- หน้าแรก
- หมอจีนปากแจ๋ว: ไลฟ์สดทีไร คนไข้ขิตยกช่อง
- บทที่ 283 - เขาเป็นคนกลัวเจ็บจริงๆ
บทที่ 283 - เขาเป็นคนกลัวเจ็บจริงๆ
บทที่ 283 - เขาเป็นคนกลัวเจ็บจริงๆ
บทที่ 283 - เขาเป็นคนกลัวเจ็บจริงๆ
พฤติกรรมของมนุษย์ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลรองรับ
นี่คือเหตุผลที่กฎหมายสมัยใหม่มักจะมีบทลงโทษที่เน้นการปรับปรุงตัวมากกว่าการทำลายล้าง
เพราะจุดประสงค์ของบทลงโทษไม่ใช่การเอาชีวิตแลกชีวิต หรือตาต่อตาฟันต่อฟัน
แต่เป็นการให้โอกาสผู้กระทำผิดได้กลับตัว ผลของการเตือนสติย่อมสำคัญกว่าการลงทัณฑ์เพียงอย่างเดียว
ในเมื่อมนุษย์ทุกคนย่อมมีช่วงเวลาที่วู่วามกันทั้งนั้น
บางจังหวะที่เลือดขึ้นหน้า อะดรีนาลีนหลั่งท่วมท้น จนควบคุมสติไม่อยู่ก็ถือเป็นเรื่องปกติ
ในขณะที่ฉินเจียงกับหลิวเหยียนกำลังแลกเปลี่ยนมุมมองกัน ชายคนหนึ่งก็เดินกะเผลกเข้ามาในคลินิกด้วยท่าทางทุลักทุเล
"หมอครับ... ช่วยผมด้วย! ขาผมเจ็บจนจะขาดอยู่แล้ว!"
ฉินเจียงเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าชายคนนี้มีพลเมืองดีสองคนช่วยพยุงแขนเข้ามา ก่อนจะประคองให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรวจ
ฉินเจียงลุกเดินเข้าไปหาพลางเอ่ยถาม "ขาไปโดนอะไรมา? ไปฟัดกับใครมาล่ะ?"
สภาพกางเกงยีนส์ของชายคนนั้นขาดวิ่นรุ่งริ่งจนดูเหมือนเศษผ้าที่พร้อมจะหลุดออกมาทุกเมื่อ
พลเมืองดีข้างๆ ช่วยตอบแทน "พ่อหนุ่มคนนี้ขี่มอเตอร์ไซค์คว่ำมาครับ เมื่อกี้ล้มไถลอยู่ข้างถนน สภาพเลยดูไม่ได้อย่างที่เห็น"
"ไอ้หนู เมื่อกี้ลุงก็เตือนแล้วใช่ไหมว่าให้เบาเครื่องหน่อยก็ไม่ฟัง เป็นไงล่ะ ล้มกลิ้งไม่เป็นท่า นี่แหละที่เขาเรียกว่าสมน้ำหน้าทำตัวเอง"
ชาวเน็ตในไลฟ์สดพอได้ยินว่าเป็นพวกแว้นมอเตอร์ไซค์ล้มเอง ก็เริ่มวิจารณ์กันอย่างเมามัน
"ที่แท้ก็พวกนักซิ่งล้มเองเหรอ? งั้นขอถอนความสงสารคืนนะ"
"แถวบ้านผมมีพวกแว้นมอเตอร์ไซค์ส่งเสียงดังตอนตีหนึ่งตีสองทุกคืน น่ารำคาญสุดๆ ผมเคยเกือบจะลงไปดักซัดพวกมันด้วยไม้เบสบอลแล้ว!"
"เพื่อน ยุคนี้เขาไม่ใช้กำลังกันแล้ว มันไม่สุภาพ แถมคุณยังต้องจ่ายค่าทำขวัญอีก สู้ซื้อน้ำมันพืชมาสองขวดแล้วแกล้งทำหกตรงทางม้าลายตอนพวกมันจะผ่านสิ ให้พวกมันล้มเองแล้วจ่ายค่ารักษาเองไปเลย"
"โห... พี่ชายข้างบนนี่ร้ายกาจจังนะ ท่าทางจะทำบ่อยล่ะสิ?"
"แผนนี้ชั่วร้ายมาก แต่ผมถูกใจว่ะ!"
ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยลงรอยกับพวกขี่มอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งเท่าไหร่
เพราะภาพลักษณ์ของคนกลุ่มนี้มักจะมาพร้อมกับการเบิ้ลเครื่องเสียงดังและการขับขี่ที่น่าหวาดเสียว
ราวกับว่าถ้าไม่ทำเสียงดังหรือขี่เร็วๆ การซื้อรถราคาแพงมาคงจะไม่คุ้มค่า
พวกเขาไม่เคยสนว่าคนรอบข้างจะรำคาญแค่ไหน บอกได้เลยว่าที่ยังมีชีวิตรอดมาได้ทุกวันนี้เพราะอยู่ในสังคมที่สงบสุขหรอกนะ
ถ้าเป็นสมัยก่อน ใครกล้ามาแข่งรถเสียงดังในเมืองจินเฉิงตอนดึกๆ คงไม่ต้องรอถึงมือตำรวจหรอก พวกชาวบ้านคงรุมทุบจนหน้าบวมเป็นหมูตอนไปแล้ว
ฉินเจียงดึงสมาธิกลับมาแล้วเริ่มตรวจสอบบาดแผลอย่างละเอียด
ถ้าแค่ล้มธรรมดาคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างมากก็แค่กระดูกร้าวหรือหัก
แต่ทว่าจังหวะการล้มของชายคนนี้พิสดารเกินไป กระดูกหน้าแข้งที่หักได้ทิ่มทะลุผิวหนังออกมาจนเห็นเนื้อเยื่อแดงฉานสัมผัสกับอากาศ ซึ่งถือว่าเป็นแผลเปิดที่ค่อนข้างอันตราย
สภาพนี้ทำให้โอกาสติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และความยากในการรักษาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
"ไอ้จุดดำๆ ในแผลนี่คืออะไร?"
ฉินเจียงชี้ไปที่เศษวัสดุสีดำที่ฝังอยู่ในเนื้อแล้วถามขึ้น
ชายคนนั้นส่ายหน้าหวืด บอกว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
พลเมืองดีคนเดิมช่วยไขข้อข้องใจ "เศษหินน่ะหมอ ทางคู่ขนานข้างนอกเขากำลังซ่อมถนนอยู่ พ่อหนุ่มคนนี้ขี่มอเตอร์ไซค์ล้มไถลไปบนกองหินพอดี สภาพมันเลยออกมาเป็นแบบนี้แหละ"
ฉินเจียงพยักหน้าเข้าใจทันที
ที่แท้มันคือวัสดุหินก่อสร้างที่ใช้ปูถนนนั่นเอง
หลังจากตรวจสอบเบื้องต้น ฉินเจียงก็สรุปอาการ "แผลของคุณหนักเอาเรื่อง ต้องรีบทำความสะอาดแผลก่อน"
"พอทำแผลเสร็จ ผมจะส่งตัวคุณไปโรงพยาบาลใหญ่เพื่อให้เขาจัดการเรื่องผ่าตัดต่อกระดูก"
ฉินเจียงชี้ไปที่เครื่องอ่านบัตรและรหัสคิวอาร์บนโต๊ะ "รูดบัตรประชาชนก่อน แล้วก็สแกนจ่ายค่ารักษาด้วย ทั้งหมดห้าร้อยหยวน"
ชายคนนั้นหยิบบัตรประชาชนมาแตะที่เครื่องอ่าน ข้อมูลส่วนตัวก็เด้งขึ้นบนจอทันที
กัวเฟิง นักศึกษามหาวิทยาลัยชิงเฉิง อายุยี่สิบสามปี
ฉินเจียงมองรูปในบัตรสลับกับใบหน้าจริงของกัวเฟิง
"รูปในบัตรนี่ใช่คุณจริงเหรอ? ทำไมตัวจริงดูไม่เหมือนในรูปเลยล่ะ"
กัวเฟิงพยายามจะขำแต่ขำไม่ออก "รูปนั่นถ่ายนานแล้วครับ หลังจากถ่ายเสร็จผมก็ไปแบ็กแพ็กเที่ยวทางทิศตะวันตกมาเลยโดนแดดเผาจนดำปิ๊ดปี๋แบบนี้แหละ"
"หมอครับ... เลิกสงสัยเรื่องหน้าตาผมก่อนได้ไหม ช่วยล้างแผลให้ผมเถอะ ผมจะตายแล้ว!"
ฉินเจียงมองกัวเฟิงนิ่งๆ
"ก็โอนเงินมาก่อนสิ"
กัวเฟิงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "โทรศัพท์ผมก็พังตอนล้มนั่นแหละครับ เปิดเครื่องไม่ติดเลย"
"แต่เดี๋ยวพ่อผมกำลังตามมา ถึงตอนนั้นให้ท่านสแกนจ่ายให้ได้ไหมครับ?"
"หมอ... ล้างแผลให้ผมก่อนเถอะ ผมเจ็บจริงๆ นะหมอ!"
เมื่อเห็นสภาพที่น่าเวทนา ฉินเจียงจึงยอมถอยให้ "งั้นก็ได้ ผมจะล้างแผลให้ก่อน แต่มันจะเจ็บหน่อยนะ อดทนเอาเองแล้วกัน"
ฉินเจียงชี้ไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่ดูรูปร่างหน้าตาประหลาด "มา ทุกคนช่วยกันหน่อย พยุงเขาไปนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น"
พลเมืองดีช่วยกันพยุงกัวเฟิงไปนั่ง
พอนั่งลง กัวเฟิงถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนเก้าอี้ตัวนี้มีสายรัดไนลอนสำหรับล็อกแขนและขาติดตั้งอยู่ดูไม่น่าไว้วางใจ
ฉินเจียงเริ่มจัดการรัดตัวกัวเฟิงติดกับเก้าอี้พลางอธิบาย "ไม่ต้องกลัว เก้าอี้ตัวนี้ไม่ใช่เก้าอี้สอบสวนนักโทษ แต่มันมีไว้เพื่อให้คุณอยู่นิ่งๆ และให้ความร่วมมือกับการรักษา"
"นั่งรอตรงนี้แป๊บเดียว ผมไปหยิบเครื่องมือมา"
ถึงฉินเจียงจะอธิบายแล้ว แต่กัวเฟิงที่ถูกรัดติดหนึบกับเก้าอี้ทั้งมือ เท้า และเอว ก็ยังรู้สึกใจคอไม่ดีอยู่ดี
ครู่เดียว ฉินเจียงก็ถือถาดเดินกลับมา
ในถาดมีอุปกรณ์เหล็กเย็นเฉียบและขวดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ วางเรียงรายจนกัวเฟิงเริ่มหน้าซีด
ฉินเจียงย่อตัวลงตรงหน้ากัวเฟิง ใช้ปากคีบคีบสำลีมาชุบแอลกอฮอล์จนชุ่มเพื่อเตรียมล้างแผล
ทันทีที่สำลีเปียกชุ่มสัมผัสเข้ากับบาดแผลสด กัวเฟิงก็แผดเสียงร้องโหยหวนออกมาจนสุดเสียง
"อ๊ากกกก! หมอออ! หยุดก่อน! เจ็บโว้ยยย!"
ความเจ็บปวดที่พุ่งปรี๊ดทำให้กัวเฟิงพยายามดิ้นสุดแรงเกิด
แต่เพราะเขาถูกมัดติดกับเก้าอี้ แถมยังมีพลเมืองดีอีกสองคนช่วยกันกดไหล่กดขาไว้ การดิ้นรนของเขาจึงเปล่าประโยชน์สิ้นดี
ชาวเน็ตที่ดูอยู่ถึงกับลุ้นจนตัวเกร็ง
ด้วยแรงดิ้นขนาดนั้น ถ้าเขาไม่ได้ถูกมัดไว้กับเก้าอี้ ขาข้างที่หักคงได้กระแทกจนหักซ้ำซ้อนหรือแผลฉีกขาดหนักกว่าเดิมแน่!
ต้องยอมรับว่าฉินเจียงนี่มีวิสัยทัศน์จริงๆ และไอ้เก้าอี้ตัวนี้ก็ออกแบบมาได้เข้าท่าสุดๆ
ฉินเจียงเปลี่ยนสำลีแผ่นใหม่อย่างใจเย็นพลางพูดนิ่งๆ "แค่แอลกอฮอล์เอง จะร้องเหมือนโดนฆ่าแกงทำไม?"
"ตอนนี้ผมจะเริ่มใช้ปากคีบคีบเศษหินในแผลออกมาแล้วนะ มันอาจจะหนีบโดนเนื้อบ้าง คุณก็ทนๆ เอาหน่อย"
พอยังไม่ทันขาดคำ ปากคีบของฉินเจียงก็แตะเข้ากับสิ่งแปลกปลอมชิ้นแรก กัวเฟิงก็แผดเสียงร้องขึ้นมาอีกครั้ง
เสียงร้องนั้นดังสนั่นหวั่นไหวจนคนที่ไม่รู้เรื่องคงนึกว่าในคลินิกกำลังมีการฆ่าหมูตอนตรุษจีนอยู่แน่ๆ
ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดถึงกับกลั้นขำไม่ไหว พ่อหนุ่มแว้นคนนี้ขี้กลัวเจ็บของจริงว่ะ!
(จบแล้ว)