เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 13: รู้สึกละอายใจ

DC บทที่ 13: รู้สึกละอายใจ

DC บทที่ 13: รู้สึกละอายใจ


ผู้อาวุโสหลานใช้พลังงานและความพยายามทั้งหมดเดินกลับไปยังที่พักของเธอ ขาของเธอไม่เป็นไปตามใจนึกอยู่บ่อยครั้ง และความรู้สึกเสียวซ่านบริเวณริมฝีปากด้านล่างยังไม่ลดน้อยลงเป็นเหตุให้มีน้ำไหลออกมาเล็กน้อยทุกย่างก้าว เมื่อบรรดาศิษย์เห็นเธอพวกเขาต่างเชื่อว่าเธอดื่มมาหนักมาก

เมื่อสุดท้ายเธอกลับถึงที่พัก เธอสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวเล็กหลับอยู่หน้าประตู

“ชีเยวี่ย..” อารมณ์ของผู้อาวุโสหลานดีขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าน่ารัก

“พี่สาวหลาน ท่านกลับมาแล้ว” ชีเยวี่ยสังเกตเห็นเงาร่างผู้เข้ามาทัก เธอรีบยืนขึ้น

“เรื่องเป็นเช่นไรบ้าง ท่านได้พบศิษย์พี่ชายซูหรือไม่” เธอกล่าวถึงชื่อที่ผู้อาวุโสหลานไม่อยากได้ยินในเวลานั้น

“...ข้าพบเขา...” เธอถอนใจ

“งั้น เขาช่วยท่านได้ไหม”

แม้ไม่อยากจะตอบคำถามเธอ ผู้อาวุโสหลานกัดฟันผงกศีรษะ

“แล้วทำไมท่านถึงเดินแบบนั้น.. อ๋า..” ชีเยวี่ยนึกขึ้นได้ทันใดว่าคำถามเธอช่างโง่เขลา ทำไมเธอจึงจะไม่รู้จักท่าเดินล้มลุกคลุกคลานของผู้อาวุโสหลาน ในเมื่อเธอเองก็เป็นแบบนั้นมาก่อน

ผู้อาวุโสหลานขมวดคิ้วเมื่อเธอสังเกตเห็นชีเยวี่ยหน้าแดง ทำไมเธอต้องหน้าแดง

ทันใดนั้นผู้อาวุโสหลานก็นึกถึงค่ำคืนที่ชีเยวี่ยมาที่บ้านเพื่อพูดเกี่ยวกับซูหยาง เธอจำได้ชัดเจนถึงวิธีเดินไปมาด้วยขาซาลาเปาของชีเยวี่ยคล้ายกับเธอประสบกับบางสิ่งที่ดูดกลืนพละกำลังของเธอไป

“มิ...มิมีทาง… ซูหยางได้แตะตัวเจ้าหรือไม่...” ผู้อาวุโสหลานปิดปากอย่างตกใจไม่อยากเชื่อความคิดของตนเอง

ชีเยวี่ยเข้าใจความหมายเบื้องหลังคำถามของผู้อาวุโสหลานผิดและผงกหัวอย่างเชื่องเชื่อ

“เจ้าเลวซูหยาง ลืมเรื่องข้าก่อน ทำไมมันกล้าแตะตัวบางคนที่ยังเด็กเช่นชีเยวี่ย เธอแค่ 12” ผู้อาวุโสหลานด่าเขาอยู่ในใจ

“ข้าจะฆ่าเจ้านั่น ข้าต้องฆ่าเจ้าลามกนั่น” เธอคำรามเสียงต่ำ

ชีเยวี่ยมองเธอด้วยความตกใจ “พี่สาวหลาน”

“และเจ้า ชีเยวี่ย นิกายห้ามผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ยุ่งเกี่ยวกับการฝึกคู่มิว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เจ้าคิดว่าข้าจะทำเป็นมองมิเห็นเพียงเพราะว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งสองงั้นรึ”

ชีเยวี่ยกระพริบตาหลายครั้งติดต่อกัน ดูงุนงงกับใบหน้าเครียดของผู้อาวุโสหลาน “พี่สาวหลานพูดถึงอะไร” เธอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ

“เจ้ายังแสดงเป็นมิรู้อีกรึ เจ้าเพิ่งพูดเองว่าซูหยางแตะตัวเจ้า”

“อ๋า” ในที่สุดชีเยวี่ยก็เข้าใจเหตุการณ์และหน้าแดง “ท่านเข้าใจผิดแล้ว ศิษย์พี่ชายซูมิได้ทำอะไรพรรค์นั้นกับข้า เขาเพียงแค่ดูดพิษออกจากขาหลังจากคลายกล้ามเนื้อแล้วเท่านั้น”

ผู้อาวุโสหลานชะงักค้างกับคำพูดของเธอ “อะไร แต่...”

“ศิษย์พี่ชายซูมิใช่คนลามก เขาเพียงทำสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อรักษาขาข้า” ชีเยวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงเจือโทสะ แม้ว่าจะเป็นพี่สาวที่รักของเธอ เธอก็ไม่สามารถนิ่งเฉยเมื่อมีใครพูดว่าร้ายคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้

"..."

เป็นครั้งแรกสำหรับเธอที่เห็นชีเยวี่ยมีอารมณ์เพราะบางคนที่เธอเพิ่งพบ และภาพของซูหยางที่หน้าเรียบเฉยปรากฏในห้วงคะนึงทำให้เธอเกิดความสับสนใจ

“เขาเพียงแค่ทำสิ่งที่ต้องทำเพื่อช่วยเจ้า...” ผู้อาวุโสหลานสำรวจกลับไปยังร่างกายของตนเอง นั่นไม่มีความเจ็บ… มีแต่ความสุข

“ถ้าเขาต้องการ เขาสามารถเอาเปรียบข้าได้ระหว่างที่ข้าอ่อนแอ แม้กระทั่งพรหมจารี แต่เขาก็มิได้ทำเช่นนั้น” ผู้อาวุโสหลานมั่นใจว่าช่วงเวลาที่เร่าร้อนนั้น เธอคงไม่สามารถปฏิเสธซูหยางถ้าเขาต้องการล่วงเกินไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน เธอเริ่มเสียใจกับคำพูดรุนแรงที่เธอใช้กับเขา นับประสาอะไรกับเธอเป็นคนที่ไปขอให้เขาช่วยอย่างไร้หนทาง

“ข้าละอายใจตนเองที่ล่วงเกินเขาและทำให้เขาโกรธ...อาาา… ข้านี่ช่างโง่เง่านัก….” ผู้อาวุโสหลานถอนใจลึก เธอละอายใจตนเมื่อเธอเธอนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างการรักษา ทำไมเธอต้องทำตัวเหมือนหมาถูกน้ำร้อน

ใบหน้าที่เปี่ยมความกระสันรัญจวน คำพูดสัปดนที่ออกมาจากปากเธอ ร่างกายที่บิดไหวไปด้วยความต้องการ ทุกสิ่งที่เธอทำระหว่างที่ซูหยางรักษาทำให้เธอต้องสาปแช่งตนเองด้วยความอับอาย

“พี่สาวหลาน...” ชีเยวี่ยมองไปที่ใบหน้าท้อแท้ของผู้อาวุโสหลานด้วยความกังวลใจ

“เจ้าพูดถูก ชีเยวี่ย ข้าขอโทษที่พูดล่วงเกินซูหยาง เขาช่วยชีวิตเจ้าไว้ นับประสาอะไรกับบั้นท้ายข้า...” เธอยิ้มอย่างสุภาพ

หลังจากอยู่ร่วมกับชีเยวี่ยชั่วครู่ ทั้งคู่ก็แยกย้ายไป

เมื่อเธอกลับถึงห้อง ผู้อาวุโสหลานถอดเสื้อผ้าออกและทำความสะอาดตนเอง ภายในห้องน้ำเธอจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของตนเองด้วยความรู้สึกสับสน เธอรำลึกถึงเวลาที่เธออยู่ในห้องซูหยางจดจำถึงวิธีการที่เขาสัมผัสร่างกายของเธอและความรู้สึกเป็นสุขที่หว่างขาขณะที่เธอปลดปล่อย

มือเรียบนวลของเธอเริ่มรุกล้ำช่องทางเบื้องล่าง เริ่มเล้าโลมอัญมณีเม็ดเล็กสีชมพูภายในช่องเปิด เธอไม่เข้าใจว่าทำไม่เธอทำเช่นนี้ แต่มือเธอเคลื่อนไหวต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง พยายามเลียนแบบความรู้สึกดังสู่สรวงสวรรค์ที่เธอสัมผัสมาก่อนหน้านั้น

อย่างไรก็ตามไม่ว่าเธอจะลูบคลำสัมผัสตัวเองอย่างไร ความรู้สึกนั้นก็แตกต่างอย่างมากกับสิ่งที่ได้รับจากการรักษาของซูหยาง มีบางสิ่งที่แตกต่างจากวิธีการที่เธอสัมผัสตนเอง มันเหมือนกับว่าร่างกายของเธอไม่พอใจกับมือของเธอและต้องการซูหยางเท่านั้น

“ฮาาา...” ผู้อาวุโสหลานออกจากห้องน้ำ ถอนใจ รู้สึกอายกับการกระทำของตนเอง

มันเป็นเวลาเที่ยงคืนที่ซูหยางตื่นขึ้น สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากลืมตาขึ้นคือการฝึกปราณ เขานั่งไขว้ขาบนเตียงและรัศมีลึกลับก็ห่อหุ้มตัวเขาไว้

มื่อเขาพลันเปล่งแสงเรื่อเรืองสีน้ำเงิน เขากำลังหลอมพลังหยินที่สะสมจากน้ำทิพย์ของผู้อาวุโสหลาน แม้ว่าปริมาณมันจะน้อยนิด แต่มันก็เป็นประโยชน์ต่อพลังการฝึกปรือของเขาอย่างมาก

“พรหมจรรย์ช่างสุดยอด...” ซูหยางค่อยดูดซับพลังหยินบนมือของเขาอย่างเงียบๆ พลังการฝึกปรือของเขาเพิ่มพูนขึ้นทุกขณะ

คุณภาพของหยินหรือหยางที่ได้รับจากผู้ที่ยังบริสุทธิ์กับผู้ที่ไม่บริสุทธิ์นั้นเปรียบได้ดังฟ้ากับเหว นั่นเป็นเหตุที่ว่าหญิงพรหมจารีนั้นมีค่ามากล้นในโลกนี้

ซูหยางเปิดเปลือกตาขึ้นเกิดประกายแสงวาบวับผ่านออกมา เขาเลื่อนระดับถึงขั้นที่ห้าเขตปฐมวิญญาณ ส่วนความก้าวหน้าทางร่างกายนั้นแทบจะไม่ขยับ นั่นเป็นความแตกต่างระหว่างการหลอมปราณกับการหลอมร่าง ทุกร้อยขั้นที่ได้รับจากการหลอมปราณ จะมีผลเพียงสิบขั้นสำหรับการหลอมร่าง

ซูหยางมองไปยังดวงจันทร์ผ่านหน้าต่างอย่างโศกเศร้า เงาจันทร์เฉกภาพลักษณ์ของความงามที่มิอาจเทียบของผู้ที่รู้จักกันในนามเทพีจันทราในชีวิตก่อนปรากฏขึ้นในใจเขา

ในช่วงเวลาที่เหลือยามค่ำคืน เขานั่งเหม่อมองดวงจันทร์ รำลึกถึงประสบการณ์ตื่นเต้นที่ได้ประสบในชีวิตก่อน

จบบทที่ DC บทที่ 13: รู้สึกละอายใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว