เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 179: กังวลเกี่ยวกับสติปัญญาของหูชิงหยวน

บทที่ 179: กังวลเกี่ยวกับสติปัญญาของหูชิงหยวน

บทที่ 179: กังวลเกี่ยวกับสติปัญญาของหูชิงหยวน


การที่หูชิงหยวนทิ้งเสื้อหนังสัตว์ตัวนี้ไว้ นั่นหมายความว่ามันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่เขามีต่อนางหรือไม่?

แก้มของหู่จิงร้อนผ่าวเมื่อคิดได้เช่นนั้น ในขณะที่หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวไม่หยุด

ส่วนหมอเฒ่าที่อยู่ข้างหลังเสือสาวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า “เจ้าบอกว่าหูชิงหยวนอยู่ที่นี่ แล้วเจ้าก็ไปเรียกข้าให้มาดูเขาไม่ใช่หรอกหรือ แล้วตอนนี้เขาไปไหนเสียล่ะ?”

“ไม่… ไม่ต้องดูแล้ว”

หู่จิงเม้มริมฝีปากกลั้นรอยยิ้มที่เผยออกมาตรงมุมปากโดยไม่รู้ตัว จากนั้นนางก็หันกลับมาดันอีกฝ่ายไปที่ประตูอีกครั้ง

“หูชิงหยวนหายดีแล้ว ข้าจะพาท่านกลับไปส่ง”

“...” หมอชราถึงกับพูดอะไรไม่ออก

มุมปากของเขากระตุกอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้ก่อนจะโบกมือปฏิเสธไว ๆ

“ไม่ ข้าจะกลับเอง เจ้าไม่จำเป็นต้องไปส่งข้า”

ตอนที่เขาถูกหญิงสาวพามาที่นี่ เขาก็เหมือนสูญเสียชีวิตไปแล้วครึ่งหนึ่ง ขณะนี้เขาจึงไม่ต้องการสูญเสียชีวิตอีกครึ่งที่เหลือไปด้วย!

ก่อนที่หู่จิงจะพูดจบ หมอสูงวัยก็เดินจากไปพร้อมกับประคองเอวของตัวเองเดินในสภาพที่สั่นเทาไปทั้งร่าง

เสือสาวที่ยังคงมีความสุขจึงไม่ได้ขัดอะไร

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อหูชิงหยวนกลับมาถึงบ้าน เขาก็พบกับหูชิงหลู่ผู้เป็นพี่สามที่กำลังจะออกไปล่าสัตว์

“ชิงหยวน เจ้าเพิ่งกลับมาหรือ เมื่อคืนเจ้าหายไปไหนมา?” คนเป็นพี่ชายก้าวไปข้างหน้าและยกแขนโอบไหล่ของอีกคน

“ข้าไม่ได้ไปไหน ข้าแค่... นอนเฉย ๆ”

หูชิงหยวนลังเลใจที่จะตอบอีกฝ่าย โดยตั้งท่าจะกลับบ้านลูกเดียวหลังจากทำเรื่องโง่ ๆ ลงไป

เนื่องจากพี่น้องจิ้งจอกทั้ง 2 อายุไล่เลี่ยกัน ตอนที่ยังเป็นลูกจิ้งจอกแรกเกิด พวกเขาก็อยู่ด้วยกันตลอด ดังนั้นทั้งคู่จึงสังเกตเห็นความผิดปกติของกันและกันได้ทันที

ขณะนี้หูชิงหลู่สามารถบอกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับน้องชาย

ชายหนุ่มจึงจับแขนของหูชิงหยวนเพื่อดึงอีกคนกลับมาและจ้องหน้าเขานิ่ง

“เจ้าทำตัวแปลก ๆ นะ เมื่อวานเจ้าไปที่ไหนมา? อย่าบอกนะว่าเจ้าไปมีนัดกับผู้หญิงบางคน! รีบสารภาพออกมาซะเดี๋ยวนี้”

เนื่องจากเสียงของหูชิงหลู่นั้นมีเสน่ห์ ทำให้คนที่ได้ฟังหลงใหลคล้อยตามไปกับเขาราวกับหนามที่ขึ้นบนเถาวัลย์ที่อ่อนนุ่ม ซึ่งสามารถเจาะเข้าไปในหัวใจของผู้คนได้อย่างง่ายดาย

อีกทั้งตอนนี้จิ้งจอกหนุ่มกำลังถามคำถามแทงใจดำตรง ๆ

“เปล่าสักหน่อย ท่านพี่อย่ามาพูดไร้สาระ” หูชิงหยวนตอบโต้ทันควันด้วยใบหน้าที่มืดมน

ทันทีที่เขาพูดจบ ผู้เป็นพี่ชายก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าเสื้อของน้องสี่หายไป ดวงตาที่เรียวยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของสุนัขจิ้งจอกจึงหรี่ลง

“จุ๊ ๆ เจ้ายังจะกล้าปฏิเสธอีก เจ้ามาในสภาพไม่ใส่เสื้อผ้า แถมเมื่อคืนยังไม่ได้นอนที่บ้านของตัวเองอีก เจ้าจะอายไปทำไม รีบบอกพี่สามมาเดี๋ยวนี้นะว่าเจ้าไปนัดพบผู้หญิงคนไหนมา?”

หูชิงหลู่พูดจบแล้วก็ชกไหล่ของน้องชายเบา ๆ ก่อนจะขยับออกไปรอให้อีกฝ่ายเปิดปากพูด

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” หูชิงหยวนก้มหน้าตอบเสียงอ้อมแอ้ม แต่เขาก็ไม่ได้ปิดบังพี่ชายอีกต่อไป

“ไม่รู้?” หูชิงหลู่โพล่งขึ้นมา แล้วจู่ ๆ จินตนาการของเขาก็เตลิดไปไกลยิ่งขึ้น “เป็นไปได้ยังไงที่จะไม่รู้ หรือว่ามีผู้หญิงบางคนปิดตาเจ้าและบังคับเจ้าหรือเปล่า?”

พอคนเป็นน้องชายนึกถึงผู้หญิงคนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

“เมื่อคืนนี้ ข้ากอดผู้หญิงในสภาพไม่ค่อยมีสติ...” เขาสารภาพกับพี่ชายคนที่ 3 ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

ทางด้านหูชิงหลู่ที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

เสียงหัวเราะชัดเจนของพี่สามทำให้หูชิงหยวนรู้สึกละอายใจไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะทันได้โต้ตอบอะไร เขาก็ได้ยินเสียงเยาะเย้ยจากคนตรงหน้า

“เจ้าโง่หรือเปล่า เจ้าไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเนี่ยนะ? แค่ดูบ้านที่เจ้าตื่นขึ้นมาก็รู้แล้วไหมว่าเป็นของใคร?”

“…!”

หลังจากที่หูชิงหยวนได้ฟังคำพูดของพี่ชายก็ตัวแข็งทื่อไปทันที ในขณะที่เขาหันไปมองคนพูดด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

ทว่าหูชิงหลู่รู้สึกหวาดหวั่นต่อสายตาของอีกฝ่าย พลางคิดว่าตนพูดอะไรผิดไปหรือไม่ และกำลังจะขอโทษซึ่งเป็นเวลาเดียวกับตอนที่มุมปากของน้องชายโค้งขึ้น

ใช่แล้ว! ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงกัน

สมองของเขาดูเหมือนจะมีปัญหาไปหลังจากกินอาหารเมื่อคืน

จากนั้นชายหนุ่มก็ตบไหล่ของผู้เป็นพี่ชายแรง ๆ

“ขอบคุณนะพี่สาม!”

จิ้งจอกหนุ่มพูดจบแล้วก็รีบหันกลับไปค้นหาความจริงทันที

ส่วนหูชิงหลู่มองตามน้องชายที่กลายร่างเป็นจิ้งจอกไปอย่างมึนงง “...”

หากใครที่ไม่รู้เรื่องมาเห็นหูชิงหยวนในตอนนี้ พวกเขาคงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังไล่ตามเหยื่อไปอย่างหิวกระหาย

“ไอ้บ้าชิงหยวน...” ชายหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

หลังจากที่เขาคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ในเวลาเดียวกัน หูชิงซานผู้เป็นพี่ใหญ่เดินออกมาจากบ้านไม้ข้าง ๆ

ปัจจุบันเขาเปลือยกายท่อนบนซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงและมีเพียงกระโปรงหนังสัตว์ผูกท่อนล่างไว้ เนื่องจากเขาลังเลที่จะสวมใส่เสื้อผ้าใหม่เพราะเขากลัวว่าการล่าสัตว์จะทำให้ชุดที่น้องสาวของตนทำให้สกปรก

เมื่อจิ้งจอกหนุ่มเห็นสภาพน้องชายอีกคนยืนตกใจอยู่ เขาจึงถามขึ้นมาอย่างสงสัย “ชิงหยวนกลับมาแล้วหรือ?”

“อืม เขากลับมาแล้วก็วิ่งหนีออกไปเหมือนคนบ้าแล้วเช่นกัน” หูชิงหลู่ยักไหล่ตอบกลับพี่ชาย

“เขาเป็นบ้าไปแล้วงั้นรึ?” หูชิงซานที่ได้ยินคำพูดนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น

แล้วน้องชายคนที่ 3 ก็เล่าในสิ่งที่หูชิงหยวนบอกเมื่อกี้นี้

เมื่อพี่ชายคนโตได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้นและพูดว่า “เจ้าหมอนั่นจำกลิ่นผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หรือไง?”

หลังจากที่ภูตกลายเป็นคู่กัน พวกเขาจะส่งกลิ่นพิเศษให้กับทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อแสดงให้ภูตทุกคนรู้ว่าพวกตนเป็นคู่กันแล้ว และภูตในเผ่าจะได้เลิกมาตอแยกับคู่ของตัวเอง ซึ่งภูตที่โตเต็มวัยจะได้กลิ่นดังกล่าว

ยกเว้นภูตที่แอบไปมีอะไรกันเองแล้วพยายามปกปิดกลิ่นเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้

จากนั้นหูชิงหลู่ก็ตบหน้าผากตัวเองอย่างสิ้นหวัง

“ใช่แล้ว! เจ้าบ้านั่น...ไม่คิดหรือไงว่าตัวเองตื่นมาก็มีผู้หญิงอยู่ในอ้อมแขนแล้วกลายเป็นคู่นอนกับผู้หญิงคนนั้น!”

ไม่น่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้น้องสี่จะมีปฏิกิริยาลิงโลด

“ไม่ เขาเสียสติไปแล้ว และเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป” หูชิงหลู่อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้

ชายหนุ่มกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสมองของน้องชายคนเล็กคนนี้

หากเขาถูกลักพาตัวไปเป็นทาสของคนอื่น เขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหนีออกมาได้อย่างไร

หูชิงหยวนที่วิ่งกลับมาทางเดิมจู่ ๆ ก็หยุดกะทันหัน

“ทำไมข้าดีใจขนาดนี้ แต่ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ข้ายังต้องรับผิดชอบ!”

จิ้งจอกหนุ่มตบหน้าผากตัวเอง ในขณะที่ความสุขก่อนหน้านี้จางหายไปในอากาศ

จากนั้นความคาดหวังอันเลือนรางในใจของเขาก็สั่นไหว ไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เขาไม่ตระหนักด้วยซ้ำว่าทำไมตนถึงรู้สึกตื่นเต้นไปชั่วขณะ

หลังจากที่หูชิงหยวนคิดไตร่ตรองให้ดีแล้ว เขาก็ยังตัดสินใจที่จะตามหาผู้หญิงคนนั้นต่อไป

เพราะไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องได้รู้ความจริงอยู่ดี

ปัจจุบันใบหน้าของชายหนุ่มดูเคร่งขรึม แล้วเขาก็เดินไปที่บ้านไม้ทีละก้าวอย่างใจเย็น

“หวงเยว่ เจ้าจะไปไหนแต่เช้า?

“ข้าวิ่งเร็ว ข้าจะพาเจ้าไปส่งเองหวงเยว่!”

ยามนี้หญิงสาวกำลังถือกระโปรงหนังสัตว์ตัวใหม่ และทันทีที่นางออกมาจากบ้าน นางก็ถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มภูตชาย

“ขอบใจ เดี๋ยวข้าไปเอง”

หงส์สาวยิ้มพลางกล่าวปฏิเสธทุกคนแล้วเดินออกไปทันที

ในขณะที่เหล่าภูตชายไม่กล้าขัดขวางนาง พวกเขาจึงได้แต่มองดูสาวงามเดินจากไปเงียบ ๆ

ณ ช่วงเวลานี้ นางกำลังค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตของเผ่าใหม่ ผู้หญิงในเผ่าจะได้รับอาหารและเกลือทุกวัน ซึ่งเพียงพอให้กินอิ่มท้อง นอกจากนี้ ท่านผู้เฒ่ายังส่งหนังสัตว์ 3 ผืนให้นางเพื่อป้องกันไม่ให้นางป่วยไปเสียก่อน

ส่วนผู้ชายในเผ่าก็มักจะให้สิ่งของต่าง ๆ แก่นาง แม้ว่าหญิงสาวจะไม่มีคู่ครอง แต่ตนก็ไม่เคยขาดแคลนเสบียง จนถึงขั้นมีเสบียงมากมายในบ้านไม้ด้วยซ้ำ

แต่นางก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นต่อไปได้

ตอนนี้หวงเยว่เป็นผู้หญิงของเผ่าใหม่ ถ้านางยังยอมรับสิ่งของของพวกเขาแต่ไม่ยอมเป็นคู่กับอีกฝ่าย นางจะถูกคนอื่นเอาไปวิพากษ์วิจารณ์

เนื่องจากผู้หญิงต่างเผ่าที่ต้องการเข้าร่วมเผ่าใหม่ด้วยตัวเองจะต้องเป็นคู่กับภูตของเผ่า

ปีศาจตนนั้น... คำสั่งของเขาก็คือให้นางเข้าร่วมกับเผ่าอย่างสมบูรณ์ และนางต้องหาคนที่เหมาะสมเพื่อครองคู่กับเขา

บัดนี้เลือดหงส์ไฟกำลังสูบฉีดอยู่ในร่างกายของหวงเยว่ นางควรจะสร้างความสัมพันธ์กับคนที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันเพื่อรักษาสายเลือดให้บริสุทธิ์ แต่ปัจจุบันนางทำได้เพียงคัดเลือกภูตชายสักคนหนึ่งมาจัดการตามแผนให้เร็วที่สุด

นางควรจะเลือกผู้ชายที่ดีพร้อมและแข็งแกร่ง

จบบทที่ บทที่ 179: กังวลเกี่ยวกับสติปัญญาของหูชิงหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว