เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170: หลงจงผู้ปากไม่ตรงกับใจ

บทที่ 170: หลงจงผู้ปากไม่ตรงกับใจ

บทที่ 170: หลงจงผู้ปากไม่ตรงกับใจ


เวลาผ่านไปไม่นาน เด็กตระกูลหลงทั้ง 5 ก็วิ่งออกจากบ้านไม้หลังเก่าพร้อมสัมภาระไล่เลี่ยกัน จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปในห้องของแต่ละคน

เนื่องจากห้องนอนอยู่บนชั้น 2 เจ้าตัวเล็กทั้งหลายจึงต้องปีนบันได แต่ขาสั้นของหลงเหยาไม่สามารถปีนขึ้นไปได้เลย และเขาก็ล้มหงายหลังอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อพวกพี่ ๆ ทั้ง 4 ลงมายังชั้นล่าง น้องชายคนสุดท้องก็ยังใช้มือและเท้าปีนขึ้นบันไดได้เพียง 2 ขั้นเท่านั้น…

หลงอวี้ผู้เป็นพี่ใหญ่มองไปที่เสื้อผ้าหนังสัตว์ที่หล่นอยู่บนพื้น และช่วยน้องเล็กหยิบมันขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “เสี่ยวเหยา เจ้าทำอะไรน่ะ?”

“เสี่ยวเหยาจะเอาของไปเก็บ!”

หลงเหยาตอบโดยไม่ต้องคิด

“แล้วของของเจ้าล่ะ?” หลงจงกลอกตาถาม

ในตอนนี้คนตัวเล็กพยายามปีนบันไดอย่างยากลำบาก พอได้ยินคำถามของผู้เป็นพี่ชาย มือและเท้าน้อย ๆ ก็หยุดชะงักไป

เขาก้มลงมองมือที่ว่างเปล่า จากนั้นก็หันไปมองตรงบั้นท้ายตัวเอง

ก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างแล้วเอามือ 2 ข้างตบหน้าผากตนดังป้าบ

“แย่แล้ว ของของเสี่ยวเหยาหายไป!”

ทางด้านหลงเซียวกับหลงหลิงเอ๋อที่ยืนอยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะกุมหน้าผากของตัวเอง พวกเขากังวลจริง ๆ ว่าถ้าเสี่ยวเหยาซื่อบื้อมากขนาดนี้ ในอนาคตเขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไรหากไม่มีพวกเขาคอยดูแล

สุดท้ายแล้วก็ต้องเป็นหน้าที่ของหลงอวี้ที่ช่วยถือของของน้องชายคนเล็ก ในขณะที่หลงจงเป็นคนอุ้มตัวอีกฝ่ายเพื่อพาไปทำความคุ้นเคยในห้อง

ในทางกลับกัน การลงบันไดเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก

เพราะเจ้าตัวน้อยกระโดดพุ่งลงไปจนสุดทาง

หูเจียวเจียวเฝ้าดูปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกทั้ง 5 คนอยู่นอกบ้าน เมื่อเห็นพวกเขาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เธอจึงยิ้มอย่างอิ่มเอมใจ

ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี

เด็กตระกูลหลงช่างบริสุทธิ์และมีจิตใจดี ส่วนหลงโม่ผู้เป็นพ่อทำงานหนักเพื่อดูแลครอบครัวของเขา และเผ่าก็กำลังจะเจริญรุ่งเรือง…

ขณะที่หญิงสาวกำลังรู้สึกโล่งใจ ก็มีเงาสูงมาทาบทับตัวเธอ

หูเจียวเจียวจึงหันศีรษะไปมอง

ไม่นานหลงโม่ก็มาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเธอพร้อมกับถือเสื้อผ้าหนังสัตว์ที่พับไว้อย่างเรียบร้อย

“ข้าเก็บสัมภาระของตัวเองเรียบร้อยแล้ว” เขากลั้นหายใจก่อนจะพูดเสียงเรียบ

สีหน้าจริงจังนั้นราวกับทหารที่พร้อมออกสู่สนามรบได้ทุกเมื่อ

นั่นทำให้มุมปากของจิ้งจอกสาวกระตุกอย่างช่วยไม่ได้

ผู้ชายคนนี้เข้มงวดเกินไปไหม…

เมื่อมังกรหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร เขาก็ขมวดคิ้วและพูดออกไปอีกครั้งด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ “ถ้าอย่างนั้น... ข้าจะเอาของไปเก็บไว้ในห้องก่อนได้ไหม?”

ชายหนุ่มตัวสูงประมาณ 190 เซนติเมตร เขาพูดอย่างระมัดระวังต่อหน้าจิ้งจอกสาวที่สูงไม่ถึงอกตน เพราะกลัวว่าเธอจะขัดขวางข้อเสนอของเขา

“เจ้าอย่าเพิ่งไป” หูเจียวเจียวส่ายหัวพลางหยิบเสื้อผ้าจากแขนของคนตัวสูงมาแล้ววางลงบนเก้าอี้หินข้าง ๆ เธอ

ทันใดนั้น ใบหน้าของหลงโม่ก็หม่นหมองลง ประกอบกับความผิดหวังที่ฉายชัดในรูม่านตาสีทองอันล้ำลึก

นางจะกลับคำหรือ?

ถ้านางกลับคำขึ้นมาจริง ๆ เขาจะต้องมีชีวิตอยู่แบบอนาถ หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็คือ เขาจะถูกขับไล่ออกจากเผ่าอีกครั้ง

บัดนี้หลงโม่คิดจินตนาการในหัวไปไกล ถึงขั้นคิดภาพว่าตัวเองจะนำสัมภาระกลับไปวางไว้ในกระท่อมไม้ของหูเจียวเจียว เสร็จแล้วก็อ้อยอิ่งอยู่ที่นั่นต่อไปดีไหม

อย่างไรก็ตาม หญิงสาวไม่ได้รอให้ชายหนุ่มเคลื่อนไหว

ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งนุ่ม ๆ ทาบลงมาบนฝ่ามือหยาบกร้านของเขา

“ตอนนี้ยังมีของใช้บางอย่างที่ยังไม่ได้ยกเข้าไป เรายกของใช้เข้าไปก่อนค่อยเอาเสื้อผ้าไปเก็บ”

หูเจียวเจียวจับมือเขาและเดินออกจากบ้าน

ตอนนี้ครอบครัวทั้ง 7 กำลังจะย้ายไปบ้านหลังใหม่แล้ว แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ เพราะบ้านหลังเก่าไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ซึ่งแม้แต่เตียงก็ทำมาจากหญ้าและหนังสัตว์

ไม่นานมานี้ เธอเคยขอให้โหวเสี่ยวเตียวช่วยหาภูตมาทำเครื่องเรือนให้ แต่เธอไม่เคยย้ายพวกมันกลับเพราะในบ้านไม่มีที่ให้วาง

เนื่องจากจิ้งจอกสาวมักจะเดินคนเดียวในเผ่า เธอจึงไม่เคยปล่อยให้ภูตคนอื่นแบกเธอไว้บนหลัง และเธอไม่ได้คิดที่จะให้หลงโม่กลายร่างเป็นสัตว์ร้ายเพื่อพาตนเองไปที่นั่น

ทางด้านมังกรหนุ่มกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

เขาได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่หรือ?

ยามนี้แสงแวววาวส่องประกายผ่านดวงตาที่ลึกล้ำของมังกรหนุ่ม จากนั้นเขาปล่อยมือออกจากมือของหญิงสาว ในวินาทีต่อมา เขาก็กลายร่างเป็นมังกรดำโดยใช้หางม้วนร่างผู้หญิงตัวเล็กขึ้นมาวางลงบนหลังตน

ก่อนที่หูเจียวเจียวจะทันได้ตอบสนอง เธอก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้ว

“…”

ช่วยพูดอะไรล่วงหน้าก่อนจะจับฉันขึ้นบินหน่อยได้ไหม!

โชคดีที่จิ้งจอกสาวไม่กลัวความสูง ไม่อย่างนั้นเธอคงกลัวจนกรีดร้องลั่นเผ่าแน่ถ้าเขายังพาเธอบินร่อนไปบนฟ้าแบบนี้อีก

คราวนี้มังกรดำตัวใหญ่ก็ยังบินอย่างมั่นคงเช่นเคย หูเจียวเจียวเองก็ปรับตัวกับเสียงลมที่หวีดหวิวอยู่ในหูตัวเองได้ ก่อนจะบอกว่าให้เขาบินไปที่ไหน

นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เธอนั่งบนหลังของหลงโม่

ในเวลาไม่ถึง 2 นาที มังกรร่างยักษ์ก็ลงจอดพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความเร็วที่เร็วผิดปกติ

เนื่องจากโหวเสี่ยวเตียวต้องการสร้างบ้านหินและไม่มีเวลาทำเครื่องเรือน เขาจึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านตัวเอง

ภูตเพื่อนบ้านคนนั้นมีความสุขมากที่ได้ช่วยเหลือจิ้งจอกสาว ตอนนี้เขายังไม่มีคู่ และเขาวางแผนที่จะแสดงความรักต่ออีกฝ่ายในยามที่นางมารับของที่สั่งทำกลับไป

เมื่อชายหนุ่มเห็นหูเจียวเจียวเดินเข้ามา เขาก็ออกไปทักทายนางอย่างมีความสุข แต่ใครจะรู้ว่าเขาจะได้เห็นหลงโม่ยืนอยู่ข้างหญิงสาวด้วยสายตาดุจดั่งมีดคมกริบ

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเขาเลยเจื่อนลงทันที

“ข้ามารับของที่สั่งไว้น่ะ”

หูเจียวเจียวยิ้มอย่างใจดีให้ภูตชาย อีกทั้งเธอจ่ายค่าทำสิ่งอำนวยความสะดวกไปแล้ว

“ได้สิ ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่น” ภูตเพื่อนบ้านของโหวเสี่ยวเตียวเหลือบมองมังกรหนุ่ม เขาอยากจะสลัดเจ้าหมอนี่ออกไปและใช้เวลากับจิ้งจอกสาวตามลำพัง

“ตกลง ข้า—”

“เดี๋ยวข้าไปเอง”

ทันทีที่หูเจียวเจียวอ้าปาก เธอก็ถูกหลงโม่พูดขัดจังหวะเสียก่อน จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาภูตชายและมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา

“ไปกันเถอะ”

เมื่อชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงสายตาอันตรายของคนตัวสูงตรงหน้า เขาก็มองไปทางอื่นอย่างอับอาย

ความแข็งแกร่งของภูตมังกรคนนี้ต่างกับเขามาก ก่อนหน้านี้พวกเขาทุกคนได้เห็นหลงโม่ควักลูกตาของลู่ซุยซุยออก หรือแม้กระทั่งตอนที่โยนหู่จงเข้าไปในถ้ำหมื่นอสรพิษ เหล่าภูตในเผ่าได้เห็นการกระทำทั้งหมดของอีกฝ่ายด้วยตาตัวเอง

ยกเว้นภูตที่เดินทางกับมังกรหนุ่มที่ได้มีโอกาสทำความคุ้นเคยกับเขาบ้างแล้ว ส่วนภูตคนอื่น ๆ ในเผ่าต่างก็กลัวเขากันทั้งนั้น

มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูตชายที่ทำเครื่องเรือนให้หูเจียวเจียวไม่กล้าแข่งขันแย่งชิงคู่กับหลงโม่เลย

ไม่อย่างนั้นสักวันหนึ่งลูกตาของเขาอาจจะถูกควักออกไปแทน!

ในไม่ช้า มังกรตัวโตก็นำตู้เสื้อผ้าไม้ 6 ใบและโต๊ะเก้าอี้หลายชุดกลับมา

ระหว่างที่จิ้งจอกสาวเดินทางมาที่นี่ เธอรู้สึกกังวลมาตลอดทางว่าจะขนของมากมายกลับไปอย่างไร แต่ใครจะไปคิดว่าหลงโม่มัดตู้เสื้อผ้ารวมถึงโต๊ะเก้าอี้ด้วยเชือก จากนั้นเขาก็กลายร่างเป็นมังกร แล้วใช้กรงเล็บหิ้วของทั้งหมดไปทีเดียว

การทำแบบนี้มันทั้งทำให้การขนของง่ายขึ้นและไม่เปลืองแรงอีกด้วย

ตั้งแต่ออกไปข้างนอกจนถึงขนย้ายเครื่องเรือนกลับบ้าน พวกเขาทั้ง 2 ใช้เวลารวมกันแล้วไม่เกินครึ่งชั่วโมง

หูเจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ น่าเสียดายที่ในโลกปัจจุบันไม่มีการส่งของหรืออาหารด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์แบบนี้

พอทั้งคู่กลับมาถึงบ้านหิน หลงโม่ก็ย้ายเครื่องเรือนทั้งหมดเข้าไปในห้องทีละชิ้น โดยที่จัดเรียงตามคำบอกของหญิงสาวแบบไม่มีการบ่นอิดออดใด ๆ

หลังจากที่ชายร่างสูงขนย้ายสิ่งของต่าง ๆ เสร็จ จิ้งจอกสาวก็รู้สึกว่าตนเองกำลังเอาเปรียบอีกฝ่ายจึงทนอยู่เฉยไม่ได้

“หลงโม่ ถ้าเจ้าเหนื่อยก็พักเสียหน่อย ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องขนแล้ว”

“ข้าไม่เหนื่อย” มังกรหนุ่มส่ายหัวปฏิเสธ

เมื่อหูเจียวเจียวเห็นว่าเขายังมีพลังเต็มเปี่ยมและไม่ได้แสดงท่าทีเหนื่อยล้า เธอจึงไม่บังคับเขาอีกก่อนจะหันไปจัดเตียง

แต่ละห้องมีเตียงคั่ง* ซึ่งหญิงสาวปูที่นอนด้วยผ้าฝ้าย ตามด้วยปูหนังสัตว์ทับอีกชั้นหนึ่ง

*เตียงคั่งหรือเตียงอุ่น (炕床) เป็นเตียงที่ก่อด้วยอิฐ ด้านใต้กลวง และปูทับด้วยหินพอกดินโคลน จากนั้นจึงปูทับด้วยเสื่อหรือฟูก โดยที่ด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับปล่องจากเตาไฟ อีกด้านหนึ่งมีช่องระบายควัน

พอเด็กตระกูลหลงทั้ง 5 ได้ยินการเคลื่อนไหวภายในห้องก็วิ่งตามเข้ามา

“ท่านแม่ นี่คืออะไร?” หลงหลิงเอ๋อถามพลางมองไปยังที่นอนแปลกตาอย่างสนใจ

นางสงสัยว่าหินก้อนใหญ่ที่ก่อขึ้นมานี้คืออะไร

“นี่คือเตียงคั่ง เอาไว้นอนอุ่น ๆ” แม่จิ้งจอกอธิบายพร้อมรอยยิ้ม

“ทำไมเราถึงนอนบนหิน เราไม่มีหนังสัตว์เลยหรือ?” หลงอวี้ขมวดคิ้วมองไปที่พ่อมังกร

ท่าทางของเด็กหนุ่มเหมือนกับว่าจะกล่าวหาผู้เป็นพ่อว่าไม่ให้หนังสัตว์แก่ท่านแม่

ขณะที่หูเจียวเจียวกำลังจะอธิบาย หลงเหยาก็อ้าแขนออกและตะโกนบอกเธอว่า

“เสี่ยวเหยาอยากนอนบนเตียง เสี่ยวเหยาอยากขึ้นไป!”

นอกจากการกินแล้ว งานอดิเรกเพียงอย่างเดียวของเจ้าตัวเล็กก็คือการนอนหลับ

หลงโม่จึงใช้มือใหญ่หิ้วลูกชายตัวแสบขึ้นมา ก่อนจะพาเขาไปที่เตียง

ทันทีที่เท้าน้อย ๆ ของหลงเหยาสัมผัสที่นอน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายพลางกระดิกหางอย่างตื่นเต้น แล้วเขาก็กระโดดไปมาบนเตียงอย่างมีความสุข

เด็กน้อยทำแบบนั้นอยู่บนเตียงนุ่มสักพัก

“นุ่มจัง! เสี่ยวเหยาชอบเตียงนี้จัง~”

เมื่อหลงหลิงเอ๋อเห็นเช่นนี้ นางก็ขยับร่างกายส่วนบนไปฝังหน้าตัวเองลงบนฟูก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะว่า “เตียงนี้นุ่มและสบายมาก!”

“มันก็แค่ที่ซุกหัวนอน ทำไมจะต้องทำอะไรยุ่งยากด้วย” หลงจงบ่นพึมพำ แต่เขาก็ยังใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสเตียงเงียบ ๆ

ปรากฏว่าเพียงแค่สัมผัสด้วยฝ่ามือก็ยังไม่พอ เขาใช้หลังมือถูไปมาด้วย

มันนุ่มจริง ๆ...

จบบทที่ บทที่ 170: หลงจงผู้ปากไม่ตรงกับใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว