- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นราชาสังเวียน กำปั้นทลายบัลลังก์
- บทที่ 2 บททดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ
บทที่ 2 บททดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ
บทที่ 2 บททดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ
ยามพลบค่ำเมื่อแสงไฟริมทางเริ่มสาดส่องทาทาบเมือง ซุนเซิ่งปั่นจักรยานคู่ใจคันเก่ามุ่งหน้าไปยังสำนักศิลปะการต่อสู้เจิ้นเวย
สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นสองของอาคารพาณิชย์เก่าแก่ เพียงแค่ยืนอยู่ด้านล่างก็ได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้อง "ตุ้บ ตั้บ" ผสานกับเสียงตะโกนคำรามอย่างดุเดือดลอยลงมา
เขาผลักประตูระจกที่ดูทรุดโทรมเล็กน้อยเข้าไป ทันใดนั้นคลื่นความร้อนที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเครื่องหนัง และกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้า
ภายในยิมคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำนับสิบชีวิตกำลังฝึกซ้อมกันจนเหงื่อท่วมกาย ภาพของซุนเซิ่งในชุดเครื่องแบบนักเรียนกับรูปร่างที่ผอมบางจึงดูแปลกแยกและไม่เข้าพวกอย่างเห็นได้ชัด
ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ ชายวัยกลางคนรูปร่างบึกบึนผมเกรียนเงยหน้าขึ้นมอง
"มาหาใครหรือเจ้าหนู"
ซุนเซิ่งจำเขาได้แม่น ชายคนนี้คือ จางเหล่ย ครูฝึกใหญ่และเจ้าของสำนักแห่งนี้
สายตาของเด็กหนุ่มมองตรงแน่วแน่ แววตาที่ลุกโชนด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นจ้องมองเข้าไปด้านใน
"โค้ชครับ ผมอยากเรียนต่อสู้"
น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังมากนักแต่มั่นคงอย่างน่าประหลาด
"ผมเริ่มซ้อมตอนนี้เลยได้ไหมครับ"
คำถามนั้นทำให้จางเหล่ยประหลาดใจเล็กน้อย เขากวาดสายตาสำรวจเจ้าถั่วงอกที่ผอมแห้งราวกับไม้ไผ่ตรงหน้า
"ไอ้หนู การฝึกที่นี่โหดหินมากนะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น"
"ผมมั่นใจครับ"
คำตอบของซุนเซิ่งสวนกลับมาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
จางเหล่ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขาเห็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ขัดกับอายุของเด็กหนุ่ม
"ตกลง ตามฉันมา เริ่มจากกระสอบทรายก่อนแล้วกัน"
เขาพาซุนเซิ่งไปที่กระสอบทรายใบที่เบาที่สุดพร้อมยื่นนวมเก่าๆ ให้คู่หนึ่ง
ซุนเซิ่งสวมนวมอย่างคล่องแคล่วแล้วจรดมวยตั้งท่าเตรียมพร้อม แรกเริ่มการเคลื่อนไหวของเขายังดูติดขัดอยู่บ้าง แต่เพียงชกออกไปไม่กี่หมัด ความทรงจำจากชีวิตก่อนก็พรั่งพรูดั่งทำนบแตก
หมัดแย็บที่รวดเร็วแม่นยำ หมัดขวาตรงที่ส่งแรงได้อย่างลื่นไหล ทุกท่วงท่าถูกต้องตามตำราราวกับจับวาง
แม้พละกำลังจะยังไม่เข้าขั้นจนเกิดเพียงเสียงกระทบเบาๆ แต่จังหวะการออกหมัดที่ลงตัวทำให้จางเหล่ยที่สังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ ต้องเปลี่ยนสีหน้า
เด็กคนนี้... ดูไม่ใช่พวกมือใหม่หัดขับเสียแล้ว
"มา ลองล่อเป้าดูหน่อยซิ!"
ความสนใจของจางเหล่ยถูกจุดติด เขาหยิบเป้าล่อมาสวมใส่แล้วมายืนตรงหน้าซุนเซิ่ง สิ้นเสียงพูด เป้ามือขวาก็พุ่งวาบออกมา
"ปัง!"
เสียงปะทะดังกังวานฟังชัด!
หมัดซ้ายของซุนเซิ่งพุ่งเข้ากระแทกกลางเป้าอย่างแม่นยำ!
จางเหล่ยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเร่งจังหวะขึ้น สลับเป้าซ้ายขวาเปลี่ยนทิศทางและความเร็วไปมา
"ปัง! ปัง! ปังๆ!"
เสียงหมัดกระทบเป้ารัวเร็วราวกับจังหวะกลองรบ ผู้คนรอบข้างต่างหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อพบว่าไม่ว่าเป้าของโค้ชจางจะรวดเร็วหรือพลิกแพลงแค่ไหน เจ้าหนูร่างโย่งคนนี้ก็ตอบสนองได้ทันท่วงทีเสมอ!
ทุกหมัดเข้ากลางเป้าเน้นๆ ราวกับเขาล่วงรู้ตำแหน่งของเป้าล่วงหน้า!
หัวใจของจางเหล่ยไม่ได้แค่ประหลาดใจแล้ว แต่มันสั่นสะท้าน เขาหยุดมือพร้อมสะบัดข้อมือที่เริ่มชา
"ไอ้หนู เคยฝึกที่ไหนมาหรือเปล่า"
"ก็แค่ฝึกมั่วๆ ไปเองครับ" ซุนเซิ่งตอบหน้าตาย
"ฝึกมั่วๆ จนเก่งขนาดนี้เนี่ยนะ"
จางเหล่ยไม่เชื่อน้ำคำนั้นเลยสักนิด ความสนใจของเขาทวีความรุนแรงขึ้น
"มา ขึ้นเวที ใส่เครื่องป้องกันให้ครบ แล้วมาลงนวมกันหน่อย"
นี่คือบททดสอบของจริง!
ซุนเซิ่งถอดเสื้อคลุมนักเรียนออกแล้วก้าวขึ้นสังเวียนโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ฝ่ายจางเหล่ยเองก็สวมเฮดการ์ดและนวมครบชุด ยืนตระหง่านราวกับกำแพงหิน
"พร้อมนะ? ฉันบุกละ!" จางเหล่ยส่งเสียงเตือนต่ำในลำคอ
เขาประเดิมด้วยหมัดแย็บซ้ายเพื่อดูเชิง ในสายตาของซุนเซิ่ง หมัดที่รวดเร็วนั้นกลับดูเชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่น เขาเพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย หมัดนั้นก็แหวกอากาศผ่านแก้มไป
ทันใดนั้นจางเหล่ยก็ตามด้วยหมัดขวาตรงทันที!
ซุนเซิ่งย่อตัวลงต่ำเล็กน้อย หลบหลีกได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง พร้อมกันนั้นมือซ้ายของเขาก็พุ่งออกไปราวกับเงา แตะเบาๆ ที่ชายโครงของจางเหล่ยที่เปิดโล่ง
แม้จะไร้น้ำหนัก แต่จังหวะและตำแหน่งที่แม่นยำทำเอาหัวใจของจางเหล่ยกระตุกวาบ
จางเหล่ยไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาเร่งความเร็วในการโจมตี รัวหมัดชุดและลูกเตะทั้งบนและล่างใส่ไม่ยั้ง!
ภาพบนสังเวียนดูพิศวงยิ่งนัก
จางเหล่ยผู้มีร่างกายใหญ่โตดุจหมีควายออกอาวุธรุนแรงดั่งพายุบุแคม แต่ซุนเซิ่งผู้ผอมบางกลับพลิ้วไหวราวกับใบไม้ร่วงท่ามกลางมรสุม
เขาโยกหลบการโจมตีที่หนาแน่นได้อย่างหมดจด รู้สึกได้ถึงแรงลมจากหมัดที่เฉียดผิวหนังไปมา แต่ไม่มีสิ่งใดสัมผัสตัวเขาได้
สิ่งที่ทำให้จางเหล่ยขวัญผวาที่สุดคือซุนเซิ่งไม่ได้แค่หลบ แต่ทุกครั้งที่มีช่องว่าง เขาจะสวนกลับด้วยการ 'แตะ' จุดตายอย่างแม่นยำจนน่าขนลุก!
ยิ่งสู้ซุนเซิ่งยิ่งจมดิ่งในสมาธิ ความรู้สึกของการเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างในกรงแปดเหลี่ยมจากชาติที่แล้วหวนคืนมาอย่างสมบูรณ์!
เขาฉากหลบออกข้างอย่างงดงาม พลิกตัวหลบหมัดฮุกของจางเหล่ย แล้วอาศัยแรงเหวี่ยงส่งหมัดขวาตรงพุ่งออกไปราวกับหอกแหลม
หมัดนั้นหยุดกึกห่างจากปลายคางของจางเหล่ยเพียงเซนติเมตรเดียว แรงลมจากหมัดทำเอาตอหนวดบนใบหน้าครูฝึกสั่นระริก
ขนทั่วร่างของจางเหล่ยลุกชัน เขารีบถอยหลังกรูดแล้วยกมือส่งสัญญาณยุติการชก เมื่อถอดเฮดการ์ดออก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย
เขามองเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งสงบราวกับเห็นสัตว์ประหลาด จิตใจปั่นป่วนไปหมด
เด็กนี่... ไม่ใช่มือใหม่! ปฏิกิริยาตอบสนองระดับนี้! การรับรู้นี้! มันปีศาจชัดๆ!
"เธอ..."
จางเหล่ยอ้าปากค้าง สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา "ไอ้หนู... เอ็งมันเกิดมาเพื่อเป็นนักสู้ชัดๆ!"
...
เมื่อก้าวเท้าออกจากสำนักเจิ้นเวย ซุนเซิ่งสูดอากาศเย็นยามค่ำคืนเข้าเต็มปอด
การ 'ลงนวม' เมื่อครู่เป็นการยืนยันสิ่งที่เขาคาดหวังได้เป็นอย่างดี 'ปฏิกิริยาตอบสนองขั้นเทพ' ผนวกกับ 'โครงสร้างเทคนิคระดับปรมาจารย์' จากชาติก่อน เท่ากับว่าเขาครอบครองอาวุธสุดยอดที่จะพาเขาไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกการต่อสู้!
แม้ร่างกายนี้จะยังอ่อนแอ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา พละกำลังสร้างได้ ความอึดฝึกฝนได้
แต่ปฏิกิริยาตอบสนองระดับพระกาฬเช่นนี้คือพรสวรรค์ที่ไม่มีใครฝึกเลียนแบบได้!
เขามองขึ้นไปที่ป้ายไฟนีออนของยิมแล้วกำหมัดแน่น ในดวงตาคู่นั้นมีเปลวไฟแห่งความทะเยอทะยานลุกโชน
"UFC... เข็มขัดแชมป์... แชมป์สามรุ่น! หรือกระทั่งสี่รุ่น ห้ารุ่น—"
"ชาตินี้... ข้า ซุนเซิ่ง มาถึงแล้ว!"
"อิสรภาพทางการเงินคือใบเบิกทางเพื่อก้าวไปสู่เวที แต่จุดสูงสุดของศิลปะการต่อสู้คือปลายทางที่แท้จริง!"
เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีที่ประดับประดาด้วยหมู่ดาว
ในครรลองสายตา ท้องฟ้านั้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นภาพกรงแปดเหลี่ยมที่สาดส่องด้วยแสงสปอตไลต์ และเขายืนตระหง่านอยู่กลางเวที รอคอยเสียงกึกก้องกัมปนาทจากคนทั้งโลก
พรุ่งนี้... เขาจะเริ่มออกตามหาใบเบิกทางใบแรก!