เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 203: หาวิธีรับมือ

บทที่ 203: หาวิธีรับมือ

บทที่ 203: หาวิธีรับมือ


หรือว่า... หวงเยว่ไม่ได้สูญเสียความทรงจำไปตั้งแต่แรก!

เมื่อหูเจียวเจียวนึกถึงความเป็นไปได้นี้ ภาพที่กระจัดกระจายมากมายก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ มันทำให้เธอนึกอะไรบางอย่างออก

“หยินชาง กลุ่มภูตหมาป่าสีขาวเป็นคนโจมตีเผ่าของเจ้าหรือเปล่า?”

เธอจำได้ว่าหยินกู่ดูเหมือนจะบอกว่าเป็นกลุ่มภูตหมาป่าที่โจมตีเผ่าของเขาก่อนที่ทั้งคู่จะหนีออกมาจากที่นั่น

นอกจากนี้ภูตหมาป่าพวกนั้นยังเป็นกลุ่มเดียวกับที่ไปขัดขวางพวกพี่ใหญ่ตอนออกไปขนดอกเกลือกลับเผ่าอีกด้วย

ภายใต้การจ้องมองของจิ้งจอกสาว หยินชางพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง

เขาจะไม่มีวันลืมฝูงนักล่าโหดเหี้ยมที่ทำให้ตนและพี่ชายต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ในป่า

หัวใจของหูเจียวเจียวจมดิ่งลงทันทีที่ได้รับการยืนยันจากเด็กหนุ่ม และการคาดเดาในใจเธอกำลังจะปรากฎเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

“หยินชาง ขอบคุณเจ้ามาก!”

เธอเอื้อมมือไปตบแก้มของหยินชางเบา ๆ พลางบอกว่า “ข้ามีเรื่องด่วนต้องไปหาท่านผู้เฒ่า เจ้าช่วยข้าดูแลเหยาเอ๋อหน่อยนะ”

จากนั้นเธอก็หันหลังวิ่งออกไปอย่างรีบเร่ง

ถ้าหวงเยว่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภูตหมาป่ากลุ่มนั้นจริง ๆ เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในเผ่าก็มีคำอธิบายแล้ว

นี่ต้องเป็นเล่ห์เหลี่ยมบางอย่างของนางแน่นอน!

เธอต้องบอกหัวหน้าเผ่าให้เร็วที่สุด

ทางด้านหยินชางยืนถือแตงกวานิ่งพลางมองตามหลังของหูเจียวเจียวไป ในขณะที่เขาสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ นางถึงตื่นเต้นขนาดนั้น

เขาเป็นคนที่ควรตื่นเต้นมากกว่าไม่ใช่หรือ?

...

เวลาต่อมา ในที่สุดจิ้งจอกสาวก็มุ่งหน้ามาถึงบ้านของหัวหน้าเผ่า

เมื่อชายชราเห็นว่าหูเจียวเจียววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาตน เขาก็รีบบอกให้เธอนั่งพักบนม้านั่งหินก่อน

“เจียวเจียว เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้ารีบร้อนนัก?”

ผู้มีอำนาจสูงสุดเองก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาเช่นกัน เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือลูบเคราตนเอง

ส่วนหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะบอกอีกฝ่ายถึงเรื่องที่เธอคาดเดาในใจ

เนื่องจากชายผู้นี้ไว้วางใจในตัวเธอมาก เธอจึงไม่ปิดบังอะไรเขาเลย

แม้ว่าภูตคนอื่นอาจไม่เชื่อสิ่งที่เธอกล่าวตอนนี้ แต่ผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าจะต้องเชื่อเธออย่างแน่นอน

“อะไรนะ!?”

เมื่อหัวหน้าเผ่าได้ยินคำพูดของหูเจียวเจียว เขาก็ตะโกนเสียงดังพร้อมกับทำหน้าเหลือเชื่อ

“เจ้าบอกว่าหวงเยว่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มภูตหมาป่าที่ดักซุ่มโจมตีคนของเราตอนที่ไปขนดอกเกลืองั้นหรือ นี่มัน...”

ชายสูงวัยอยากจะบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อเขานึกถึงตอนที่หวงเยว่มาขออาศัยอยู่ในเผ่า หลังจากนั้นเผ่าแห่งนี้ก็มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นมากมาย อีกทั้งภูตที่ไปเอาดอกเกลือกลับเผ่าก็เกือบจะถูกฆ่าตาย ดังนั้นเขาจึงต้องระมัดระวังและคิดอะไรให้รอบคอบ

“แต่หู่จงไม่ใช่ผู้ที่สมรู้ร่วมคิดกับพวกภูตต่างเผ่าหรอกหรือ?” ผู้อาวุโสขมวดคิ้วจนแทบจะผูกเป็นปม

รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าสูงวัยถูกบีบเข้าหากันแน่นจนเกิดเป็นรอยยับซึ่งเป็นภาพที่จิ้งจอกสาวเห็นชินตาแล้ว

ในโลกของภูต เหล่าภูตต้องเผชิญหน้ากับปัญหาการเอาชีวิตรอดกันทั้งนั้น

ภูตผู้ดิ้นรนเพื่ออยู่รอดให้ได้ในแต่ละวันไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับโลกมนุษย์ที่หญิงสาวเคยอยู่ได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นการเผาทำลาย การเข่นฆ่า การปล้นสะดม รวมถึงเจตนาร้ายทั้งหมดคือความโหดร้ายอันแท้จริงที่ภูตส่วนใหญ่ต้องพบเจอ

“บางทีหวงเยว่อาจใช้วิธีบางอย่างเพื่อควบคุมเขา”

หูเจียวเจียวเองก็ไม่สามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้เหมือนกัน

เห็นได้ชัดว่าในวันนั้นหวงเยว่ไม่ได้ออกไปไหน แล้วนางจะส่งข่าวเกี่ยวกับเรื่องดอกเกลือให้ภูตต่างเผ่ารู้ได้อย่างไรกัน?

“เฮ้อ…” หัวหน้าเผ่าถอนหายใจพลางขมวดคิ้วอย่างเหนื่อยล้า

“ท่านผู้เฒ่า อย่ากังวลไปเลย ตอนนี้เรารู้ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นล่วงหน้าแล้ว เราก็แค่ต้องระวังผู้หญิงคนนี้เอาไว้”

จิ้งจอกสาวปลอบโยนผู้อาวุโส

“ทำไมเราไม่ขับไล่นางออกจากเผ่าไปตรง ๆ เลยล่ะ?” ชายชราแนะนำด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

“ข้าเกรงว่านั่นจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ถ้ากลุ่มภูตหมาป่าโจมตีเผ่าของเรา ฝ่ายตรงข้ามน่าจะแข็งแกร่งกว่าเรา ซึ่งทางเผ่าอาจไม่สามารถต้านทานพวกมันได้”

หูเจียวเจียวส่ายหัว ก่อนจะใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า

“อย่างน้อยก็จนกว่าเราจะหาทางตั้งรับได้ก่อน”

ปัจจุบันฝ่ายศัตรูกำลังจับตามองเผ่าแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าหวงเยว่จะถูกขับไล่ออกไป แต่มันก็ไม่ได้ทำให้กลุ่มภูตหมาป่าเปลี่ยนใจที่จะรุกรานพวกเธออยู่ดี

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเธอต้องหาวิธีรับมือการบุกโจมตีของคนพวกนั้น

“ตกลง ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก” คนเป็นหัวหน้าเผ่าผงกหัวซ้ำ ๆ

ก่อนหน้านี้เผ่าของพวกเขาไม่เคยถูกภูตต่างเผ่าโจมตีมาก่อน แต่หากเกิดสงครามระหว่างเผ่า พวกตนจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แน่นอน

ชายชราปรับอารมณ์ได้โดยเร็วจนในที่สุดเขาก็สงบลง

“ท่านผู้เฒ่า ข้าขอรบกวนท่านช่วยส่งคนไปจับตาดูหวงเยว่เอาไว้ และอย่าให้นางรู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่” หูเจียวเจียวพูดเตือนชายแก่อีกครั้ง

เธอต้องการทราบว่าหงส์สาวส่งข่าวไปถึงภูตต่างเผ่าได้อย่างไร

“ตกลง ข้าจะส่งคนไปจับตามองนางเดี๋ยวนี้!”

หัวหน้าเผ่าพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทางเคร่งขรึม และประกายแสงก็ฉายในดวงตาที่ผ่านโลกมานานของเขา

หลังจากที่จิ้งจอกสาวหารือกับผู้นำสูงสุดเสร็จแล้ว เธอก็มุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าแห้งแล้งทางตอนใต้ของเผ่า

ขณะนี้ภูตหลายคนได้ขีดเส้นกำหนดระยะ แล้วเริ่มขุดดินเพื่อสร้างกำแพงหิน

เนื่องจากในปีนี้เผ่ามีอาหารเหลือมากพอ อีกทั้งเนื้อสัตว์ยังสามารถเก็บไว้ได้นาน และผลไม้ดินกำลังเติบโตอยู่ในพื้นดิน พวกเขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารกันอีก ทำให้ตอนนี้มีภูตชาย 2-3 คนมาช่วยงานเพิ่ม

พอหูเจียวเจียวมอบถุงปุ๋ยขนาดใหญ่หลายถุงให้คนงานแล้ว เธอก็ขอให้คนอื่นหาภูตชายมาช่วยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ

ภูตที่รับคำสั่งทำงานได้รวดเร็วมาก เขาหันกลับไปเรียกชาย 3 คนที่อยู่ใกล้ ๆ ให้มาช่วยอีกแรงทันที

ในเวลาเดียวกัน จิ้งจอกสาวเดินไปยืนรออยู่ที่ริมแม่น้ำ

ไม่นานหญิงสาวที่มองดูจากระยะไกลก็เห็นผู้ชาย 3 คนเดินมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำ

ยามนี้ชายทั้ง 3 กำลังพูดคุยกันขณะเดินเข้ามา ดูจากลักษณะท่าทางแล้ว พวกเขาน่าจะเป็นคนที่เพิ่งถูกเรียกมาเมื่อกี้ เพราะเมื่อวานหูเจียวเจียวไม่เห็นอีกฝ่ายมาทำงาน

1 ในนั้นคือคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตา เขาคือเป้าเฟิงที่ท่านผู้เฒ่าใช้ให้เขาไปส่งข่าวเรื่องที่จะมีภูตต่างถิ่นซุ่มโจมตีพวกพี่ใหญ่ในวันนั้น

“เป้าเฟิง เจ้าโชคดีชะมัด!”

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเพิ่งมีคู่ ข้าอิจฉาเจ้ามาก เมื่อไหร่เราจะได้เจอคู่แบบเจ้าบ้างนะ”

“แถมคู่ของเจ้ายังเป็นหวงเยว่อีก”

“สอนเราทีสิ เจ้าเกี้ยวผู้หญิงดี ๆ แบบนี้ได้ยังไง!?”

ชายทั้ง 2 พูดขึ้นมาเสียงดังพร้อมกับตบไหล่เสือดาวหนุ่มอย่างอิจฉาปนหยอกล้อ

“ไม่มีอะไรหรอก… แค่นางต้องการหาคู่ ข้าเอาเหยื่อไปให้นางเมื่อวาน นางก็เลยตกลง”

เป้าเฟิงโบกมือปัดพลางพูดแบบขอไปที แต่ความภูมิใจที่ฉายในดวงตาของเขานั้นชัดเจนมาก

เดิมทีเขาคิดว่าหงส์สาวจะปฏิเสธ แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่านางจะตอบตกลงอย่างง่ายดาย

หวงเยว่คงจะชอบข้ามานานแล้ว

ข้าช่างมีเสน่ห์เหลือล้นจริง ๆ!

เสือดาวหนุ่มรู้สึกเพียงว่าการที่หญิงสาวยอมรับเขาเป็นคู่ครองช่วยให้ความรู้สึกที่ไร้ตัวตนตอนอยู่ในป่าวันนั้นฟื้นกลับคืนมาในทันที

ทางด้านหูเจียวเจียวขมวดคิ้วเมื่อได้ยินบทสนทนาของภูตชายทั้ง 3 ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปหาเป้าเฟิงแล้วถามว่า

“เจ้ากับหวงเยว่ตกลงปลงใจกันแล้วหรือ?”

“ใช่ เราเป็นคู่กันแล้ว” เป้าเฟิงคิดว่าจิ้งจอกสาวก็มาที่นี่เพื่อแสดงความยินดีกับตน เขาจึงยิ้มอย่างมีความสุข

แต่ผู้หญิงคนนี้กลับมีใบหน้าเคร่งขรึม นางไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิด

ท่าทางของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มเกาหัวด้วยความสงสัยและถามแบบลังเลว่า “ทำไมหรือ เจ้ามีอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่มีอะไร” หูเจียวเจียวส่ายหัว “ข้าแค่มาบอกเจ้าว่าหัวหน้าเผ่ามีเรื่องบางอย่างจะใช้งานเจ้า ดังนั้นเจ้าควรไปหาเขาโดยเร็วที่สุด”

ท่านผู้เฒ่าเป็นภูตที่มีอำนาจมากที่สุดในเผ่า ดังนั้นการมอบหมายงานต่าง ๆ ควรตกเป็นของหัวหน้าเผ่า

“หา? ท่านผู้เฒ่ามีอะไรจะใช้ข้า?” เป้าเฟิงอดที่จะสงสัยไม่ได้

“ไม่รู้เหมือนกัน เจ้าจะรู้เองหลังจากที่เจ้าไปหาท่านผู้เฒ่า แต่อย่าลืมบอกข่าวดีแก่เขาว่าเจ้ากับหวงเยว่ได้เป็นคู่กันแล้วด้วยล่ะ”

หญิงสาวพูดเร่งให้เขาปลีกตัวไปหาชายสูงวัย

ขณะนี้เสือดาวหนุ่มถูกผู้นำสูงสุดเรียกตัว เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องไปพบอีกฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่หัวหน้าเผ่ากำลังแจกแจงงานให้พวกผู้ติดตาม เขาก็เห็นเป้าเฟิงวิ่งเข้ามาหาตน

“ท่านผู้เฒ่า ท่านจะใช้ให้ข้าทำอะไรหรือ?”

ชายชราทำหน้าสงสัย “ข้าเรียกเจ้าตอนไหน...”

“หูเจียวเจียวบอกข้ามาว่าท่านเรียกหาข้า”

ชายหนุ่มเกาหัวตัวเองด้วยความงุนงง จากนั้นเขาก็นึกบางสิ่งขึ้นมาได้ ก่อนจะพูดพร้อมรอยยิ้ม “เอาเถอะ ท่านผู้เฒ่า ข้ามีข่าวดีจะบอก ตอนนี้หวงเยว่กับข้าได้กลายเป็นคู่กันแล้ว”

เมื่อผู้อาวุโสได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปฉับพลัน

เป้าเฟิง ไอ้เด็กโง่คนนี้!

เขาเพิ่งบอกแผนการให้ภูตคนอื่น ๆ เสร็จ แต่เจ้าเด็กนี่ดันส่งตัวเองไปถึงหน้าประตูบ้านของหวงเยว่จอมหลอกลวงคนนั้นเสียได้!

ทันทีที่ชายชราได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เขาก็ยิ้ม ‘อย่างเมตตา’ และกวักมือเรียกให้เสือดาวหนุ่มมาใกล้ ๆ ตน

“เป้าเฟิง มานี่สิ ข้ามีอะไรจะบอกเจ้า...”

จบบทที่ บทที่ 203: หาวิธีรับมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว