เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 190: ช่วยชีวิตภูต 2 คน

บทที่ 190: ช่วยชีวิตภูต 2 คน

บทที่ 190: ช่วยชีวิตภูต 2 คน


“นั่นเสียงอะไรน่ะ?” หูเจียวเจียวชะงักเท้าที่กำลังก้าวอย่างกะทันหันก่อนจะมองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาระแวดระวัง

ในที่สุดเธอก็สัมผัสได้ว่าเสียงดังมาจากข้างหลังที่อยู่ไกลออกไปมากกว่า 10 เมตร

“ช่วยข้าด้วย…”

เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้งราวกับว่าคนคนนั้นใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว

จากนั้นจิ้งจอกสาวก็ได้ยินชัดเจนว่ามีคนกำลังร้องขอความช่วยเหลืออยู่

ในเวลานั้นบังเอิญมีลมพัดผ่านมาพอดี ตอนที่เธอเดินเข้าไปใกล้ต้นตอของเสียงอีก 2-3 ก้าวจึงได้กลิ่นเลือดแรง ๆ โชยมาจากในทุ่งหญ้า และกลิ่นก็ถูกลมพัดหายไปอย่างรวดเร็ว

ถัดมา หูเจียวเจียวแหวกหญ้าดูอย่างระมัดระวัง และสิ่งที่เธอเห็นเป็นสิ่งแรกคือมือที่เปื้อนเลือด…

ขณะนี้หญ้าที่หนาทึบปกคลุมร่างของภูตคนนั้นอยู่ เธอจึงมองไม่เห็นภาพรวมของอีกฝ่าย แต่เธอแน่ใจได้ว่าคนตรงหน้าต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่นอน

ภูตที่บาดเจ็บดูเหมือนจะสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้ตน เสียงขอความช่วยเหลือจึงดังขึ้นพร้อมกับเสียงไอรุนแรง

“ได้โปรด...แค่ก ๆ ช่วยข้าด้วย...”

ภูตคนนี้คือใคร? เหตุใดเขาถึงมาปรากฏตัวใกล้เผ่าของพวกเธอ?

หูเจียวเจียวคิดพร้อมขมวดคิ้ว ตอนนี้มีความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว แต่เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้ตัวแล้วว่าเธออยู่ใกล้ ๆ

ดังนั้นจิ้งจอกสาวจึงพูดขึ้นมาว่า

“ไม่ต้องกลัว ข้าจะช่วยเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ”

หญิงสาวพูดจบแล้วก็หันหลังกลับวิ่งไปทางอื่น

ส่วนภูตที่ได้รับบาดเจ็บได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ

“...”

และเสียงร้องขอความช่วยเหลือก็อ่อนลงไปเช่นกัน

ทางด้านหูเจียวเจียวกลับไปตามหาหัวหน้าเผ่า สถานการณ์ตอนนี้มันแปลกมาก เธอพบคนแปลกหน้าที่กำลังบาดเจ็บอยู่ในทุ่งหญ้านอกเผ่า เธอจึงไม่กล้าช่วยเขาด้วยตัวเอง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย หญิงสาวคิดว่าตนควรไปตามหัวหน้าเผ่าให้มาช่วยเหลือคนคนนั้นดีกว่า

“ท่านผู้เฒ่า!”

จิ้งจอกสาวตะโกนเรียกชายชราขณะที่เธอแหวกผ่านหญ้าสูงออกไป แต่หญ้าที่นี่รกมากจริง ๆ แถมยังสูงเกือบถึงหัว ไม่อย่างนั้นผู้บาดเจ็บคงจะถูกค้นพบไปนานแล้ว

เมื่อผู้นำสูงสุดได้ยินเสียงของหูเจียวเจียว เขาก็รีบมาหาหญิงสาวโดยเร็ว

“เกิดอะไรขึ้น?” หัวหน้าเผ่าถามอย่างประหม่าเพราะเขาได้ยินน้ำเสียงตื่นตระหนกของอีกคน

“มีภูตนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น” หญิงสาวชี้ไปยังทิศทางที่เธอวิ่งกลับมาเมื่อสักครู่

“ภูต? มีภูตอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ไม่มีภูตคนอื่นอาศัยอยู่ใกล้กับเผ่าของเรา”

สีหน้าของชายสูงวัยเคร่งเครียดขึ้น ต่อมา เขากวักมือเรียกภูตชายที่แข็งแกร่ง 2-3 คนให้ตามเขาไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากความจริงที่ว่าถ้ามีภูตเสียชีวิตอยู่ที่นี่ ซากศพพวกนี้จะดึงดูดสัตว์ป่าให้เข้ามากิน แล้วพวกเขาจะต้องระวังสัตว์เหล่านี้ในยามที่สร้างสะพาน

อย่างไรเสีย คนในเผ่าก็ต้องนำศพผู้เคราะห์ร้ายออกไปจากที่นี่อยู่ดี

ขณะนี้หูเจียวเจียวเดินตามหลังหัวหน้าเผ่าและภูตคนอื่น ๆ ไปทันที

ไม่นานทุกคนก็มาถึงที่ที่จิ้งจอกสาวเคยพบผู้บาดเจ็บ จากนั้นภูตชาย 2 คนก็ก้าวไปแหวกหญ้าสูงที่อยู่รอบ ๆ พวกตนออกไป จนในที่สุดหญิงสาวก็เห็นชัดเจนว่ามีผู้ชายนอนอยู่บนพื้น

ชายคนนั้นมีเลือดไหลไม่หยุด แถมร่างกายของเขาก็มีสภาพที่ย่ำแย่ ประกอบกับบาดแผลทั้งเล็กและใหญ่มากมายตามตัวทำให้เธอไม่สามารถบอกได้ว่าเลือดไหลมาจากบาดแผลตรงไหน

ทว่ามันน่าแปลกที่มีเด็กผู้ชายนอนอยู่ข้าง ๆ เขาด้วย

เด็กชายคนนี้มีอายุประมาณ 10 ปี แม้ว่าจะมีคราบเลือดตามร่างกายเขา แต่เห็นได้ชัดว่าอาการบาดเจ็บของเขานั้นเบากว่าคนที่โตกว่ามาก

ปัจจุบันเด็กหนุ่มผู้ที่หมดสติถูกภูตชายกอดไว้ในอ้อมแขนพร้อมปกป้องเขาจากภัยอันตรายเต็มที่

ท่าทางที่ชายหนุ่มแสดงออกมาดูเหมือนกำลังกังวลว่าคนที่เข้ามาจะทำร้ายเด็ก เขาจึงพยายามใช้ร่างกายของตัวเองบังอีกคนไว้ เพื่อต้องการบอกว่าถ้าใครกล้าทำร้ายเด็กในอ้อมกอดจะต้องข้ามศพของเขาไปก่อน

ถึงแม้ว่าตนจะบาดเจ็บปางตาย แต่เขาก็ยังปกป้องเด็กคนนี้ด้วยชีวิตของเขา

ทันทีที่หัวหน้าเผ่าได้เห็นภาพตรงหน้าก็ขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น

“ท่านผู้เฒ่า เราจะทำยังไงดี? เราต้องนำพวกเขากลับไปที่เผ่าหรือไม่?” ภูตชายคนหนึ่งถามขึ้นมา

ส่วนภูตอีกคนก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เขาบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าเขาจะถูกพากลับไปที่เผ่า หมอของเผ่าเราก็ไม่สามารถช่วยเขาได้อยู่ดี...”

หลังจากทุกคนเงียบอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดคนเป็นหัวหน้าเผ่าก็ยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้พาภูตที่บาดเจ็บทั้ง 2 กลับไปยังเผ่าของตน

“เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคุยกันอีกที”

อย่างน้อยเด็กก็มีโอกาสรอด และเขาคงไม่อยากตื่นขึ้นมาโดยเห็นซากศพของภูตที่ปกป้องเขาอยู่

โดยธรรมชาติแล้วภูตเต็มใจที่จะช่วยผู้หญิงและเด็กมากกว่า เพราะถึงอย่างไรผู้หญิงและเด็กก็เป็นพื้นฐานที่ช่วยให้เผ่าเจริญเติบโต

ส่วนภูตที่เหลืออีก 8 คนยังคงอยู่ในทุ่งหญ้าแห้งแล้งเพื่อทำงานต่อไป ขณะที่หูเจียวเจียวเองก็กลับไปพร้อมกับพวกผู้นำสูงสุด

อีกด้านหนึ่ง

หลงโม่มาที่บ้านของหูชิงหยวนก่อนเวลานัด

ก่อนจะออกเดินทางไปที่บ้านของอีกฝ่าย เขาหยิบวัตถุดิบบางอย่างจากครัวของจิ้งจอกสาวติดมือมาด้วย

“หลงโม่ ทำไมเจ้ามาเร็วจัง?” เมื่อหูชิงหยวนกลับมาจากบ้านของหู่จิง เขาก็พบว่ามังกรหนุ่มมายืนอยู่นอกลานบ้านแล้ว

เนื่องจากบ้านของชายหนุ่มไม่ค่อยมีอะไรมาก ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้เสือสาวอาศัยอยู่บ้านหลังเดิมต่อไป แล้วค่อยให้นางย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่หลังจากที่บ้านหินถูกสร้างขึ้น จากนั้นเขาก็จะย้ายไปอาศัยอยู่ที่บ้านหินของภรรยาในตอนกลางคืนด้วย

หูชิงหยวนไม่คาดคิดว่าหลงโม่จะกระตือรือร้นในการช่วยเขาสร้างบ้านหินมากขนาดนี้

นั่นทำให้เขารู้สึกประทับใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วอารมณ์ดีขึ้นทันที เขาจัดการพับแขนเสื้อขึ้นพลางพูดว่า

“ข้าพร้อมแล้ว ไปสร้างบ้านหินกันเถอะ”

“ไม่ต้องรีบร้อน” มังกรหนุ่มยกมือขึ้นห้ามปรามพี่ชายคนที่ 4 ของหูเจียวเจียว

“ถ้าเจ้าไม่รีบ แล้วเจ้ามาที่นี่เร็วขนาดนี้ทำไม?” หูชิงหยวนชะงักไปชั่วครู่ เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยตนสร้างบ้านหรอกหรือ?

หลงโม่ชำเลืองมองคนถามพร้อมทำหน้าเคร่งขรึมซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“สิ่งที่ท่านสัญญาก่อนหน้านั้นท่านนับหรือไม่?”

“หา อะไรนะ?” จิ้งจอกหนุ่มยังคงสับสนเล็กน้อย แต่เมื่อเขาเห็นคนตรงหน้ามองมาด้วยสายตาคมกริบ เขาก็จำได้ทันที

“อ๋อ ก็แค่ชิมอาหาร ไม่มีปัญหาหรอก”

ชายหนุ่มโบกมือตอบแบบไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจสักนิด

ถ้าหูชิงหยวนรู้ว่าลูก ๆ ท้องเสียหลังจากกินอาหารที่พ่อมังกรทำ เขาคงไม่ตอบตกลงง่ายแบบนี้

ช่างน่าสงสารที่เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับฝีมือการทำอาหารของหลงโม่…

ตอนที่เขาได้เห็นเนื้อย่างของอีกฝ่ายครั้งล่าสุด เขาคิดเพียงว่ามังกรหนุ่มแค่ไร้ฝีมือเหมือนตัวเองเท่านั้น

ยามนี้เป็นเวลาช่วงเช้า พวกเขาทั้ง 2 เริ่มฝึกฝนการทำอาหารอยู่ในลานบ้าน โดยที่หลงโม่หยิบวัตถุดิบออกมาทีละอย่างตามลำดับที่ตนจำได้

ส่วนหูชิงหยวนก็คอยมองอยู่ข้าง ๆ อย่างสนใจ

ชายหนุ่มเห็นว่าการเคลื่อนไหวของอีกคน ‘เชี่ยวชาญ’ ซึ่งท่าทางนั้นดูไม่เหมือนคนที่ทำอาหารไม่เป็นเลย

“หลงโม่ ไอ้อันสีขาวนี้คืออะไร?” เขาหยิบวัตถุดิบแปลกตาขึ้นมาถาม

“กระเทียม”

“อะไรนะ?”

จิ้งจอกหนุ่มมีเครื่องหมายคำถามเด่นหลาอยู่บนใบหน้า

ทว่ามังกรหนุ่มกำลังตั้งอกตั้งใจกับการทำ ‘อาหาร’ จึงไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย เนื่องจากเขาทำอาหารจานนี้ขึ้นมาเพื่อให้หูชิงหยวนกิน ดังนั้นสำหรับขั้นตอนต่าง ๆ ในการประกอบอาหาร เขาต้องการประหยัดเวลาเท่าที่จะประหยัดได้

เขาตัดสินใจว่าจะปอกแค่เปลือกกระเทียมโดยไม่ต้องสับ

ส่วนเนื้อวัวสามารถหั่นเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ได้ ไม่ว่าหน้าตามันจะออกมาเป็นอย่างไร มันก็เป็นเนื้อวัวอยู่ดี

ต่อมา หลงโม่เอาเนื้อไปปรุงให้สุกก่อนแล้วนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากับส่วนผสม จากนั้นเขาก็ใส่เนื้อลงในหม้ออย่างมั่นใจ

“หลงโม่ ข้ามีคำถามจะถามเจ้า”

ทันใดนั้นหูชิงหยวนก็โน้มตัวมาพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย “เจ้าทำยังไงให้น้องสาวของข้ามีความสุข?”

“มีความสุข?” มังกรหนุ่มทวนคำพูดอย่างสงสัย

ครู่ถัดมา เจ้าของคำถามยืดตัวตรงก่อนจะยกมือทั้ง 2 ข้างขึ้นเพื่ออธิบาย “เอ่อ คือว่า… เวลาที่เจ้าต้องการทำให้น้องสาวของข้ามีความสุข เจ้าจะทำยังไงหรือ?”

จิ้งจอกหนุ่มได้ยินมาว่าหู่จิงไม่มีพ่อแม่ และแม้ว่านางจะเป็นผู้หญิง แต่นางก็ใช้ชีวิตลำบากมาก ดังนั้นเขาจึงต้องการทำให้คนรักมีความสุข

ทางด้านหลงโม่ที่ได้ฟังคำถาม ภาพแรกในความคิดของเขาคือหูเจียวเจียวกำลังอุ้มกระต่ายตัวน้อยด้วยรอยยิ้มที่สดใส เขาจึงตอบว่า

“จับลูกกระต่ายมาให้นาง”

“มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?” ดวงตาของหูชิงหยวนเบิกกว้าง แต่เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว

“อืม มันง่ายขนาดนั้นเลย” มังกรหนุ่มผงกหัวยืนยันคำพูดของตัวเอง

จากนั้นคนเป็นพี่ชายของหูเจียวเจียวแตะคางตนเองและพยักหน้า “ที่แท้การเอาใจผู้หญิงนั้นง่ายมาก”

สักวันหนึ่งเขาจะไปจับลูกกระต่ายมาทำให้หู่จิงมีความสุข!

ทันทีที่จิ้งจอกหนุ่มพูดจบ เขาก็ได้กลิ่นไหม้ เขาจึงหันไปมองที่มาของกลิ่นก่อนจะรีบวิ่งไปดับไฟอย่างลนลาน

“หลงโม่ หม้อของเจ้ากำลังพ่นควันออกมาเต็มเลย!!”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พ่อหนุ่มมังกรระเบิดครัวซะแล้ว งานนี้พี่สี่ของเราจะขิตไหม 55555

จบบทที่ บทที่ 190: ช่วยชีวิตภูต 2 คน

คัดลอกลิงก์แล้ว