เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131: เขาน่าเกลียดมากจนแม่จำไม่ได้

บทที่ 131: เขาน่าเกลียดมากจนแม่จำไม่ได้

บทที่ 131: เขาน่าเกลียดมากจนแม่จำไม่ได้


หลงจงที่ได้ยินคำพูดของหลงหลิงเอ๋อก็ปล่อยมือออก และทันใดนั้น ลู่หลีก็เงยหน้าขึ้นจากแม่น้ำก่อนจะตะเกียกตะกายคลานไปที่ริมฝั่งเพราะกลัวว่าไอ้เด็กเหลือขอจะทำร้ายตนอีกครั้ง

หลังจากที่กวางหนุ่มขึ้นฝั่งมาได้ เขาก็ไม่สนใจอะไรอีก เขาคุกเข่าลงกับพื้นพลางใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นไว้ ส่วนอีกข้างใช้ปิดคอปิดปากอย่างสิ้นหวัง

“แอวะ…”

ในน้ำมีโคลนเต็มไปหมดเลย น่าขยะแขยงชะมัด!

ไอ้เด็กสารเลวพวกนี้มันกล้ากดข้าลงน้ำ คอยดูเถอะ ข้าจะไปเรียกคนมาช่วย แล้วส่งพวกมันไปลงนรกซะ!

ลู่หลีรู้สึกเพียงว่าท้องของเขาแน่นขึ้น แล้วเขาก็สำรอกน้ำโคลนสีเหลืองออกมาเต็มพื้น ไม่นานเขาก็หมดเรี่ยวแรงล้มลงบนพื้นโดยไม่ได้สนใจแม้แต่ความเจ็บปวดทั่วร่างกายของตัวเอง

ทันทีที่เขาล้มตัวลงนอน เขาเห็นเด็กผู้หญิงยิ้มหวานยืนอยู่ข้าง ๆ หัวของตน ยามนี้นางถือวัตถุมีคมขนาดเล็กที่สะท้อนแสงกับดวงอาทิตย์ในขณะที่นางก้มลงมองเขา

“เจ้า…เจ้าจะทำอะไร?”

“อย่ากังวลไปเลย ข้าไม่ได้จะทำร้ายเจ้า” หลงหลิงเอ๋อยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวสะอาด เผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ น่ารัก 2 ซี่

ฝ่ายที่ถูกคุกคามตกใจและกำลังจะลุกขึ้นวิ่งหนี แต่เด็กอีก 4 คนที่อยู่ใกล้ ๆ เข้ามาจับมือและเท้าของเขาเอาไว้เสียก่อน และแม้แต่หลงเหยาก็ขดตัวอยู่บนขา จนร่างกายของเด็กหนุ่มถูกมัดเหมือนเชือก

บัดนี้ลู่หลีที่ถึงแม้ว่าจะหมดแรงไปแล้วก็ยังพยายามดิ้นรนต่อสู้เอาชีวิตรอด พร้อมกับเบิกตากว้างมองหลงหลิงเอ๋อที่กำลังย่อตัวลงมาหาตนเองช้า ๆ...

...

ในเวลาเดียวกัน ลูกสมุนหลายคนที่หนีออกไปไกลจากที่เกิดเหตุตอนนี้หยุดวิ่งแล้วกุมเข่าพากันหอบหายใจ

“เราทิ้งลู่หลีไว้แบบนั้น ถ้าเขาโกรธล่ะ...” เด็กเกเรคนหนึ่งถามขึ้นมาด้วยความกังวล

หากเป็นเช่นนี้ ลู่หลีจะต้องเล่นงานพวกเขาแน่นอน

แต่ทุกคนก็ไม่อยากจะยื่นมือไปช่วยเจ้าหัวโจกอันธพาลเช่นกัน ในทางกลับกัน ถ้าใครก็ตามไม่เชื่อฟังอีกฝ่าย พวกเขาก็จะถูกทำร้าย นอกจากนี้กวางหนุ่มยังมีอิงหยวนที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าเป็นพี่เขย ก่อนหน้านี้พวกเขาจึงไม่กล้าขัดขืนลู่หลี

ครู่ต่อมา เด็กคนหนึ่งในกลุ่มยกมือขึ้นกุมหัวของตัวเองแล้วสูดปากเสียงดัง “ยังไงก็ตามแต่ พวกมันกล้าโต้กลับแล้ว ถ้าเจ้าอยากกลับไปช่วย เจ้าก็ไปคนเดียวเถอะ ข้าไม่ไป!”

เจ้าเด็กตระกูลหลงพวกนั้นแปลกประหลาดมาก

การเอาหินโจมตีใครสักคนมันเจ็บมาก เจ็บยิ่งกว่าตอนที่ถูกพ่อแม่ตีเสียอีก!

ทันทีที่เด็กหนุ่มพูดเช่นนี้ เด็กเกเรคนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว

“ทำไมเราไม่ไปบอกแม่ของลู่หลีล่ะ ถ้าลู่หลีตาย แม่ของลู่หลีจะต้องมาหาเรื่องแม่ของข้าแน่ ๆ...”

เห็นได้ชัดเจนว่าภาพลักษณ์ของแม่กวางเฒ่าในฐานะอันธพาลฝังลึกในใจของเด็กหลายคน

พ่อแม่ของพวกเขาไม่อยากมีเรื่องกับลู่มู่ และทุกครั้งที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนางได้รับบาดเจ็บ นางจะบุกไปบ้านเด็กคนอื่นเพื่อเรียกร้องให้อีกฝ่ายชดเชย

เมื่อแม่กวางเฒ่าจากไป พวกเขาย่อมได้รับ ‘สัมผัสรัก’ จากนาง บางครั้งหากยามใดที่พ่อกวางมาที่บ้านด้วย ครอบครัวนั้นก็จะยิ่งได้รับ ‘สัมผัสรัก’ แบบทวีคูณ

พอเด็กหลายคนได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มในกลุ่ม ทุกคนก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้

“ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว”

ในตอนที่เหล่าเด็กเกเรวิ่งไปตามหาลู่มู่ที่บ้าน ไม่นานนางก็พุ่งออกจากบ้านไปทันที

ในเวลาเดียวกัน มีเด็กคนหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังสุดแยกตัวออกจากกลุ่มไปเพียงคนเดียว แล้วทันใดนั้นเขาก็หันหลังกลับวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่งของเผ่า

หูเจียวเจียวจำขั้นตอนการเผาถ่านจนขึ้นใจ และเมื่อเธอออกมาจากมิติ เธอก็เห็นเด็กตัวน้อยอายุประมาณ 10 ขวบแอบอยู่นอกบ้าน

“เจ้าเป็นลูกใคร เจ้ามาหาใครหรือ มีอะไรหรือเปล่า?”

หญิงสาวเดินออกไปที่ประตูก่อนจะถามเด็กคนนั้นอย่างสงสัย

พอเด็กหนุ่มเห็นจิ้งจอกสาว เขาก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว จากนั้นเขาถอยหลังไปหลายก้าว กัดฟันแน่น หลับตาปี๋แล้วพูดว่า

“ลูก ๆ ของท่านกับลู่หลีกำลังทะเลาะกัน!”

ทันทีที่เด็กชายพูดจบ เขาก็หันหลังวิ่งหนีไปเพราะว่ากลัวหูเจียวเจียวจะตามมาทันแล้วทุบตีตนเอง

เนื่องจากเด็กหนุ่มคนนั้นวิ่งด้วยความกระวนกระวายเกินไป เท้าซ้ายจึงเหยียบเท้าขวาของตัวเอง ทำให้เขาสะดุดล้มลงกับพื้น ทว่าเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องออกมา ไม่นานเขาก็ลนลานรีบลุกขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเผ่นหนีไปโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีก

“...”

นี่เธอน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ?

เธอควรจะรู้สึกยังไงที่เจ้าเด็กนั่นเห็นเธอเป็นเหมือนมัจจุราชที่หมายจะเอาชีวิตของตน

ในไม่ช้า หูเจียวเจียวก็ขมวดคิ้วเมื่อนึกถึงสิ่งที่เด็กพูดเมื่อกี้

ลูกของเธอกำลังทะเลาะกับลู่หลีหรือ?

ไม่ได้การล่ะ! ฉันต้องรีบไปดู!

เนื่องจากเด็กทั้ง 5 ในครอบครัวของเธอผอมแห้งและยังเด็ก ทำให้พวกเขาถูกคนอื่นรังแกได้ง่าย

ในขณะที่ลู่หลีทั้งตัวโตและแข็งแรง ถ้าลูกของเธอถูกทำร้ายจนบาดเจ็บหนักล่ะ!

การทะเลาะกับลู่หลีก็เท่ากับว่าพวกหลงอวี้ถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้นไม่ใช่หรือ!

เมื่อแม่จิ้งจอกคิดว่าเหล่าเด็กน้อยจะได้รับบาดเจ็บ เธอจึงรีบออกจากบ้านไปตามหาลูก ๆ อย่างร้อนรน

ในเวลาเดียวกัน ตอนที่แม่กวางเฒ่ารู้ว่าลูกชายถูกทำร้าย นางเลยรีบมุ่งหน้ามาที่ริมแม่น้ำ ก่อนที่นางจะเข้าไปใกล้ที่เกิดเหตุ นางเห็นลู่หลีถูกเด็กหลายคนตรึงไว้กับพื้น โดยที่เขากำลังส่งเสียงร้องอย่างความเจ็บปวด

ลู่มู่ตกใจรีบวิ่งไปหาลูกของตนด้วยความทุกข์ใจพลางตะโกนว่า

“ลู่หลี ลูกแม่... ไอ้สารเลว ปล่อยลู่หลีเดี๋ยวนี้นะ! วันนี้ข้าจะฆ่าพวกเจ้าซะ! ไอ้เด็กสวะ ไอ้ตัวหายนะ!”

แม่กวางสบถด่าเด็กที่มาทำร้ายลูกตัวเอง ขณะที่กัดฟัน กางมือพร้อมกับพุ่งเข้าไปหมายจะจัดการพวกเด็กตระกูลหลง

“อ๊าาา~”

ยัยแก่ชั่วร้ายมา พี่ ๆ วิ่งหนีเร็ว!

เมื่อหลงเหยาหันกลับไปมองทางต้นเสียง เขาก็ปล่อยหางออกจากตัวลู่หลีทันที ก่อนจะบินขึ้นไปในอากาศ กระดิกหางเพื่อเตือนพี่น้องทั้ง 4 คน

หลังจากที่หลงอวี้ได้ยินน้องชายส่งเสียง เขาก็ลุกยืนขึ้นและพูดด้วยเสียงทุ้ม

“วิ่ง!”

ก่อนที่แม่กวางเฒ่าจะเข้าไปใกล้ เด็กทั้ง 5 คนก็พากันหนีไปแล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังวิ่งอยู่ เจ้ามังกรน้อยก็หันหัวไปแลบลิ้นใส่หญิงชราที่ทำหน้าตาบูดบึ้ง

“แบร่~ แบร่~”

แบร่ ๆ ยัยแก่นิสัยไม่ดี เจ้าจับเราไม่ได้หรอก~

“ไอ้เด็กเวร กล้ารังแกลู่หลีของข้า ข้าจะฆ่าเจ้า!” ลู่มู่โกรธมากจนใบหน้าแดงก่ำ แล้วนางก็กำลังจะรีบวิ่งไปจับหลงเหยามาสั่งสอน

ในขณะนั้นเอง ลู่หลีที่อยู่บนพื้นก็ลุกขึ้นมาร้องไห้และคว้าตัวนางเอาไว้

“ท่านแม่! โฮ ๆๆ…”

แม่กวางเฒ่าหันกลับมามองลูกชายของตน แล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ จากนั้นนางเอามือปัดคนที่มากอดออกจากเสื้อผ้าโดยไม่รู้ตัว พลางพูดตะกุกตะกักว่า

“เจ้า… เจ้าคือลู่หลีงั้นหรือ ลูกแม่ เจ้ากลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง!?”

บัดนี้ผมสีดำของกวางหนุ่มหายเกลี้ยงไปจนหมด โดยเหลือเพียงศีรษะล้านที่กลมเหมือนไข่

แม้แต่ขนคิ้วและขนตาก็ถูกโกนออก ปัจจุบันทั้งใบหน้าและบนหัวของเด็กชายไม่มีขนเหลืออยู่เลยสักเส้น ประกอบกับใบหน้าที่บวมเป่งเต็มไปด้วยโคลนสกปรก พอทั้ง 2 อย่างนี้มารวมกันแล้วมันดูน่าเกลียดมาก

ขนาดผู้เป็นแม่ก็ยังรู้สึกรับไม่ได้กับสภาพของลูกชาย

ถัดมา ลู่หลีจับใบหน้าของตัวเองด้วยท่าทางเจ็บปวด “ท่านแม่ ข้าคือลู่หลี...”

ยามนี้บนพื้นรอบตัวของเด็กหนุ่มมีเศษผมกระจายเต็มไปหมด

“ลูกเอ๋ย เจ้าเป็นอะไรไป...” ลู่มู่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นางรู้สึกทุกข์ใจที่ได้เห็นลูกชายสุดที่รักของตนมีสภาพเป็นอย่างนี้

แต่ท้ายที่สุดแล้ว รูปร่างหน้าตาของกวางหนุ่มนั้นน่าเกลียดเกินไป

ภูตที่ไม่มีผมก็เปรียบได้กับสัตว์ร้ายหัวล้านที่ดูอัปลักษณ์

ในเวลาเดียวกัน เด็กตระกูลหลง 5 คนวิ่งไปที่ใต้ต้นไม้ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล พอพวกเขาหันหน้าไปเห็นฉากนี้ต่างก็พากันหัวเราะเสียงดัง

หลงหลิงเอ๋อกุมท้องที่เจ็บเพราะหัวเราะมากเกินไป “มันน่าเกลียดสุด ๆ น่าเกลียดมากจนแม้แต่แม่ของมันก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ”

ดวงตาของหลงจงมืดมน และเขาพูดอย่างเย็นชาว่า “สมน้ำหน้ามัน ถ้าข้าไม่กลัวที่จะสร้างปัญหาให้กับท่านพ่อ ข้าคงตัดลิ้นของมันออก ทำให้มันไม่มีวันได้เรียกข้าว่าอัปลักษณ์อีก”

ส่วนหลงเหยาซึ่งอยู่ด้านข้างไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นถังหินที่วางทิ้งไว้ริมฝั่ง

“หือ? ฮว่า!”

เอ๊ะ~ ข้าลืมเอาถังมา! นั่นคือถังใบเล็กที่ท่านแม่ทำเพื่อพวกเราโดยเฉพาะ ข้าจะทำมันหายไม่ได้!

แล้วมังกรตัวน้อยก็ย่องไปที่ริมฝั่งแม่น้ำอย่างเงียบ ๆ

จบบทที่ บทที่ 131: เขาน่าเกลียดมากจนแม่จำไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว