เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 202: หวงเยว่โกหก

บทที่ 202: หวงเยว่โกหก

บทที่ 202: หวงเยว่โกหก


บัดนี้สีหน้าของหวงเยว่เปลี่ยนเป็นเหยเกเพราะความเจ็บปวดจากการที่นางถูกหลงเหยาจู่โจมแบบกะทันหัน ทำให้ตัวนางเสียหลักทำอาหารในมือกระเด็นหกใส่ศีรษะของตัวเอง จากนั้นร่างกายของนางก็อยู่ในสภาพเละเทะไปทั้งตัว

หลังจากที่หลงเหยาพูดจบ เขาก็รีบวิ่งกลับไปยืนอยู่ด้านข้างหยินชางพร้อมกับจับมือของเขาไว้

“ไอ้เด็กเวร! เจ้าบังอาจมาหลอกข้า!”

หงส์สาวโมโหมากจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง นางคว้าเนื้อออกจากหัวแล้วขว้างลงพื้นตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง ในขณะที่นางพยายามสงบสติอารมณ์เพื่อระงับความโกรธของตัวเอง

ตอนนี้ผมของหญิงสาวถูกปกคลุมด้วยคราบน้ำมันเหนียว แต่นางก็ต้องเก็บอาหารทั้งหมดจากบนพื้นและนำมันกลับบ้านไปเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครบังเอิญเก็บมันไปกิน รวมถึงไม่ให้ใครรู้ว่าอาหารนั้นเป็นของใคร แล้วสาวมาถึงตัวนางเอง

หวงเยว่รู้สึกโกรธมากที่แผนของตนเองไม่สำเร็จ แถมยังโดนชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมามองด้วยสายตาแปลก ๆ อีก หลังจากกลับมาถึงบ้าน นางก็รีบฝังอาหารไว้ใต้ต้นไม้ข้างบ้านลวก ๆ

ตอนนี้การวางยาพิษหลงเหยาเพื่อขับไล่หยินชางออกจากเผ่าไม่ได้ผลแล้ว

แต่โชคดีที่ไอ้เด็กนั่นเป็นใบ้ ถ้าถึงฤดูหนาวเมื่อไหร่ล่ะก็… ภารกิจของนางก็จะเสร็จสิ้น

...

ในเวลาเดียวกัน หลงโม่กับหูเจียวเจียวมาช่วยสร้างบ้านหินเป็นเวลาครึ่งวัน จากนั้นก็ใช้เวลาที่เหลือไปทำงานของตัวเอง

เมื่อถึงตอนเที่ยง จิ้งจอกสาวก็มุ่งหน้ากลับบ้านโดยที่เธอตั้งใจเอาไว้ว่าจะหาปุ๋ยให้คนในเผ่าเอาไปโปรยบนทุ่งหญ้าเพิ่ม

สิ่งที่เธอให้คนนำไปโปรยที่ทุ่งหญ้าครั้งล่าสุดคือปุ๋ย แม้ว่าบริเวณทุ่งเลี้ยงกระต่ายจะมีเพียงหญ้า แต่ปุ๋ยก็จะช่วยให้พวกมันเติบโตได้เร็วขึ้น อีกทั้งลำต้นจะขยายใหญ่ขึ้นด้วย

แต่หญิงสาวไม่รู้ว่าขนาดพื้นที่ของทุ่งหญ้าใหญ่แค่ไหน เพราะวันนั้นเธอให้คนอื่นโปรยปุ๋ยให้ วันนี้เธอจึงตัดสินใจจะเอาปุ๋ยไปที่ทุ่งหญ้าและดำเนินการเรื่องการสร้างสะพาน

เดิมทีเธอสามารถหาสถานที่ที่ไม่มีใครอยู่รอบ ๆ แล้วนำปุ๋ยออกจากมิติได้แล้ว แต่พอคิดว่าหยินชางอาจไม่ชินกับการอาศัยอยู่ในบ้าน เธอจึงเลือกที่จะแวะไปหาเขาก่อน

เมื่อหูเจียวเจียวเดินทางกลับถึงบ้าน มีเพียงหยินชางกับหลงเหยาที่อยู่บ้านเท่านั้น ในขณะที่เด็กคนอื่นออกไปข้างนอกกันหมดแล้ว

ยามนี้เจ้าตัวเล็กกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนม้านั่งหินตัวเล็กในลานบ้าน โดยที่ท้องของเขาเบียดกับม้านั่ง ส่วนมือและเท้าห้อยต่องแต่งแบบคนหมดแรง แถมใบหน้ายังดูบึ้งตึงอีกด้วย

บอกตามตรงว่าภาพนั้นไม่ต่างจากพยูนเกยตื้นเลย…

อาจเป็นเพราะคนตัวเล็กอารมณ์ไม่ดี เขามังกรกับหางจึงโผล่ออกมาจนหมด และหางก็ห้อยลงมาด้านหลังก้นของเขา

ทางด้านหยินชางกำลังยืนอยู่ไม่ไกลเพื่อคอยป้องกันไม่ให้เจ้าเด็กจอมซนหนีไปป่วนที่ไหนอีก

ประกอบกับเขากังวลว่าหวงเยว่จะเข้ามายุ่งกับหลงเหยาอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงคอยจับตาดูเด็กน้อยคนนี้ไว้ เขามั่นใจว่าผู้หญิงสารเลวนั่นจะต้องหาทางเข้าใกล้หลงเหยาโดยมีเจตนาร้ายแน่นอน

“ทำไมพวกเจ้าอยู่บ้านกันแค่ 2 คนล่ะ แล้วพวกอวี้เอ๋อไปไหนกัน?”

หูเจียวเจียวที่กลับมาแล้วเห็นแค่เด็ก 2 คนนี้รู้สึกสงสัยมาก ปกติเด็กตระกูลหลง 5 คนตัวติดกันอย่างกับตังเม พวกเขาแทบไม่เคยแยกจากกันมาก่อน

แล้วทำไมหลงเหยาต้องทำหน้าบึ้งตึงด้วย?

เมื่อเด็กน้อยเห็นแม่จิ้งจอก เขาก็เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ก่อนจะทำคอตกพลางตอบว่า

“พวกพี่ ๆ ไม่ชอบเสี่ยวเหยาเลยไม่พาเสี่ยวเหยาออกไปเล่นด้วย”

หูเจียวเจียวได้ยินคำตอบนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เธอเข้าไปหยิกแก้มอ้วน ๆ ของลูกชายพร้อมกับพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าออกไปเล่นคนเดียวก็ได้นี่ ทำไมเจ้าไม่ไปเล่นกับลูก ๆ ของป้าโหวเซียงล่ะ?”

คำพูดของผู้เป็นแม่ทำให้หลงเหยายิ่งรู้สึกหดหู่ใจมากขึ้น

“ท่านพี่ไม่ให้เสี่ยวเหยาออกไปเล่น” เขาทำหน้ามุ่ยและยู่ปากบ่นพึมพำ

“ท่านพี่?”

จิ้งจอกสาวสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของหลงเหยา บวกกับคำเรียกหยินชางที่ไม่เหมือนเดิม เธอจึงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ทำไมจู่ ๆ เจ้าตัวแสบถึงสนิทสนมกับเด็กหนุ่มมากขึ้น เมื่อวานเขายังเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายอยู่เลย แต่วันนี้เขากลับเรียกหยินชางว่าท่านพี่เสียแล้ว

แม่จิ้งจอกมองไปที่เด็กตัวโตอย่างสงสัย ก่อนจะพบว่าสีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก

“หยินชาง มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าหรือเปล่า?” หูเจียวเจียวถามด้วยความเป็นห่วง

หญิงสาวจำได้ว่าก่อนออกไปข้างนอกเขายังดูปกติดีอยู่เลย แต่ยามนี้ดูเหมือนว่าเขาจะกลับมามีใบหน้าที่เศร้าหมองเหมือนตอนที่พบกันครั้งแรก

หยินชางส่ายหัวเบา ๆ

สิ่งที่เด็กชายคิดอยู่ในใจคือจะบอกหูเจียวเจียวเกี่ยวกับปัญหาของหวงเยว่อย่างไรดี

เขากังวลว่าเผ่านี้จะถูกฝูงภูตหมาป่าโจมตีเช่นเดียวกับเผ่าที่ตนเคยอาศัยอยู่

แต่เด็กหนุ่มพูดไม่ได้ ที่ผ่านมาเขาเคยสื่อสารกับพี่ชายของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาไม่เคยพยายามสื่อสารกับภูตคนอื่นมาก่อน...

ทางด้านจิ้งจอกสาวขมวดคิ้วมุ่น ไม่ว่าเธอจะมองหยินชางอย่างไร เขาก็ดูเหมือนจะมีอะไรในใจ

ท่าทางของอีกฝ่ายบ่งบอกว่ากำลังคิดหนัก

เด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

“เหยาเอ๋อ เจ้าอยู่บ้านตลอดเลยหรือ?” แม่จิ้งจอกถามเสียงเบา

ดวงตาของหลงเหยาสั่นไหวอยู่เสี้ยววินาที แล้วเขาก็พยายามซ่อนความจริงที่ว่าตนเองพาพี่ชายคนใหม่ออกไปขโมยผลไม้ไว้

จากนั้นเจ้าเด็กน้อยก็ตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“ท่านพี่กับเสี่ยวเหยากำลังจะออกไปเล่น แต่เราได้พบกับหวงเยว่ระหว่างทาง นางจะเอาอาหารมาให้เสี่ยวเหยากิน”

หวงเยว่? นางจะใจดีเอาอาหารมาให้เหยาเอ๋อทำไมกัน?

คิ้วเรียวสวยของหูเจียวเจียวขมวดแน่นทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้

ยิ่งไปกว่านั้น หากมีหงส์สาวมาเกี่ยวข้อง เธอก็รู้สึกว่าต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่นอน

หลังจากที่หลงเหยาพูดจบ เขาก็กระโดดลงจากม้านั่งหินแล้ววิ่งไปกอดขาของแม่ผู้เป็นที่รัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกะพริบตาปริบ ๆ

“แต่เสี่ยวเหยาไม่กินอาหารที่นางเอามาให้ เสี่ยวเหยาเชื่อฟังท่านแม่~”

จากนั้นเจ้าลูกมังกรน้อยก็ยกมือกุมแก้มพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนขอคำชม

นั่นทำให้หูเจียวเจียวหลุดออกจากความคิดของตัวเองและเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายอย่างนุ่มนวล

“เหยาเอ๋อเก่งมาก สมแล้วที่เป็นลูกของแม่”

ทันทีที่เธอพูดจบ คนตัวเล็กก็ยื่นมือออกมาตรงหน้าเธอ

“ท่านแม่ มีรางวัลไหม~?”

คนเป็นแม่ถึงกับมีสีหน้าตกตะลึง

เมื่อแม่จิ้งจอกคิดว่าหลงเหยาเคยกินของว่างในระหว่างวัน อีกทั้งเขาไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า ดังนั้นเธอจึงนำแตงกวาที่กินแล้วสดชื่นออกมาจากมิติให้เขา

โชคดีที่ลูกชายคนสุดท้องไม่ค่อยเลือกกินอาหาร เขามีความสุขทุกครั้งยามที่ได้ของกินเป็นรางวัล

เจ้าเด็กน้อยคว้าแตงกวาไปอย่างตื่นเต้น แล้ววิ่งกลับมานั่งบนม้านั่งหินเพื่อกัดแตงกวากินเสียงดังกร้วม

ต่อมา หูเจียวเจียวหันไปมองหยินชางพร้อมกับยื่นแตงกวาให้เขา “ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยดูแลเหยาเอ๋อ”

หญิงสาวเดาว่าลูกอีก 4 คนของเธอได้ผลักภาระให้หยินชางช่วยดูแลหลงเหยาในขณะที่พวกเขาออกไปทำงาน

เด็กหนุ่มอยากจะโบกมือปฏิเสธอีกฝ่าย แต่เมื่อเห็นหลงเหยากินแตงกวาอย่างเอร็ดอร่อย เขาจึงยอมรับมันมาง่าย ๆ

“เหยาเอ๋อ นอกจากหวงเยว่ให้เนื้อเจ้าแล้ว นางได้พูดอะไรกับเจ้าอีกไหม?” แม่จิ้งจอกหันกลับไปถามเจ้าตัวเล็ก

“ไม่ นางแค่ล่อลวงเสี่ยวเหยาให้กินเนื้อที่นางเอามาให้ เสี่ยวเหยาไม่ยอมถูกหลอกหรอก”

ขณะนี้หลงเหยากินแตงกวาจนแก้มปูด เสียงของเขาเลยยิ่งอู้อี้ขึ้น ในขณะที่เขาตอบอย่างภาคภูมิใจ

นับตั้งแต่เด็กน้อยสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ ความคิดความอ่านของเขาก็เติบโตขึ้นเช่นกัน เขารู้ว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายดาย

แน่นอนว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือบทเรียนอันแสนเจ็บปวดยามที่ตนเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่า ณ ทุ่งหญ้าแห้งแล้ง

“เหยาเอ๋อเก่งมาก” หูเจียวเจียวเอ่ยปากชมเชยคนตัวเล็กด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นเธอก็หันกลับไปมองหยินชางอีกครั้ง

เมื่อเธอนึกถึงปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มในตอนที่หวงเยว่ปรากฏตัวขึ้นครั้งก่อน เธอเดาว่าสีหน้าหนักใจของเขาในวันนี้น่าจะเป็นเพราะนาง

เธอจำได้ว่าตอนนั้นมันมีทั้งความโกรธและความเกลียดชังฉายอยู่ในดวงตาสีดำสนิทของหยินชาง บวกกับที่เขาจงใจพุ่งชนหงส์สาวจนล้มลง

มันจะต้องมีสาเหตุที่ทำให้เด็กคนนี้เกลียดหวงเยว่ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากันแน่ ๆ

พวกเขารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า?

“หยินชาง เจ้าเคยพบหวงเยว่มาก่อนหรือไม่?” พอหูเจียวเจียวคิดถึงจุดนี้ เธอก็ตัดสินใจถามอีกฝ่ายออกไปตรง ๆ

เมื่อหยินชางได้ยินคำถามนั้น ดวงตาอันมืดมิดของเขาก็เปล่งประกายด้วยความประหลาดใจ

นางรู้ได้ยังไง?

จากนั้นเขาก็เม้มปากและพยักหน้ารับหนักแน่น

“เจ้าพบนางที่ไหน?” หญิงสาวถามก่อนจะคิดได้ว่าเด็กหนุ่มคงไม่สามารถตอบได้ เธอจึงถามต่อว่า “ใช่เผ่าที่เจ้าเคยอาศัยอยู่มาก่อนหรือไม่?”

ยิ่งจิ้งจอกสาวถามคำถามต่อไป ความประหลาดใจในดวงตาของหยินชางก็ยิ่งฉายชัดขึ้น

เขาพยักหน้าตอบรับระรัว

ทันทีที่หูเจียวเจียวได้รับคำยืนยันจากเด็กหนุ่มตรงหน้า เธอก็ขมวดคิ้วและพึมพำกับตัวเอง “เป็นไปได้ยังไง...”

หวงเยว่เป็นภูตเผ่าพันธุ์หงส์ไฟ ตามปกติภูตหงส์ไฟคิดว่าตัวเองสูงส่งเหนือใคร ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้จักกับพี่น้องตระกูลหยินมาตั้งแต่เกิด...

ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือ หวงเยว่ไปอยู่ในเผ่าที่หยินชางอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ไม่นาน

ตอนที่หงส์สาวมาเยือนเผ่าแห่งนี้พร้อมกับพวกหลงโม่ นางบอกหัวหน้าเผ่าว่าเผ่าของนางถูกโจมตี นางจึงหลบหนีเข้าป่า และนางก็จำอดีตของตัวเองไม่ได้

แต่หากพิจารณาจากสิ่งที่หยินชางบอก หวงเยว่ต้องโกหกแน่ ๆ

แล้วผู้หญิงที่ความจำเสื่อมจะโกหกไปเพื่ออะไร?

จบบทที่ บทที่ 202: หวงเยว่โกหก

คัดลอกลิงก์แล้ว