เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 169: ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องนอนกับท่านพ่ออีกต่อไป

บทที่ 169: ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องนอนกับท่านพ่ออีกต่อไป

บทที่ 169: ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องนอนกับท่านพ่ออีกต่อไป


บ้านหินที่ถูกสร้างขึ้นในครั้งนี้มี 2 ชั้น ซึ่งภายในบ้านมีห้องนอน 6 ห้อง โดยที่ลูกแต่ละคนมีห้องนอนเป็นของตัวเอง แล้วที่เหลืออีก 1 ห้องเป็นห้องนอนสำหรับหูเจียวเจียวกับหลงโม่

พื้นที่ภายในชั้น 1 เธอทำเป็นห้องเก็บของสำหรับเก็บเสบียงทั้งหมด 2 ห้อง และห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้าน

เมื่อพิจารณาถึงปัญหาเรื่องของควันและน้ำมัน หูเจียวเจียวจึงแยกห้องครัวออกจากตัวบ้านหินโดยการสร้างห้องครัวไว้ที่สวนหลังบ้าน เนื่องจากที่นี่ไม่มีเครื่องดูดควันเหมือนโลกปัจจุบัน อีกทั้งวิธีการสร้างปล่องไฟก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งหมดเพราะว่าน้ำมันสกปรกจำนวนมากจะเกาะติดอยู่ตามผนังบ้านอยู่ดี

เนื่องจากหญิงสาวที่เป็นคนรักสะอาด เธอเลยไม่อยากให้ในบ้านมีคราบน้ำมันเกาะ ดังนั้นนี่เป็นวิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาที่ดีที่สุด

พอจิ้งจอกสาวเห็นว่าที่สวนหลังบ้านยังคงว่างเปล่า บวกกับเธอกังวลว่าห้องเก็บของ 2 ห้องจะไม่เพียงพอ เธอจึงขอให้โหวเสี่ยวเตียวสร้างโกดังเพิ่มอีก 2 หลังไว้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ฤดูหนาวของโลกภูตยาวนานถึง 6 เดือน ด้วยเหตุนี้ พวกเธอจึงต้องกักตุนเสบียงเอาไว้เป็นจำนวนมาก

ไม่เพียงแค่นั้น โกดังเก็บเสบียงถูกสร้างติดกับห้องครัวแล้วเชื่อมกันด้วยประตู เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องกังวลว่าภูตคนอื่นจะมองเห็นยามที่เธอเข้าไปหยิบของในมิติ

นอกจากนี้ เธอยังแบ่งโกดังหลังหนึ่งไว้จัดเก็บหนังสัตว์ ถ่าน รวมไปถึงของใช้จำเป็นโดยที่เหลือโกดังสำรองไว้อีกแห่ง

เหตุผลที่ว่าทำไมหนังสัตว์จำเป็นต้องมีโกดังน่ะหรือ…

หลังจากที่หูเจียวเจียวรู้ว่าหลงโม่ชอบเตะภูตตกแม่น้ำ เธอก็ค้นพบงานอดิเรกอย่างที่ 2 ของเขา

นั่นคือการเก็บหนังสัตว์

ในช่วงเวลานี้ มังกรหนุ่มสามารถเก็บหนังสัตว์ได้อย่างน้อย 2-3 ผืนต่อวัน ปัจจุบันมีหนังสัตว์มากกว่า 30 ผืนกองพะรุงพะรังกันอยู่ในบ้านไม้และกระท่อมของหญิงสาว ซึ่งมันเยอะมากจนเธอแทบจะไม่มีที่ซุกหัวนอนเลยด้วยซ้ำ

“หูเจียวเจียว เจ้าตรวจดูว่ามีอะไรที่ยังไม่เรียบร้อยหรือเปล่า ถ้ามีปัญหาตรงไหน เราจะได้รีบแก้ไขให้เดี๋ยวนี้เลย”

โหวเสี่ยวเตียวกล่าวในขณะที่เดินนำจิ้งจอกสาวไปตรวจสอบบ้านหิน เพราะเขากลัวว่าตนเองกับพวกคนงานจะทำได้ไม่ดี

“พวกเจ้าทำได้ดีมาก บ้านหินแข็งแรง แล้วก็สวยมากทีเดียว โหวเสี่ยวเตียว ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้” หูเจียวเจียวส่ายหัวแสดงความขอบคุณอีกฝ่ายอย่างจริงใจ

โลกของภูตที่ขาดแคลนเสบียง พวกเขาแทบจะไม่มีเครื่องจักรมาช่วยทุ่นแรงเลยด้วยซ้ำ ซึ่งสังคมของที่นี่คล้ายกับสังคมชนบทของโลกมนุษย์ในสมัยก่อน ทุกคนในหมู่บ้านต้องคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

หากไม่มีความช่วยเหลือของภูตในเผ่า หญิงสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปีหน้าบ้านหินหลังนี้จะสร้างเสร็จหรือเปล่า

“ด้วยความยินดี นี่เป็นสิ่งที่เราควรทำ แล้วก็...” โหวเสี่ยวเตียวเว้นช่วงไปพลางเกาหัวแก้เขิน

“และในช่วงที่หลงโม่อยู่ในเผ่า เขาก็ช่วยพวกเราแบ่งเบาภาระได้มาก ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้เราสามารถสร้างบ้านเสร็จเร็วขนาดนี้”

ลิงหนุ่มไม่กล้าเรียกร้องความดีความชอบและมอบคุณงามความดีให้กับหลงโม่อย่างตรงไปตรงมา

“หลงโม่...”

ทันทีที่หูเจียวเจียวได้ยินชื่อคู่ของตัวเอง เธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงฉากอันน่าตื่นเต้นในคืนก่อน

“ใช่ เราเพิ่งรู้ว่าหลงโม่ไม่ได้อ่อนแอเลย และเขาก็ทำงานเก่งมากด้วย”

โหวเสี่ยวเตียวผงกหัวพลางทำสีหน้าไม่พอใจ

“ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวคนแรกว่าหลงโม่เป็นคนไร้ประโยชน์ ถ้าเป็นคนไร้ประโยชน์แล้วมีพลังมากขนาดนี้ ข้ายอมเป็นคนไร้ประโยชน์เสียดีกว่า”

หูเจียวเจียวชำเลืองมองคนพูด แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

ตอนที่หลงโม่มาถึงเผ่าแห่งนี้เป็นครั้งแรก เขาอ่อนแอมาก

แต่ถึงกระนั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังจากที่เขาออกไปอาศัยอยู่ในป่า เขาได้ต่อสู้กับความเป็นความตายอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มใช้ชีวิตด้วยการเลียเลือดบนกรงเล็บทุกวัน ควบคู่ไปกับเฝ้ากอดความมืดมนและความเกลียดชังที่รุนแรงไว้ข้างกาย หากคนที่ผ่านเรื่องราวเช่นนี้มาได้ยังไม่ตายไปเสียก่อน ถึงอย่างไรเขาก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

ความแข็งแกร่งของมังกรหนุ่มผ่านการเลียบาดแผลเพียงลำพังในถ้ำมืดพร้อมกับต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาครั้งแล้วครั้งเล่า

โดยธรรมชาติแล้ว วิถีชีวิตของหลงโม่มันแตกต่างจากภูตที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเผ่า

เวลาต่อมา หูเจียวเจียวกับโหวเสี่ยวเตียวพากันเดินตรวจสอบบ้านหินอีกครั้ง เมื่อไม่พบปัญหาอะไร เธอจึงออกไปส่งกลุ่มคนงานก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

ปัจจุบันเหล่าภูตที่มาช่วยงานรู้สึกตื่นเต้นมาก พวกเขามีความรู้ในการสร้างบ้านหินตั้งแต่ต้นจนถึงจบแล้ว ตอนนี้พวกเขาจึงสามารถกลับไปสร้างบ้านหินให้คู่ของตัวเองได้โดยไม่มีปัญหาอะไร

หลังจากที่จิ้งจอกสาวส่งกลุ่มภูตชายออกไป เธอก็เห็นลูกทั้ง 5 กำลังยืนอยู่หน้าบ้านหิน

นอกจากหลงเซียว เด็กที่เหลืออีก 4 คนเบิกตากว้างมองบ้านหินเบื้องหน้าอย่างมีความหวัง ซึ่งมันไม่ต่างจากการได้เห็นความสุขที่กำลังกวักมือเรียกพวกเขา

“นี่คือบ้านใหม่ของเราใช่ไหม มันใหญ่โตและสวยมาก...” ดวงตาสดใสของหลงหลิงเอ๋อเป็นประกายระยิบระยับ และน้ำเสียงไพเราะของนางก็เปี่ยมสุขอย่างยิ่ง

เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงย่อมโหยหาสิ่งใหม่ ๆ

“ใช่ นี่คือบ้านใหม่ของเรา และครอบครัวของเราจะอาศัยอยู่ที่นี่นับจากนี้ไป” หูเจียวเจียวเดินออกมาจากบ้านหินพลางตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

บ้านหินไม่มีการตกแต่งใด ๆ มีเพียงผนังที่ทำจากแผ่นหินบลูสโตนธรรมดา ๆ ซึ่งดูสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะว่ามันถูกขัดจนเรียบเนียนมาก

ภาพตรงหน้าเหมือนกับบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองอันมีเสน่ห์ในสารคดีของโลกปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังงดงามมากในสายตาของหลงหลิงเอ๋อ

ยามนี้เด็กหญิงตัวน้อยแทบจะมีคำว่า ‘ความสุข’ แปะอยู่บนหน้าผาก ในขณะที่นางแย้มยิ้มอย่างไร้เดียงสา

“ในที่สุดบ้านหินก็สร้างเสร็จ” ใบหน้าของหลงอวี้แทบจะไม่แสดงอาการดีใจให้เห็นเลย

หลงจงพยักหน้า “ใช่ ถ้าเราอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ เราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่กับท่านพ่ออีกต่อไป”

คงมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเหล่าเด็กตระกูลหลงพบเจออะไรบ้างในช่วงเวลานี้

ที่ผ่านมา ผู้เป็นพ่อทำอย่างกับว่าพวกเขาไม่ได้เป็นลูกของตัวเองเลย

เขาให้เด็ก ๆ ฝึกจนถึงเที่ยงคืนทุกวันและยังฝึกฝนทักษะการล่าสัตว์ให้พวกเขาอีกด้วย แต่ก็ต้องขอบคุณพ่อมังกรที่ช่วยให้พี่ชายคนโตกับพี่ชายคนรองสามารถเรียนรู้การแปลงร่างเป็นสัตว์ได้ชำนาญมากขึ้น

ในเวลาเดียวกัน หลงเหยายืนอยู่หน้าทุกคน หางรูปสามเหลี่ยมของเขาสะบัดไปมาขณะตะโกนใส่บ้านหินว่า

“บ้านใหม่เสร็จแล้ว กระต่ายน้อยก็พร้อมกิน!”

“...” พี่ ๆ ทั้ง 4 ต่างก็พูดอะไรไม่ออก

2 อย่างนี้มันมีความเกี่ยวข้องกันตรงไหนก่อน?

“กระต่ายน้อยยังกินไม่ได้ เราต้องเลี้ยงไว้เพื่อให้พวกมันผลิตลูกกระต่ายออกมาเพิ่ม” หูเจียวเจียวลูบหัวคนตัวเล็กอย่างขบขัน แล้วพูดเพื่อหยุดความคิดอยากจะกินแต่สิ่งมีชีวิตตัวจ้อยของเขา

“เสี่ยวเหยา บ้านหลังใหม่เกี่ยวอะไรกับการกินกระต่าย” หลงหลิงเอ๋อถามด้วยท่าทางงุนงง

“ท่านแม่เป็นคนบอก!”

หลงเหยาตอบพร้อมชี้ไปที่แม่จิ้งจอกด้วยนิ้วป้อมสั้น

ฝ่ายที่ถูกพาดพิงตกตะลึง เธอพูดตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าถ้าสร้างบ้านเสร็จ เธอจะกินกระต่าย?

ในขณะที่จิ้งจอกสาวกำลังตั้งคำถามอยู่ในใจ เธอก็ได้ยินเสียงของลูกชายคนสุดท้องพูดขึ้นมาอย่างขึงขังว่า

“ท่านแม่บอกว่า ถ้าบ้านใหม่เสร็จแล้ว เราจะกินของอร่อยกัน และกระต่ายน้อยก็อร่อย”

ของอร่อยก็คือกระต่ายน้อย

มันแปลกตรงไหน~

“...” หูเจียวเจียวที่ได้ฟังเช่นนั้นถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

ความคิดของเด็กคนนี้แปลกจริง ๆ!

ในเวลาเดียวกัน มุมปากของหลงจงกระตุก เขาอยากจะเปิดสมองของเจ้ามังกรโง่คนนี้ออกมาดูเหลือเกินมันว่ามีอะไรอยู่ข้างในบ้าง

“ท่านแม่ วันนี้ท่านไม่อยากทำอาหารอร่อย ๆ หน่อยหรือ?” หลงเหยาเอียงศีรษะถามเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงไม่ยอมพูดอะไรเลย

เสี่ยวเหยาพูดอะไรผิดหรือเปล่า?

ไม่นานหูเจียวเจียวก็จำได้ว่าเธอเคยพูดว่าจะมีงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่หลังจากที่บ้านหินสร้างเสร็จ

ในเวลานั้น หลงเหยาถามเธอว่างานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่คืออะไร และคำตอบของเธอคือการเตรียมอาหารอร่อย ๆ หนึ่งโต๊ะ และเชิญท่านตาท่านยาย รวมถึงลุง ๆ มาที่บ้านใหม่เพื่อรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน

เจ้าตัวเล็กคงกำลังคิดเรื่องนี้อยู่

“ทำสิ แน่นอน แม่ต้องทำอยู่แล้ว แต่วันนี้เราจะไม่กินกระต่ายกัน” แม่จิ้งจอกกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แล้วเมื่อไหร่เราจะย้ายเข้าไปได้ล่ะ?” หลงจงถามขึ้นมาเพราะอดใจรอไม่ไหว

ส่วนหลงอวี้กับหลงเซียวก็มองไปที่หูเจียวเจียวเป็นตาเดียว

พวกเขาไม่อยากนอนในบ้านหลังเก่าอีกแล้ว

“วันนี้แม่จะย้ายของก่อน พวกเจ้าไปเลือกห้องเอาไว้สิ แล้วค่อยกลับมาเก็บข้าวของในบ้านไปไว้ในห้องของตัวเอง”

“ต่อจากนี้ไป เราจะอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่กัน!”

หูเจียวเจียวพูดพร้อมชูกำปั้นขึ้นฟ้า และลูกทั้ง 5 คนก็วิ่งกระจัดกระจายไปเหมือนนกแตกรัง เมื่อไปดูห้องใหม่เสร็จแล้ว พวกเขารีบวิ่งกลับไปที่บ้านไม้เพื่อเก็บของ

ลูกน้อยทุกคนไม่มีอะไรต้องเก็บกวาดมากเพราะของมีค่าที่แต่ละคนมีคือเสื้อผ้าหนังสัตว์ 2 ชุด รองเท้า 2 คู่ และหนังสติ๊กที่แม่จิ้งจอกทำให้พวกตน

นอกจากนี้เด็กทั้ง 5 คนก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร พวกเขาไม่ได้ทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงห้อง แถมยังตั้งใจมอบห้องที่มีแสงสว่างมากที่สุดให้กับหลงหลิงเอ๋อ ส่วนพี่น้องคนอื่นจะพักในห้องที่เหลืออีก 4 ห้องตามขนาดของห้อง

จบบทที่ บทที่ 169: ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องนอนกับท่านพ่ออีกต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว