนยันชัดเจนว่าซูหยางจากไปแน่นอนแล้ว กลุ่มคนต่างพากันนั่งก้นจ้ำเบ้าร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ

“น..นั่นใครหรือนั่น ข้ามิเคยได้ยินว่ามีคนน่ากลัวเช่นนี้อยู่ในนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยมาก่อน”

“ใครเป็นคนพูดวะ ว่าเขาเป็นเพียงแค่ศิษย์นอก นี่มันแข็งแกร่งมากพอที่จะเป็นศิษย์ในของนิกายข้าได้เลย...ไม่ แม้ศิษย์หลักก็ยังเป็นได้”

กลุ่มคนพากันเดินทางต่อโดยไม่ชักช้าแม้ว่าหัวหน้ากลุ่มจะตกตายไปอย่างกระทันหัน ใช่ว่าพวกเขาจะกลับบ้านได้เมื่อมาถึงที่นี่ อีกทั้งยังมีความร่ำรวยที่พวกเขาจะได้รับจากการล่าแมวสายฟ้ารออยู่

นี่เป็นโลกที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ มันไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติถ้าผู้ทรงพลังเช่นชายร่างใหญ่จะตายลงจากความพ่ายแพ้เพราะว่าต้องมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ

เวลาผ่านไปสี่วันอย่างรวดเร็ว

ซูหยางใช้เวลาเดินทางมาสี่วันแล้วโดยไม่ได้พัก แต่เขาก็ยังสบายดีเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง

“หืม” เขาพลันสังเกตเห็นรถม้าที่ดูแพงจากระยะทางไกล มันถูกห้อมล้อมไปด้วยชายในชุดเกราะขี่ม้า

รถม้าทั้งคันจัดสร้างจากทองและหยกราคาแพงแผ่รัศมีอันประณีตสวยงามเหมือนกับเป็นวัตถุของชนชั้นสูง บนรถม้ามีชายชราในชุดเทานั่งขัดสมาธิอยู่เหมือนกำลังฝึกวิชา

แม้ว่าซูหยางจะไม่สามารถตรวจสอบพลังการฝึกปรือของชายชรา แต่เขาสามารถคาดเดาได้จากประสบการณ์โดยตรง

“เขตอัมพรวิญญาณ…อะไรที่ทำให้คนที่มีระดับเช่นเขาต้องมาแถวนี้ นั่งอยู่บนรถม้าเหมือนเป็นผู้คุ้มกัน” เขาประหลาดใจ

แล้วคนที่อยู่ข้างในรถม้าล่ะ ใครจะมีสถานะสูงพอที่จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญเขตอัมพรวิญญาณมาทำหน้าที่คุ้มครองในโลกมนุษย์นี้ เมื่อพวกเขาล้วนถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุด

ซูหยางรู้สึกทึ่งกับรถม้าสีทองและการคุ้มกันที่แน่นหนา แต่เขาไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง เขาจึงเพิกเฉยและเดินตามไปด้านหลังอย่างเงียบๆ

หลังจากนั้นสักพัก ผู้คุ้มกันก็สังเกตเห็นซูหยางติดตามพวกตน

“ผู้อาวุโส พวกเราควรทำอะไรกับเด็กน้อยนี้หรือไม่ เขาตามพวกเรามาพักใหญ่แล้ว” หนึ่งในกลุ่มผู้คุ้มกันโดยรอบกล่าว

ผู้ชราค่อยเปิดตาหันไปมองซูหยาง อย่างไรก็ตามเมื่อเขาพยายามตรวจสอบซูหยาง ชายชราพลันประหลาดใจที่พบว่าเขาไม่สามารถตรวจสอบพลังการฝึกฝนของอีกฝ่ายได้ รู้สึกเหมือนเขากำลังมองไปยังกลุ่มหมอกควันรูปมนุษย์ อย่างไรก็ตามแม้ว่าซูหยางจะมีตัวตนที่ลึกลับ แต่ชายชราก็ไม่พบความรู้สึกคุกคามหรือความมุ่งร้ายใดจากซูหยาง

“ไม่ต้องสนใจเขา...” เขาพูดหลังจากนั้นชั่วครู่

บรรดาผู้คุ้มกันพากันพยักหน้าและไม่คิดที่จะเข้าหาซูหยางอีกต่อไป อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงให้ความสนใจกับเขาอยู่เผื่อว่าเขาจะมีท่าทางน่าสงสัยใด

“ช่างเป็นชายหนุ่มที่น่าสนใจ...” ชายชรายิ้มให้ตนเองก่อนจะหลับตาลงไปอีกครั้ง


ผมอ่านคอมเมนต์ของฝรั่ง เขาเล่าเรื่องตลก ก็เลยนำมาแบ่งปัน

เจ้าสาวบอกกับสามี “ที่รักคุณก็รู้ว่าฉันเป็นสาวพรหมจารีและฉันไม่รู้เกี่ยวกับเรื่อง *** เลยแม้แต่น้อย คุณช่วยอธิบายให้ฉันก่อน”

“ได้เลยหวานใจ เอาแบบง่ายๆ เราจะเรียกของลับเธอว่า”คุก“และเรียกของลับผมว่า”นักโทษ“ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือเอานักโทษใส่เข้าไปในคุก”

และพวกเขาก็มีเพศสัมพันธ์เป็นครั้งแรกซึ่งสามีก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ

สะกิดเขาแล้วเจ้าสาวก็หัวเราะคิกคัก “ที่รัก นักโทษดูเหมือนจะหนีออกมาแล้ว”

เขาหันไปด้านข้าง ยิ้มและกล่าวว่า “เช่นนั้นเราต้องจับเขาเข้าคุกอีกครั้ง”

หลังจากครั้งที่สอง เจ้าสาวก็พูดขึ้น “ที่รักนักโทษหนีออกมาอีกแล้ว”

สามีได้โอกาส และพวกเขาก็มีอะไรกันอีกครั้ง

เจ้าสาวก็พูดอีก “ที่รัก นักโทษหนีอีกแล้ว” ซึ่งทำให้สามีถึงกับตะโกนว่า

“เฮ้ นี่ไม่ใช่การจำคุกตลอดชีวิตนะ”

จบบทที่ DC บทที่ 42: รถม้าทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว