เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 32: เจ้าจักรับผิดชอบอย่างไร

DC บทที่ 32: เจ้าจักรับผิดชอบอย่างไร

DC บทที่ 32: เจ้าจักรับผิดชอบอย่างไร


ผู้อาวุโสหลานจ้องมองซูหยางที่ยืนอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สาอย่างเคอะเขิน สายตาเธอเต็มไปด้วยความซับซ้อนสับสน

เพราะเธอได้สาบานกับตัวเองว่าเธอจะไม่มีความรู้สึกต่อซูหยาง ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าเอ่ยปากอย่างสะเพร่า อย่างไรเธอก็ไม่มีเวลาว่างที่จะมาเปิดเผยความในใจ นับประสากับการกระโดดไปในอ้อมแขนของเขา ด้วยฐานะของผู้อาวุโสนิกายและศิษย์ย่อมเกิดปัญหานานับประการ

ชั่วขณะผู้อาวุโสหลานก็ถอนหายใจยาว “ทำไมเจ้าจึงมิเป็นศิษย์หลัก นั่นจักทำให้ทุกอย่างง่ายกว่านี้...” เธอละเมอสิ่งที่เธอรู้สึกในใจโดยไม่รู้ตัว

“ศิษย์หลัก” ซูหยางเลิกคิ้วกับถ้อยคำของเธอ

แม้ว่าศิษย์หลักจะยังถือเป็นศิษย์เช่นกัน แต่พวกเขาไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น ตามความเป็นจริงพวกเขามีศักดิ์เหนือกว่าผู้อาวุโสนิกาย

ผู้อาวุโสนิกายส่วนใหญ่แล้วเคยเป็นศิษย์ในแต่ไม่มีโอกาสได้เป็นศิษย์หลัก มันเป็นวิธีสำหรับนิกายที่จะรักษาทรัพยากรโดยไม่ให้สูญเสียแทนการปฏิเสธพวกเขา ด้วยฐานะศิษย์ในยังคงเป็นบุคคลมีความสามารถไม่ว่าพวกเขาเคยเป็นศิษย์หลักหรือไม่

“ถ้าข้ากลายเป็นศิษย์หลักนั่นจักลบล้างความอัปยศของเจ้าซึ่งฝึกวิชาคู่กับข้าที่ขณะนี้เป็นศิษย์นอกใช่หรือไม่” ซูหยางถามเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผู้อาวุโสหลานสังเกตเห็นความมั่นใจในแววตาของเขาเมื่อกล่าวถึงการเป็นศิษย์หลัก เธอแค่นเสียงเย็นชา “เจ้ามีความคิดที่จะเป็นศิษย์หลักรึ พวกนั้นล้วนเป็นอัจฉริยะที่สวรรค์ประทานมาตั้งแต่เกิด นั่นไม่มีทางที่เจ้าจักเปรียบเทียบได้”

“อะไรทำให้เจ้ามั่นใจปานนี้”

“ลองใช้ฟางเจ้อหลานที่เป็นผู้นำเหล่าศิษย์หลักขณะนี้เป็นตัวอย่าง เมื่ออายุเท่าเจ้าขณะที่เจ้ายังอยู่ที่เขตปฐมวิญญาณ เธออยู่ที่เขตสัมมาวิญญาณเท่ากับผู้อาวุโสสำนัก เจ้าบอกมา ซูหยาง เจ้าจะเปรียบตัวเองกับอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดพวกนี้อย่างไร”

ซูหยางหัวเราะหึกับตัวอย่างของเธอ เขาพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจนเปี่ยมด้วยความมั่นใจ “แค่เขตสัมมาวิญญาณ นั่นมิเห็นจะมีอะไรวิเศษ เพียงเดือนเดียวข้าก็เข้าถึงระดับนั้นหลังจากดูดกลืนดอกหยางพิสุทธิ์”

“แค่เขตสัมมาวิญญาณงั้นรึ” ไม่ใส่ใจกับถ้อยคำยโสที่จะเข้าถึงเขตสัมมาวิญญาณภายในหนึ่งเดือน ผู้อาวุโสหลานขมวดคิ้วกับการเข้าถึงเขตสัมมาวิญญาณอย่างง่ายดายของซูหยางว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเธอก็ยังคงอยู่ในเขตสัมมาวิญญาณ

“ช่างน่าขัน เจ้ามิเคยกระทั่งเห็นการดิ้นรนไปยังเขตคัมภีร์วิญญาณ แต่เจ้ากลับเห็นเขตสัมมาวิญญาณเป็นสิ่งไร้ความหมายในสายตาของเจ้า เจ้าไปเอาความผยองและความมั่นใจนี้มาจากไหน”

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้อาวุโสหลานจะสงสัยสภาพจิตของซูหยาง เพราะเธอไม่รู้ถึงประสบการณ์ของเขาในชีวิตก่อน

เพื่อแก้ความกังขาของผู้อาวุโลหลาน ซูหยางยิ้มและพูดว่า “แทนที่จักยืนอยู่ตรงนี้และพูดเรื่อยเปื่อยที่มิไปถึงไหน ทำไมมิให้ข้าแสดงให้เจ้าดูหลังจากที่เราร่วมฝึก ถ้าข้ามิอาจไปถึงเขตสัมมาวิญญาณภายในหนึ่งเดือนหลังจากกลืนกินดอกหยางพิสุทธิ์ ข้าจักตัดความเป็นชายป้อนสุกร”

"..."

