เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 บททดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ

บทที่ 2 บททดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ

บทที่ 2 บททดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ


ยามพลบค่ำเมื่อแสงไฟริมทางเริ่มสาดส่องทาทาบเมือง ซุนเซิ่งปั่นจักรยานคู่ใจคันเก่ามุ่งหน้าไปยังสำนักศิลปะการต่อสู้เจิ้นเวย

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นสองของอาคารพาณิชย์เก่าแก่ เพียงแค่ยืนอยู่ด้านล่างก็ได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้อง "ตุ้บ ตั้บ" ผสานกับเสียงตะโกนคำรามอย่างดุเดือดลอยลงมา

เขาผลักประตูระจกที่ดูทรุดโทรมเล็กน้อยเข้าไป ทันใดนั้นคลื่นความร้อนที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเครื่องหนัง และกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้า

ภายในยิมคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำนับสิบชีวิตกำลังฝึกซ้อมกันจนเหงื่อท่วมกาย ภาพของซุนเซิ่งในชุดเครื่องแบบนักเรียนกับรูปร่างที่ผอมบางจึงดูแปลกแยกและไม่เข้าพวกอย่างเห็นได้ชัด

ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ ชายวัยกลางคนรูปร่างบึกบึนผมเกรียนเงยหน้าขึ้นมอง

"มาหาใครหรือเจ้าหนู"

ซุนเซิ่งจำเขาได้แม่น ชายคนนี้คือ จางเหล่ย ครูฝึกใหญ่และเจ้าของสำนักแห่งนี้

สายตาของเด็กหนุ่มมองตรงแน่วแน่ แววตาที่ลุกโชนด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นจ้องมองเข้าไปด้านใน

"โค้ชครับ ผมอยากเรียนต่อสู้"

น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังมากนักแต่มั่นคงอย่างน่าประหลาด

"ผมเริ่มซ้อมตอนนี้เลยได้ไหมครับ"

คำถามนั้นทำให้จางเหล่ยประหลาดใจเล็กน้อย เขากวาดสายตาสำรวจเจ้าถั่วงอกที่ผอมแห้งราวกับไม้ไผ่ตรงหน้า

"ไอ้หนู การฝึกที่นี่โหดหินมากนะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น"

"ผมมั่นใจครับ"

คำตอบของซุนเซิ่งสวนกลับมาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

จางเหล่ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขาเห็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ขัดกับอายุของเด็กหนุ่ม

"ตกลง ตามฉันมา เริ่มจากกระสอบทรายก่อนแล้วกัน"

เขาพาซุนเซิ่งไปที่กระสอบทรายใบที่เบาที่สุดพร้อมยื่นนวมเก่าๆ ให้คู่หนึ่ง

ซุนเซิ่งสวมนวมอย่างคล่องแคล่วแล้วจรดมวยตั้งท่าเตรียมพร้อม แรกเริ่มการเคลื่อนไหวของเขายังดูติดขัดอยู่บ้าง แต่เพียงชกออกไปไม่กี่หมัด ความทรงจำจากชีวิตก่อนก็พรั่งพรูดั่งทำนบแตก

หมัดแย็บที่รวดเร็วแม่นยำ หมัดขวาตรงที่ส่งแรงได้อย่างลื่นไหล ทุกท่วงท่าถูกต้องตามตำราราวกับจับวาง

แม้พละกำลังจะยังไม่เข้าขั้นจนเกิดเพียงเสียงกระทบเบาๆ แต่จังหวะการออกหมัดที่ลงตัวทำให้จางเหล่ยที่สังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ ต้องเปลี่ยนสีหน้า

เด็กคนนี้... ดูไม่ใช่พวกมือใหม่หัดขับเสียแล้ว

"มา ลองล่อเป้าดูหน่อยซิ!"

ความสนใจของจางเหล่ยถูกจุดติด เขาหยิบเป้าล่อมาสวมใส่แล้วมายืนตรงหน้าซุนเซิ่ง สิ้นเสียงพูด เป้ามือขวาก็พุ่งวาบออกมา

"ปัง!"

เสียงปะทะดังกังวานฟังชัด!

หมัดซ้ายของซุนเซิ่งพุ่งเข้ากระแทกกลางเป้าอย่างแม่นยำ!

จางเหล่ยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเร่งจังหวะขึ้น สลับเป้าซ้ายขวาเปลี่ยนทิศทางและความเร็วไปมา

"ปัง! ปัง! ปังๆ!"

เสียงหมัดกระทบเป้ารัวเร็วราวกับจังหวะกลองรบ ผู้คนรอบข้างต่างหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อพบว่าไม่ว่าเป้าของโค้ชจางจะรวดเร็วหรือพลิกแพลงแค่ไหน เจ้าหนูร่างโย่งคนนี้ก็ตอบสนองได้ทันท่วงทีเสมอ!

ทุกหมัดเข้ากลางเป้าเน้นๆ ราวกับเขาล่วงรู้ตำแหน่งของเป้าล่วงหน้า!

หัวใจของจางเหล่ยไม่ได้แค่ประหลาดใจแล้ว แต่มันสั่นสะท้าน เขาหยุดมือพร้อมสะบัดข้อมือที่เริ่มชา

"ไอ้หนู เคยฝึกที่ไหนมาหรือเปล่า"

"ก็แค่ฝึกมั่วๆ ไปเองครับ" ซุนเซิ่งตอบหน้าตาย

"ฝึกมั่วๆ จนเก่งขนาดนี้เนี่ยนะ"

จางเหล่ยไม่เชื่อน้ำคำนั้นเลยสักนิด ความสนใจของเขาทวีความรุนแรงขึ้น

"มา ขึ้นเวที ใส่เครื่องป้องกันให้ครบ แล้วมาลงนวมกันหน่อย"

นี่คือบททดสอบของจริง!

ซุนเซิ่งถอดเสื้อคลุมนักเรียนออกแล้วก้าวขึ้นสังเวียนโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ฝ่ายจางเหล่ยเองก็สวมเฮดการ์ดและนวมครบชุด ยืนตระหง่านราวกับกำแพงหิน

"พร้อมนะ? ฉันบุกละ!" จางเหล่ยส่งเสียงเตือนต่ำในลำคอ

เขาประเดิมด้วยหมัดแย็บซ้ายเพื่อดูเชิง ในสายตาของซุนเซิ่ง หมัดที่รวดเร็วนั้นกลับดูเชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่น เขาเพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย หมัดนั้นก็แหวกอากาศผ่านแก้มไป

ทันใดนั้นจางเหล่ยก็ตามด้วยหมัดขวาตรงทันที!

ซุนเซิ่งย่อตัวลงต่ำเล็กน้อย หลบหลีกได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง พร้อมกันนั้นมือซ้ายของเขาก็พุ่งออกไปราวกับเงา แตะเบาๆ ที่ชายโครงของจางเหล่ยที่เปิดโล่ง

แม้จะไร้น้ำหนัก แต่จังหวะและตำแหน่งที่แม่นยำทำเอาหัวใจของจางเหล่ยกระตุกวาบ

จางเหล่ยไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาเร่งความเร็วในการโจมตี รัวหมัดชุดและลูกเตะทั้งบนและล่างใส่ไม่ยั้ง!

ภาพบนสังเวียนดูพิศวงยิ่งนัก

จางเหล่ยผู้มีร่างกายใหญ่โตดุจหมีควายออกอาวุธรุนแรงดั่งพายุบุแคม แต่ซุนเซิ่งผู้ผอมบางกลับพลิ้วไหวราวกับใบไม้ร่วงท่ามกลางมรสุม

เขาโยกหลบการโจมตีที่หนาแน่นได้อย่างหมดจด รู้สึกได้ถึงแรงลมจากหมัดที่เฉียดผิวหนังไปมา แต่ไม่มีสิ่งใดสัมผัสตัวเขาได้

สิ่งที่ทำให้จางเหล่ยขวัญผวาที่สุดคือซุนเซิ่งไม่ได้แค่หลบ แต่ทุกครั้งที่มีช่องว่าง เขาจะสวนกลับด้วยการ 'แตะ' จุดตายอย่างแม่นยำจนน่าขนลุก!

ยิ่งสู้ซุนเซิ่งยิ่งจมดิ่งในสมาธิ ความรู้สึกของการเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างในกรงแปดเหลี่ยมจากชาติที่แล้วหวนคืนมาอย่างสมบูรณ์!

เขาฉากหลบออกข้างอย่างงดงาม พลิกตัวหลบหมัดฮุกของจางเหล่ย แล้วอาศัยแรงเหวี่ยงส่งหมัดขวาตรงพุ่งออกไปราวกับหอกแหลม

หมัดนั้นหยุดกึกห่างจากปลายคางของจางเหล่ยเพียงเซนติเมตรเดียว แรงลมจากหมัดทำเอาตอหนวดบนใบหน้าครูฝึกสั่นระริก

ขนทั่วร่างของจางเหล่ยลุกชัน เขารีบถอยหลังกรูดแล้วยกมือส่งสัญญาณยุติการชก เมื่อถอดเฮดการ์ดออก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย

เขามองเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งสงบราวกับเห็นสัตว์ประหลาด จิตใจปั่นป่วนไปหมด

เด็กนี่... ไม่ใช่มือใหม่! ปฏิกิริยาตอบสนองระดับนี้! การรับรู้นี้! มันปีศาจชัดๆ!

"เธอ..."

จางเหล่ยอ้าปากค้าง สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา "ไอ้หนู... เอ็งมันเกิดมาเพื่อเป็นนักสู้ชัดๆ!"

...

เมื่อก้าวเท้าออกจากสำนักเจิ้นเวย ซุนเซิ่งสูดอากาศเย็นยามค่ำคืนเข้าเต็มปอด

การ 'ลงนวม' เมื่อครู่เป็นการยืนยันสิ่งที่เขาคาดหวังได้เป็นอย่างดี 'ปฏิกิริยาตอบสนองขั้นเทพ' ผนวกกับ 'โครงสร้างเทคนิคระดับปรมาจารย์' จากชาติก่อน เท่ากับว่าเขาครอบครองอาวุธสุดยอดที่จะพาเขาไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกการต่อสู้!

แม้ร่างกายนี้จะยังอ่อนแอ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา พละกำลังสร้างได้ ความอึดฝึกฝนได้

แต่ปฏิกิริยาตอบสนองระดับพระกาฬเช่นนี้คือพรสวรรค์ที่ไม่มีใครฝึกเลียนแบบได้!

เขามองขึ้นไปที่ป้ายไฟนีออนของยิมแล้วกำหมัดแน่น ในดวงตาคู่นั้นมีเปลวไฟแห่งความทะเยอทะยานลุกโชน

"UFC... เข็มขัดแชมป์... แชมป์สามรุ่น! หรือกระทั่งสี่รุ่น ห้ารุ่น—"

"ชาตินี้... ข้า ซุนเซิ่ง มาถึงแล้ว!"

"อิสรภาพทางการเงินคือใบเบิกทางเพื่อก้าวไปสู่เวที แต่จุดสูงสุดของศิลปะการต่อสู้คือปลายทางที่แท้จริง!"

เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีที่ประดับประดาด้วยหมู่ดาว

ในครรลองสายตา ท้องฟ้านั้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นภาพกรงแปดเหลี่ยมที่สาดส่องด้วยแสงสปอตไลต์ และเขายืนตระหง่านอยู่กลางเวที รอคอยเสียงกึกก้องกัมปนาทจากคนทั้งโลก

พรุ่งนี้... เขาจะเริ่มออกตามหาใบเบิกทางใบแรก!

จบบทที่ บทที่ 2 บททดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว