- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงผีระดับเทพ นี่น่ะเหรอนักเรียนห้องบ๊วย
- บทที่ 15: ศพของเว่ยเซิงลู่
บทที่ 15: ศพของเว่ยเซิงลู่
บทที่ 15: ศพของเว่ยเซิงลู่
เจียงฉานจ้องมองอ่างล้างหน้าอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าผีโสโครกตนนั้นจะไม่ปรากฏตัวออกมาอีก เขาถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ในตอนนั้นเอง เวลาของยมทูตผู้ลงทัณฑ์ผิวสีเขียวก็หมดลง มันลากโซ่ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดดังครืดคราดเดินตรงมาที่ด้านหลังของเจียงฉาน ฉีกกระชากรอยสักสีเลือดบนร่างของเขาอีกครั้ง น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด
ซี๊ด... ความเจ็บปวดสุดขีดจู่โจมประสาทของเจียงฉานอีกครั้ง เจ็บปวดจนเขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร่างสั่นสะท้าน เหงื่อเม็ดโตราวกับเมล็ดถั่วไหลทะลักออกมาจากหน้าผาก หยดลงบนพื้นดังแปะๆ
รอจนกระทั่งยมทูตผู้ลงทัณฑ์ผิวสีเขียวลากโซ่ของมันมุดกลับเข้าไปในรอยสักนรก ‘เสาทองแดงเผาไฟ’ จนหมดสิ้น ความเจ็บปวดอันน่าสะพรึงกลัวนั้นถึงได้จางหายไปในที่สุด รอยสัก «ภาพอเวจีแปรผัน» บนร่างของเจียงฉานจางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงเหงื่อที่ท่วมตัวราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ
“บ้าเอ๊ย!”
เจียงฉานหมดเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง ทรุดตัวลงนั่งแผ่กับพื้นปูนที่ทั้งเย็นและชื้น บนพื้นยังคงมีกลิ่นคาวน้ำและกลิ่นเหม็นเน่าของศพจากผีโสโครกตนนั้น แต่ในตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดเผือด ไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง ไม่มีกะจิตกะใจไปสนใจสิ่งเหล่านั้น
“ไอ้ทักษะผีห่วยๆ นี่ ใช้ทีหนึ่งแทบจะเอาชีวิตไปครึ่งหนึ่งเลยนะ...”
หลังจากหยุดพักหายใจไปหลายเฮือก เขาก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา ข้อมูลบนนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว...
ชื่อของ [จ้าวโลหิตตี้จั้ง] ยังคงเป็นสีเทา แต่ด้านล่างกลับมีสัตว์เลี้ยงผีตัวใหม่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัว
[สัตว์เลี้ยงผี 2: ผีกรรไกร (บาดเจ็บ)]
[คุณภาพ: ระดับ B]
[เลเวล: สาม]
[ต้องการใช้ 200 แต้มภูตเทวะ เพื่อซ่อมแซมผีกรรไกรทันทีหรือไม่?]
สายตาหยุดอยู่ที่ข้อมูลบรรทัดสุดท้ายครู่หนึ่ง เจียงฉานก็หันไปมองขาข้างที่ขาดไปของ [ผีกรรไกร] นั่นคือส่วนที่มันทำหักไปตอนที่โจมตี [ผีร่ำไห้หน้าศพ] ก่อนหน้านี้
“แบบนี้ก็ซ่อมแซมได้ด้วยเหรอ...”
สายตากลับมาจับจ้องที่หน้าจอระบบอีกครั้ง เจียงฉานเหลือบมอง [แต้มภูตเทวะปัจจุบัน: 1030] แล้วออกคำสั่งโดยตรง “ซ่อมแซมทันที!”
[ติ๊ง!]
[ใช้ 200 แต้มภูตเทวะ เริ่มทำการซ่อมแซมขาส่วนที่ขาดไปของผีกรรไกร...]
[กำลังดำเนินการซ่อมแซม...]
วูมๆ!
บนทางเดินที่เงียบสงัดพลันบังเกิดไอเย็นเยียบขึ้นมาวูบหนึ่ง หมอกผีสีน้ำเงินเข้มม้วนตัวอย่างรุนแรงอยู่รอบๆ เจียงฉานหันไปมอง ก็เห็นกลุ่มก้อนความมืดที่ข้นคลั่กสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากรอยตัดที่ขาซ้ายของ [ผีกรรไกร] ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นขาส่วนที่ขาดหายไปท่อนนั้น
[ติ๊ง!]
[ผีกรรไกรซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์!]
[แต้มภูตเทวะคงเหลือ: 830]
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ขาที่ขาดไปของ [ผีกรรไกร] ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม เรื่องนี้ทำให้หัวใจของเจียงฉานพองโตขึ้นมา
“แต้มภูตเทวะนี่มันของดีจริงๆ นะ...”
[ผีกรรไกร] พอจะจัดให้อยู่ในประเภท ‘สัตว์เลี้ยงผีประเภทกลายพันธุ์’ ได้ ขาที่ยาวผิดรูปทั้งสองข้างคืออาวุธโจมตีหลักของมัน หลังจากที่หักไปท่อนหนึ่ง พลังของมันย่อมลดลงอย่างมากแน่นอน
“หลังจากใช้ทักษะผี «อเวจีแปรผัน» ไป เลือดในร่างกายของฉันก็เหมือนกับถูกสูบออกไปจนหมด อ่อนแอสุดๆ ในเวลานี้การที่สามารถซ่อมแซมขาที่ขาดไปของผีกรรไกรได้ ก็ทำให้ฉันมีความสามารถในการป้องกันตัวในอินซวีของโรงเรียนแห่งนี้เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน”
เจียงฉานรู้สึกว่าพักพอสมควรแล้ว ก็ยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้น พอมองดูตำแหน่งที่ตัวเองอยู่... ข่าวดีก็คือผีบังตาหายไปแล้ว ข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็คือเขากำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำชั้นห้า
“สรุปว่าเมื่อกี้ที่วิ่งไปตั้งนาน จริงๆ แล้วคือมัวแต่วนเวียนอยู่ในอินซวีของผีร่ำไห้หน้าศพ ยังไม่ได้ออกไปจากชั้นห้าเลยงั้นเหรอ?”
ทั้งชั้นห้าตกอยู่ในความเงียบสงัด หมอกผีสีน้ำเงินเข้มถูกลมเย็นยะเยือกพัดพามาปะทะเข้ากับแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของเจียงฉาน เย็นเยียบจนแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก ในตอนนี้เขายังไม่ทันได้สังเกตว่า บนผิวหนังของเขามีสีเลือดจางๆ ปรากฏขึ้นชั้นหนึ่ง ซึ่งกำลังช่วยเขาต้านทานการกัดกร่อนของหมอกผีอยู่
“ดูเหมือนว่าผีร่ำไห้หน้าศพตนนั้นจะไม่ได้อยู่ที่ชั้นนี้แล้ว? แต่ยังอยู่ในโรงเรียน” เจียงฉานให้ [ผีกรรไกร] คุ้มกันอยู่ข้างกาย เริ่มเดินไปตามทางเดินที่ถูกอินซวีกัดกร่อนอย่างรุนแรง มุ่งหน้าไปยังห้อง 507
หมอกผีสีน้ำเงินเข้มบดบังทัศนวิสัย ในไม่ช้าเจียงฉานก็มองเห็นแผ่นหลังที่ไม่สูงใหญ่มากนักแผ่นหนึ่ง กำลังก้มหน้าคุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูห้อง 507 สองมือไพล่ไปด้านหลังประกบกันแนบชิดกับร่องกระดูกสันหลัง ราวกับนักโทษ และก็ราวกับว่ากำลังประกอบพิธีกรรมอันน่าขนลุกอะไรบางอย่าง...
“เว่ยเซิงลู่?”
เจียงฉานเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงได้เห็นชัดว่า คนที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูห้องเรียนคนนี้ก็คือครูใหญ่เว่ยเซิงลู่ เพียงแต่ว่าเขาตายสนิทไปนานแล้ว สัตว์เลี้ยงผีเดิมของเขา ตอนนี้กำลังยืนอยู่ข้างกายเจียงฉาน...
ในสมองหวนนึกถึงคำกำชับและกลิ่นศิโรที่เว่ยเซิงลู่มอบให้ตัวเองก่อนหน้านี้ เจียงฉานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะทือนใจ แม้ว่าช่วงเวลาที่ได้สัมผัสกันจะสั้นมาก แต่ความประทับใจที่ครูใหญ่ท่านนี้มีต่อเขาก็ไม่เลวเลยทีเดียว
เขาไม่ได้ผลีผลามเข้าไปแตะต้องศพในท่าทางประหลาดของเว่ยเซิงลู่ เงยหน้าขึ้นมองเข้าไปในห้อง 507 ทั้งห้องเรียนถูกปกคลุมไปด้วยไอเย็นเยียบและความเงียบสงัด ผีร่ำไห้หน้าศพตนนั้นไม่ได้อยู่ข้างใน
ผนัง โต๊ะเก้าอี้ เพดาน... ทุกสิ่งทุกอย่างถูกพลังของผีร่ำไห้หน้าศพตนนั้นกัดกร่อน ศพสองสามร่างที่ถูกตัดศีรษะไปแล้วยังคงนอนแน่นิ่งอย่างเย็นเยียบอยู่บนพื้น
“เมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนยังเป็นคนตัวเป็นๆ อยู่เลย พูดว่าตายก็ตายไปซะแล้ว โลกวิญญาณนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว...”
เสียงพึมพำของเจียงฉานดังขึ้นท่ามกลางม่านหมอกผีอันเย็นเยียบ เขาไม่ได้เสียเวลาอยู่ที่นี่นานเกินไป [ผีร่ำไห้หน้าศพ] ตนนั้นอาจจะยังไม่ได้ไปไหนไกล สายตาจับจ้องไปที่ท่าคุกเข่าอันประหลาดของเว่ยเซิงลู่เป็นครั้งสุดท้าย เขาก็หันหลังเดินไปยังโถงบันได
หมอกผีสีน้ำเงินเข้มกลืนกินฝีเท้าที่เดินจากไปของเจียงฉาน ทางเดินชั้นห้ากลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว มีเพียงศพที่เย็นชืดของเว่ยเซิงลู่ที่ยังคงก้มหน้าคุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูห้อง 507 สองมือของเขาไพล่อยู่ด้านหลัง ประกบกันแนบชิดกับแผ่นหลัง
แปะ... ทันใดนั้น หยดน้ำตาเทียนข้นเหนียวหยดหนึ่งก็หยดลงบนพื้นตรงหน้าเขา ใบหน้าแก่ๆ ที่ก้มต่ำอยู่นั้นกำลังหลอมละลายอย่างเงียบเชียบ หยดน้ำตาเทียนหยดลงบนพื้นมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้น เขาก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา มองไปยังทิศทางที่เจียงฉานจากไปในม่านหมอกผีเบื้องหน้า...
“เจี่ยเจิ้งจิ่งกับซูเสี่ยวฉินวิ่งมาทางนี้ชัดๆ ทำไมพอพวกเราตามลงมาถึงไม่เจอแล้วล่ะ?” เสียงของถานจิ้งดังขึ้นอย่างระมัดระวังท่ามกลางม่านหมอกผีที่ชั้นหนึ่ง “พวกเธอได้ยินเสียงร้องไห้รึเปล่า? หรือว่าจะเป็นผีร่ำไห้หน้าศพตนนั้นตามมาแล้ว!”
หมอกผีที่ชั้นหนึ่งของอาคารเรียนหนาทึบเป็นพิเศษ ทัศนวิสัยถูกจำกัดอยู่แค่ภายในหนึ่งเมตร ทั้งๆ ที่ข้างหน้าก็มีแสงสว่างจากทางออกอยู่รำไร แต่ไม่ว่าถานจิ้ง หูซ่วย และคนอื่นๆ จะเดินไปอย่างไรก็ไปไม่ถึงเสียที ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ ในม่านหมอกกลับมีเสียงร้องไห้ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“เธออย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นสิ ถานจิ้ง ถ้าผีผู้หญิงตนนั้นตามมาจริงๆ พวกเราได้ตายกันหมดแน่” เด็กผู้ชายคนหนึ่งพูดด้วยความหวาดหวั่น
“เชี่ยเอ๊ย ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน!” หูซ่วยปล่อยโลงวิญญาณสีเขียวอมฟ้าระดับล่างของตัวเองออกมาทันทีดัง 'วูม' แล้วพูดว่า “แต่ด้วยประสบการณ์การดูหนัง... ถุย ด้วยประสบการณ์การฟังเสียงแยกตำแหน่งจากการเล่นเกมพับจีมาหลายปีของฉัน ฉันฟันธงได้เลยว่า เสียงร้องไห้นี้ไม่ใช่เสียงของผีร่ำไห้หน้าศพตนนั้นแน่นอน!”
“นี่มันเวลาไหนแล้ว หูซ่วย นายยังมีอารมณ์มาล้อเล่นอยู่อีก” เด็กสาวคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น “ถ้าเจียงฉานยังอยู่ก็ดีสิ เขาต้องมีวิธีพาพวกเราออกไปได้แน่... อ๊า!”
คำพูดของเด็กสาวคนนี้ยังไม่ทันขาดคำ ข้างกายเธอก็พลันมีเสียงกรีดร้องดังขึ้น เด็กผู้ชายคนหนึ่งชักกระตุกไปทั้งร่าง ล้มหงายหลังลงกับพื้น ท้องของเขาเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ มีบางสิ่งบางอย่างมุดเข้าไปในท้องของเขา
“ช่วย... ช่วยฉันด้วย!!”
เด็กผู้ชายคนนี้ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา หน้าท้องที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของเขานูนสูงขึ้นมา สิ่งที่อยู่ข้างในกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากำลังกัดกินอวัยวะภายในของเขา จากนั้น ท่ามกลางสายตาอันตื่นตระหนกของทุกคน ก็มีเด็กผีอายุราวสี่ห้าขวบตนหนึ่งมุดออกมา ร่างกายของมันเป็นสีเขียวคล้ำน่าสะพรึงกลัว อ้าปากกว้างส่งเสียงร้องไห้ที่แสบแก้วหูอย่างยิ่งออกมาใส่ทุกคน...