เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68: ลู่เมี่ยนเอ๋อเสียสติไปแล้วหรือ?

บทที่ 68: ลู่เมี่ยนเอ๋อเสียสติไปแล้วหรือ?

บทที่ 68: ลู่เมี่ยนเอ๋อเสียสติไปแล้วหรือ?


หลงโม่มองไปที่หญิงสาวซึ่งแตกต่างจากที่เขาจำได้อย่างสิ้นเชิง และดวงตาอันหม่นหมองของเขาก็แสดงถึงความประหลาดใจ

แต่ไม่นานนัยน์ตาคู่นั้นก็ถูกเงาสีดำปกคลุม

ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งนำเหยื่อกลับมา พอเขาเดินผ่านมาทางนี้ เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิง

เดิมทีชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่เขาได้ยินเสียงที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นเสียงของหูเจียวเจียว เขาจึงทิ้งเหยื่อในมือลงแล้วพุ่งมาทางนี้ทันที เขาไม่คิดเลยว่าคนที่กำลังประสบภัยจะเป็นนางจริง ๆ

ถึงจะตีให้ตาย ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ยอมออกมาเก็บผลไม้กับกลุ่มเก็บเกี่ยวเลยไม่ใช่หรือ? ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่?

แล้วยังมาพร้อมกับลู่เมี่ยนเอ๋อที่นางเกลียดมากที่สุดอีก

เมื่อหลงโม่คิดเช่นนี้ แววตาของเขาก็กลับมาเย็นชา จิ้งจอกช่างเป็นภูตที่เจ้าเล่ห์จริง ๆ เพื่อแย่งชิงอิงหยวน นางไม่ลังเลเลยที่จะประจบประแจงลู่เมี่ยนเอ๋อ!

ถ้าไม่ใช่เพราะนางเป็นคู่ของเขาและให้กำเนิดลูกแก่เขา 5 คน เขาคงไม่มาช่วยนางหรอก

ทางด้านหูเจียวเจียวพอเห็นมังกรดำจ้องตรงมาที่ตน เธอก็รู้สึกวิตกกังวลขึ้นมาในใจ แต่เธอคิดว่าอีกฝ่ายเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของตัวเอง เธอจึงก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ

“เอาเถอะ ถ้าไม่อยากแปลงร่างเป็นมนุษย์ก็ไม่เป็นไร แต่แผลนั่นต้องห้ามเลือดก่อน ไม่งั้นจะอักเสบเอาได้”

หญิงสาวจำได้ว่ามีเนื้อหาเขียนไว้ในนิยายว่าร่างกายของเผ่าพันธ์ุมังกรนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาภูต แต่เนื่องจากความล้มเหลวของการแปลงร่าง ทำให้ร่างกายของหลงโม่ด้อยกว่ามังกรตัวอื่นมาก และก่อนที่เขาจะเข้าสู่ด้านมืด การบาดเจ็บเล็กน้อยสามารถส่งผลให้เขาอ่อนแอลง

ความจริงแล้ว ความแข็งแกร่งของหลงโม่ไม่ถือว่าอ่อนแอในเผ่า แต่จุดอ่อนของชายหนุ่มอยู่ที่ว่าบาดแผลของเขานั้นรักษาได้ยาก

ในสายตาของพวกภูต มันจึงไม่ต่างอะไรกับการเป็นคนไร้ประโยชน์

ไม่มีภูตคนไหนที่สามารถออกล่าพร้อมกับบาดแผลและกลับมาเหมือนเดิมได้ การฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บช้าบ่งชี้ว่าชีวิตของมังกรหนุ่มจะไม่ยืนยาว

เมื่อหูเจียวเจียวนึกถึงสิ่งนี้ก็รู้สึกสงสารอีกฝ่าย ทว่าสิ่งที่หลงโม่เกลียดที่สุดคือเจ้าของร่างเดิม เพราะนางขับไล่เขาออกจากเผ่า ทำให้เขาไม่เพียงแค่ไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างปลอดภัย แต่เขายังต้องลากสังขารที่มีบาดแผลนับไม่ถ้วนออกไปหลบซ่อนรักษาตัวในป่า

การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความมืดทั้งวันทั้งคืนเช่นนี้ มันคงจะแปลกถ้าเขาจะไม่เคียดแค้นจนความชั่วร้ายครอบงำจิตใจ

“ผงยานี้สามารถห้ามเลือดและลดการอักเสบได้ ข้าจะให้ยาเจ้าบางส่วน แล้วแผลจะหายเร็วขึ้น”

จิ้งจอกสาวสัมผัสได้ถึงสายตาระแวดระวังของมังกรดำ แต่เธอก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นแล้วหยิบผงยาห้ามเลือดออกจากกระเป๋าหนังสัตว์ของเธอ และถือไว้ในมือเพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นเพราะเขาอาจกำลังเข้าใจผิดว่าเธอจะทำร้ายเขา

พอเธอเห็นว่ามังกรตรงหน้าไม่ปฏิเสธ เธอก็คิดว่าอีกคนยอมรับแล้ว

หูเจียวเจียวจึงขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะเปิดถุงผงยาและเตรียมที่จะทายาให้มังกรหนุ่ม

“กรรซ์…”

ในตอนนั้นเอง มังกรยักษ์เปิดปากพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาจนคนตัวเล็กกระเด็นถอยหลัง จากนั้นเขาก็บินจากไป

ลมหายใจรุนแรงของมังกรปะทะใส่หูเจียวเจียวจนล้มลงกับพื้น แล้วถุงผงยาในมือของเธอก็หกกระจาย ก่อนที่ผงสีเหลืองจะปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า ทำให้หญิงสาวสำลักจนน้ำตาไหล

"แค่กๆๆ..."

เธอแค่อยากจะช่วยทายาให้เขาเท่านั้น ทำไมเขาถึงรุนแรงกับเธอแบบนี้!

“หูเจียวเจียว เจ้าเป็นอะไรไหม?”

ลู่เมี่ยนเอ๋อลุกขึ้นจากพื้นแล้วเดินกะโผลกกะเผลกไปช่วยพยุงจิ้กจอกสาว เมื่อนางเห็นน้ำตาของอีกคนไหลอาบใบหน้า นางก็อดที่จะโกรธขึ้นมาไม่ได้ "มังกรตัวนั้นใช่หลงโม่หรือเปล่า? เขาทำเกินไปแล้วนะ ทำไมเขาถึงทำกับเจ้าแบบนี้ เจ้าคือคู่ของเขานะ"

ฝ่ายที่ได้ยินถึงกับตกตะลึง

อะไรเนี่ย? ลู่เมี่ยนเอ๋อเสียสติไปแล้วหรือเปล่า?

ทำไมจู่ ๆ นางถึงออกหน้าตำหนิเขาแทนฉัน?

"หูเจียวเจียว เจ้าเป็นไงบ้าง เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?" กวางสาวดึงแขนของหูเจียวเจียวมาสำรวจอย่างเป็นห่วง และใช้มืออีกข้างปัดผงยาบนใบหน้าของเธอออกเบา ๆ แม้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ก็ตาม

"แค่กๆๆๆ... ข้าไม่เป็นไร" แม่จิ้งจอกส่ายหัวตอบแล้วดึงอีกฝ่ายออกจากฝุ่นควัน

เนื่องจากผู้หญิงทั้ง 2 เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ตอนนี้พวกเธอจึงหมดแรงทรุดลงนั่งกับพื้นหญ้า

เมื่อหูเจียวเจียวคิดถึงการฆ่าตัวตายของลู่เมี่ยนเอ๋อที่อยู่ในความฝัน เธอก็ยังอดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดปลอบโยนอีกฝ่าย

"ลู่เมี่ยนเอ๋อ เหตุการณ์ในวันนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุ อย่าเก็บมาใส่ใจไปเลย เอาไว้เรากลับไปบอกให้ท่านผู้เฒ่าส่งผู้ชายมาคุ้มกันเราให้มากขึ้นในตอนที่เราออกมาเก็บผลไม้รอบหน้า ในอนาคตเหตุการณ์แบบวันนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน เจ้าไม่ต้องห่วง!"

ไม่ใช่ว่านางจะกลับไปฆ่าตัวตายที่เผ่าเพราะจิตใจอ่อนไหวหรอกใช่ไหม?

แล้วสิ่งที่เธอตราบตรำทำมาทั้งหมดในวันนี้มันจะไร้ประโยชน์ทันที

เมื่อลู่เมี่ยนเอ๋อได้ยินคำพูดของจิ้งจอกสาว ดวงตาของนางก็ชื้นขึ้นเนื่องจากรู้สึกสะเทือนใจ

นางไม่คาดคิดว่าหูเจียวเจียวจะยังกังวลเกี่ยวกับตัวนาง

ทำไมผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าน่ารังเกียจถึงใจดีได้ถึงเพียงนี้

ถัดมา กวางสาวลุกขึ้นยืนแล้วพูดขอบคุณอีกฝ่าย

"ข้าไม่เป็นไรแล้ว หูเจียวเจียว คือว่า—"

"หูเจียวเจียว! ลู่เมี่ยนเอ๋อ! ในที่สุดข้าก็ตามหาพวกเจ้าเจอ ทำไมพวกเจ้าออกไปจากกลุ่มเสียนาน?"

ก่อนที่กวางสาวจะพูดจบประโยค เสียงผู้ชายก็ดังขัดจังหวะนางมาจากด้านหลัง

เมื่อทั้งคู่หันกลับไปมอง พวกนางก็เห็นชายร่างกำยำวิ่งเข้ามาพร้อมกับหัวหน้าเผ่าและหู่จิง

ต่อมา ลู่เมี่ยนเอ๋อกับหูเจียวเจียวผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ไม่นานหู่จิงก็สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติที่เท้าของเพื่อนสาว

“เมี่ยนเอ๋อ เจ้าบาดเจ็บ!” นางวิ่งเข้ามาอย่างเป็นห่วงแล้วปกป้องกวางสาวไว้ข้าง ๆ

จากนั้นดวงตาของภูตเสือก็จ้องมองหูเจียวเจียวเขม็ง "เจ้ารังแกเมี่ยนเอ๋ออีกแล้วหรือ? เกิดอะไรขึ้นกับศพหมาป่าสีเทาตัวนี้!?"

"ข้าคิดไว้แล้ววันนี้เจ้าทำตัวแปลก ๆ มันเป็นเพราะว่าเจ้าร่วมมือกับภูตเร่ร่อนมาทำร้ายลู่เมี่ยนเอ๋อนี่เอง!"

ก่อนที่ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาจะทันได้อธิบาย หู่จิงก็ได้ร่ายถึงแผนร้ายที่เธอกระทำชั่วไว้แล้ว

“หูเจียวเจียว บอกข้ามา เจ้าทำมันจริงหรือเปล่า!?”

"..." หญิงสาวพูดไม่ออกไปชั่วครู่

ถ้าเธออยากได้คำตอบ เธอก็ควรเปิดช่องว่างให้ฉันพูดสักหน่อยก็ดีนะ…

"หู่จิง อย่าไปพูดกับหูเจียวเจียวแบบนั้น ข้าต้องขอบคุณหูเจียวเจียวที่ช่วยข้าไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะนาง ข้าคงตายไปแล้ว"

ผู้เป็นนางเอกของเรื่องขมวดคิ้วพลางแก้ไขคำพูดของสหายด้วยใบหน้าที่จริงจัง

หลังจากที่หู่จิงได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย นางก็มีสีหน้าสับสน

"เมี่ยนเอ๋อ เจ้ากำลังพูดถึงอะไร นางข่มขู่อะไรเจ้าหรือเปล่า? บอกข้ามาเถอะ ข้าจะไม่ปล่อยให้นางมารังแกเจ้าหรอก"

เสือสาวไม่อยากเชื่อเลยว่าแม่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์จะใจดีขนาดนี้

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีซากศพภูตอยู่ที่นี่?” หัวหน้าเผ่าเดินเข้ามาถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เมื่อชายชรามองไปที่ซากศพบนพื้นและร่องรอยของการต่อสู้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยก็จริงจังขึ้นมาทันที

คราวนี้ลู่เมี่ยนเอ๋อรีบพูดว่า "ท่านผู้เฒ่า เมื่อกี้มีภูตเร่ร่อน 3 ตัวโผล่มา หูเจียวเจียวกับหลงโม่ช่วยข้าไว้ หมาป่าสีเทาตัวนี้เป็น 1 ในภูตเร่ร่อนที่ว่า หลงโม่เป็นคนฆ่าเขา"

นางรีบอธิบายเพราะกลัวว่าจิ้งจอกสาวจะถูกทุกคนเข้าใจผิดอีกครั้ง

“หลงโม่? หลงโม่มาช่วยพวกเจ้าไว้หรือ?” สีหน้าของผู้เฒ่าฉายแววประหลาดใจ

นับตั้งแต่ที่หลงโม่ถูกหูเจียวเจียวไล่ออกจากเผ่า เขาก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าภูตคนอื่นอีกเลย

แม่จิ้งจอกที่รู้สึกถึงสายตาตั้งคำถามของหัวหน้าเผ่าก็พยักหน้าตอบกลับ

"ใช่ หลงโม่เป็นคนขับไล่ภูตเร่ร่อนออกไปและช่วยพวกเราเอาไว้"

ทางด้านหู่จิงดูประหลาดใจมากและโพล่งออกมาว่า "ไอ้สวะนั่นเก่งถึงขั้นทำเช่นนี้ได้ด้วยหรือ?"

เนื่องจากหลงโม่ไม่เคยแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าผู้หญิง และพวกผู้ชายมักเรียกเขาว่าสวะไร้ประโยชน์ ผู้หญิงในเผ่าจึงคิดว่ามังกรหนุ่มอ่อนแอมาก

“หู่จิง!” ลู่เมี่ยนเอ๋อขมวดคิ้วพลางบีบมือสหายด้วยความโกรธ

ปฏิกิริยาของนางทำให้เสือสาวตกใจ "เอาเถอะ ๆ ข้าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก อย่างน้อยเจ้าก็ไม่เป็นไรไปเสียก่อน"

สำหรับหูเจียวเจียวที่สามารถช่วยเมี่ยนเอ๋อได้ นางยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนนี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงแม้จะฆ่านางให้ตายเสียตรงนี้ นางก็ไม่มีวันเชื่อ

นางจิ้งจอกต้องข่มขู่เมี่ยนเอ๋อให้พูดเช่นนั้นแน่ ๆ

อีกด้านหนึ่ง

หลงโม่กลับไปที่บ้านในเผ่าพร้อมกับเหยื่อของเขา

เมื่อชายหนุ่มเห็นสภาพแวดล้อมในลานบ้านรวมถึงกระท่อมหลังใหม่ เขาก็หยุดฝีเท้าโดยลังเลไม่กล้าเข้าไปข้างใน

เป็นไปได้ไหมว่าหูเจียวเจียวย้ายไปอยู่ที่อื่น?

ทันใดนั้น ร่องรอยแห่งความสงสัยก็ปรากฏขึ้นในรูม่านตาสีทอง ทำไมที่นี่ถึงแตกต่างจากที่เขาจำได้อย่างสิ้นเชิง…

จบบทที่ บทที่ 68: ลู่เมี่ยนเอ๋อเสียสติไปแล้วหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว