เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 189: เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากในทุ่งหญ้า

บทที่ 189: เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากในทุ่งหญ้า

บทที่ 189: เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากในทุ่งหญ้า


“พวกท่านกำลังคุยอะไรกันอยู่หรือ?”

เสียงของหูเจียวเจียวดังมาจากด้านหลังหลงโม่กับหูชิงหยวน พวกเขาจึงเงยหน้าขึ้นทันที

ผู้เป็นพี่ชายพร้อมที่จะตอบน้องสาวโดยไม่ต้องคิด

“หลงโม่บอกว่า—”

“ไม่มีอะไร”

ทว่ามังกรหนุ่มพูดขัดจังหวะด้วยเสียงที่เข้มงวด พร้อมกับก้าวไปข้างหน้าหูชิงหยวน “เจ้าอยากมาช่วยสร้างบ้านหินใช่ไหม? ข้าบอกหูชิงหยวนว่าข้าจะมาช่วยเหมือนกัน”

ชายหนุ่มร่างสูงพูดในขณะที่เอื้อมมือไปจับมือของหญิงสาวแล้วจูงเธอเดินไปอีกด้านหนึ่ง โดยพยายามรักษาระยะห่างจากพี่ชายคนที่ 4 และไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้คุยกัน

“เจ้าจะอยู่ช่วยด้วยหรือ? แต่เจ้ายังต้องออกไปล่าสัตว์ เจ้าจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า?” หูเจียวเจียวยังไม่คลายความสงสัย น้ำเสียงของเธอจึงฟังดูลังเลเล็กน้อย

เธออดสงสัยไม่ได้ว่าหลงโม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่สี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ อีกทั้งเขายังเสนอความช่วยเหลือเองด้วยซ้ำ

“ข้าไม่เหนื่อย ในการล่าสัตว์ข้าใช้เวลาครึ่งวันก็พอแล้ว” มังกรหนุ่มตอบอย่างเฉยเมย “และตอนนี้ในเผ่ามีกำลังคนไม่เพียงพอด้วยใช่ไหม?”

ยามที่คู่สามีภรรยาตระกูลหลงเดินปลีกตัวออกไป หูชิงหยวนที่อยู่ข้างหลังก็เกาหัวพลางทำหน้าฉงน

เมื่อกี้เขาพูดแบบนั้นไปหรือ? ทั้ง ๆ ที่…

เดิมที หูเฉียงและลูกชายทั้ง 4 คนสามารถช่วยกันสร้างบ้านหินได้ 1 หลัง แต่ตอนนี้มีหู่จิงเพิ่มขึ้นมา พวกเขาจึงต้องสร้างบ้านหิน 2 หลังบวกกับเวลาที่กระชั้นชิด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเร่งดำเนินการให้เร็วยิ่งขึ้น

หลังจากที่ทุกคนหารือกัน ในที่สุดครอบครัวจิ้งจอกก็ตัดสินใจว่าหูเฉียงและลูกชายคนที่ 2 กับ 3 จะสร้างบ้านหินให้หูหมิน แต่หูชิงเกาจะต้องไปทำถ่านทุกวันด้วย

ส่วนหูชิงซาน พี่ชายคนโตจะช่วยหูชิงหยวนกับหู่จิงสร้างบ้านหิน แล้วมีหลงโม่ที่รับปากว่าจะมาช่วยด้วยอีกแรง

ทางด้านหูเจียวเจียวยังไม่ทราบว่าข้อตกลงระหว่างหลงโม่กับหูชิงหยวนจริง ๆ นั้นคืออะไร แต่เธอก็รู้สึกโล่งใจมากที่เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้น

อย่างน้อยก็ยังดีกว่าแยกเขี้ยวใส่กันทันทีที่พวกเขาเจอหน้ากัน

วันถัดมา

ทั้ง 2 ครอบครัวเริ่มลงมือสร้างบ้านหิน ทางด้านหูเจียวเจียวเดินทางไปตามหาหัวหน้าเผ่าหลังจากดูแลลูกทั้ง 5 ในตอนเช้าเสร็จ

จากนั้นจิ้งจอกสาวบอกชายสูงวัยเกี่ยวกับแผนการของตนที่จะเลี้ยงกระต่ายเอาไว้กินเป็นอาหาร

เมื่อท่านผู้เฒ่าได้ยินคำพูดของหูเจียวเจียว เขาก็ทำหน้าประหลาดใจ

“เราเลี้ยงกระต่ายได้ด้วยหรือ เลี้ยงแบบไหนล่ะ? นอกจากนี้ กระต่ายยังตัวเล็กมาก เราต้องใช้อาหารจำนวนมากเพื่อเลี้ยงมันกว่าจะโต แถมระหว่างนั้นยังลำบากและใช้เวลานานอีก...”

คนเป็นหัวหน้าเผ่าขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดถึงข้อเสียที่นึกได้

ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะจับเหยื่อเป็น ๆ กลับมาไม่ได้ แต่เหยื่อที่จับได้นั้นดุร้ายและดื้อด้าน พอถึงฤดูหนาวพวกมันจะผอมจนเหลือแค่เนื้อให้กินไม่เท่าไหร่ เพราะฉะนั้นการจับสัตว์เหล่านี้กินซะคงจะดีกว่าการที่ต้องมาคอยเลี้ยงพวกมัน

ในความคิดของพวกภูต การไปล่าสัตว์ในป่าเป็นสิ่งถูกต้องแล้ว อีกทั้งป่ายังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีที่สุด

กระต่ายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ เป็นเหยื่อของสัตว์ป่าหลายชนิด ดังนั้นในป่าจึงมีกระต่ายไม่มากนักแม้ว่าพวกมันจะขยายพันธุ์ได้เร็วก็ตาม หัวหน้าเผ่าคิดเพียงว่ากระต่ายไม่ต่างจากสัตว์ป่าส่วนใหญ่ที่อยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร

“ท่านผู้เฒ่า กระต่ายขยายพันธุ์เร็วมาก ถ้าเราเลี้ยงพวกมันไว้ 2-3 เดือน กระต่ายจะขยายพันธุ์เร็วกว่าเดิม และเราไม่จำเป็นต้องให้อาหารอะไรกับพวกมันมากนัก เราก็แค่สร้างรั้วรอบบริเวณที่กระต่ายอยู่ แล้วเลี้ยงพวกมันไว้ข้างใน”

หูเจียวเจียวยังคงอดทนอธิบายให้ผู้นำสูงสุดฟังต่อไป

หากไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ จำนวนกระต่ายจะขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ด้วยวิธีนี้ เมื่อถึงฤดูหนาวปีหน้า ทุกคนจะได้กินเนื้อสัตว์สด ๆ โดยไม่ต้องเข้าป่าไปล่าสัตว์อีก”

กระต่ายมีขนาดเล็กก็จริง แต่หากขยายพันธุ์พวกมันได้จำนวนมากก็จะเพียงพอเลี้ยงดูคนในเผ่า

เดิมทีภูตชอบกินเนื้อ แม้ว่าในฤดูหนาวจะมีมันฝรั่ง แต่มันก็ไม่เพียงพอสำหรับความต้องการของพวกเขาอยู่ดี

การที่หูเจียวเจียวบอกว่าจะได้กินเนื้อสดในฤดูหนาวทำให้หัวหน้าเผ่าตื่นเต้นมาก

“แล้ว...เราจะเลี้ยงมันที่ไหน?” ชายชราถามออกมาทันที

“ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องกังวล ข้าพบสถานที่ที่เหมาะสมแล้ว”

จิ้งจอกสาวเลิกคิ้วขึ้นพร้อมเผยรอยยิ้มมั่นใจ

ขณะนี้ผู้นำสูงสุดในเผ่าที่ยังลังเลอยู่เมื่อครู่แทบรอไม่ไหวที่จะเรียกภูต 2-3 คนให้มาหาตน แล้วพากันไปยังจุดหมายพร้อมกับหูเจียวเจียว

เวลาผ่านไปไม่นาน ภูตกลุ่มหนึ่งก็มาถึงสถานที่ปลูกมันฝรั่ง

“เจ้าอยากเลี้ยงมันที่นี่ใช่ไหม กระต่ายจะไม่กินผลไม้ดินไปหมดก่อนหรือไง?” หัวหน้าเผ่ารู้สึกลังเลเมื่อเห็นทุ่งผลไม้ดิน

เนื่องจากผลไม้ดินเหล่านี้คือเลือดที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของทุกคนในเผ่า

“แน่นอนว่าไม่” จิ้งจอกสาวส่ายหัวก่อนจะชี้ไปที่อีกฝั่งของแม่น้ำซึ่งอยู่ไม่ไกล “ทางโน้นต่างหาก”

