เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 132: ข้าอยากจะสั่งสอนเจ้ามานานแล้ว

บทที่ 132: ข้าอยากจะสั่งสอนเจ้ามานานแล้ว

บทที่ 132: ข้าอยากจะสั่งสอนเจ้ามานานแล้ว


ขณะนี้เด็กทั้ง 4 คนต่างก็หมกมุ่นอยู่กับการเฝ้าดูท่าทางของแม่ลูกกวาง จึงไม่ได้สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบของหลงเหยา

“ท่านแม่ ไอ้ตัวเล็กพวกนั้นเป็นคนทำทั้งหมด พวกมันจับข้ากดหัวลงไปในแม่น้ำเพื่อให้ข้าสำลักน้ำโคลน แถมยังโกนผมข้าออกด้วย ท่านแม่ ท่านต้องล้างแค้นให้ข้า!”

ลู่หลีคร่ำครวญเสียงดังด้วยใบหน้าที่บวมฉึ่ง พร้อมกับที่เขาสาธยายถึงการกระทำอันแสนชั่วร้ายของเด็กตระกูลหลงทั้ง 5

ในขณะที่เขาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้แม่ฟัง น้ำหูน้ำตาก็ไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ แล้วคราบสกปรกหลายจุดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนโคลน ไม่นานน้ำมูกสายยาวก็ห้อยลงมาจากรูจมูก 2 ข้างและแกว่งไปมาจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

ภาพของกวางหนุ่มตอนนี้ไม่ต่างจากตัวทากที่เต็มไปด้วยเมือกเหนอะหนะ

สภาพของลูกชายทำให้เปลือกตาของลู่มู่กระตุก นางพยายามฝืนสุดชีวิตเพื่อควบคุมตัวเองไม่ให้สลัดมือออกจากมือของอีกฝ่าย

หญิงชราใช้เวลานานก่อนที่นางจะยอมรับความจริงได้ว่าเจ้าตัวน่าเกลียดตรงหน้าคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนเอง

“ท่านแม่ ทำไมท่านแม่ไม่พูดอะไรเลยล่ะ ท่านแม่คิดว่าข้าเองก็น่าเกลียดเหมือนกันหรือ...”

เมื่อลู่หลีเห็นว่าผู้เป็นแม่ไม่ตอบสนอง เขาก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม

ด้วยรูปลักษณ์ที่น่าเวทนาแบบนี้ เขารู้สึกอับอายหากต้องไปพบปะกับใคร!

“ไม่น่าเกลียด ไม่…แอวะ” แม่กวางรีบอธิบาย แต่นางพูดยังไม่ทันจบ นางก็เหลือบไปเห็นน้ำมูกที่ขยายใหญ่ขึ้นของลูกรัก นางจึงกลั้นเอาไว้ไม่ไหวแล้วอาเจียนออกมา

“...”

“ข้าอยากตาย!!” ทันใดนั้นกวางหนุ่มก็ลงไปดีดดิ้นบนพื้นเหมือนคนเสียสติ

“ลูกแม่ เจ้าอย่าทำอะไรโง่ ๆ! แม่จะล้างแค้นให้เจ้า แม่จะล้างแค้นแทนเจ้าแน่นอน!”

ลู่มู่ตกใจรีบดึงลู่หลีกลับมา ยิ่งได้เห็นท่าทางเสียใจของลูกน้อย ความรังเกียจในใจของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธทันที

ครู่ต่อมา นางหันไปมองทางที่เด็กตระกูลหลงวิ่งไปพลางสบถด่าเสียงดัง

“ไอ้พวกเด็กเปรต คอยดูนะ วันนี้ข้าจะตัดมือพวกเจ้าเพื่อล้างแค้นให้ลูกของข้า!”

ในขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มยืดคอมาจากด้านหลังแม่และพูดเสริมว่า “ผมด้วย เราต้องถอนผมพวกมันด้วย!”

“ยัยแก่ใจร้ายกำลังจะมาทำร้ายเราแล้ว วิ่งหนีเร็ว!” หลงหลิงเอ๋อกรีดร้อง แต่นางไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นตระหนก นางจับมือหลงเซียวที่มองไม่เห็นแล้ววิ่งกลับบ้านทันที

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ หลงอวี้กับหลงจงก็หันหลังกลับเตรียมที่จะเดินตามไป

เด็กเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่ พวกเขาจะยืนบื้ออยู่เฉย ๆ ให้หญิงชราคนนั้นมาทุบตีตนเองทำไม

“เดี๋ยวก่อน! เสี่ยวเหยาอยู่ไหน?” ในตอนนั้นเอง สีหน้าของหลงจงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขาเพิ่งรู้ว่าน้องชายคนเล็กที่อยู่ข้างหลังได้หายตัวไปแล้ว

จากนั้นการเคลื่อนไหวของพี่ ๆ ทั้ง 4 ก็หยุดลงในทันใด

“ฮึบ~ ฮึบ~”

ข้าอยากเอาถังกลับบ้าน~

ปัจจุบันหลงเหยาได้แอบย่องไปข้างหลังลู่หลีโดยไม่มีใครสังเกตเห็น หางเล็ก ๆ ของเขาม้วนจับถังหิน แต่เขาไม่สามารถยกมันขึ้นจากพื้นได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงทำได้แต่ลากมันไปตามพื้น

หลังจากนั้นไม่นาน ร่องรอยที่เกิดจากการลากสั้น ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน

“แฮ่~”

เสี่ยวเหยาช้าเกินไป เสี่ยวเหยาต้องพยายามมากกว่านี้!

เจ้ามังกรตัวเล็กลากถังหินได้เพียงระยะทางสั้น ๆ แต่เขาก็ไม่ท้อถอยแม้แต่น้อย พร้อมกับพยายามให้กำลังใจตัวเอง

ทันใดนั้นเอง ลู่มู่ก็พบว่าหลงเหยาแอบอยู่ข้างหลังตน

“ไอ้เด็กเลว เจ้ายังกล้ามาที่นี่อีกรึ คอยดูเถอะ ถ้าข้าไม่ได้ถลกหนังเจ้าก็อย่ามาเรียกข้าว่าลู่มู่!” ดวงตาของหญิงชราเปลี่ยนเป็นดุดัน และนางก็ปรี่เข้าไปหามังกรน้อยโดยใช้ประโยชน์จากการที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวเพื่อฉวยโอกาสคว้าคอเขาที่มีถังหินติดตัวมาด้วย

ปึก!

เสียงถังหินใบเล็กตกลงบนพื้น

“อ๊ะ!”

“น้องห้า!”

เมื่อเด็กทั้ง 4 เห็นฉากที่เกิดขึ้นก็อุทานเสียงดัง

แม้ว่าหลงเซียวจะมองไม่เห็น แต่เขาก็ยังได้ยินคำพูดร้ายกาจของแม่กวางเฒ่า พอรู้ว่าหลงเหยาถูกจับตัวไปแล้ว เม็ดเหงื่อก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสีซีดของเด็กหนุ่ม

“ยัยแก่ชั่ว ปล่อยน้องชายของข้านะ!” หลงหลิงเอ๋อหยุดวิ่งหนีแล้วหันกลับไปคำรามใส่หญิงชรา

“ถ้าเจ้ากล้าทำอะไรเสี่ยวเหยาแม้แต่นิดเดียว! ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!” หลงจงกัดฟัน ใบหน้ามืดมนของเขาดำมืดยิ่งกว่าหมึก

“อย่ากังวลไป ข้าไม่ปล่อยให้ใครหนีรอดไปได้สักคนหรอก” ลู่มู่ยิ้มอย่างร้ายกาจปนมีความสุข และยกหางของหลงเหยาขึ้น “ข้าจะมาสะสางบัญชีกับพวกเจ้า หลังจากที่ข้าถลกหนังของมันออกแล้ว!”

“อ๊าาา!”

ยามนี้มังกรตัวเล็กพยายามดิ้นรน แต่แรงเพียงน้อยนิดไม่สามารถสู้แม่กวางเฒ่าตัวโตได้เลย ขณะนั้นหญิงชราสะบัดแขนหลบการโจมตีของเขา ทำให้กรงเล็บมังกรที่ทั้งเล็กและสั้นของหลงเหยาไม่สามารถแตะต้องนางได้เลย อีกทั้งเขายังรู้สึกเวียนหัวที่ถูกอีกฝ่ายแกว่งไปมา

“ท่านแม่ รีบถลกหนังของมันออกเร็ว ๆ ทำให้มันอัปลักษณ์เหมือนข้า!” ลู่หลีตะโกนบอกแม่ของตนจากด้านข้าง ใบหน้าที่น่าเกลียดของเขายิ่งดูน่าขยะแขยงมากขึ้นไปอีก

เนื่องจากแม่กวางเฒ่าไม่มีกรงเล็บ ดังนั้นนางจึงหยิบหินแหลมบนพื้น แล้วเหวี่ยงเข้าใส่เจ้ามังกรน้อย

จังหวะนั้นเอง หูเจียวเจียวมาถึงทันเวลาที่เธอได้เห็นภาพนี้พอดี

นั่นทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งใจและตะโกนอย่างเดือดดาล “หยุดนะ! เจ้าลองทำร้ายลูกข้าดูสิ!”

เสียงตะโกนที่ดังเหมือนกับฟ้าผ่าดังขึ้น

ทางด้านแม่กวางเฒ่าชะงักนิ่งไปโดยไม่รู้ตัว พอนางหันกลับไปมองทางต้นเสียงและพบว่าเป็นแม่จิ้งจอก นางจึงกล่าวเย้ยหยัน

“ถ้าข้าทำอะไรมันแล้วยังไงรึ มันเป็นแค่มังกรไร้ประโยชน์ที่ยังแปลงร่างไม่ได้ ไอ้เด็กสวะนี่ไร้ค่าไม่ต่างจากมดปลวกหรอก”

น้ำเสียงของลู่มู่เย่อหยิ่งและมุ่งร้าย ยิ่งหูเจียวเจียวท้าทายนางมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งอยากทรมานไอ้ตัวเล็กตัวนี้มากขึ้นเท่านั้น เพื่อที่มันจะได้ไม่กล้ามารังแกลู่หลีอีก

“วันนี้ข้าจะถลกหนังมันเอาไปแขวนไว้ที่ประตูบ้าน— อ๊ะ!”

“เจ้ากล้ารึ!” จิ้งจอกสาวโกรธมาก วินาทีต่อมา มือของเธอเปลี่ยนเป็นกรงเล็บยาวแหลมคม และเธอก็คว้ามือข้างที่อีกฝ่ายจับหลงเหยาอย่างแรง จนมือของนางปรากฏรอยแผลลึกหลายจุดขึ้นทันที

“อ๊าาาา!” ขณะที่แม่กวางกำลังลำพองใจ นางหวดก้อนหินในมือหมายจะเลาะเกล็ดบนร่างกายของมังกรตัวน้อย จู่ ๆ ข้อมือของนางก็เจ็บจนต้องกรีดร้องออกมา

หลงเหยาถูกปล่อยตัวทันที และก่อนที่เขาจะบินหนีไปได้ เขาก็ถูกหูเจียวเจียวกอดไว้

เมื่อจิ้งจอกสาวเห็นหญิงชรากรีดร้อง เธอก็ยกเท้าขึ้นเตะฝ่ายตรงข้ามเต็มแรง

“กรี๊ดดดดด!” แม่กวางเฒ่าเซไปข้างหน้าและล้มลงกับพื้น

“เหยาเอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไหม?” หูเจียวเจียวสำรวจลูกชายคนเล็กในอ้อมแขนของเธออย่างเป็นห่วง ซึ่งมังกรน้อยเองก็กำลังเวียนหัว แต่เขาก็ยังส่ายหัวตอบรับ

“แฮ่~ งือ~”

เสี่ยวเหยาไม่เป็นไร เสี่ยวเหยาสบายดี อ๋อย~ เวียนหัว~

“ท่านแม่!”

เมื่อเด็กทั้ง 4 คนเห็นหูเจียวเจียวปรากฏตัว พวกเขาก็วิ่งกระวีกระวาดเข้าไปหา และในที่สุดก็พากันหัวใจพองโตราวกับว่าแม่จิ้งจอกเป็นเสาหลักของพวกตน

ทางด้านหญิงสาวมองสำรวจลูก ๆ ทีละคน ก่อนจะรู้สึกโล่งใจที่เห็นว่าทุกคนยังปลอดภัยกันดี

“ท่านแม่ มือของท่าน...” หลงหลิงเอ๋อเบิกตากว้างชี้ไปที่มือเปื้อนเลือดของผู้เป็นแม่ซึ่งมันเป็นเลือดของแม่กวางเฒ่า

หูเจียวเจียวยกมือขึ้นมาดูแล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่าเล็บของตนเองเปลี่ยนเป็นกรงเล็บสัตว์ร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ทั้งมือของเธอไม่ได้กลายเป็นอุ้งเท้าจิ้งจอก มีเพียงกรงเล็บยาวเท่านั้นที่ปรากฏขึ้น

แต่ถึงกระนั้นมันก็คมมาก

“แม่ไม่เป็นไร พวกเจ้าดูแลเหยาเอ๋อให้ดีนะ” หญิงสาวส่งลูกชายคนเล็กเข้าไปในอ้อมแขนของหลงหลิงเอ๋ออย่างระมัดระวัง ก่อนจะออกคำสั่งเด็ก ๆ และหันไปมองลู่มู่

“ท่านแม่! ท่านแม่! ท่านเป็นยังไงบ้าง?” ลู่หลีรีบก้าวเข้าไปช่วยแม่กวางอย่างเป็นกังวล แต่ด้วยความตื่นตระหนก น้ำมูกที่ยืดย้อยของเขาจึงถูใบหน้าของแม่กวางเต็ม ๆ

บัดนี้หญิงชราเจ็บปวดมาก นางลุกขึ้นจากพื้นพร้อมกับยั้งใจไม่ให้ตัวเองสบถออกมา “แม่-ไม่-เป็น-ไร”

หลังจากที่เกิดความโกลาหลมากมาย ไม่นานภูตจำนวนมากก็มารวมตัวกันที่ริมแม่น้ำ

ขณะนั้นแม่กวางเฒ่าหน้าแดงอยู่พักหนึ่ง แต่นางรู้สึกอับอายมากกว่าจึงพูดเสียงลอดไรฟันว่า

“อีสารเลว เจ้ากล้าทำร้ายข้า ข้า—”

เพี้ยะ!

ก่อนที่นางจะพูดจบ หูเจียวเจียวก็ก้าวไปตบหน้านางต่อ

“วันนี้ข้าจะเอาเจ้าให้ตาย! เจ้ากล้ามากที่มาถลกหนังลูกข้า!”

“นี่เจ้า… เจ้า!”

ลู่มู่ยกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่ถูกตบ พลางเบิกดวงตากว้างมองไปที่จิ้งจอกสาวด้วยความเหลือเชื่อ

นังจิ้งจอกมันบังอาจมาตบข้า!

ในอดีต หูเจียวเจียวเป็นคนขี้ขลาดตาขาว อย่างมากที่สุดนางก็โต้เถียงด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ และนางไม่เคยกล้าออกมาปกป้องลูกตัวเองในยามที่พวกมันถูกรังแกเลยสักครั้ง

เพี้ยะ!

แม่กวางเฒ่ายังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ แม่จิ้งจอกก็สะบัดหลังมือเข้าใส่หน้านางอีกครั้ง

“เจ้ามันเป็นอีแก่ที่ไม่น่าเคารพ แถมยังรังแกเด็กที่ไม่มีทางสู้อีก ข้าอยากจะสั่งสอนเจ้ามานานแล้ว!”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เอาซี่ แม่จิ้งจอกเริ่มกางกรงเล็บเป็นแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 132: ข้าอยากจะสั่งสอนเจ้ามานานแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว