เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 36: ตำหนักภารกิจ

DC บทที่ 36: ตำหนักภารกิจ

DC บทที่ 36: ตำหนักภารกิจ


อีกสองวันผ่านไปในพริบตา แต่ไม่มีทั้งซูหยางหรือหลานลี่ชิงออกมาจากห้อง เป็นเหตุให้บรรดาศิษย์ด้านล่างกังวลว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าระหว่างการรักษา

“อาจารย์พูดว่ามันอาจจักใช้เวลาสักสองวัน แต่นี่มันปาเข้าไปสามวันแล้วตั้งแต่เธอขังตัวเองไว้ในห้องเพื่อรักษาซูหยาง”

“อัยหยา...ถ้ามีอะไรที่พวกเราพอทำได้เพื่อช่วยพวกเขา...แต่น่าเสียดาย...”

เหล่าศิษย์หญิงต่างพากันพูดคุยเกี่ยวกับซูหยางเรื่อยไปไม่ได้หยุดมาทั้งสามวันเป็นเหตุให้เซียวรู้สึกจะเป็นบ้า

“ซูหยางโน่นซูหยางนี่ ข้าเบื่อเหลือทนกับชื่อเขา” เซียวยืนขึ้นกระทืบเท้าออกไปจากอาคาร

บรรดาศิษย์พี่น้องของเธอพากันมองเธอจากไปด้วยรอยยิ้มสงสาร พวกเขาไม่รู้ว่าควรทำหรือพูดเช่นไรกับเธอดี

“ข้าเดาว่าพวกเราควรจะหมกมุ่นกับซูหยางน้อยลงกว่านี้แต่นี้เป็นต้นไป...”

“แต่ข้าอดไม่ได้...แค่เขามาที่นี่ก็ทำให้หัวใจข้าเต้นเร็วเป็นสองเท่ากว่าปกติ”

“ฮ้า...”

พวกเธอพากันถอนหายใจราวกับนัดกันไว้

ขณะนั้นเองก็มีเสียงฝีเท้าดังสะท้อนขึ้นมาจากบันได ทำให้ทุกคนพากันหันมองไปยังทิศทางนั้นโดยไม่รู้ตัว

“อะไรทำให้พวกเจ้าทุกคนถอนใจ”

ซูหยางปรากฏตัวขึ้นที่บันไดพร้อมรอยยิ้มสดชื่นบนใบหน้า

“ซูหยาง เจ้าสบายดี”

บรรดาศิษย์หญิงรู้สึกโล่งอกอย่างมากเมื่อพวกเธอเห็นหน้าเขา

“ทำไมข้าต้องไม่สบายด้วย” ซูหยางถามพวกเธอด้วยท่าทางสงสัยเล็กน้อย

หน้าตาสงสัยของเขาทำให้เหล่าศิษย์หญิงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ

“เอ๋ แต่ชีวิตเจ้าเจียนอยู่เจียนตายเมื่อไม่กี่วันก่อน...มิใช่รึ...” พวกเธอถามเขาด้วยดวงตาเปี่ยมความสงสัย

ซูหยางพลันตระหนักว่าสิ่งใดที่พวกเธอพูดถึง เมื่อพวกเธอพูดถึงสภาพร่างกายของเขา เขาหัวเราะเสียงดัง “โอ เรื่องนั้นเอง ผู้อาวุโสหลานทำการรักษาข้าอย่างดีเยี่ยม ดีจนกระทั่งรู้สึกสุขสบายมากกว่าเจ็บปวดตลอดเวลาที่รักษา”

“เช่นนั้นหรือ...”

แม้ว่าพวกเธอไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ซูหยางดูเปลี่ยนแปลง แต่พวกเธอรู้สึกว่าบางอย่างในตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก ราวกับว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“ข้าคงเป็นเหตุให้พวกเจ้าทุกคนประสบปัญหาขณะที่อยู่ที่นี่ ข้าจักตอบแทนบุญคุณนี้สักวัน”

“มิเป็นไร เจ้ามิต้องเกรงใจ ซูหยาง พวกเราล้วนถือเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของตำหนักโอสถนี้ หรืออีกนัยหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน”

ซูหยางยิ้มและกล่าว “งั้นเอางี้ไหม คราวหน้าถ้าเจ้าไปให้ข้าช่วยดูแล ข้าจักทำให้ฟรี ข้ายังจักยอมบริการพวกเจ้าอะไรก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ”

เมื่อบรรดาหญิงสาวได้ยินคำกล่าวของเขา สายตาของพวกเธอเบิกกว้างด้วยความสุข

“จริงนะ ข้ารับรองไม่เกรงใจถ้าข้าเจอเจ้าครั้งหน้า”

“อื้อ งั้นพบกันคราวหน้า” เขาผงกศีรษะ

และก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากประตู เขากล่าวกับพวกเธอว่า “อ้อใช่ ผู้อาวุโสหลานใช้พลังมากเกินในการรักษาข้า ขอให้ข้าช่วยบอกพวกเจ้าว่าอย่าเพิ่งรบกวนเธอสักสองสามวัน”

