เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 143: ภูตอีกกลุ่มที่กำลังตามหาดอกเกลือ

บทที่ 143: ภูตอีกกลุ่มที่กำลังตามหาดอกเกลือ

บทที่ 143: ภูตอีกกลุ่มที่กำลังตามหาดอกเกลือ


“???” บัดนี้หูเจียวเจียวนิ่งค้างไปอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

หา! ทำไมมันไม่เป็นไปตามที่ฉันคิดล่ะ!

เมื่อกี้เธอพูดอะไรผิดหรือว่าเขาเข้าใจผิด ทำไมหลงโม่ถึงตอบตกลงแบบไม่ลังเลเลย?

“หลงโม่ ข้าหมายถึง… เจ้ากับข้า… เราอยู่ห้องเดียวกัน?”

จิ้งจอกสาวจ้องมองมังกรหนุ่มด้วยสายตาไม่แน่ใจ และอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามย้ำอีกรอบ

หลังจากที่หลงโม่ได้ฟังดังนั้น เขาก็พยักหน้าตอบรับแบบจริงจัง ราวกับว่าเขากำลังทำพิธีศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง แล้ววางมือทั้ง 2 ข้างลงบนโต๊ะ

การแสดงออกที่เคร่งขรึมเช่นนี้ดูสง่างามอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน “ใช่”

“...”

ตอนนี้หูเจียวเจียวรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังขุดหลุมฝังศพตัวเองแล้วก็พลัดตกลงไปในนั้น

ส่วนเด็กตระกูลหลงที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มให้ผู้เป็นพ่อ สามีภรรยาคู่นี้ช่างห่างเหินกันจนยากจะรับมือจริง ๆ...

ครู่ถัดมา หลงหลิงเอ๋อปรบมืออย่างมีความสุขและโพล่งขึ้นมาว่า “ไชโย! เยี่ยมมาก! ในที่สุดท่านพ่อก็ได้นอนในห้องแล้ว ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องไปนอนบนต้นไม้อีก!”

ทันทีที่สาวน้อยพูดประโยคข้างต้นจบลง สายตาทั้ง 6 คู่ก็มุ่งเป้าไปที่นางอย่างพร้อมเพรียงกัน

หลงอวี้, หลงเซียว, หลงจงและหลงเหยาต่างก็เบิกตากว้างมองเด็กสาวคนเดียวในบ้าน “!!”

“???” การแสดงออกของพ่อมังกรเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ลูก ๆ รู้เรื่องที่เขานอนบนต้นไม้ได้อย่างไร? เป็นไปได้ไหมว่าที่กิ่งไม้เหล่านั้นถูกตัดทิ้งเป็นเพราะฝีมือของเจ้าเด็กพวกนี้!?

หลงหลิงเอ๋อที่รู้ตัวช้ารีบปิดปากตัวเอง

ไม่นะ!

ข้าปากไวเผลอบอกความจริงไปได้ยังไงกัน!

เด็กสาวอยากจะตบปากตัวเองสัก 10 ครั้ง นางก้มหัวลงแล้วค่อย ๆ ถอยกลับไปนั่งที่เก้าอี้เหมือนหอยทาก หากมีเปลือกอยู่บนหลัง นางคงหดตัวกลับเข้าไปซ่อนอยู่ในเปลือกอย่างแน่นอน

“หลิงเอ๋อ เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร ใครนอนอยู่บนต้นไม้?”

หูเจียวเจียวตกตะลึง เธอเอ่ยถามพร้อมขมวดคิ้วมองไปที่ลูกสาว

“ไม่ ไม่มีอะไร...” หลงหลิงเอ๋อปิดปากส่ายหัว

แย่แล้ว! หน้าท่านพ่อเครียดขนาดนั้น วันนี้ข้าจะโดนฆ่าตายไหม!?

แม่จิ้งจอกสังเกตเห็นท่าทางของสาวน้อยตัวเล็กทันที เธอรู้ว่านางต้องมีบางอย่างปิดบังตัวเอง ดังนั้นเธอจึงหันไปมองลูกคนอื่น ๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง

“บอกแม่มาซิว่าเกิดอะไรขึ้น?”

“ท่านพ่ออยากนอนบนต้นไม้เอง ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย” ลูกทั้ง 3 โพล่งขึ้นมาพร้อมกัน พลางส่ายหัวรัวเร็วจนผมยุ่งไม่เป็นทรง

จะให้บอกผู้เป็นแม่ว่าเป็นเพราะหลงเหยาลุกขึ้นไปฉี่กลางดึก และเขาเห็นหลงโม่นอนหลับอยู่บนต้นไม้โดยบังเอิญได้อย่างไร ไม่มีทาง!

ยิ่งหูเจียวเจียวฟังที่ลูก ๆ เล่ามามากเท่าไหร่ ขมับของเธอก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นจนเธอก็อดไม่ได้ที่จะกุมหน้าผาก

เธอสันสนไปหมดแล้ว!

เธอปล่อยให้เจ้าจอมวายร้ายนอนข้างนอกมาเกือบเดือนแล้วหรือนี่!

ก่อนที่ระดับความชื่นชอบจะเพิ่มขึ้น ระดับความเกลียดชังคงจะเพิ่มขึ้นจนทะลุปรอทไปก่อน เขาเป็นถึงลาสบอสของนิยายเรื่องนี้เลยนะ!

ไม่แปลกใจเลยที่หญิงสาวไม่เห็นหลงโม่ในบ้านไม้ทุกวันยามที่เธอไปปลุกลูก ๆ ปรากฎว่าไม่ใช่เพราะเขาตื่นเช้า แต่เขาไม่ได้ไปนอนในบ้านไม้สักครั้งเลยต่างหาก

“เอ่อ... งั้นข้าจะไปทำความสะอาดก่อน วันนี้เจ้าเข้าไปนอนข้างในได้นะ”

หูเจียวเจียวกล่าวจบแล้วก็ลุกขึ้นกำลังจะไปทำความสะอาดกระท่อมที่ตนอาศัยอยู่ แม้ว่าภายในจะเล็กไปสักหน่อย แต่มันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับการที่คน 2 คนจะนอนบนพื้น

ตอนนี้ชะตาชีวิตตัวเองสำคัญที่สุด มันไม่สำคัญว่าเธอจะต้องนอนร่วมห้องกับผู้ชายหรือไม่!

“ไม่จำเป็น” หลงโม่ห้ามเธอไว้ด้วยเสียงทุ้ม ก่อนจะมองลูกทั้ง 5 ด้วยดวงตาที่ลึกล้ำ จากนั้นเขาก็พูดเสียงเบาว่า “วันนี้ข้าจะนอนกับลูก”

เนื่องจากกระท่อมหลังนั้นเล็กมาก อีกทั้งแม่จิ้งจอกก็ตัวบอบบาง เขากลัวว่าตัวเองจะเผลอไปทับอีกฝ่ายเข้าถ้าเขาพลิกตัว

อย่างน้อยก็ในตอนนี้ก่อนที่จะสร้างบ้านหินเสร็จ…

เขารู้สึกว่าลูกไม่เด็กกันแล้ว ถึงเวลาที่ต้องฝึกฝนเตรียมพร้อมสำหรับการล่าในอนาคต

พ่อมังกรวางแผนว่าจะฝึกการล่าขั้นพื้นฐานให้พวกเขาก่อน

...

ทางตะวันตกของเผ่า

หมาป่าสีเงินกลุ่มหนึ่งปีนขึ้นไปบนภูเขาภายใต้แสงจันทร์และหยุดอยู่ข้างทะเลสาบสีขาวราวกับหิมะขนาดใหญ่ จากนั้นเหล่าหมาป่าก็สะบัดขนและกลายร่างเป็นมนุษย์ทีละตัว

ที่เท้าของพวกเขามีดอกไม้สีขาวบานสะพรั่งใต้แสงจันทร์ขาวนวลไม่ต่างจากหิ่งห้อยตัวน้อย หากมองด้วยตาเปล่า พวกมันเกือบจะปกคลุมทะเลสาบทั้งหมด

บัดนี้พวกภูตกำลังจ้องตรงไปที่ฉากข้างต้น

บางคนถึงกับก้มลงเด็ด ‘กลีบ’ ของดอกเกลือมาส่งเข้าปาก

ไม่นานคนคนนั้นก็คายมันออกมาด้วยใบหน้าที่เหยเก “แอวะ! ถุยๆๆ”

“มันเค็มมาก! มันคือเกลือจริง ๆ!”

หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนเพื่อวิ่งไปหาภูตตัวสูงและแข็งแรงที่ยืนอยู่ท้ายกลุ่ม ก่อนจะตะโกนอย่างมีความสุข

“พี่เมี่ย ดูสิ นี่เป็นดอกเกลือที่หัวหน้าพูดถึง!”

คำพูดนั้นทำให้ภูตคนอื่นรู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน

“ฮ่า ๆๆ! จากนี้ไปเผ่าของเราก็จะร่ำรวย ข้าไม่คิดเลยว่าวิธีการของหัวหน้าจะได้ผลขนาดนี้”

“ให้ตายเถอะ ดอกเกลือมีมากมายเหลือเกิน ทั้งเผ่าเราคงเก็บไว้กินได้จนตาย...”

ในตอนนั้นเองหลางเมี่ยเดินตรงไปยังภูตที่พูดคนสุดท้ายก่อนจะยกมือขึ้นตบหัวอีกฝ่ายแล้วสบถว่า

“ไอ้เวร! ถ้านึกคำพูดดี ๆ ไม่ได้ก็หุบปากซะ! เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้เจ้ากินมันจนตายเดี๋ยวนี้”

ต่อมา ภูตที่พูดประโยคนั้นถูกอีกฝ่ายกดหัวโขกกับพื้นน้ำแข็ง ทำให้ชั้นน้ำแข็งหนากลายเป็นรูทันที แต่เขาไม่กล้ารีรอจึงรีบลุกขึ้นจากน้ำแข็งแล้วโค้งคำนับคนเป็นผู้นำกลุ่ม

“พะ-พี่เมี่ย ข้าพูดอะไรผิดไป… พี่เมี่ย ข้าขออภัย…”

หลางเมี่ยพ่นลมหายใจออกทางจมูกพลางมองคนตรงหน้าอย่างเกรี้ยวกราดแล้วเตะเขาออกไป

“ไปให้พ้น!”

ภูตคนนั้นรีบตะเกียกตะกายวิ่งไปด้านหลังทันที

ส่วนภูตคนอื่น ๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก พวกเขาทำได้เพียงยืนก้มหน้าเงียบ ๆ รอให้ภูตหมาป่าสั่งการ

ยามนี้หลางเมี่ยไม่ได้ก้มหน้ามองไปที่ดอกเกลือบนพื้น เขาเตะดอกไม้ดอกหนึ่งจนกลีบดอกที่แตกกระเด็นลอยขึ้นฟ้า จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นคว้าดอกเกลือ 1 ชิ้นมาอมไว้ในปาก

“ใช่ มันคือเกลือ”

“พี่เมี่ย ก่อนที่กลุ่มภูตคนอื่นจะมาที่นี่ เรารีบนำดอกเกลือพวกนี้กลับไปที่เผ่าโดยเร็วดีกว่า!”

ภูตที่มีปากแหลมซึ่งอยู่ข้าง ๆ ชายผู้เป็นเจ้านายเข้ามาแนะนำอย่างประจบสอพลอ

“จะรีบเร่งอะไรนักหนา” หลางเมี่ยชำเลืองมองอีกฝ่าย “ที่นี่มีดอกเกลือมากขนาดนี้ เราสามารถขนพวกมันทั้งหมดกลับไปที่เผ่าในคืนเดียวได้หรือไง”

“อ่า ดูเหมือนจะไม่ได้...” ภูตปากแหลมเกาคอ ไม่นานเขาก็ถามแบบประจบประแจงเมื่อเห็นว่าภูตหมาป่าเงียบไป

“หรือว่าพี่เมี่ยมีวิธีดี ๆ ?”

หลางเมี่ยพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าที่หยาบกร้านของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง

“มีดอกเกลือตั้งมากมาย ข้าไม่อยากเก็บมันทีละดอก หัวหน้าบอกว่าจะมีฝูงภูตมาที่นี่เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”

“เราก็แค่ไปดักซุ่มโจมตีพวกมันระหว่างทางกลับ ฆ่าทุกคนทิ้งเสีย และยึดเอาดอกเกลือมา”

“ยังไงก็ตาม คำสั่งของหัวหน้าคือปล่อยให้พวกมันเข้ามาที่นี่ แต่เขาไม่ได้บอกสักหน่อยว่าให้พวกมันกลับไปสภาพไหน”

ดวงตาของภูตปากแหลมเป็นประกาย และเขาก็ยกยอผู้เป็นนายทันที “สมกับเป็นพี่เมี่ย! ท่านรอบคอบมาก!”

หลางเมี่ยรู้สึกดีที่ถูกลูกน้องยกย่อง ดังนั้นเขาจึงเหล่ตามองอีกคน “เจ้ายังไม่ไปทำตามที่ข้าบอกอีกหรือ?”

“ได้เลย ๆ พี่เมี่ย”

ฝ่ายที่เป็นลิ่วล้อผงกหัวก่อนจะหันหน้าไปพูดกับภูตคนอื่นในลักษณะที่วางมาดอวดดี

“ไม่ได้ยินที่พี่เมี่ยพูดรึ เร็วเข้า!”

“ช้าก่อน”

ทันใดนั้น หลางเมี่ยก็เรียกเขาอีกครั้งและพูดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

“เก็บกวาดร่องรอยของเราให้หมดด้วย อย่าให้ภูตพวกนั้นรู้ ถ้าเกิดทุกอย่างล่าช้าเกินไป หัวหน้าคงจะไม่ไว้ชีวิตเรา”

จบบทที่ บทที่ 143: ภูตอีกกลุ่มที่กำลังตามหาดอกเกลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว