- หน้าแรก
- หมอจีนปากแจ๋ว: ไลฟ์สดทีไร คนไข้ขิตยกช่อง
- บทที่ 59 - จู่ๆ ก็ว่านอนสอนง่าย
บทที่ 59 - จู่ๆ ก็ว่านอนสอนง่าย
บทที่ 59 - จู่ๆ ก็ว่านอนสอนง่าย
บทที่ 59 - จู่ๆ ก็ว่านอนสอนง่าย
"ลูกแม่ อย่าทำให้แม่กลัวสิลูก ลืมตามาดูแม่หน่อย!"
"หมอฉินคะ ดูสิคะ พออาการกำเริบลูกชายฉันก็เป็นแบบนี้ เขาเป็นอะไรไปคะเนี่ย!"
เห็นซูเอ้าอาละวาด จูหงที่อยู่ข้างๆ ก็ขวัญเสียจนทำอะไรไม่ถูก
ฉินเจียงขยับเข้าไปใกล้เพื่อสังเกตอาการของซูเอ้าให้ชัดเจน
ใครจะคิดว่าซูเอ้าจะอ้าปากเตรียมงับฉินเจียงทันที!
ซูชวนผู้เป็นพ่อเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้
ทันทีที่เด็กอ้าปาก ซูชวนก็กระชากตัวลูกชายถอยหลังกลับมาอย่างแรง
แต่ถึงอย่างนั้น ซูเอ้าก็ยังคงแยกเขี้ยวขู่ฟ่อใส่ฉินเจียงไม่หยุด เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อให้ได้
"พอเถอะ เอาผ้าอุดปากเขาไว้ ฟังแล้วหนวกหู"
พอได้ยินฉินเจียงสั่ง ซูชวนก็รีบหยิบผ้ามาอุดปากซูเอ้าทันที
"หมอฉินครับ ตกลงลูกชายผมป่วยเป็นอะไร?"
ฉินเจียงยังไม่รีบตอบ เขาเดินเข้าไปจับข้อมือซูเอ้าเพื่อตรวจชีพจร
พอรู้สึกว่าฉินเจียงมาแตะตัว ปฏิกิริยาของซูเอ้าก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
เหมือนกับว่าการกระทำของฉินเจียงไปยั่วยุเขาเข้าให้
คอมเมนต์ในไลฟ์สดไหลมารัวๆ
"ไอ้หนูนี่เอาเรื่องแฮะ เมื่อกี้เห็นแววตามันไหม ดุเหมือนลูกหมาป่าเลย"
"หรือว่าจะโดนผีเข้าจริงๆ? จั่วจงถังฟื้นคืนชีพเหรอ?"
"เพื่อน นายกินยาลืมเขย่าขวดเปล่า? จั่วจงถังโดนตระกูลซูฆ่าตายที่ไหนกัน? ตอนนั้นศัตรูรอบตัวเขาไม่มีใครแซ่ซูสักคน"
"เรื่องนี้พูดยากนะ ประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึกสาเหตุการตายของจั่วจงถังไว้ชัดเจน บ้างก็ว่าป่วยตาย บ้างก็ว่าทำงานหนักตาย"
"แต่ไม่ว่าจะตายยังไง เขาก็กระอักเลือดตาย ไม่แน่ว่าอาจจะโดนวางยาพิษจริงๆ ก็ได้?"
คอมเมนต์เริ่มออกทะเลไปทางไสยศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ
ถึงขั้นมีชาวเน็ตบางคนเริ่มสแปมรูปเทียนขาวไว้อาลัย
หลิวเหยียนที่คอยเช็กห้องไลฟ์สดอยู่ตลอด มองดูซูเอ้าแล้วรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
หรือจะเป็นผีเข้าจริงๆ นะ?
หลังจากจับชีพจรซูเอ้าเสร็จ ฉินเจียงก็กลับมานั่งที่เก้าอี้
"พวกคุณสองคนอย่ายืนค้ำหัวสิ นั่งลง"
สองสามีภรรยางงเล็กน้อย
"หมอฉินครับ คนที่ป่วยคือลูกชายผมนะครับ ไม่ใช่พวกเรา"
ฉินเจียงพยักหน้า
"ผมรู้ ถึงคนที่แสดงอาการจะเป็นลูกชายคุณ แต่ผมคิดว่าต้นตอของโรคน่าจะอยู่ที่พวกคุณนั่นแหละ"
"อยู่ที่พวกเรา?"
สองผัวเมียยิ่งงงเข้าไปใหญ่
แต่พอนึกถึงชื่อเสียงความเก่งกาจของฉินเจียงที่เขาเล่าลือกัน ก็ได้แต่จำยอมนั่งลง
"แล้วลูกชายผมล่ะ?"
"ให้เขายืนไว้นั่นแหละ ดีต่ออาการป่วยของเขา"
ซูชวนร้องอ๋อ ไม่ได้ถามเซ้าซี้ต่อ
มาถึงคลินิกแล้ว เชื่อหมอไว้ก่อนดีที่สุด
ฉินเจียงมองซูชวนแล้วถามว่า "ปกติคุณทำงานอะไร อยู่บ้านบ่อยไหม?"
ซูชวนส่ายหน้า
"เมื่อก่อนผมเป็นทหาร พอปลดประจำการก็ไปทำงานก่อสร้าง ต้องตระเวนไปตามไซต์งานสามวันดีสี่วันไข้ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านหรอกครับ"
ฉินเจียงหันไปถามจูหงบ้าง
"แล้วคุณล่ะ ทำงานอะไร อยู่บ้านบ่อยไหม?"
จูหงตอบว่า "ฉันกับสามีทำงานไซต์งานเดียวกันค่ะ ปกติไม่มีเวลาได้กลับบ้านหรอก"
"รอบนี้ที่กลับมาก็เพราะน้องชายฉันแต่งงาน เราเลยลางานกลับมา"
"ใครจะไปคิดว่ากลางงานแต่งคนอื่น เสี่ยวเอ้าจะเกิดอาการกำเริบ ตอนนั้นสีหน้าของครอบครัวน้องสะใภ้ดูไม่ได้เลย"
ฉินเจียงพยักหน้าเข้าใจ
วันมงคลแท้ๆ มีคนมาอาละวาด แถมยังตะโกนปาวๆ ว่า 'ข้าคือจั่วจงถังที่ถูกพวกเจ้าตระกูลซูฆ่าตาย' เป็นใครได้ยินก็ต้องเสียอารมณ์ทั้งนั้น
"แล้วปกติใครเลี้ยงซูเอ้า?"
"ปู่กับย่าเขาค่ะ แต่ปู่ย่าก็สุขภาพไม่ค่อยดี คุมหลานไม่อยู่ แกเลยชอบหนีไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ่อยๆ"
"ตอนหลังฉันคิดว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ก็เลยให้แกไปอยู่โรงเรียนประจำ"
"มีคุณครูช่วยดูแล ยังไงก็วางใจกว่าให้พ่อแม่ฉันเลี้ยง"
ฉินเจียงร้องอ๋อ แล้วจดบันทึกลงสมุด
"แล้วเขาเริ่มไปอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่เมื่อไหร่?"
จูหงตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
"ก็เมื่อเดือนที่แล้วนี่เองค่ะ เพิ่งทำเรื่องเข้าหอพักได้ไม่กี่วัน ก็เกิดเรื่องนี้ขึ้น"
"ตอนนี้โรงเรียนก็ไม่ได้ไป เงินค่าเทอมก็จ่ายฟรีไปแล้ว พวกเราร้อนใจจะตายอยู่แล้วค่ะ!"
"แต่ช่วงนี้พวกเราสังเกตเห็นกฎบางอย่าง"
"ขอแค่เสี่ยวเอ้าอารมณ์ดี เขาก็จะไม่ค่อยกำเริบ หมอฉินคะ เป็นไปได้ไหมคะว่าความแปรปรวนของอารมณ์มีผลต่ออาการของเขา?"
ฉินเจียงยังไม่ทันตอบ ตวนกงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ชิงพูดขึ้นก่อน
"แน่นอนอยู่แล้ว!"
"ผมจะบอกให้นะ คนเรามีเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา (กิเลสตัณหา) รวมกันเรียกว่าอารมณ์ความรู้สึก"
"เมื่ออารมณ์ของคนเราดิ่งลงสู่ด้านลบ ก็จะดึงดูดสิ่งอัปมงคลเข้ามาได้ง่าย"
"เช่น ความกลัว ความตกใจ ความผิดหวัง ความทุกข์ จริงไหม"
"ลองสังเกตดูสิ พวกคนร่าเริงมองโลกในแง่ดี ผีสางนางไม้ไม่ค่อยมายุ่งหรอก มีแต่พวกที่หน้าตาอมทุกข์นั่นแหละที่เจอผีทุกวี่ทุกวัน ก็เพราะเหตุผลนี้นี่แหละ"
คำพูดของตวนกงทำเอาชาวเน็ตทึ่งไปตามๆ กัน
"เชี่ย ฟังดูมีเหตุผลว่ะ ทำไมเมื่อก่อนฉันไม่เคยคิดมุมนี้เลย!"
"ฉันเป็นพยาบาล ขอยืนยันอีกเสียง ที่โรงพยาบาลคนไข้ที่อารมณ์ดีมักจะหายป่วยแล้วได้กลับบ้าน"
"ตรงกันข้าม คนไข้ที่วันๆ เอาแต่บ่นด่าโชคชะตา อาการมักจะทรุดลง"
"นึกถึงนักพรตที่หมู่บ้านฉันเลย พูดแบบนี้เป๊ะ เขาบอกว่าถ้าไม่อยากเจอผี ก็อย่าไปดูหนังผี อย่าไปที่อัปมงคล เพราะยิ่งกลัวสิ่งที่กลัวก็จะยิ่งมาหา"
เห็นชาวเน็ตเริ่มคล้อยตามเรื่องลี้ลับ หลิวเหยียนก็ยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่
เธอมองซูเอ้าแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ขนาดคนมีการศึกษาอย่างหลิวเหยียนยังหวั่นไหว สามีภรรยาตระกูลซูย่อมเชื่อสนิทใจ
ฉินเจียงปรายตามองตวนกง
"งั้นให้คุณรักษาไหมล่ะ?"
รอยยิ้มบนหน้าตวนกงแข็งค้าง รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
"หมอฉินพูดอะไรแบบนั้น ผมก็แค่เสนอแนวคิดให้ลองพิจารณากันดูเฉยๆ"
"ถ้าหมอฉินเห็นว่าไม่ถูก ผมไม่พูดแล้วก็ได้ครับ"
ปากของตวนกงอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกตัวเองไม่ได้
เขาไม่กล้าล่วงเกินฉินเจียงหรอก
ยังไงฉินเจียงก็เป็นหมอที่มีฝีมือ วันหน้าถ้าเขาเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ต้องพึ่งฉินเจียงอยู่ดี
"พอได้แล้ว ให้เขามานั่งตรงนี้ ผมจะถามเขาสักสองสามคำถาม เดี๋ยวก็รู้เรื่อง"
ซูชวนพาซูเอ้ามานั่งตรงข้ามฉินเจียง แล้วดึงผ้าอุดปากออก
ทันทีที่ผ้าหลุดจากปาก ซูเอ้าก็เริ่มของขึ้นอีกครั้ง
"ข้าคือจั่วจงถัง! ข้าถูกพวกเจ้าตระกูลซูฆ่าตาย! โฮก! โฮก!"
เพียะ!
เสียงฟาดดังกังวาน ทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง
ซูเอ้าเพ่งมองดู สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ในมือฉินเจียงถือ 'ไม้ขนไก่' อยู่ เขามองเด็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"จั่วจงถัง ผมแนะนำให้คุณพูดจาดีๆ"
"ถ้ายังขืนแยกเขี้ยวขู่ฟ่อแบบนั้นอีก ผมไม่เกรงใจที่จะใช้ไอ้นี่ฟาดคุณนะ"
ซูเอ้าเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อว่า
"รับทราบครับคุณหมอ เชิญถามมาได้เลย"
(จบแล้ว)