ผู้อาวุโสหลานอับจนถ้อยคำ เมื่อซูหยางผยองมั่นใจในตนเอง อย่างไรก็ตามเธอพบว่าท่าทางของเขาช่างดึงดูด ในโลกนี้ที่ผู้เข้มแข็งปกครองผู้อ่อนแอ ผู้ที่ไร้ความมั่นใจในความสามารถของตนเองจะไม่มีวันประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ไม่ว่าเขาจะมีพรสวรรค์มากเพียงไหน

เฉพาะอย่างยิ่งนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยที่บรรดาศิษย์หญิงไขว่คว้าหาคู่มาฝึกด้วย ซูหยางที่ลึกล้ำ เปี่ยมเสน่ห์ และสามารถทำให้พวกเธอพึงใจได้ ย่อมดึงดูดพวกเธอคล้ายกับลูกไก่กลางฝูงสัตว์กินเนื้อ แม้ผู้อาวุโสหลานก็ยังไม่ถือเป็นข้อละเว้น ในฐานะหญิง ไม่ว่าฐานะเธอจะสูงส่งเพียงใด เสน่ห์ของซูหยางยังคงจับใจเธอ

ผู้อาวุโสหลานถอนหายใจชั่วอึดใจให้หลัง รู้สึกพ่ายแพ้สิ้นแรงปนเปไปกับความรู้สึกอันซับซ้อน

“อัยยย..ซูหยาง เจ้าคงลำบากมากทีเดียว ใช่ไหม” เธอส่ายศีรษะเหนื่อยหน่าย

“ข้าคิดว่าข้าค่อนข้างสบายๆในช่วงนี้” ซูหยางพูดพร้อมรอยยิ้ม และเขาพูดต่อ “แล้วเรื่องที่ข้าขอ..”

ผู้อาวุโสหลานหลับตาลงแล้วถอนใจอีกครั้งเมื่อเขาวกกลับมาเรื่องเดิม

เมื่อเธอเปิดเปลือกตาแววความเด็ดเดี่ยวก็ปรากฏขึ้น “ความพยายามหลายปีของข้าคงสูญเสียไปเพราะเจ้า ซูหยาง…เจ้าจักรับผิดชอบอย่างไรต่อการพรากแก่นหยินของข้า”

ซูหยางเข้ามาหาเธอช้าๆด้วยรอยยิ้มนุ่มนวลแล้วกล่าวว่า “โดยการทำให้เจ้าเป็นหญิงที่มีความสุขที่สุดในจักรวาลตราบเท่าที่ข้ายังอยู่ที่นี่”

ใบหน้าของผู้อาวุโสหลานพลันแดงปลั่งจากคำพูดของเขา เธอไม่เคยรู้สึกถึงความปรารถนาเปี่ยมล้นที่จะกอดใครสักคนมาก่อนยิ่งเป็นเพศตรงข้าม

“ข้าจักกลืนกินดอกหยางพิสุทธิ์เดี๋ยวนี้ ข้าย่อมซาบซึ้งมากหากเจ้าสามารถปกป้องข้าระหว่าง..”

“เจ้าจักพูดอะไรตอนนี้” ผู้อาวุโสหลานพลันกล่าวแทรก

และเธอยังกล่าวต่อ “ข้าจักเตือนบรรดาศิษย์ข้าห้ามให้ใครรบกวนเราสัก..”

“เราควรเริ่มใช้เวลาสั้นๆก่อน สองวันควรจักถือว่าเหมาะสม”

"..."

ผู้อาวุโสหลานอับจนถ้อยคำ อย่าว่าแต่เธอ หญิงบริสุทธิ์ที่ไม่มีประสบการณ์ในการฝึกคู่ แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถปฏิบัติการฝึกคู่ได้ตลอดวัน แต่เขาต้องการฝึกสองวันเต็มๆโดยไม่หยุด แถมยังพูดว่าสั้น

“อะแฮ่ม..เดี๋ยวข้ากลับมา..” ผู้อาวุโสหลานประดักประเดิด กระแอม ก่อนออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

ซูหยางนั่งลงในท่าดอกบัวเมื่อผู้อาวุโสหลานจากไป เขานำเอาดอกหยางพิสุทธิ์ออกมา มองผงสีแดงในมือ เตรียมพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากผงเข้าปาก

จบบทที่ DC บทที่ 32: เจ้าจักรับผิดชอบอย่างไร

คัดลอกลิงก์แล้ว