หลังจากออกจากตำหนักโอสถด้วยจิตแจ่มใส ซูหยางมุ่งตรงไปยังตำหนักภารกิจ

“พลังปราณข้าข้ามไปอีกเขตหลังจากฝึกฝนเพียงสามวัน นี่จักสะดุดตาเกินไปและนำพาปัญหามิสิ้นสุดถ้านิกายรู้เข้า ข้าจักรับภารกิจบางอย่างเพื่อจักได้มีข้ออ้างเผื่อใครถาม”

ซูหยางรู้ว่าเขาไม่สามารถซ่อนพลังการฝึกปรือที่พุ่งพรวดขึ้นรวดเร็วราวท้าทายสวรรค์จากนิกายได้ตลอดไป นั่นจะต้องเปิดเผยขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ถามไถ่มากเกินไปเมื่อเวลานั้นมาถึง เขาตัดสินใจที่จะเตรียมการบางอย่าง

ตำหนักภารกิจเป็นอาคารที่บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสรับทำภารกิจที่ยุทธภพเสนอให้กับนิกาย ภารกิจเหล่านี้ล้วนสำคัญต่อนิกายเมื่อพวกมันล้วนช่วยเพิ่มชื่อเสียงของนิกายที่มีต่อยุทธภพ อีกทั้งเพิ่มความเชื่อถือจากผู้ที่เสนอภารกิจตั้งแต่ต้น

ภายในตำหนักภารกิจ มีเหล่าศิษย์นอกจำนวนมากเดินไปมาขณะที่มองดูประกาศที่ติดไว้ที่ผนัง

ภารกิจล้วนจัดเป็นหมวดหมู่ตามเนื้อหาภายในภารกิจ เช่นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการล่าก็จะอยู่ในหมวดการล่า ภารกิจที่ต้องการให้เหล่าศิษย์ทำเรื่องจุกจิกทั่วไป เช่นงานทำความสะอาดก็จะจัดอยู่หมวดงานเบ็ดเตล็ด

ซูหยางเดินไปดึงภารกิจจากผนังของหมวดการล่าอย่างสุ่มๆ ไม่สนใจจะมองดูมันแม้แต่น้อย

เขาเดินไปยังโต๊ะด้านหน้าเพื่อบันทึกภารกิจที่จะทำโดยผู้อาวุโสนิกาย

“หืม ล่าแมวสายฟ้าที่หุบเขาฟ้าคำราม” เมื่อผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่บันทึกภารกิจเห็นภารกิจที่ซูหยางเลือกทำ เขามองดูซูหยางด้วยความประหลาดใจ

“เจ้าต้องการรับภารกิจนี้รึ แมวสายฟ้าปกติมีพลังการฝึกปรืออยู่ที่ระดับแปดถึงเก้าปฐมวิญญาณ และการเคลื่อนไหวที่เร็วดุจสายฟ้านั่นยังยากแม้กระทั่งศิษย์ในจักรับมือไหว อีกทั้งสภาพแวดล้อมเปี่ยมอันตรายที่หุบเขาฟ้าคำราม...เจ้ามั่นใจว่าเจ้าต้องการทำภารกิจนี้ พลังฝีมือของเจ้าอยู่ที่ระดับเท่าไร”

“เขตคัมภีร์วิญญาณระดับหนึ่ง” ซูหยางโกหกหน้าตาย

“เจ้าอยู่ที่เขตคัมภีร์วิญญาณรึ แต่เจ้ายังเป็นศิษย์นอกอยู่” ผู้อาวุโสมองเขาด้วยความประหลาดใจกว่าเดิม

“ข้าวางแผนที่จักรับการทดสอบเป็นศิษย์ในหลังจากที่ข้าปรับฐานการฝึกฝนให้มั่นคงจากภารกิจนี้ ข้าเพิ่งทะลวงผ่านเมื่อมินานมานี้ ดังนั้นฐานพลังฝีมือข้ายังไม่เสถียร”

น้ำเสียงที่ชัดเจนและลื่นไหลของซูหยางไม่ทำให้เกิดข้อสงสัยใดต่อผู้อาวุโส เหมือนว่าเขาคุ้นเคยกับการพูดไร้สาระ

ผู้อาวุโสมองเขาอย่างเงียบๆอีกพักหนึ่งก่อนพยักหน้า “ดี ข้าขอให้เจ้าโชคดี อย่าฝืนตัวเองถ้าเจ้าตกอยู่ในอันตราย เรามิอาจรับการสูญเสียอนาคตศิษย์ในเช่นเจ้า”

“ชื่อเจ้า” ผู้อาวุโสพลันสอบถาม

“ซูหยาง”

“ซูหยางรึ” ผู้อาวุโสรู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่เขาไม่อาจจะจำได้ว่าที่ไหนหรือเมื่อไรที่เขาเคยได้ยิน “นั่นหวังว่าเจ้าจักไปได้ดี” เขาพูดหลังจากเขียนชื่อซูหยางลงในสมุดบันทึก

“ขอบคุณผู้อาวุโส” ซูหยางประสานมือคารวะก่อนเดินออกไปจากตำหนักภารกิจ

จบบทที่ DC บทที่ 36: ตำหนักภารกิจ

คัดลอกลิงก์แล้ว