เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 38: เมืองขนนกพริ้ว

DC บทที่ 38: เมืองขนนกพริ้ว

DC บทที่ 38: เมืองขนนกพริ้ว


เมื่อออกจากนิกาย ซูหยางก็เดินทางไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด ในความทรงจำของเขาที่นั่นมีสถานที่ชื่อเมืองขนนกพริ้ว มีระยะทางเพียงสองวันจากนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยหากเดินไป แต่เมื่อซูหยางใช้พลังฝีมือก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเพื่อไปถึงเมืองขนนกพริ้ว

เมื่อมาถึงเมือง ซูหยางตรงไปที่ทหารยามที่ยืนอยู่บริเวณทางเข้าของเมือง

เมื่อเหล่าทหารยามสังเกตเห็นซูหยางตรงเข้าไปหา พวกเขาต่างหันมองหน้ากันด้วยสายตาแปลกๆ ด้วยความแปลกใจที่เห็นซูหยางที่นี่

ซูหยางสังเกตเห็นสายตาแปลกใจต่อเขาจากพวกทหารยาม เขาจึงถาม “มีปัญหาอะไรรึ”

“เอ๋ อา ไม่..เพียงแต่ค่อนข้างยากที่พวกเราจักเห็นศิษย์จากนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยจากระยะใกล้” บรรดาทหารยามอธิบาย

“อะไรที่ทำให้เจ้ามาที่เมืองขนนกพริ้ววันนี้” ทหารยามอีกคนถาม

“เพียงหาที่พักชั่วครู่ก่อนเดินทางต่อ”

“เช่นนั้นรึ อ้อ ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์ของนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยที่โด่งดัง พวกเราจักไม่เก็บค่าผ่านทาง ซึ่งปกติต้องจ่ายกันคนละ 10 เหรียญทองแดง เข้าใจไหม”

“อื้อ” ซูหยางกล่าวขอบคุณก่อนเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว

เมื่อซูหยางจากไป บรรดาทหารยามต่างถอนใจด้วยความหดหู่

“อัยยย..นิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัย...น่าอิจฉานัก ด้วยหน้าตาสุดหล่อเหลา เขาคงสนุกสนานอยู่กับเหล่าสาวสวยตลอดวัน ถ้าข้าได้เป็นศิษย์...”

“พอได้แล้ว ด้วยหน้าตาน่าเกลียดของเจ้า เจ้าคงไม่ได้เป็นแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงของคนรับใช้ นับประสาอะไรจะเป็นคนรับใช้”

“เจ้าว่าอะไร เจ้าพูดราวกับว่าเจ้ามีโอกาสที่จะเข้าไปด้วยหน้าสุนัขของเจ้า ส่องกระจกก่อนพูด”

บรรดาทหารยามเริ่มโต้เถียงกัน

ซูหยางเดินเตร็ดเตร่ไปมารอบเมืองที่สะอาดมีชีวิตชีวาด้วยผู้คนที่เดินเข้าออกร้านเรียงรายรอบทาง

ทุกผู้คนล้วนตั้งใจทำงานของตนเอง แต่เมื่อพวกเขาพบเห็นซูหยางปรากฏกาย พวกเขาล้วนจ้องมองซูหยางอย่างตะลึงลาน

นั่นเป็นเพราะว่าวินาทีที่พวกเขาเห็นใบหน้าหล่อเหลาของซูหยาง พวกเขาไม่อาจเบือนหน้าหนี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการปรากฏกายของเขาล้วนเป็นที่จับตาดุจมณีเปล่งประกายท่ามกลางโคลนตม แม้กระทั่งในนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยที่ทุกผู้คนล้วนสวยงามหล่อเหลา รูปร่างหน้าตาของเขายังจัดว่าหายาก

เป็นธรรมดาที่ชายหนุ่มรูปงามมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมเป็นที่สนใจของผู้คนไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนทั่วไปที่ไม่เคยพบปะคนอย่างซูหยางที่รูปร่างหน้าตาเหนือกว่าใคร

ซูหยางคุ้นกับการถูกจ้องมองเพราะว่ามันเป็นดังเช่นเดียวกับเมื่อชีวิตก่อน ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนจะต้องมีการจ้องมองมาทางเขาอยู่เสมอ

ทันใดนั้นหญิงสาวสวยดูอายุประมาณ 18 ปีเดินมาทางเขาด้วยแก้มสีกุหลาบแดง

“อืม...เจ้าเป็นศิษย์ของนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยใช่หรือไม่” เธอถามเขาด้วยเสียงเหนียมอาย

ซูหยางยิ้มและพยักหน้า “เจ้าต้องการอะไรจากข้าหรือ” เขาถามไปแม้จะรู้ถึงจุดประสงค์ของเธอ

เมื่อเห็นรอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ก็ยิ่งปรากฏสีแดงบนใบหน้าเธอ

“เจ้าพอมีเวลาบ้างไหมตอนนี้ มีบางอย่างที่ข้าต้องการพูดกับเจ้า..อย่างเป็นส่วนตัว...” เธอพูดด้วยเสียงเอียงอาย ดวงตาเปี่ยมประกายหลงไหล

เมื่อคนผ่านไปมาได้ยินคำร้องขอของเธอ พวกเขาล้วนเกือบปากอ้าค้างคางถึงพื้นเพราะความงงงัน คิดว่าทำไมหญิงสาวจึงทั้งเจ้าเล่ห์และใจกล้าต่อหน้าประชาชน แม้ว่าเธอจะไม่ได้บอกว่าเธอต้องการอะไร แต่แม้คนโง่ก็ควรบอกได้ว่าเธอมีจุดประสงค์อะไร

ถ้าเป็นใครคนอื่นไม่ต้องสงสัยคาใจแม้แต่น้อยว่าต้องตกในอุบายของเธอและตามเธอไป แต่อนิจจาซูหยางเป็นคนที่มีประสบการณ์กว้างขวางดุจจักรวาลในสถานการณ์เช่นนี้

แม้กระทั่งในชีวิตก่อนก็ถือเป็นเรื่องธรรมดามากๆที่สามัญชนเช่นหญิงสาวคนนี้จะเข้าหาผู้ฝึกปราณเสนอตนเองเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ ด้วยมันเป็นวิธีที่ง่ายที่จะยกฐานะและความสัมพันธ์ ยิ่งกว่านั้นผู้มีโชคหลายคนอาจจะได้กลายเป็นผู้ฝึกปราณเสียเอง

“ข้าต้องขอโทษด้วยข้าอยู่ในระหว่างการรีบเดินทางไปที่อื่น ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าเสียตรงนี้เลยว่าเจ้าต้องการอะไร” ซูหยางพูดโดยสีหน้าอารมณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

หญิงสาวมองเขาด้วยสีหน้าแสดงความประหลาดใจ เขาเป็นคนของนิกายที่ทำเรื่องลามกทุกวันจนถือเป็นเรื่องปกติ เหตุใดเขาจึงปฏิเสธเธอตั้งแต่ต้น ทำไมไม่พยักหน้าแล้วตามเธอไปด้วยรอยยิ้มดังเช่นที่เธอจินตนาการ

“มิเป็นไร ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัว...”

หญิงสาวยืนที่นั่นคล้ายรูปปั้นหินขณะที่ซูหยางเดินจากไปอย่างสง่างามหลงเหลือเพียงกลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นไว้บนถนน

เมื่อซูหยางลับหายไปจากสายตาแล้ว ผู้คนผ่านทางต่างพากันทอดถอนใจเสียงดัง

“เพียงเหลือบมองเขาสักครั้งเจ้าสามารถบอกได้ว่าเขาเป็นคนหัวสูง”

“เขามาจากสถานที่ที่สาวงามโดดเด่นมากมายดาษดื่นราวแมลงวัน เจ้าจักแข่งขันกับเหล่าศิษของนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยได้อย่างไร เด็กน้อย”

เมื่อหญิงสาวได้ยินเสียงผู้คนพูดจาดูถูก เธอหน้าแดงด้วยความอับอาย ไม่อยากอยู่ในสถานที่นั้นอีกต่อไป เธอหันกายแล้ววิ่งหนีไป

จบบทที่ DC บทที่ 38: เมืองขนนกพริ้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว