- หน้าแรก
- หมอจีนปากแจ๋ว: ไลฟ์สดทีไร คนไข้ขิตยกช่อง
- บทที่ 58 - จั่วจงถังสินะ แล้วหลี่หงจางว่าไง
บทที่ 58 - จั่วจงถังสินะ แล้วหลี่หงจางว่าไง
บทที่ 58 - จั่วจงถังสินะ แล้วหลี่หงจางว่าไง
บทที่ 58 - จั่วจงถังสินะ แล้วหลี่หงจางว่าไง
"หมอฉิน ช่วยลูกชายฉันด้วยเถอะค่ะ! เสี่ยวเอ้าลูกแม่น่าสงสารจริงๆ!"
ผู้หญิงคนนั้นพอเดินเข้ามาในคลินิกก็แหกปากร้องไห้ทันที
ถ้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คงนึกว่าเจ๊แกมาร้องไห้หน้าศพ
"หยุด"
ฉินเจียงรีบเบรกผู้หญิงคนนั้น ทำหน้าเครียดพูดว่า "มีอะไรก็พูดกันดีๆ อย่ามาร้องห่มร้องไห้ รบกวนเพื่อนบ้านเขา"
ผู้หญิงคนนั้นก็เก่งเหลือเชื่อ พอเห็นฉินเจียงไม่ชอบ เธอก็หยุดร้องไห้ได้ทันทีเหมือนสั่งเปิดปิดก๊อกน้ำ
ชาวเน็ตในไลฟ์สดถึงกับหลุดขำ
"เจ๊แกสั่งน้ำตาได้ดั่งใจนึกจริงๆ บทจะร้องก็ร้อง บทจะหยุดก็หยุด"
"ทักษะการแสดงขั้นเทพแบบนี้ ไม่เก่งกว่าพวกดาราหน้าใหม่อีกเหรอ?"
"แล้วเด็กนั่นแต่งตัวอะไรของมัน? หมอฉินเป็นหมอแผนจีนไม่ใช่เหรอ เรื่องไล่ผีไล่ปีศาจแกไม่น่าจะถนัดมั้ง"
"ไม่แน่เสมอไปหรอก สมัยก่อนหมอยากับหมอผีก็แยกกันไม่ค่อยออกหรอก"
"ไม่ต้องถาม รอดูพี่ฉินโชว์ฝีมือก็พอ"
หลังจากให้ผู้หญิงคนนั้นสงบสติอารมณ์ลงได้ ฉินเจียงก็สอบถามข้อมูลเบื้องต้น
ผู้หญิงคนนี้ชื่อ จูหง เป็นคนหมู่บ้านซูเจียแถบชานเมือง
สามีชื่อ ซูชวน ลูกชายชื่อ ซูเอ้า
เดิมทีชีวิตก็เรียบง่ายปกติสุขดี ไม่ได้มีเรื่องมีราวอะไร
แต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ลูกชายเธอก็โดนผีเข้า!
พอเล่ามาถึงตรงนี้ ขอบตาของจูหงก็แดงระเรื่อขึ้นมาอีกรอบ
"เสี่ยวเอ้าของฉันเมื่อก่อนว่านอนสอนง่าย เป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน คุณครูที่โรงเรียนชมแกตลอด"
"แต่ตั้งแต่แกโดนผีเข้า แกก็ไปโรงเรียนไม่ได้ นิสัยการกินก็เปลี่ยนไป ไม่ยอมกินข้าว เลือกกินสุดๆ"
"ดึกๆ ดื่นๆ ก็ไม่ยอมหลับยอมนอน ชอบลุกขึ้นมาอาละวาดกลางดึก"
ฉินเจียงยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ
"คุณจูครับ ผมฟังแล้วยังงงๆ สรุปว่าลูกชายคุณโดนผีเข้า หรือว่าป่วยกันแน่?"
ซูชวน ผู้เป็นสามีช่วยอธิบายเสริม "เราพาแกไปตรวจที่โรงพยาบาลมาแล้วครับ หมอบอกว่าตรวจไม่เจอความผิดปกติอะไร"
"พวกเราเชิญ 'ตวนกง' (หมอผีประจำหมู่บ้าน) มาดู ก็ไม่ได้ผล"
"ตอนที่ตวนกงกำลังทำพิธี ลูกชายผมก็เกิดอาการกำเริบ กัดตวนกงเข้าให้ด้วย"
ซูชวนพูดพลางชี้ไปที่ผู้ชายอีกคนข้างๆ
ตอนนั้นเองฉินเจียงถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า ผู้ชายคนนี้แต่งตัวฉูดฉาด ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนทำอาชีพปกติ
ชายคนนั้นยื่นนิ้วชี้ออกมาอย่างเก้อเขิน ถามว่า "หมอฉินครับ แผลผมคงไม่เป็นไรมากใช่ไหม คงไม่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรอกนะ?"
สิ้นเสียงตวนกง ชาวเน็ตในไลฟ์สดก็ขำกันจนท้องคัดท้องแข็ง
"ฮ่าๆๆๆ ตวนกงคนนี้ดูกากมาก ทำพิธีประสาอะไรโดนเด็กกัด"
"ช่วยด้วย ทำไมสมองฉันจินตนาการภาพเด็กกัดมือหมอผีแล้วขำไม่หยุด!"
"นอกจากวิชาอาคมจะกากแล้ว ยังไม่มีความรู้วิทยาศาสตร์อีก ดันกลัวติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจากคนเนี่ยนะ"
"หมอผีมาหาหมอคนเพื่อรักษาแผล นี่มันเหมือนเทวดาลงมาให้มนุษย์รักษาโรคชัดๆ"
"จะล้างบางความงมงาย ต้องยกให้พี่เด็กเปรต (ฉายาชาวเน็ตตั้งให้เด็ก)"
ชาวเน็ตส่วนใหญ่มีการศึกษาสูง จึงไม่ค่อยเชื่อเรื่องหมอผีร่างทรงพวกนี้อยู่แล้ว
พอเห็นหมอผีเสียท่าให้เด็ก ทุกคนเลยสะใจกันใหญ่
ฉินเจียงมองดูนิ้วชี้ของตวนกง
โอ้โห กัดแรงใช้ได้เลย
เนื้อส่วนหนึ่งเริ่มม่วงช้ำ แสดงว่าเนื้อเยื่อตรงนั้นใกล้ตายแล้ว
แถมเล็บของตวนกงยังโดนกัดจนแหว่งไปครึ่งหนึ่ง
พอนึกภาพออกเลยว่าตอนนั้นซูเอ้าคลุ้มคลั่งขนาดไหน
มิน่าล่ะถึงต้องใช้เชือกมัดตัวหามเข้ามา
"แผลของคุณมีโอกาสติดเชื้อรุนแรง แต่พิษสุนัขบ้าน่าจะไม่มี ผมมีแอลกอฮอล์ คุณเอาไปล้างแผลเองเถอะ"
พอได้รับการวินิจฉัย ตวนกงก็โล่งอก
เขากลัวว่าเงินก็ยังไม่ได้ใช้ ตัวเองจะมาตายซะก่อน
ระหว่างที่ตวนกงกำลังล้างแผล ฉินเจียงก็ชี้ไปที่เด็กแล้วถามว่า "ทำไมต้องให้เขาแต่งตัวแบบนี้?"
จูหงอธิบายว่า "ตวนกงบอกค่ะ บอกว่าเสี่ยวเอ้าอาการหนักมาก ต้องโดนผีเข้าสิงแน่ๆ"
"เสื้อผ้าคนยุคปัจจุบัน ผีใส่ไม่ชิน ก็เลยโกรธ เลยอาละวาด"
"แต่ถ้าเราเปลี่ยนให้เขาใส่ชุดในยุคสมัยของผีตัวนั้น ผีก็จะอารมณ์ดีขึ้น ไม่โกรธ อารมณ์ก็จะเสถียร"
ฉินเจียงฟังแล้วอึ้งไปเลย
"มีทฤษฎีแบบนี้ด้วยเหรอ?"
อาจจะรู้สึกว่าวิชาชีพของตนกำลังถูกท้าทาย ตวนกงที่กำลังล้างแผลอยู่เลยรีบพูดแทรกขึ้นมา
"มีสิครับ ต้องมีอยู่แล้ว"
"หมอลองคิดดูนะ ถ้าหมอตายไป ผ่านไปสักร้อยปี แล้วมาเข้าสิงร่างลูกหลาน"
"ปรากฏว่าเสื้อผ้าของลูกหลานมีแค่ผ้าสองชิ้นปิดตัว หมอจะไม่โกรธเหรอ?"
ฉินเจียงเงียบกริบ
ตวนกงคนนี้ จินตนาการล้ำเลิศจริงๆ
"แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเสื้อผ้าของลูกหลานเราจะมีแค่ผ้าสองชิ้น?"
ตวนกงตอบด้วยความมั่นใจ "เรื่องนี้ต้องคิดด้วยเหรอครับ? หมอดูถนนหนทางสมัยนี้สิ ผู้หญิงสมัยนี้ใส่น้อยชิ้นลงเรื่อยๆ ไหม?"
"แล้วดูในไลฟ์สดมือถือพวกนั้นสิ พวกดีเจสาวๆ ใส่ผ้ากันกี่ชิ้น? แทบจะปิดอะไรไม่มิดอยู่แล้ว"
"ที่หมู่บ้านผม มีแต่แม่หมูเท่านั้นแหละที่โชว์เนื้อหนังมังสาขนาดนี้"
คำพูดของตวนกงทำเอาชาวเน็ตในไลฟ์สดเดือดพล่าน (ในทางฮา)
"พูดได้ดี! นึกไม่ถึงว่าตวนกงถึงจะงมงาย แต่ทัศนคติเที่ยงตรงมาก!"
"เมื่อกี้ฉันเพิ่งขำเขาไป ขอโทษนะ ฉันขอถอนคำพูด"
"พูดกันตามตรงนะพี่น้อง สังคมสมัยนี้มันก็เกินไปจริงๆ ถึงเวลาต้องจัดระเบียบกันบ้างแล้ว!"
"เมนต์บน อย่ามาทำตัวเป็นผู้คุมกฎแถวนี้"
"ของดี ชอบดู แนะนำให้ใส่แบบนี้กันเยอะๆ"
"จะว่าไปที่ตวนกงพูดก็มีตรรกะนะ อีกร้อยปีข้างหน้า มนุษย์อาจจะก้าวข้ามความยางอาย จนเหลือผ้าแค่ไม่กี่ชิ้นจริงๆ ก็ได้"
"ถ้าเป็นเรื่องจริง ฉันข้ามเวลาไปเจอแบบนั้นคงหัวร้อนเหมือนกัน ตวนกงคนนี้มีของแฮะ"
ฉินเจียงเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอาชีพหมอผีร่างทรงถึงหากินได้ในชนบท
ไม่ต้องสนว่ามีวิชาจริงไหม แค่ฝีปากระดับนี้ คนทั่วไปก็สู้ไม่ได้แล้ว
ดูเหมือนตรรกะวิบัติ แต่ดันแถจนฟังดูมีเหตุผล
การใช้ตรรกะที่เชื่อมโยงกันอย่างแนบเนียนแบบนี้ มันน่าหมั่นไส้จริงๆ
ฉินเจียงจนปัญญา ได้แต่เออออตามน้ำ "โอเค สมมติว่าที่คุณพูดมามีเหตุผล การใส่ชุดให้ตรงกับผีที่มาสิงช่วยคุมอารมณ์ได้ แต่คุณรู้ได้ยังไงว่าผีที่มาสิงคือผีอะไร?"
ตวนกงตาโต
"ก็เขาเป็นคนบอกเองน่ะสิ"
ตวนกงดึงผ้าที่อุดปากเด็กออก
ทันใดนั้น เหมือนกับไปกดสวิตช์ประหลาดบางอย่าง
เด็กน้อยทำหน้าตาถมึงทึง แววตาดูร้ายกาจ ตะโกนลั่นว่า "ข้าคือ จั่วจงถัง ที่ถูกพวกเจ้าตระกูลซูสังหาร!"
"ข้าจะแก้แค้นตระกูลซู! ข้าจะแก้แค้นพวกเจ้าทุกคน!"
"โฮก! โฮก!"
ฉินเจียง: ...
ชาวเน็ต: ...
ฉินเจียงจินตนาการอาการป่วยของเด็กไว้หลายรูปแบบ
แต่ไม่เคยคิดถึงรูปแบบนี้มาก่อนเลย
ผีเข้าก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ดันเข้าสิงโดยผีคนดังระดับประวัติศาสตร์
จั่วจงถังสินะ
แล้วหลี่หงจางมีความเห็นว่ายังไงบ้างล่ะ?
(จบแล้ว)