เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 221: ภูตหมาป่ากำลังมา

บทที่ 221: ภูตหมาป่ากำลังมา

บทที่ 221: ภูตหมาป่ากำลังมา


“โอ้โห! ท่านพ่อสุดยอดมาก!” หลงเหยาอ้าปากกว้างด้วยความอิจฉาพร้อมกับอุทานเสียงดัง

เมื่อหลงโม่ได้ยินเสียงเอ่ยชมของลูกชายคนเล็ก เขาก็เชิดคางขึ้นพลางทำหน้าภาคภูมิใจ

แล้วนัยน์ตาสีทองก็เลื่อนไปหาหูเจียวเจียวที่นั่งอยู่ด้านข้างเงียบ ๆ

“หลงโม่ เจ้าทำเกี๊ยวออกมาสวยมาก ฝีมือของเจ้าเกือบจะไล่ทันข้าแล้ว”

จิ้งจอกสาวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้

ด้วยทักษะการทำอาหารของมังกรหนุ่ม เธอเดาว่าการทำเกี๊ยวของเขาคงจะยุ่งเหยิงกว่านี้

อีกทั้งหญิงสาวไม่คิดว่าเกี๊ยวที่ชายหนุ่มปั้นจะกินได้ด้วยซ้ำ เธอเลยขอให้เขาสับเนื้อให้ก่อนเป็นอย่างแรก

ทันทีที่หลงโม่ได้ยินคำพูดของหูเจียวเจียว เขาก็กระแอมเบา ๆ และแสร้งทำเป็นนิ่งเฉยพลางขยับมือเอาเกี๊ยวไปวางไว้ข้าง ๆ เกี๊ยวของภรรยาสาว

“อะแฮ่ม...มันก็แค่การห่ออาหารธรรมดา ๆ มันไม่ได้ยากขนาดนั้น”

ในความเป็นจริงผลงานทั้งหมดผ่านการฝึกฝนระหว่างที่เขาแกะสลักปิ่นหยกให้จิ้งจอกสาว

ที่ผ่านมามือหยาบกร้านของมังกรหนุ่มไม่เคยทำงานละเอียดอ่อนมาก่อน เขาต้องควบคุมพละกำลังในตอนที่แกะสลักปิ่นปักผม จนตอนนี้เขามีความชำนาญในการควบคุมแรงของตัวเองแล้ว มันจึงส่งผลให้เขามีความสามารถในการเรียนรู้ที่สูงขึ้นและยังมีประโยชน์ในการทำเกี๊ยวอีกด้วย

“ท่านพ่อ” หลงจงถามขึ้นมาอย่างหนักแน่นว่า “ท่านรู้วิธีการทำเกี๊ยวได้ดีขนาดนี้ แต่ทำไมท่านถึงทำอาหารไม่อร่อยล่ะ?”

“...”

ทันใดนั้นพ่อมังกรก็รู้สึกว่าครอบครัวของตนมีลูกมากเกินไป และคงจะดีถ้ามีเด็กน้อยลงกว่านี้สัก 2 คน

มันจะสายเกินไปหรือเปล่าหากเขาจะโยนเจ้าเด็ก 2 คนนี้ทิ้งในป่า?

“ฮ่า ๆๆๆ!” หูเจียวเจียวกลั้นหัวเราะไม่ไหวจึงเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

เมื่อเธอเห็นว่าใบหน้าของหลงโม่หม่นหมองลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ชัด เธอก็หยุดหัวเราะแล้วพูดปลอบเขา

“หลงโม่ เจ้าอย่าคิดมากเลยนะ เจ้าแค่ทำอาหารไม่เก่ง แต่อย่างอื่นเจ้าทำได้ดีมาก ภูตทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสียของตัวเองอยู่แล้ว”

พอชายหนุ่มได้ยินคำพูดของคนรักก็มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย

จากนั้นเขาหันหน้าไปมองภรรยาสาวและถามอย่างไม่แน่ใจ “จริงหรือ?”

“จริง ๆ!” หูเจียวเจียวพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่พลางพยักหน้าแบบจริงจัง

หลงโม่หรี่ตาลงแล้วยังคงถามต่อไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“แล้วเจ้าบอกข้าได้ไหมว่าข้าทำอะไรได้ดีบ้าง?”

“ก็... ทำเกี๊ยวกับล่าสัตว์ ทั้ง 2 อย่างนี้เจ้าเก่งมาก…”

จิ้งจอกสาวนับนิ้วอย่างตั้งใจเพื่อแสดงว่าตนไม่ได้โกหก

มังกรหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาสีทองฉายแววแปลก ๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

แล้วในช่วงเวลาที่เหลือ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้วิธีการทำเกี๊ยว

หยินชางเป็นเด็กที่โตที่สุดในบ้าน เขาทำเกี๊ยวอยู่เงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียงอะไร แม้ว่ามันจะออกมาไม่สวยนัก แต่ก็เห็นได้ว่าเขาพยายามทำมากแค่ไหน

ในยามที่เด็กหนุ่มวางเกี๊ยวลงบนจาน เขาก็รู้สึกอับอายขึ้นมา

ตอนนี้มีจานวางอยู่ข้างหน้าเด็ก ๆ แต่ละคนซึ่งเอาไว้ให้พวกเขาใส่เกี๊ยวของตัวเอง

หลงอวี้เป็นคนที่ 2 ที่ทำเกี๊ยวสำเร็จ เกี๊ยวของเขาคล้ายกับของหยินชาง อาจจะเป็นเพราะมันมีไส้มากเกินไปจึงทำให้เกี๊ยวดูอ้วนเหมือนพุงของหลงเหยา

ปัจจุบันสายตาของหลงเซียวยังมองได้ไม่ชัดเจนนัก เขาเลยเคลื่อนไหวช้าและระมัดระวังมากกว่าคนอื่น และเขาใส่เนื้อสัตว์น้อย ดังนั้นเกี๊ยวของเขาจึงออกมาสวยงาม

“พี่รอง เกี๊ยวที่ท่านทำดูดีมากเลย” ระหว่างที่หลงหลิงเอ๋อทำเกี๊ยว นางก็คอยมองไปรอบโต๊ะก่อนจะเห็นเกี๊ยวของพี่ชายคนรองที่สวยกว่าใคร ๆ นางเลยเอ่ยปากชม

จากนั้นสาวน้อยก็ถือเกี๊ยวด้วยมือทั้ง 2 ข้างพลางยื่นให้แม่จิ้งจอกดูเกี๊ยวที่ตนทำ

“ท่านแม่ ข้าก็ห่อเกี๊ยวได้แล้วเหมือนกัน!”

หูเจียวเจียวหันไปมองทางต้นเสียงแล้วจ้องมองเกี๊ยวในมือของหลงหลิงเอ๋อ

เธอเห็นว่าฝีมือการห่อเกี๊ยวของลูกสาวราวกับว่ามันถูกแกะสลักด้วยมีดที่ไร้ตำหนิใด ๆ แม้แต่แป้งก็ยังถูกบีบเป็นชั้น ๆ อย่างประณีต รูปร่างหน้าตาของมันไม่ต่างจากดอกไม้สีขาวเลย

เกี๊ยวชิ้นนี้ทั้งดูเรียบร้อยและสะอาดตา

หากใครไม่รู้ก็คงนึกว่านี่เป็นงานศิลปะที่อยู่ในตู้โชว์

“หลิงเอ๋อ เกี๊ยวของเจ้า… สวยมาก” มุมปากของผู้เป็นแม่กระตุก ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากชมเด็กสาว

ในตอนนั้นเองที่เธอเพิ่งรู้ว่าหลงหลิงเอ๋อเป็นคนที่รักความสมบูรณ์แบบ

“ฮี่ ๆๆ” สาวน้อยยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะยื่นเกี๊ยวไปให้หยินชางดูบ้างในขณะที่นางยิ้มจนตาแทบจะปิด

เด็กหนุ่มที่ได้เห็นเกี๊ยวในมืออีกฝ่ายรู้สึกละอายใจ และเขาก็มุ่งมั่นตั้งใจกับการทำเกี๊ยวมากขึ้น

ในทางกลับกัน ทางด้านหลงจง

มือของเขาดูเหมือนจะไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าตัว อีกทั้งแผ่นเกี๊ยวในมือเขาก็ไม่ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี หลังจากใช้ความพยายาม 2-3 ครั้ง หน้าตาพวกมันก็ออกมาทั้งน่าเกลียดหรือไม่ก็บีบแป้งเข้าหากันไม่สำเร็จ

บัดนี้เด็กหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดเขาก็ใส่เนื้อยัดลงในแผ่นเกี๊ยวแบบฉุนเฉียว แล้ววางมันไว้ในฝ่ามือของเขาก่อนจะบีบมืออย่างแรง

แผละ!

เกี๊ยวบ้า ๆ บอ ๆ  1 ชิ้นเสร็จแล้ว!

เขาวางเกี๊ยวลงบนจานแบบคนที่พร้อมจะคลั่งได้ทุกเมื่อ

แถมบนใบหน้าของหลงจงเหมือนกับมีประโยคที่เขียนไว้ตัวใหญ่ ๆ ว่า ‘ยุ่งยากน่ารำคาญชะมัด!’

“เจ้าต้องกินเกี๊ยวที่เจ้าทำเองนะ” หลงโม่ชำเลืองมองลูกคนที่ 3 และเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หูเจียวเจียวแอบสะกิดเอวของสามีด้วยข้อศอก และพูดปลอบลูกชายเบา ๆ ว่า “จงเอ๋อ ไม่ต้องกังวล เจ้าค่อย ๆ ทำสิ ไม่ต้องรีบ”

ในเวลาเดียวกัน พอหลงเหยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ยินคำพูดของพ่อมังกร ใบหน้าอวบอ้วนของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที

เนื่องจากมือของเขาเล็กเกินไป เขาได้แต่วางแผ่นเกี๊ยวลงบนจานโดยตรงพลางบีบแผ่นเกี๊ยวไว้ครู่หนึ่งและเกาหน้าตัวเองอย่างคิดไม่ตกสักพัก

เด็กน้อยไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าใบหน้าของตนถูกแต่งแต้มไปด้วยหนวดแมวสีขาวแล้ว

หลังจากหลงเหยาพยายามทำมันแบบ ‘จริงจัง’ ในที่สุดเขาก็ถือ ‘เกี๊ยว’ ฝีมือตัวเองอย่างตื่นเต้น ก่อนจะยืนขึ้นพร้อมกับพูดเสียงดังว่า

“ท่านแม่! เสี่ยวเหยาก็ทำเกี๊ยวได้แล้วเช่นกัน!”

หูเจียวเจียวและคนอื่น ๆ จึงหันไปมองตามเสียง

พวกเธอเห็นว่าเจ้าตัวแสบกำลังถือสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับอุจจาระ หากมันไม่ใช่สีขาว ทุกคนคงคิดว่ามันถูกเจ้าตัวเบ่งออกมาแน่นอน

เมื่อหลงจงเห็นเกี๊ยวของน้องชาย อารมณ์ที่หดหู่ของเขาก็หายเป็นปลิดทิ้งทันที ก่อนที่เขาจะอ้าปากหัวเราะ “ฮ่า ๆๆๆ! เสี่ยวเหยา เจ้าเก็บอะไรมาน่ะ ขี้งั้นรึ?”

“...” หลงเหยาที่ถูกพี่ชายล้อเลียนถึงกับคิ้วกระตุก

ทว่าหลงจงไม่สนใจใบหน้าโกรธเคืองของเจ้าตัวเล็กเลย และยังคงเติมเชื้อไฟต่อไป “ท่านพ่อบอกว่า เจ้าจะต้องกินเกี๊ยวที่ตัวเองทำ ฉะนั้นเจ้าอย่ามาแย่งของเรานะ แล้วเราก็จะไม่แย่งเจ้าแน่นอน”

เมื่อเด็กหนุ่มมองไปที่เกี๊ยวหน้าตาเหมือนก้อนอึซึ่งมันน่าเกลียดจนเขากินไม่ลง เขาก็รู้สึกมั่นใจในฝีมือตัวเองขึ้นมาในทันใด

“พี่สามแย่ที่สุด!” หลงเหยากัดฟันด้วยความโกรธ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กแล้วโต้กลับว่า “เกี๊ยวที่พี่สามทำก็น่าเกลียด! ข้าไม่อยากกินของท่านหรอก!”

ตามธรรมเนียมแล้วการที่ครอบครัวทำเกี๊ยวด้วยกันก็เพื่อเสริมสร้าง ‘ความสามัคคีและความกลมเกลียว’

แม้ว่าภูตคนอื่น ๆ ในเผ่าจะไม่มีชีวิตชีวาเท่าครอบครัวนี้ แต่พวกเขาก็ซุกตัวนอนในเตียงคั่งและเพลิดเพลินกับความอบอุ่นในฤดูหนาวแรกของปี

...

ขณะเดียวกัน

ภูตหมาป่ากลุ่มหนึ่งในป่ากำลังวิ่งอย่างเต็มกำลังท่ามกลางลมหนาวและหิมะตกหนัก

ไม่นานพวกเขาก็พบถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งข้างในนี้มีฝูงภูตหลายร้อยคนรวมตัวกันอยู่ในถ้ำขนาดเล็กจนแทบไม่มีที่ว่างให้มดผ่านเข้าไปได้

เวลาต่อมา ภูตหมาป่าคนหนึ่งเดินเข้าไปในถ้ำที่อยู่ภายใต้พายุหิมะ เขาเดินไปสุดทางจนถึงส่วนด้านในสุดของถ้ำ จากนั้นเขาหมอบตัวลงกับพื้น และพูดกับภูตเกียจคร้านที่นั่งอยู่บนหินข้างหน้าด้วยความเคารพ

“หัวหน้า เผ่านั้นอยู่ข้างหน้าเราแล้ว”

ในตอนที่ภูตเหล่านี้ได้รับข่าวครั้งก่อน พวกเขาก็รู้ตำแหน่งโดยประมาณของเผ่าที่เป็นเป้าหมายเรียบร้อย

เพียงแต่ว่าสิ่งแปลกประหลาดที่ภูตมังกรใช้โจมตีในครั้งนั้นทรงพลังมากจนทุกคนต้องเลื่อนแผนการบุกออกไปจนกว่าจะถึงฤดูหนาวเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

“หืม? พวกมันส่งภูตมาลาดตระเวนกี่คน? แล้วมีภูตคอยปกป้องเผ่าอยู่กี่คน?”

หลางซัวเหล่ตาเรียวยาวไปมองคนพูดและถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

คนเป็นลูกน้องกลืนน้ำลายก่อนจะตอบอย่างลังเล

“หัวหน้า ไม่มีเลยสักคน…”

จบบทที่ บทที่ 221: ภูตหมาป่ากำลังมา

คัดลอกลิงก์แล้ว