เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 33: การฟื้นคืนของมังกร

DC บทที่ 33: การฟื้นคืนของมังกร

DC บทที่ 33: การฟื้นคืนของมังกร


“อาจารย์”

เมื่อบรรดาหญิงสาวด้านล่างสังเกตเห็นผู้อาวุโสหลานปรากฏตัว พวกเธอก็กล่าวต้อนรับ

“ซูหยางอยู่ไหน” พวกเธอพลันสอบถามเกือบทำให้ผู้อาวุโสหลานเหงื่อตก

“อืม..ซูหยางตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เขาถูกพิษหลังจากกลืนกินบางอย่างที่มิควร และชีวิตเขาตอนนี้ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต”

ไม่เคยเลยสักครั้งในชีวิตของผู้อาวุโสหลานที่จะต้องแก้ตัวต่อหน้าบรรดาศิษย์เช่นนี้ เพื่อที่เธอจะได้แอบฝึกกับศิษย์นอกคนหนึ่ง เพียงแค่คิดเช่นนี้ถึงกับทำให้เธอตัวสั่นด้วยความอับอาย

“อะไร เป็นไปได้อย่างไร เขายังดูสมบูรณ์ดีเมื่อเขาพูดกับข้าเมื่อกี้”

“มีอะไรบ้างที่พวกเราพอจักช่วยได้”

“อาจารย์ ท่านต้องช่วยเขา ข้ามิต้องการมีชีวิตอยู่อย่างเสียใจที่ข้ามิได้ทำ.. อะแฮ่ม..”

"..."

แม้ว่าเธอคาดไว้ว่าจะเกิดปฏิกิริยาเช่นนี้ในหมู่ศิษย์ พวกเธอยังทำให้เธอพูดไม่ออก

“แน่นอนว่าข้าต้องช่วยรักษาเขา แต่จักต้องใช้เวลา ในเวลานั้นข้าต้องการให้ทุกคนคอยระวังมิให้ใครเข้าไปรบกวนพวกเราสักสองสามวัน..มิใช่ จนกว่าข้าจักลงมา ข้ามิสนใจว่าใครมา ไล่พวกเขากลับไป ชีวิตซูหยางอยู่ในช่วงคาบเกี่ยว” ผู้อาวุโสหลานพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด หน้าตาจริงจังเท่าที่เป็นไปได้ มันดูสมจริงจนไม่มีใครระแวงคำพูดของเธอ

พวกเธอผงกศีรษะอย่างเคร่งเครียดจริงจัง

“อย่ากังวล ท่านอาจารย์ แม้กระทั่งฟ้าถล่ม พวกเราจักให้มั่นใจว่ามิมีใครเข้าไปรบกวนท่านหรือซูหยางแม้เพียงเล็กน้อย” บรรดาศิษย์พูดด้วยด้วยน้ำเสียงชัดเจน ดวงตาเปล่งประกายความมั่นใจ

แม้ผู้อาวุโสหลานรู้สึกแย่ที่หลอกลวงพวกลูกศิษย์ แต่เธอไม่ต้องการเปิดเผยความจริงที่ว่าเธอกำลังนัดหมายฝึกคู่ร่วมกับซูหยาง ซึ่งมันจะกลายเป็นเรื่องอื้อฉาว

“ดีมาก...เช่นนั้นข้าจักไปแล้ว” ผู้อาวุโสหลานหันกายเดินกลับไปชั้นบน หัวใจเธอเต้นตูมตามทุกย่างก้าว

ความตื่นเต้นกระวนกระวายครอบงำเธอจนเหงื่อไหลพราก ไม่ว่าเธอจะดูเป็นผู้ใหญ่เพียงไหนหรือพลังฝีมือสูงเพียงไหนเธอก็ยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กเมื่อเป็นเรื่องของการฝึกคู่ คล้ายกับเด็กหญิงกระจ้อยร่อยไร้เดียงสาเดินเข้าไปในถ้ำมืดทั้งที่รู้ว่าภายในนั้นมีอะไรและในเวลาเดียวกันก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นเลย

เมื่อเธอมาถึงประตูห้องของเธอซึ่งผนึกแน่นด้วยยันต์ป้องกันเสียง หัวใจเธอยิ่งเต้นดังถี่รัวกว่าเดิม

หลังจากเตรียมตัวซูหยางเทผงสีแดงลงไปในปากและปิดตา

หลายวินาทีต่อจากนั้น ร่างเขาเริ่มเปลี่ยนสี ผิวขาวราวหยกเปลี่ยนเป็นสีแสดไปจนเป็นสีแดง คล้ายกับเป็นกระบี่ที่กำลังถูกสร้างขึ้น ควันเริ่มลอยออกจากรูขุมขน ซูหยางปวดแสบปวดร้อนจากการถูกแผดเผาซึ่งทรมานทุกสัดส่วนของร่างกายเขา รู้สึกเหมือนร่างเขากลายเป็นหม้อและมีบางสิ่งถูกสร้างขึ้นภายใน

ผมดำสลวยของเขาถูกเผาไหม้สลายสิ้นไปในอากาศ แม้กระทั่งชุดของเขาก็ถูกเผาไหม้จนไม่เหลืออะไรเลย เหลือเพียงแต่ร่างเปลือยเปล่า

เวลานั้นเองประตูก็เปิดออกและผู้อาวุโสหลานก็เดินเข้ามาข้างใน

เมื่อภาพซูหยางปรากฏขึ้นต่อสายตาเป็นครั้งแรก หัวใจเธอแทบกระดอนออกจากปากด้วยความตกใจ

“ซูหยาง” ผู้อาวุโสหลานพยายามเข้าไปหา แต่พลังความร้อนและรัศมีอันรุนแรงรอบกายซูหยางกั้นเธอออกจากเขา

ความตื่นเต้นกังวลกระวนกระวายในใจผู้อาวุโสหลานหานไปหมดสิ้นราวหมอกควันในวินาทีที่สายตาเธอจับลงไปบนซูหยางที่ร่างเปลือยเปล่าและปราศจากเส้นขนแม้สักเส้นบนร่าง ดูเหมือนถูกเผาทั้งเป็น

หลายชั่วโมงผ่านตั้งแต่ผู้อาวุโสหลานเข้าไปในห้อง แต่ซูหยางยังคงเดิมไร้วี่แววที่จะคืนสภาพในเร็วๆนี้

สำหรับผู้อาวุโสหลานผู้ซึ่งไม่ได้ละสายตาไปจากเขาตั้งแต่ต้น เวลาหลายชั่วโมงนี้เหมือนชั่วนิรันดร์

ทันใดนั้นคลื่นพลังงานมหาศาลเปี่ยมไปด้วยปราณไร้ลักษณ์แผ่ปกคลุมทั่วห้อง ผู้อาวุโสหลานรู้สึกถึงแรงกดดันอันน่าหวาดหวั่นภายในคลื่นพลัง เธอสั่นสะท้านด้วยความกลัว

ความรู้สึกที่เธอได้รับเมื่อคลื่นพลังกระทบตัวไม่ใช่อะไรที่ร่างมนุษย์จะปลดปล่อยออกมา มันคล้ายกับเสียงร้องคร่ำครวญตามสัญชาตญาณของสัตว์ร้ายผู้กระหายอำนาจ

หลังจากคลื่นพลังหายไป ความเปลี่ยนแปลงพลันเกิดขึ้นกับร่างของซูหยาง

ผิวสีแดงค่อยคืนกลับสู่สภาพปกติ บางทีทุกรูขุมขนยิ่งสวยงามกว่าเดิม เส้นผมที่เคยถูกเผาพลันงอกกลับคืนอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อที่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า

ผู้อาวุโสหลานมองทุกสิ่งเกิดขึ้นเบื้องหน้าเธอด้วยดวงตาเบิกกว้างดังถูกสะกดจิต

ซูหยางเปิดเปลือกตาอย่างช้าๆ ผู้อาวุโสหลานสังเกตเห็นแสงเรืองสีทองในดวงตาของเขาเกิดขึ้นและหายไปในชั่วพริบตา

เขาค่อยยืนขึ้นและรัศมีลึกล้ำปกคลุมทั่วห้อง เป็นเหตุให้สถานที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศที่คล้ายกับมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ภายในห้อง

ซูหยางหันกายไปมองผู้อาวุโสหลานที่ยืนอ้าปากค้างราวถูกสะกดจิตด้วยฉากอันวิจิตร เขายิ้มให้เธอไม่สนใจที่จะซ่อนแท่งปูดโปนที่ตั้งอยู่ระหว่างขาสองข้างดูคล้ายมังกรอหังการที่กำลังทะยานสู่สวรรค์

ในสายตาผู้อาวุโสหลาน นี่เป็นฉากที่วิจิตรงดงามสง่าผ่าเผยที่สุดที่เธอเคยเห็นในชีวิต

ปล. พรุ่งนี้ต้องของดหนึ่งวันเพราะว่าแปลไม่ทันครับ

จบบทที่ DC บทที่ 33: การฟื้นคืนของมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว