เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 178: พาหูชิงหยวนกลับบ้าน

บทที่ 178: พาหูชิงหยวนกลับบ้าน

บทที่ 178: พาหูชิงหยวนกลับบ้าน


หู่จิงช่วยพยุงตัวหูชิงหยวนมาตลอดทางจนในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านและวางเขาไว้บนเตียงหนังสัตว์ของนาง

ในขณะเดียวกัน จิ้งจอกหนุ่มรู้สึกวิงเวียนจากการถูกแบกอยู่นาน แต่โชคดีที่เขาเพิ่งสำรอกสิ่งที่อยู่ในท้องออกไปจนหมด ดังนั้นเขาจึงไม่อาเจียนระหว่างเดินทางกลับบ้านอีก

“หูชิงหยวน มาดื่มน้ำหน่อย”

เสือสาวหันกลับมาและนำชามน้ำมาป้อนให้อีกคน

เนื่องจากระหว่างทางกลับ หูชิงหยวนเอาแต่คร่ำครวญอย่างเจ็บปวด นางจึงคิดว่าเขารู้สึกไม่สบาย

ขณะนี้ชายหนุ่มถูกหญิงสาวช่วยพยุงขึ้นมานั่ง จากนั้นเขาก็ดื่มน้ำเข้าไปโดยสัญชาตญาณ

“หูชิงหยวน เจ้าไม่สบายหรือเปล่า ให้ข้าไปตามหมอมาดูเจ้าดีไหม?”

หู่จิงกล่าวพลางเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำของเขาเพื่อวัดอุณหภูมิ แต่ทันใดนั้นจิ้งจอกหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมองนางแล้วยิ้มจาง ๆ

“ข้าสบายดี ไม่ได้ป่วยอะไร ข้าไม่ต้องการพบหมอ แล้วอีกอย่าง น้องสาวของข้าเป็นหมอผีที่ทรงพลังที่สุดในเผ่า”

หูชิงหยวนพูดเจื้อยแจ้วขณะปรือตาลงครึ่งหนึ่งและยิ้มอย่างสดใส เผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวคู่หนึ่ง

ทางด้านเสือสาวที่ได้เห็นภาพตรงหน้าตกตะลึงอยู่ชั่วครู่

พอนางดึงสติกลับมาได้ก็รีบหันหน้าหนีไปทางอื่น พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืน

“เจ้า-เจ้าคงจะป่วย ข้าจะไปเรียกท่านหมอให้มาดูเจ้า...”

หู่จิงพูดตะกุกตะกัก ตั้งท่าจะเดินออกไปราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง

ทันทีที่หญิงสาวหันหลัง หูชิงหยวนก็คว้ามือนางแล้วดึงกลับมาหาตน

นั่นทำให้เสือสาวที่ไม่ทันได้ตั้งตัวหงายหลังทิ้งตัวลงบนร่างของจิ้งจอกหนุ่มจนเขาอุทานเสียงดัง

“โอ๊ย! หนัก...”

เมื่อหู่จิงได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย แก้มของนางก็ยิ่งแดงขึ้น ก่อนที่นางจะกุลีกุจอลุกออกจากตัวชายหนุ่มทันที

“ขอโทษ ข้าทำเจ้าเจ็บหรือเปล่า ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

แต่คาดไม่ถึงว่าหูชิงหยวนจะเอื้อมมือไปรั้งเอวของหญิงสาวเข้ามากอดไว้แนบอกอีกครั้ง

บัดนี้ร่างกายของทั้งคู่เบียดชิดกันแน่น

การกระทำของชายหนุ่มส่งผลให้หู่จิงหน้าแดงไปจนถึงใบหูแล้ว ขณะที่นางรู้สึกว่าไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหนจึงได้แต่กำหมัดตัวเองอย่างงุ่มง่าม

นอกจากนี้ เสือสาวรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิจากตัวอีกฝ่ายที่แผ่ไปทั่วร่างกายของตนผ่านเสื้อผ้าที่กั้นอยู่ โดยที่มีกลิ่นแปลก ๆ ลอยเข้ามาในจมูก

นางสงสัยว่ามันเป็นกลิ่นที่ทำให้หูชิงหยวนทำตัวแปลกไปหรือไม่?

แต่ยามนี้หัวสมองของหญิงสาวขาวโพลนไปหมด และลมหายใจที่เต็มไปด้วยฮอร์โมนเพศชายยังติดอยู่ที่ปลายจมูก ทำให้นางควบคุมสติตัวเองไม่ได้ พอแขนที่แข็งแรงกระชับกอดตัวเองมากขึ้น นางก็อธิบายเสียงเบาว่า

“หูชิงหยวน จริง ๆ แล้ว... จริง ๆ แล้ว ข้าไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น ข้าแค่ต้องการให้เจ้าได้พักผ่อน ฉะนั้นข้าแค่...”

นางเกรงว่าจิ้งจอกหนุ่มอาจเข้าใจบางอย่างผิด

อันที่จริงนางก็เป็นเพียงผู้หญิงบอบบางและอ่อนแอคนหนึ่ง… อย่างน้อยก็ต่อหน้าหูชิงหยวน

หลังจากนั้นหู่จิงก็รอคำตอบของอีกคนอย่างประหม่าโดยหวังว่าเขาจะพูดอะไรบางอย่างออกมาบ้าง

“อืม ถ้าเจ้าอยากคบหาดูใจกับข้า ข้าเต็มใจ...”

เสียงที่นางเปล่งออกมาประโยคสุดท้ายเบามากจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

อย่างไรก็ตาม…

เสือสาวรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายอยู่นาน แต่ผู้ชายที่อยู่ใต้ร่างก็ยังคงนิ่งเงียบ

จนกระทั่งมีเสียงกรนดังขึ้น หู่จิงจึงรู้ตัวว่าเขาหลับไปแล้ว ทว่ามือของเขายังคงกอดนางไว้แน่น ซึ่งทำให้นางคิดว่าเขายังตื่นอยู่

“…”

บัดนี้หญิงสาวตัวแข็งเป็นหิน ก่อนจะจับแขนของชายหนุ่มออกจากเอว แล้วลุกขึ้นนั่งขณะที่ในสายตาของนางมีเพียงแค่ความผิดหวัง

“ในเวลาแบบนี้เขากลับผล็อยหลับไปเนี่ยนะ...”

เสือสาวกัดริมฝีปากพลางจ้องมองหูชิงหยวนที่กำลังนอนหลับสนิท จากนั้นนางหยิบหนังสัตว์มาห่มให้เขาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องทนหนาวในตอนกลางคืน

แม้ว่าภูตชายจะไม่รู้สึกหนาวในฤดูใบไม้ร่วงและไม่จำเป็นต้องห่มหนังสัตว์ ซึ่งมีเพียงภูตหญิงเท่านั้นที่กลัวความหนาว แต่ถึงอย่างไร นางก็ยังห่วงใยจิ้งจอกหนุ่มอยู่ดี

“หู่จิง” ในตอนนั้นเอง หูชิงหยวนที่นอนอยู่ก็ส่งเสียงขึ้นมา “ขอบคุณ...”

ปัจจุบันชายหนุ่มหลับไปแล้ว เขากำลังฝันละเมอถึงครั้งล่าสุดตอนที่หู่จิงช่วยแก้ไขความเข้าใจผิดระหว่างเขากับหลงโม่

“พูดขอบคุณแล้วก็หลับไปเลยเนี่ยนะ ไร้ความจริงใจชะมัด”

หู่จิงพ่นลมอย่างไม่พอใจพร้อมกับกำหมัด ก่อนตั้งท่าหมายจะทุบไปที่หน้าอกของเขา แล้วในที่สุดนางก็ล้มตัวลงนอนอยู่ข้างกายเขา แต่ถึงกระนั้น นางก็นอนไม่หลับอยู่ทั้งคืน

วันต่อมา

เนื่องจากหู่จิงนอนไม่หลับ นางจึงออกไปแต่เช้าเพื่อไปหาหมอในสภาพที่ดวงตาเหมือนหมีแพนด้า

ไม่นานหลังจากที่นางออกจากบ้านไป หูชิงหยวนก็ตื่นขึ้นมา

“โอย... ทำไมหัวของข้าถึงเจ็บมากขนาดนี้?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางเอามือข้างหนึ่งกุมหัว ขณะนี้เปลือกตาของเขาหนักอึ้งซึ่งเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลืมตา

“ที่นี่ที่ไหน? ดูเหมือนจะไม่ใช่บ้านของข้า”

เมื่อจิ้งจอกหนุ่มเห็นสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยรอบตัวอย่างชัดเจน เขาก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง

เวลาผ่านไปไม่นาน เขาก็ได้กลิ่นของผู้หญิงโชยมาในอากาศ ทำให้เขาผงะไปชั่วขณะ และภาพบางส่วนก็แล่นเข้ามาในหัว

ดูเหมือนว่าเขาจะ... เมื่อคืนนี้เขานอนกอดผู้หญิง?

“!!”

ข้าทำแบบนั้นกับผู้หญิงจริงหรือ!? 

ยามนี้ดวงตาของหูชิงหยวนเบิกกว้าง เขาสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว เขามอบมันให้กับผู้หญิงคนหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ!

เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร และต่อจากนี้ไปเขาจะต้องอยู่กับอีกฝ่าย

พอจิ้งจอกหนุ่มคิดแบบนี้ก็เผยสีหน้าผิดหวัง ในใจเขาอยากจะร้องไห้ออกมา แต่เขาก็ต้องตบหน้าเพื่อเรียกสติตัวเอง “หูชิงหยวน เจ้าทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ยังไง!”

ความรู้สึกเสียใจแล่นวาบขึ้นในหัวใจ ถ้ารู้ตัวเร็วกว่านี้ เขาควรจะ…

หูชิงหยวนรู้สึกหดหู่มากในขณะที่เขากำลังนวดขมับเนื่องจากปวดหัว จากนั้นเขาตัดสินใจลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ ห้อง แต่เขากลับไม่พบผู้หญิงที่เป็นเจ้าของบ้าน เขาจึงถอดเสื้อหนังสัตว์ออกทิ้งมันไว้ในเรือนหลังนี้แล้วกลับบ้านไป

เหตุผลที่เขาทำแบบนี้เพราะตนเกรงว่าหญิงสาวคิดว่าเขาจะไม่รับผิดชอบนาง

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ตราบใดที่เขาทำลงไปแล้ว เขาต้องรับผลที่ตามมาให้ได้

ขณะนี้หูชิงหยวนเดินกลับบ้านด้วยอาการปวดหัวเพราะยังไม่สร่างเมา

หลังจากนั้นไม่นาน หู่จิงก็พาหมอเฒ่าประจำเผ่ามาที่บ้าน

“หู่จิง ช้าลงหน่อย แฮ่ก… ข้าแก่แล้ว ข้าเดินตามเจ้าไม่ทัน...”

หมอชราที่มีเคราสีขาวถูกเสือสาวลากวิ่งออกมาจากบ้าน เขารู้สึกว่าช่วงชีวิตที่เหลือของเขานั้นไม่ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิมแล้ว

“อีกนิดเดียว ใกล้จะถึงแล้ว ท่านหมอ ท่านอดทนอีกสักหน่อยนะ” หู่จิงพูดขณะเร่งความเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้คนเป็นหมอได้พัก

เมื่อหมอสูงวัยหมดลมหายใจและใบหน้าขึ้นสีแดงจากการวิ่งมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็หยุดฝีเท้า

“แฮ่ก ๆๆ... ข้าแทบขาดใจตายแล้ว...”

หมอเฒ่าพยุงต้นไม้ด้วยด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างเท้าไว้ที่หลังเอวตัวเอง เขารู้สึกว่าหากต้องวิ่งต่อไปแบบนี้ เขาต้องหัวใจวายตายก่อนจะได้รักษาคนป่วยแน่

“ท่านหมอ ท่านรีบช่วยข้าทีเถอะ ไปดูว่าหูชิงหยวนป่วยหรือไม่ เขานอนนิ่งทั้งคืนโดยไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลย”

หู่จิงหอบหายใจไม่กี่ครั้งแล้วดันหลังหมอชราเข้าไปในบ้านของตน

ทางด้านผู้เป็นหมอเดินโซเซพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเหมือนคนขาดอากาศหายใจ

“ตอนกลางคืน ถ้าเจ้าไม่นอน แฮ่ก ๆ... เจ้าจะทำอะไรจนกว่าจะรุ่งสางล่ะ...”

การที่คนเราจะนอนแน่นิ่งตลอดทั้งคืนโดยไม่มีการเคลื่อนไหวมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ!

ทว่าเขาไม่เหลือแรงจะพูดประโยคข้างต้นอีกแล้ว

เสือสาวที่ได้ยินเช่นนั้นแสดงสีหน้าซับซ้อน แล้วนางก็รีบอธิบายด้วยใบหน้าขึ้นสีระเรื่อว่า “ไม่! ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ยังไงก็เถอะ ท่านหมอ ท่านช่วยไปดูเขาหน่อย เขาต้องป่วยแน่ ๆ”

เมื่อทั้งคู่เข้าไปในบ้านกลับพบว่าภายในห้องว่างเปล่าไม่มีใครอยู่เลย

“เขาหายไปไหนแล้ว?” เจ้าของบ้านตกตะลึง

ในที่สุดหมอเฒ่าก็มีโอกาสหยุดพักหายใจ “หูชิงหยวนอยู่ไหน เจ้าเรียกข้ามาดูเขาไม่ใช่หรือ?”

สถานการณ์นี้ทำให้หู่จิงผ่อนคลายลง ในเมื่อเขากลับไปแล้ว นั่นหมายความว่าเขาน่าจะสบายดีใช่ไหม?

แต่สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกเหมือนกับสูญเสียอะไรบางอย่างไป…

ครู่ต่อมา เสือสาวหลุบตาลงต่ำ ทันใดนั้นนางก็เหลือบไปเห็นเสื้อหนังสัตว์ที่วางไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาของนางจึงเป็นประกายก่อนจะวิ่งไปคว้าหนังสัตว์มาดมกลิ่นใกล้ ๆ

นี่คือเสื้อหนังสัตว์ของหูชิงหยวน!

จบบทที่ บทที่ 178: พาหูชิงหยวนกลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว