เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 211: ถ้าอย่างนั้นก็อย่าลุกขึ้นมาอีกเลย

บทที่ 211: ถ้าอย่างนั้นก็อย่าลุกขึ้นมาอีกเลย

บทที่ 211: ถ้าอย่างนั้นก็อย่าลุกขึ้นมาอีกเลย


หูเจียวเจียวมองหลงเหยาที่สกปรกเหมือนลูกแมวจรจัดด้วยความฉงน

“เหยาเอ๋อ ทำไมเจ้าเพิ่งกลับมา แล้วไปทำอะไรมาถึงสกปรกขนาดนี้?”

“เปล่า เสี่ยวเหยาไม่ได้ทำอะไร เสี่ยวเหยาแค่เข้าไปพักผ่อนในป่ามา!”

เจ้าตัวเล็กรีบเอามือออกจากท้องพร้อมอธิบายแบบรีบร้อน

จากนั้นเขาใช้มือเปื้อนสัมผัสหน้าตัวเองจนมีรอยนิ้วมือสีดำ 2-3 รอยคล้ายกับหนวดแมว พอเขายิ้มก็เผยให้เห็นฟันน้ำนมที่เกลี้ยงเกลาเต็มปากซึ่งทำให้ฟันดูขาวเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น

ผู้เป็นแม่ที่ได้เห็นสภาพของลูกชายนวดหัวคิ้วตัวเองอย่างเหนื่อยล้า การอาบน้ำเจ้าตัวแสบในวันนี้ถือว่าเป็นภารกิจใหญ่อีกภารกิจหนึ่งแน่นอน

ส่วนเด็กทุกคนเมื่อเห็นหลงเหยากลับมาก็รู้สึกโล่งใจในเวลาเดียวกัน

ไม่กี่อึดใจต่อมา พวกเขาแต่ละคนก็ถือจอบขนาดเล็กของตัวเองเดินตามหูเจียวเจียวกลับบ้าน

ขณะที่ภูตหญิงคนอื่น ๆ ในทุ่งก็เดินกลับบ้านพร้อมกับเครื่องมือขุดของพวกนาง

ทางด้านเป้าเฟิง พอเขาทำงานเสร็จก็พบว่าหวงเยว่ไม่ได้นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ดังนั้นเขาจึงรีบไปถามผู้หญิงที่อยู่ใกล้ ๆ ว่าเห็นนางไหม

เขาไล่ถามคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงทั้งหมด แต่ไม่มีใครเห็นภรรยาของเขาเลย

ในตอนนั้นเอง หลงเหยาที่เดินตามหลังหูเจียวเจียวยกมือป้อมสั้นขึ้นแล้วพูดว่า “ท่านอาเป้าเฟิง เสี่ยวเหยาเห็นนาง!”

“เจ้าเห็นนางจริงหรือ นางอยู่ที่ไหน?” เสือดาวหนุ่มรีบเดินมาหาคนตัวเล็กทันทีและถามอย่างเป็นกังวล

“เอ่อ…”

เด็กน้อยเอียงคอใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง “นางไปแล้ว เสี่ยวเหยาเห็นนางคุยกับนกในป่า พอปล่อยนกไปนางก็ออกไปเลย”

“ออกไป?” เป้าเฟิงตกตะลึงไปชั่วขณะ

“ใช่!” เจ้าของใบหน้าน่ารักน่าชังผงกหัวยืนยันอย่างจริงจัง

แต่หูเจียวเจียวจับประเด็นสำคัญของคำพูดของหลงเหยาที่บอกว่านาง ‘คุยกับนก’ ได้เป็นอย่างดี

ทำไมหวงเยว่ถึงพูดกับนก?

เป็นไปได้ไหมว่านางสามารถใช้นกเพื่อส่งข้อความให้ศัตรูได้โดยไม่ต้องออกจากเผ่า?

เมื่อจิ้งจอกสาวคิดว่าหวงเยว่เป็นภูตนก บางทีนางอาจมีวิธีพิเศษในการส่งข้อความโดยการใช้นก รูม่านตาของเธอก็หดลง ไม่น่าแปลกใจเลยที่นางสามารถส่งข้อความแบบไม่ต้องออกไปนอกเผ่า และยังเร็วกว่าหลงโม่ที่เป็นภูตมังกรอีก

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!

ถ้าเช่นนั้นเผ่าก็กำลังตกอยู่ในอันตรายไม่ใช่หรือ!?

ในเวลาเดียวกัน หลงเหยาเหลือบไปเห็นนกในมือของหยินชาง แล้วเขาก็เบิกตากว้างก่อนจะพูดว่า

“นั่นมันนกตัวนั้นนี่!”

“ท่านแม่ นกตัวนี้พูดได้!”

เจ้าตัวเล็กวิ่งไปหาหยินชางอย่างตื่นเต้น จากนั้นเขาเอามือลูบหัวนกและอยากจะลองคุยกับมัน “เจ้านกน้อย เจ้าชื่ออะไร บ้านเจ้าอยู่ที่ไหน?”

ตอนที่เขากำลังแอบกินผลไม้ดินในป่า เขาบังเอิญเห็นฉากที่หวงเยว่กำลังพูดคุยกับนก เด็กน้อยจึงคิดว่านกสามารถพูดภาษามนุษย์ได้

ปัจจุบันนกหัวขาวอ่อนแอมาก ก่อนหน้านี้มันพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของภูตสุดชีวิต แต่หยินชางหิ้วปีกมันไว้ในมือเพื่อไม่ให้มันหนีไปไหน

ในยามที่หลงเหยาถามนก มันก็ส่ายหัวอย่างอ่อนแรงเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

คำพูดและการกระทำของเด็กน้อยทำให้ทุกคนตะลึง

“เหยาเอ๋อ เจ้าแน่ใจหรือว่าหวงเยว่กำลังคุยกับนกตัวนี้ ไม่ใช่นกตัวอื่นที่มีสีเดียวกันใช่ไหม?” หูเจียวเจียวถามด้วยความประหลาดใจ

หลงเหยาพยักหน้ายืนยัน “ถูกต้อง! เสี่ยวเหยาจำไม่ผิดแน่นอน นกตัวนี้มีขนสีขาวบนหัว มันเหมือนกันทุกประการ!”

โชคดีจริง ๆ! โล่งอกไปที!

อย่างน้อยการที่หวงเยว่ส่งข่าวไปให้ศัตรูก็ยังถูกขัดขวางได้โดยบังเอิญ แม่จิ้งจอกไม่รู้จริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นโชคร้ายหรือว่าครอบครัวของเธอโชคดีกันแน่

ไม่นานความกังวลที่ฉายอยู่ในดวงตาของหูเจียวเจียวก็ถูกแทนที่ด้วยความสุข เธอลูบหัวของลูกชายคนเล็กด้วยความรักใคร่ก่อนจะหันไปมองหยินชาง

“หยินชาง เจ้ายิงนกตัวนี้ลงมาหรือ?”

เด็กตระกูลหลงรู้สึกสับสนเล็กน้อยกับคำถามของแม่จิ้งจอก ส่วนหยินชางเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่าตนทำอะไรผิด เขาจึงขมวดคิ้วราวกับว่าเขาเต็มใจที่จะยอมรับความผิดทั้งหมดไว้เอง

“ท่านแม่ ข้าเป็นคนบอกให้หยินชางยิงนกเอง ท่านแม่อย่าโกรธเขาเลย ถ้าท่านอยากจะตำหนิก็ตำหนิข้า มันไม่เกี่ยวอะไรกับหยินชาง” หลงหลิงเอ๋อยืดอกยอมรับผิด แล้วแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ

แต่ผู้เป็นแม่กลับยิ้มอ่อนโยน “แม่จะโกรธเจ้าได้ยังไง! ทำได้ดีมากหยินชาง เจ้าได้ช่วยเผ่าไว้แล้ว!”

เธอพูดในขณะที่ยกนิ้วโป้งให้เด็กหนุ่มไปด้วย

ปฏิกิริยาของหูเจียวเจียวทำให้ดวงตาของหยินชางแสดงถึงความสับสน และเธอก็พูดต่อไปว่า “หยินชาง บอกข้ามาได้เลยว่าเจ้าต้องการอะไร ข้ารับปากว่าจะทำให้เจ้าแน่นอน”

ในเมื่อเด็กคนนี้ทำความดีอันยิ่งใหญ่ เขาก็สมควรได้รับรางวัลตอบแทน

ทว่าหยินชางกลับส่ายหัวตอบ

เพียงแค่อีกฝ่ายรับเขามาเลี้ยงดูมันก็ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว เขาไม่ได้มีความปรารถนาในสิ่งอื่นใดอีก

“ท่านแม่~” หลงเหยาเงยหน้าขึ้นร้องเรียกผู้เป็นแม่เสียงหวาน เจ้าเด็กน้อยถูมือของตัวเองไปมา พร้อมกับที่ดวงตาสีแดงทับทิมคู่สวยเปล่งประกายแวววาว เขาถามอย่างมีความหวังว่า

“เสี่ยวเหยาขอรางวัลด้วยได้ไหม?”

เขาเป็นคนที่เห็นนกตัวนั้นเหมือนกัน!

“ไม่ได้” หูเจียวเจียวมองไปที่ลูกชายตัวอ้วนแล้วปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

แม่จิ้งจอกรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น และเมื่อเร็ว ๆ นี้เธอได้ตั้งกฎควบคุมปริมาณอาหารของหลงเหยา เธอจะปล่อยให้เขากินมากกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไป ขนาดว่าเขาถูกจำกัดอาหารมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่น้ำหนักของเขาไม่ลดลงเลยสักนิด แถมมันยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย

หญิงสาวอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าตัวแสบมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นแม้กระทั่งการดื่มแค่น้ำเปล่าหรือไม่?

หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป หลงเหยาจะเติบโตจากชายร่างอ้วนตัวเล็กกลายเป็นชายร่างอ้วนตัวใหญ่

หูเจียวเจียวเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากจริง ๆ

คำตอบจากปากแม่จิ้งจอกทำให้แสงประกายในดวงตาของเจ้ามังกรน้อยดับลงทันที พร้อมกับที่เขาก้มหน้าลงต่ำ

ทางด้านเป้าเฟิงเมื่อได้รู้ว่าหวงเยว่ไม่อยู่ที่นี่แล้ว เขาก็กลายร่างเป็นสัตว์วิ่งออกไปจากทุ่งมันฝรั่งให้เร็วที่สุด

ถัดมา หูเจียวเจียวเดินกลับบ้านพร้อมกับลูก ๆ อย่างอารมณ์ดี ทว่าหลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็พบว่าทางข้างหน้าถูกกลุ่มภูตชายขวางไว้

“หูเจียวเจียว ข้า…ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า...”

ชายร่างสูงกำยำที่มีท่าทางซื่อตรงเดินหน้าแดงเข้ามาหาหญิงสาวแล้วพูดตะกุกตะกักด้วยท่าทางขัดเขิน

เมื่อจิ้งจอกสาวเห็นว่าเขาลังเล เธอก็คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญจึงบอกให้ลูก ๆ กลับบ้านไปก่อน จากนั้นเธอก็หันไปมองอีกฝ่าย

“มีเรื่องอะไรหรือ? บอกข้ามาเถอะ”

“ข้าชอบเจ้า ให้ข้าเป็นคู่ของเจ้าได้ไหม ข้าจะดูแลลูกเจ้าเหมือนเป็นลูกของข้า ได้โปรดยอมรับข้าด้วยเถอะ!”

ใบหน้าของชายคนนั้นแดงเป็นสีมะเขือเทศสุก เขาตะโกนสุดเสียงราวกับจะให้กำลังใจตัวเอง และในขณะเดียวกันเขาก็ก้มลงไปหาหญิงสาวที่ตนหมายปอง

ทางด้านหูเจียวเจียวไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนี้

จิ้งจอกสาวรีบถอยห่างจากอีกคนพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและเหินห่าง “ขอโทษด้วย ข้าไม่ชอบเจ้า”

ฝ่ายที่ได้รับคำตอบทำหน้าผิดหวังทันที แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยโอกาสดี ๆ หลุดมือไป ไม่นานเขาก็คุกเข่าลงพร้อมตะโกนเสียงดัง

“หูเจียวเจียว ให้โอกาสข้าเถอะ!” เขากัดฟันพูด “ข้าจะไม่ลุกไปไหนจนกว่าเจ้าจะตอบตกลง”

หญิงสาวขมวดคิ้วขณะที่ตั้งท่าจะเดินออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอัด

แต่ใครจะไปคาดคิดว่าก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้า จู่ ๆ ก็มีเงาดำขนาดใหญ่ปกคลุมเหนือหัวของทั้ง 2 คน ตามด้วยหางมังกรที่ฟาดเข้าใส่หลังของภูตชายเสียงดัง

ป้าบ!

“โอ๊ย!” ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายร้องเสียงหลง ด้วยความที่ว่าเขาถูกโจมตีแบบไม่ทันได้ตั้งตัวจึงหน้าทิ่มพื้นจนศีรษะครึ่งหนึ่งติดอยู่ในดิน

หูเจียวเจียวยืนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และวินาทีถัดมา ชายร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาก็ปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ เธอ โดยที่เขาเปล่งออร่าเย็นเยียบออกมาประหนึ่งเตือนให้เธอรู้ว่าเขาเองก็มีอารมณ์เช่นกัน

เพียงแค่ว่าอารมณ์ของเขาพุ่งไปที่บุคคลภายนอกเท่านั้น

หลงโม่มองไปที่ชายตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา และน้ำเสียงของเขาก็เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งขั้วโลกใต้ “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าลุกขึ้นมาอีกเลย”

“…” ภูตชายผู้โชคร้ายไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้โต้ตอบด้วยซ้ำ!

“หลงโม่ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ เจ้าทำงานของเจ้าเสร็จแล้วหรือ?” ทันทีที่จิ้งจอกสาวเห็นมังกรหนุ่ม ดวงตาของเธอก็สว่างขึ้น และเธอก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อโอบแขนเขา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ชายหนุ่มยุ่งมาก เขาแทบไม่ได้กลับมาเลยจนกระทั่งฟ้ามืด

เธอคิดว่าวันนี้คู่ของตนจะกลับมาช้าเหมือนเช่นเคย

ต่อมา หลงโม่หันหน้าไปมองภรรยาสาว ในวินาทีนั้น ความเย็นชาในดวงตาสีทองจางหายไป อีกทั้งบรรยากาศโดยรอบก็ปกคลุมไปด้วยความอ่อนโยนทันที

“อืม ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน”

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะไปจากที่นี่ เขาชำเลืองมองภูตชายที่หัวยังคงจมอยู่ในดิน เขากังวลว่าเธอยังไม่อยากกลับไปจึงพูดเสริมว่า “ข้ามีบางอย่างจะมอบให้เจ้า”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พ่อกลับมาแล้ววว ช่วงนี้พ่อหายไปเลย ใครคิดถึงพ่อมังกรสุดหล่อคนนี้บ้าง~

จบบทที่ บทที่ 211: ถ้าอย่างนั้นก็อย่าลุกขึ้นมาอีกเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว