- หน้าแรก
- เอซ ออฟ ไดมอนด์ : สัตว์ประหลาดบนสนาม
- บทที่ 280 พายุลูกขว้าง 160 กม./ชม.! (สองตอนรวด)
บทที่ 280 พายุลูกขว้าง 160 กม./ชม.! (สองตอนรวด)
บทที่ 280 พายุลูกขว้าง 160 กม./ชม.! (สองตอนรวด)
บทที่ 280 พายุลูกขว้าง 160 กม./ชม.! (สองตอนรวด)
ซาวามุระถูกเปลี่ยนตัวออก!
เด็กหนุ่มเนื้อตัวมอมแมมดูหดหู่อย่างเห็นได้ชัด
พ่อแม่ คุณปู่ และเพื่อนสมัยเด็กที่เดินทางมาเชียร์เขาโดยเฉพาะต่างเต็มไปด้วยคำถาม
เสียไปแค่รันเดียวก็โดนเปลี่ยนตัวแล้วเหรอ?
ถ้าพวกเขาจำไม่ผิด สมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมต้นคุนิมิ ไม่เคยมีประวัติว่าซาวามุระจะไม่เสียสัก 8-10 รันในเกมเดียว...
“นี่คือมาตรฐานของเซย์โดเหรอ? แค่พลาดนิดเดียวก็โดนจับนั่งสำรองทันที”
พ่อของซาวามุระพึมพำเสียงสั่นเครือ
“เอย์จุนจะท้อไหมนะ?”
แม่ของซาวามุระมีสีหน้ากังวล
“วางใจเถอะ เรื่องแค่นี้ไม่มีทางทำให้เขาแพ้ใจตัวเองได้หรอก”
วากานะตอบอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
รันที่เสียไปตอนมัธยมต้น ถ้าไม่ถึงพันก็น่าจะอย่างน้อยแปดร้อยรัน
และไม่เคยมีสักครั้งที่ซาวามุระจะท้อถอยหลังจากเสียคะแนน
“ไม่ว่าจะเลือกเดินเส้นทางไหน การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของพีระมิดย่อมไม่มีคำว่าโรยด้วยกลีบกุหลาบ”
คุณปู่ของซาวามุระกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เราไม่ควรกังวลเรื่องเอย์จุน แต่ควรดีใจกับเขามากกว่า ที่ได้มายืนอยู่บนสนามโคชิเอ็ง และอยู่ในทีมอย่างเซย์โด การที่เอย์จุนได้เป็นตัวจริงก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว”
เด็กหนุ่มที่เคยร้องไห้ขี้มูกโป่งต่อหน้าพวกเขา บัดนี้ได้เติบโตเป็นตัวตนที่น่าจับตามอง
ปู่ของซาวามุระสังเกตเห็นสิ่งนี้ได้อย่างชัดเจน
เขารู้สึกปลาบปลื้มใจยิ่งนัก
ได้ยินคุณปู่พูดเช่นนั้น พ่อแม่ของซาวามุระก็เผยสีหน้าภาคภูมิใจออกมาเช่นกัน
ลูกของพวกเขาเกิดมาเพื่อเป็นคนพิเศษ
ลองคิดดูสิ จะมีผู้เล่นปีหนึ่งสักกี่คนที่มีโอกาสและการปฏิบัติระดับนี้?
ทว่า ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา พวกเขาก็ได้เห็นเด็กหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณอีกคนหนึ่ง
“ฟุรุยะ ซาโตรุ!”
เอซของเซย์โดที่ลงมาแทนก็เป็นรุกกี้ปีหนึ่งเช่นกัน
ซาวามุระถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว แต่เมื่อเทียบกับฟุรุยะที่อยู่ชั้นปีเดียวกัน
รัศมีของเขาย่อมหม่นหมองลงอย่างไม่ต้องสงสัย
ทันทีที่ฟุรุยะก้าวขึ้นสู่เนินพิชเชอร์ เขาก็สร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ให้กับสนาม
ตั้งแต่แฟน ๆ กองเชียร์ ไปจนถึงผู้เล่นในทีม และแม้แต่แฟนบอลขาจรบางส่วน ต่างพากันปรบมือให้โดยพร้อมเพรียง
บางคนถึงกับตะโกนเรียกชื่อฟุรุยะ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟรู้มาก่อนเกมแล้วว่าฟุรุยะไม่ใช่คนที่จะดูถูกได้
เขาคืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการคว้าชัยชนะ
แต่เมื่อได้ลงสนามจริงและเห็นฟุรุยะก้าวขึ้นสู่เนินพิชเชอร์ รวมถึงได้เห็นปฏิกิริยาของแฟน ๆ รอบสนาม
หัวใจของพวกเขาก็ยังอดหวั่นไหวไม่ได้อยู่ดี
เขาเป็นผู้เล่นแบบไหนกัน?
ใครกันที่ทำให้แฟน ๆ ในสนามคลั่งไคล้ได้ขนาดนี้?
“ความโกลาหลนี้ไม่แพ้ซูเปอร์สตาร์ในวงการเบสบอลอาชีพเลย”
“แค่ลูกฟาสต์บอลอย่างเดียวน่าจะทำไม่ได้ขนาดนี้ เด็กหนุ่มคนนี้ต้องมีอะไรอย่างอื่นอีกแน่”
คันซากิกล่าวอย่างครุ่นคิด
คำพูดนี้ยั่วโมโหเด็กหนุ่มบางคนในซุ้มม้านั่งเซนต์อดอล์ฟเข้าอย่างจัง
“ก็แค่ขว้างเร็ว ไม่เห็นมีอะไรน่าตื่นเต้น ผู้เล่นทีมเราไม่มีทางกลัวความเร็วลูกของคู่แข่งหรอก”
คนพูดคืออเล็กซ์
ได้ยินเอซของทีมพูดแบบนั้น ทุกคนก็รู้สึกว่าอะดรีนาลีนสูบฉีดพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
“ถูกแล้ว พวกเราคือระดับโลก!”
ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟยังคงมั่นใจในฝีมือของตัวเองมาก
ไม่ว่าผู้เล่นเซย์โดจะเก่งแค่ไหน ในสายตาของพวกเขา ผู้เล่นเซย์โดพวกนี้ก็เป็นแค่เด็กมัธยมปลายที่เก่งกาจเท่านั้น
ต่อให้เป็นเด็กมัธยมปลายที่เก่งแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นความเป็นเด็กมัธยมปลายอยู่ดี
ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟนั้นต่างออกไป
พวกเขาคือดาวรุ่งพรสวรรค์ที่ผ่านการฝึกฝนระดับโลกมาแล้ว
แม้จะยังเด็ก แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่อาจวัดได้ด้วยมาตรฐานระดับมัธยมปลายอีกต่อไป
ในเวลานี้ ผู้ที่ยืนอยู่ในแบทเตอร์บ็อกซ์คือแบตเตอร์ไม้หกของเซนต์อดอล์ฟ
เขาเป็นชายชาวเอเชีย แต่กล้ามเนื้อสวยงามได้รูปสุด ๆ
แม้จะสวมชุดแข่ง ก็ยังมองเห็นโครงร่างลาง ๆ ได้ชัดเจน
“ลุยเลย หวดมันเลย อิจิชิมะคุง!”
เสียงเชียร์ดังกระหึ่มมาจากซุ้มม้านั่งเซนต์อดอล์ฟ
เห็นได้ชัดว่าผู้เล่นในทีมฝากความหวังไว้กับแบตเตอร์คนนี้มาก
และนี่ไม่ใช่กรณีพิเศษ
เกือบทุกแบตเตอร์ของเซนต์อดอล์ฟที่ก้าวขึ้นมาล้วนมีทักษะการตีที่ดี ซาวามุระต้านทานพวกเขาไม่ได้เมื่อครู่นี้ก็เพราะเหตุผลนี้นี่แหละ
แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และแต่ละคนก็เก่งมาก
อิจิชิมะที่ยืนอยู่ในแบทเตอร์บ็อกซ์มีสีหน้าเรียบเฉย แต่ลึก ๆ ในใจ ไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนโชติช่วง
“ฟาสต์บอลเกิน 150 กม./ชม. งั้นเหรอ? จัดมาเลย!!”
ชัดเจนว่า
แบตเตอร์คนนี้รู้ซึ้งถึงลักษณะการขว้างของฟุรุยะ ซาโตรุเป็นอย่างดี
แต่เขาไม่แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ดูเหมือนว่าทันทีที่ลูกเบสบอลสีขาวถูกขว้างออกมา เขาจะทุ่มสุดตัวโดยไม่เกรงใจ
และเขามั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะต้องตีลูกได้แน่
เข้ามา!
เข้ามาเลย!!
เห็นอิจิชิมะแสดงท่าทีแบบนั้น ซุ้มม้านั่งเซนต์อดอล์ฟก็เดือดพล่าน
“หวดมันเลย!”
“ไม่เห็นมีอะไรวิเศษวิโส”
ผู้เล่นในซุ้มม้านั่งเซย์โดและกองเชียร์ทีมบนอัฒจันทร์ต่างพากันอ้าปากค้างอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อฟุรุยะขึ้นมาขว้าง พวกเขาคิดว่าฝ่ายตัวเองน่าจะกุมความได้เปรียบไว้ในมือแล้ว
ต่อให้คู่แข่งไม่ถึงกับตัวสั่นงันงก อย่างน้อยก็น่าจะประหม่าบ้าง
ทำไมพวกนั้นถึงได้ดูตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ แทนล่ะ?
“เจ้าพวกนี้ป่วยหรือเปล่าเนี่ย?”
นี่ไม่ใช่แค่ความคิดของคนคนเดียว แต่ผู้เล่นและกองเชียร์เซย์โดหลายคนต่างก็มีความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว
พวกเขาเชื่อจริง ๆ ว่าคู่แข่งป่วย และป่วยหนักด้วย!
ฟุรุยะที่ยืนอยู่บนเนินพิชเชอร์ย่อมสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ปกตินี้ มิยูกิที่อยู่ในตำแหน่งแคชเชอร์ก็ส่งสัญญาณให้เขาในจังหวะนี้เช่นกัน
โนเอาต์ รันเนอร์อยู่เบสสอง
ความแข็งแกร่งของคู่แข่งดูเหมือนจะไม่ธรรมดา
ในสถานการณ์นี้ พวกเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในสนาม
แม้ในแง่ของคะแนน พวกเขายังนำคู่แข่งอยู่สองรัน
แต่มันไร้ประโยชน์
ใครมีตาก็มองออกว่าตอนนี้โมเมนตัมของเซนต์อดอล์ฟกำลังพุ่งแรง
ถ้าพวกเขาฉวยโอกาสนี้ทำคะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมาทีเดียวรวดเดียว ก็เป็นไปได้มากทีเดียว
“เข้าใจแล้ว ชั้นจะไม่ยอมให้พวกนั้นสมหวังแน่!”
ฟุรุยะไม่ได้พูดอะไร
แต่เพียงแค่ปรายตามองก็สื่อความหมายนี้ได้อย่างชัดเจน
มิยูกิพยักหน้ารับรู้อย่างรู้ใจ
เขาเชื่อว่าคู่หูของเขาไม่มีทางยอมให้คู่แข่งได้ใจไปง่าย ๆ แน่
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ฟุรุยะเริ่มการดวลทันทีโดยไม่มีท่าวอร์มอัปใด ๆ
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วยกขาขึ้น
ก่อนจะขว้าง ฟุรุยะนิ่งสงบดั่งขุนเขา
แต่ทันทีที่เริ่มขว้าง ออร่าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดั่งสายฟ้าฟาด ลูกเบสบอลสีขาวพุ่งออกไปในพริบตา
“ตูม!!”
เสียงระเบิดกัมปนาททำให้ทุกคนในสนามสูดหายใจเฮือก
โดยเฉพาะผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟ
เหล่าเด็กหนุ่มต่างมั่นใจว่าฝีมือของตัวเองก้าวข้ามระดับมัธยมปลายไปแล้ว
ในใจลึก ๆ พวกเขาไม่ได้เห็นเซย์โดอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
คู่แข่งที่พวกเขาคิดว่าพอฟัดพอเหวี่ยงได้น่าจะมีแค่ทีมจักรวาลกับเซย์โฮที่เป็นตัวเต็งแชมป์เท่านั้น
แต่ตอนนี้ดูเหมือนพวกเขาจะประเมินคู่แข่งต่ำไป ไม่ใช่แค่ต่ำไปหน่อย แต่ประเมินต่ำไปมากโขเลยทีเดียว
ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายเสียแต้มก่อนในเกมนี้?
และยิ่งคาดไม่ถึงว่าลูกขว้างของสัตว์ประหลาดปีหนึ่งของเซย์โดจะเร็วขนาดนี้?
ลูกเบสบอลสีขาวพุ่งวูบผ่านไป
แบตเตอร์ไม้หกของเซนต์อดอล์ฟยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ร่างกายของเขาไม่ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย
“ปั้ก...”
“สไตรค์!!”
ฟุรุยะเก็บสไตรค์ไปได้อย่างขาวสะอาด
“155 กม./ชม.!!”
ความเร็วของลูกขว้างนี้ก็น่าตกตะลึงอย่างเหลือเชื่อเช่นกัน
ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟดูงุนงงอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาจ้องมองลูกขว้างนี้ตาถลน ความสับสนฉายชัดในแววตา
ทำไมกัน?
พวกเขาไม่เข้าใจ คิดยังไงก็คิดไม่ออก
กองเชียร์เซย์โดนั้นต่างออกไป
ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟทำตัวมั่นใจเหลือเกิน
ทุกคนสงสัยว่าคู่แข่งเก่งกาจมาจากไหน? มีพลังวิเศษอะไรหรือเปล่า?
ไม่งั้นพวกนี้จะมั่นใจขนาดนี้ได้ยังไง?
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคิดมากไปเอง
ไอ้พวกนักเรียนนอกที่กลับมาจากอเมริกาเหนือ พอเจอลูกขว้างของฟุรุยะเข้าไป ก็กลายเป็นคนบื้อใบ้ไปเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
“ที่แท้ก็แค่ราคาคุย!”
กองเชียร์เซย์โดเต็มไปด้วยความดูแคลน
หลงนึกว่าคู่แข่งจะเก่งกาจ ที่ไหนได้ก็แค่ภาพลวงตา
ไม่น่ากังวลเลยสักนิด
“ไม่ใช่ว่าคู่แข่งไม่เก่ง แต่ผู้ชายที่ยืนอยู่บนเนินพิชเชอร์นั้นแข็งแกร่งเกินไปต่างหาก”
ฟูจิโอะ นักข่าวอาวุโสจากนิตยสารเบสบอลคิงดอม ให้ความเห็นอย่างเป็นธรรม
สำหรับเขาแล้ว ฉากนี้เป็นเรื่องปกติมาก
ความเร็วลูกขว้างของฟุรุยะนั้นอยู่ในระดับบั๊กของเกมมาตั้งแต่ต้นแล้ว
ข้อเสียเดียวของเขาคือพละกำลัง
เรื่องนี้ช่วยไม่ได้ ไม่ว่าฟุรุยะจะโชว์ฟอร์มเทพแค่ไหนในสนาม
สุดท้ายเขาก็ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปี
ร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
ในสถานการณ์นี้ เขาจึงไม่สามารถขว้างลูกระดับบั๊กแบบนั้นได้ตลอด
อย่าว่าแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ผู้ใหญ่เลย ต่อให้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาก็ยังต้องเพลา ๆ การขว้างแบบนี้ลงบ้าง
ความทนทานของร่างกายมนุษย์มีขีดจำกัด
ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะในเมเจอร์ลีกหรือไมเนอร์ลีกที่อเมริกาเหนือ หรือในลีกอาชีพของเกาะญี่ปุ่น
พิชเชอร์ที่มีสไตล์คล้ายคลึงกับฟุรุยะ ถ้าไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา เส้นทางอาชีพของพวกเขาจะสั้นกุด
นักเบสบอลทั่วไปอาจเล่นได้เป็นสิบหรือยี่สิบปี
พวกเขาอาจต้องรีไทร์ภายในสามถึงห้าปี
เหตุผลสำคัญที่สุดคือร่างกายมนุษย์ปุถุชนไม่สามารถทนทานต่อความเร็วระดับนั้นได้
แม้ฟุรุยะจะมีพรสวรรค์เป็นเลิศและแข็งแกร่งกว่าผู้เล่นประเภทเดียวกันมาก
แต่โดยพื้นฐานแล้ว เขาก็หนีไม่พ้นกฎข้อนี้
ต้องยอมรับว่าจุดอ่อนของฟุรุยะนั้นรุนแรงถึงตาย
แต่เพราะแบบนั้นแหละ เวลาที่เขาไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังและทุ่มสมาธิไปกับการขว้าง พลังที่ระเบิดออกมาจึงเกินจินตนาการของคนทั่วไป
ไม่ต้องพูดถึงว่าผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟไม่เคยเห็นลูกขว้างของฟุรุยะมาก่อน
ต่อให้เป็นแบตเตอร์ที่เคยเห็นมาก่อน พอมาเจอฟุรุยะร่างฟูลพาวเวอร์เข้าไป ก็ยังต้องยืนอึ้งเหมือนกัน
ขณะที่ทุกคนยังคงตื่นตะลึง ฟุรุยะก็ขว้างลูกที่สองออกไปอย่างเฉียบขาด
“ตูม!”
ความเร็วของลูกนี้เร็วยิ่งกว่าเดิม และโมเมนตัมก็รุนแรงขึ้นไปอีก
ลูกเบสบอลสีขาวเปรียบเสมือนสัตว์ประหลาดนิรนาม พุ่งมาถึงหน้าแบตเตอร์ในชั่วพริบตา อิจิชิมะแห่งเซนต์อดอล์ฟกัดริมฝีปากแน่นจนแทบห่อเลือด
เขายังหาจังหวะเหวี่ยงไม้ที่ถูกต้องไม่เจอ
ลูกเบสบอลเร็วกินไป!
มันพุ่งผ่านสายตาเขาไปแทบจะในทันที
“บ้าเอ๊ย! ไม่คิดเลยว่าไอ้เด็กปีหนึ่งนี่จะน่ากลัวขนาดนี้?!”
ขณะที่อิจิชิมะกำลังยืนตะลึง
ลูกตัดสินก็มาถึง
อิจิชิมะกัดฟันกรามกรอดและเหวี่ยงไม้สวนออกไป
“ตูม!”
ตอนที่ไม้ถูกเหวี่ยงออกไป ความเร็วของมันก็จัดจ้านมาก
แต่ถึงอย่างนั้น ไม้ก็ยังสัมผัสลูกไม่โดน
ความเร็วลูกเบสบอลเร็วกว่านั้นอีก!
ตอนที่ลูกเบสบอลพุ่งผ่านสไตรค์โซน ไม้เพิ่งจะเหวี่ยงไปได้แค่ครึ่งทาง
“ปั้ก!”
“สไตรค์!”
“สไตรค์เอาต์!!”
ทันทีที่ฟุรุยะลงสนาม เขาก็พลิกสถานการณ์อันย่ำแย่ในสนามกลับมาได้ทันที
เขาเก็บเอาต์แรกมาได้สำเร็จ
ไม่ใช่แค่นั้น เขายังทำให้ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟตะลึงงันไปอย่างสมบูรณ์
ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟจ้องมองฟุรุยะด้วยความไม่อยากเชื่อ สายตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามตัวโต ๆ
“ไอ้เด็กปีหนึ่งนี่เก่งขนาดนี้เลยเหรอ?”
และคันซากิที่เดิมทีมีสีหน้าบิดเบี้ยว กลับไม่แสดงท่าทีโมโหกับฟอร์มของฟุรุยะ
ดูเหมือนว่าสำหรับคันซากิ ฉากนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา
อันที่จริง ปฏิกิริยาของคันซากิก็สงบนิ่งมากจริง ๆ
ในความเห็นของเขา คนบางคนเกิดมาเป็นลูกรักของสวรรค์
อย่างเช่นอเล็กซ์จากทีมพวกเขา และก็ฟุรุยะที่อยู่ตรงหน้า
ทั้งคู่จัดอยู่ในประเภทนี้
และเมื่อลูกรักของสวรรค์ต้องมาแข่งกับคนธรรมดา ผลลัพธ์สุดท้ายย่อมชัดเจนในตัวมันเอง
คันซากิไม่ได้คาดหวังว่าผู้เล่นธรรมดาในทีมจะตีลูกของสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้ก่อนที่พละกำลังของฟุรุยะ ซาโตรุจะหมดลง
การฝากความหวังไว้กับปุถุชนคนธรรมดานั้นเป็นเรื่องโง่เขลา
คันซากิหันไปมองอเล็กซ์แล้วถามเบา ๆ “ในฐานะลูกรักของสวรรค์เหมือนกัน นายคิดว่าไง?”
ได้ยินคำถามของคันซากิ อเล็กซ์ก็เบะปากอย่างดูแคลน
“ความเร็วลูกก็เร็วใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้เร็วกว่าชั้นเท่าไหร่หรอก ยิ่งเรื่องพละกำลังยิ่งห่างชั้นกันไกล”
แม้จะเผชิญหน้ากับฟุรุยะ อเล็กซ์ก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ทว่า ทันทีที่เขาลั่นวาจาออกมา
พายุลูกใหญ่ก็ปะทุขึ้นในสนาม
“ตูม!”
ลูกเบสบอลสีขาวพุ่งหวีดหวิวผ่านไป ดูเหมือนจะเร็วกว่าทุกลูกที่ผ่านมา
แฟน ๆ แม้จะตื่นเต้น
แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดว่าลูกขว้างที่ดูธรรมดานี้จะมีอะไรแตกต่าง?
จนกระทั่งพวกเขาเงยหน้ามองสกอร์บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์
และแล้วพวกเขาก็ต้องตกตะลึงสุดขีดกับตัวเลขที่ปรากฏบนนั้น
“160 กม./ชม.!!!”
“ว้าว!!”
อัฒจันทร์ที่เดิมทีค่อนข้างสงบ จู่ ๆ ก็ระเบิดออกราวกับหม้อน้ำเดือด
ผู้คนส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═