สถานที่ที่เธอชี้ไปคือทุ่งหญ้าแห้งแล้งอีกฝั่งของแม่น้ำ ที่ซึ่งหลงเหยาเกือบจะถูกฝูงหมาป่ากระหายเลือดทำร้าย

ทุ่งหญ้าอีกฝั่งของแม่น้ำนั้นกว้างใหญ่มาก ยกเว้นสัตว์เล็ก ๆ บางชนิดที่ลงมากินน้ำจากแม่น้ำ สัตว์ป่าตัวใหญ่ก็แทบจะไม่เข้าใกล้ที่แห่งนี้เลย อีกทั้งหญ้าที่ขึ้นจนรกครึ้มก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ตามธรรมชาติของกระต่าย

แน่นอนว่าสิ่งที่คนในเผ่าต้องทำก็คือขังกระต่ายไว้ที่นี่ให้ได้ รวมถึงหาวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้กระต่ายหลบหนี

“แต่กระต่ายสามารถขุดโพรงได้ แค่ผนังไม้ไม่สามารถขวางพวกมันไว้ได้แน่นอน แต่เจ้าพวกนี้ก็ยังขุดกำแพงหินหนีไปได้เช่นกัน” หัวหน้าเผ่าคิดถึงความเป็นจริงที่ต้องเกิดขึ้น

“นี่ไม่ใช่ปัญหา โพรงกระต่ายมักจะลึกไม่ถึง 1 เมตร และลึกที่สุดเพียง 3 เมตร ถ้าเราสร้างกำแพงที่ลึกลงไปในพื้นดิน 3 เมตร กระต่ายจะหนีไปไหนไม่ได้”

หูเจียวเจียวอธิบายด้วยความมั่นใจ

แน่นอนว่าเธอไม่มีความรู้นี้จากในความทรงจำก่อนจะทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ แต่ข้อมูลจากโลกมนุษย์ก็ไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงในโลกของภูตได้ ดังนั้นความรู้นี้จึงมาจากหนังสือในมิติของเธอ

หลังจากหญิงสาวกลับมาจากบ้านของหูหมินเมื่อวานนี้ เธอพบว่ามีหนังสือมากมายอยู่ในมิติ เดิมทีเธอคิดว่าหนังสือเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ในโลกของภูต เธอเลยทำแค่พลิกดูผ่าน ๆ แต่เธอไม่คาดคิดว่าหนังสือทั้งหมดเป็นความรู้ในโลกภูต

ตอนที่จิ้งจอกสาวได้อ่านเรื่องนี้ เธอแทบรอไม่ไหวที่จะไปหาท่านผู้เฒ่าเพื่อถ่ายทอดวิธีการเลี้ยงกระต่ายให้อีกฝ่ายฟัง

ปัจจุบันสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเผ่าคือการแก้ปัญหาเรื่องอาหารและที่พักในฤดูหนาว

เมื่อชายสูงวัยได้ยินคำอธิบายของอีกฝ่าย ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยก็สว่างขึ้น “ถูกต้อง! ทำไมข้าคิดไม่ถึงมาก่อน เจียวเจียว เจ้ารู้อะไรมากมายเลย”

“เร็วเข้า ทำตามที่เจียวเจียวบอกแล้วเรียกคนมาจัดการเดี๋ยวนี้”

ถัดมา หัวหน้าเผ่าตบไหล่จิ้งจอกสาวด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งออกคำสั่งให้ผู้ชายที่มาพร้อมกันเรียกภูตคนอื่นมาทำงานทันที

เมื่อเร็ว ๆ นี้ในเผ่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งพวกมันทำให้สถานการณ์ในเผ่าดีขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่นั้นมาปากของผู้นำสูงสุดแทบไม่เคยหุบยิ้มเลย

ในไม่ช้าหัวหน้าเผ่าก็จัดให้ภูต 10 คนมาทำงานตามที่พูดคุยกันไว้

เนื่องจากกระแสน้ำในแม่น้ำไหลเร็วมาก ทุกคนจึงต้องพึ่งพาภูตนกเพื่อพาพวกเขาข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่ง

แต่ในบรรดาทั้ง 10 คนนั้นมีภูตนกเพียงแค่คนเดียว

ปัจจุบันจำนวนภูตนกในเผ่ามีน้อยมาก มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ทางเผ่าจะจัดให้ภูตนกทั้งหมดมาทำงานตรงนี้

หูเจียวเจียวเองก็สังเกตเห็นข้อบกพร่องดังกล่าวเช่นกัน

ในอนาคตทุกคนคงไม่สามารถรอภูตของเผ่านกมาแบกพวกตนเพื่อข้ามแม่น้ำได้ตลอด

“ดูเหมือนว่าเราต้องสร้างสะพานก่อน...”

จิ้งจอกสาวทอดสายตามองไปที่แม่น้ำแล้วนิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะวางแผนว่าเธอจะต้องเข้าไปในมิติเพื่อดูว่ามีหนังสือเกี่ยวกับวิธีการสร้างสะพานอยู่ข้างในนั้นหรือไม่ แต่เสียงเรียกของท่านผู้เฒ่าดังขัดจังหวะเธอขึ้นมาเสียก่อน

“เจียวเจียว มานี่หน่อยสิ เจ้าต้องการปิดล้อมที่ดินกว้างแค่ไหน?”

หูเจียวเจียวดึงสติตัวเองกลับมาสนใจงานที่อยู่ตรงหน้า เธอแหวกหญ้าสูงด้วยมือทั้ง 2 ข้างเพื่อเดินไปที่ด้านข้างหัวหน้าเผ่า

“เราปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดได้ไหม?”

สำหรับภูต การจับกระต่ายในทุ่งนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่าการล่าสัตว์ในป่ามาก

ตามนิสัยของกระต่าย พวกมันชอบอยู่แบบเงียบสงบและไม่ชอบถูกรบกวน ถ้าพื้นที่ปิดล้อมมีขนาดเล็กเกินไป เวลาจับมันจะทำให้กระต่ายตกใจง่าย

“ได้ แต่อาจต้องใช้เวลานานหน่อย” ผู้เป็นหัวหน้าเผ่าลูบคางพลางตอบอย่างจริงจัง

“เราจะสร้างเสร็จก่อนฤดูหนาวหรือเปล่า?”

ในโลกภูต ฤดูหนาวยาวนานถึง 6 เดือน ซึ่งเพียงพอที่กระต่ายจะได้มีเวลาเติบโตและผสมพันธุ์กันในปีหน้า ดังนั้นหูเจียวเจียวเลยไม่อยากพลาดช่วงเปลี่ยนผ่านที่ดีเช่นนี้ไป

“แน่นอน” หัวหน้าเผ่าพยักหน้ารับนิ่ง ๆ

“งั้นดีเลย” หญิงสาวผงกหัวพร้อมยิ้มกว้าง จากนั้นเธอหยิบห่อหนังสัตว์ที่ตนนำมาด้วยแล้วมอบให้ชายชรา

“ท่านผู้เฒ่า รบกวนท่านสั่งให้พวกเขากระจายของในนี้ให้สม่ำเสมอทั่วพื้นที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้”

“ไม่มีปัญหา”

เนื่องจากผู้นำสูงสุดของเผ่าเชื่อมั่นในตัวของหูเจียวเจียวมาก เขารับห่อหนังสัตว์มาแล้วส่งให้ภูตนกโดยไม่ถามสักคำว่ามันคืออะไร

หลังจากที่หัวหน้าเผ่าหันหลังเดินกลับไป จิ้งจอกสาวก็มองไปรอบ ๆ เพื่อสังเกตสภาพของทุ่งหญ้าแห้งแล้งแห่งนี้

ระหว่างนั้นเธอไม่รู้ตัวว่าใช้เวลาเดินไปตามทางนานเท่าไหร่ พอเธอรู้สึกตัวว่าตนเองเดินออกมาไกลแล้วตั้งท่าจะกลับทางเดิม ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นไกล ๆ

“ช่วยด้วย ช่วยเราด้วย...”

----------------------------------------------

ประกาศข่าวดีสำหรับแฟน ๆ แม่จิ้งจอกจ้า

เนื่องในโอกาสที่เจียวเจียวลงจนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เซียนอ่านจึงขอลดราคา E-Book เป็นพิเศษ!

สำหรับ E-Book เล่ม 3 ลดราคาเหลือเพียงแค่ 9 บาท

ส่วน E-Book เล่ม 4 ลดราคาเหลือเพียงแค่ 29 บาท

บอกเลยว่าราคานี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ไม่มีไม่ได้แล้ว~

นักอ่านท่านไหนที่รอลดราคาอยู่สามารถตามไปซื้อกันได้ที่ลิงก์ข้างใต้เลย!

MEB เล่ม 3: https://shorturl.asia/vQOAg

MEB เล่ม 4: https://shorturl.asia/zQK5r

จบบทที่ บทที่ 189: เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากในทุ่งหญ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว