เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: แก้วตาดวงใจของแม่

บทที่ 9: แก้วตาดวงใจของแม่

บทที่ 9: แก้วตาดวงใจของแม่


ความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากสายตาหลงอวี้ทำให้หูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ออกมา

เธอจึงส่งผ้าขนหนูให้เขาแล้วพูดว่า “งั้นเจ้าก็เอาไปเช็ดเอง เดี๋ยวแม่จะไปเช็ดให้น้อง ๆ”

ลูกชายคนโตที่ได้ยินเช่นนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบผ้ามาแล้วขยับห่างแม่จิ้งจอกไป 3 เมตร

ทางด้านของหลงจงก็ดึงหลงเซียวที่มองไม่เห็นให้เดินตามไป เขามีความคิดเช่นเดียวกับหลงอวี้ เขาไม่อยากอยู่ใกล้แม่ใจมารที่สุด

ตัวของหูเจียวเจียวคนเดิมนั้นร้ายกาจมากจริง ๆ เธอจึงทำได้แค่อดทนกับผลของการกระทำของนาง

ขณะนี้ร่างกายของเด็กทั้ง 5 เต็มไปด้วยขี้เถ้า แต่พวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ ดังนั้นเด็ก ๆ จึงลงไปอาบน้ำในแม่น้ำไม่ได้ หญิงสาวเลยให้ลูกชายทั้ง 3 คนเช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูไปก่อน เสร็จแล้วเธอก็หันไปมองหลงหลิงเอ๋อกับหลงเหยา

"หลิงเอ๋อ เหยาเอ๋อ มานี่สิ" แม่จิ้งจอกกวักมือเรียกเด็กที่เหลืออีก 2 คนให้มาหาตน

ในขณะที่สาวน้อยยังคงมีท่าทีลังเลอยู่ เจ้ามังกรตัวเล็กกลับคลานเข้ามาที่เท้าของผู้เป็นแม่แล้ว

หูเจียวเจียวรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ในที่สุดก็มีเด็กเต็มใจที่จะเข้าใกล้เธอ

ถัดมา เธอรีบก้มลงอุ้มหลงเหยาขึ้นมาและช่วยเขาเช็ดเลือดออกจากเนื้อตัวที่มอมแมม

ทันทีที่หญิงสาวเช็ดเสร็จ เจ้าตัวเล็กก็เอื้อมขาหน้าไปแตะก้อนนูน ๆ บนหัวของเขา ซึ่งมันน่าจะเป็นส่วนเขามังกรที่ยังไม่งอก

จากนั้นเขาก็แลบลิ้นสีชมพูแล้วเลียริมฝีปากตัวเองพร้อมกับส่งเสียงเล็กเป็นระยะ ๆ "งั่ม ๆ แจ่บ ๆ ~"

หูเจียวเจียวเข้าใจทันทีว่าเด็กน้อยต้องการจะบอกอะไร

"เหยาเอ๋อหิวหรือ? ได้เลย รอแม่ช่วยหลิงเอ๋อเช็ดแผลเสร็จก่อนนะ แล้วแม่จะไปทำกับข้าวให้กิน"

ไม่น่าแปลกใจที่เด็กชายตัวเล็กคนนี้เต็มใจเข้าหาเธอ มันเป็นเพราะเขาหิวข้าวต่างหาก!

สติปัญญาของลูกภูตที่ยังไม่กลายร่างนั้นมีพอ ๆ กับเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบ พวกเขาใช้สัญชาตญาณในการดำรงชีวิตเท่านั้น และการรับรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกของพวกเขาก็มีจำกัดเช่นกัน

หลงเหยารู้เพียงว่าถ้าเขาติดตามหูเจียวเจียวไป เขาจะมีอะไรกินและไม่ต้องหิวโซอีก

เมื่อหลงหลิงเอ๋อได้ยินว่ามีอาหารให้กิน นางก็ประพฤติตัวดีพร้อมขอให้ผู้เป็นแม่เช็ดแผลให้อย่างเชื่อฟัง

หลังจากที่บาดแผลของเด็ก ๆ ถูกเช็ดจนสะอาดแล้ว จิ้งจอกสาวก็หยิบผ้าขนหนูกลับคืนมาพลางบอกพวกเขาว่า "อย่าให้แผลโดนน้ำนะ เดี๋ยวแม่จะรีบไปทำอาหารให้พวกเจ้ากิน"

พูดจบแล้วเธอก็เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับผ้าขนหนูเปื้อนเลือดและขี้เถ้า

ก่อนหน้านี้เด็กทั้ง 5 คนมักจะได้กินนอนอยู่นอกบ้าน ซึ่งแต่ละมื้อพวกเขาก็ได้รับอาหารน้อยมากจนแทบจะไม่พอกิน หูเจียวเจียวกลัวว่ากับข้าวที่เด็ก ๆ กินเมื่อวานจะเยอะเกินไปจนทำให้กระเพาะปรับตัวไม่ทันแล้วย่อยได้ไม่ดี เธอจึงหยิบเนื้อหมูไม่ติดมันจากมิติ 2 ชิ้นกับข้าวสารอีก 1 ถุงมาเตรียมทำอาหารไขมันน้อยอย่าง ‘โจ๊กหมู’

หลังจากที่หญิงสาวหยิบวัตถุดิบออกมาจากมิติ เธอก็ตระหนักว่าเมื่อวานตนรีบทำอาหารให้เด็ก ๆ กินมากจนไม่ทันได้คิดเรื่องที่ว่าจะอธิบายที่มาของสิ่งของและวัตถุดิบเหล่านี้ให้พวกเขาฟังอย่างไร

อีกทั้งแต่ก่อนร่างเดิมไม่เคยให้เด็ก ๆ เข้ามานอนในบ้าน ไหนจะเรื่องที่นางชอบซ่อนของทุกอย่างในบ้านอีก

ในเวลานี้หูเจียวเจียววางแผนที่จะบอกว่า ของพวกนี้ถูกส่งมาจากครอบครัวตายาย

ประกอบกับสมาชิกในครอบครัวของร่างเดิมมักจะส่งเสบียงมาจุนเจือนางอยู่บ่อยครั้ง

เอาล่ะ! ตอบแบบนี้แหละ!

พอจิ้งจอกสาวคิดหาเหตุผลได้แล้ว เธอก็ออกไปพร้อมกับถือเนื้อสัตว์และข้าวไว้ในอ้อมแขน

แต่ภาพแรกที่หญิงสาวเห็นตอนออกมาจากบ้านก็คือหลงอวี้กับหลงจงกำลังแบกถังหินหนัก ๆ เอาไว้ ด้วยร่างกายที่ผอมแห้ง ทั้งคู่จึงเดินโซซัดโซเซไปมาอยู่ตรงลานหน้าบ้าน

ในทุก ๆ ย่างก้าวของเด็กหนุ่ม น้ำในถังหินบางส่วนก็จะหกออกมา

ภาพนั้นทำให้หูเจียวเจียวตกใจ เธอรีบทิ้งของในมือแล้วปรี่เข้าไปคว้าถังหินออกจากมือของลูกชายทั้ง 2

เด็กตัวเล็กขนาดนี้พ่อแม่จะปล่อยให้ทำงานหนักเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!

ทว่าหลงอวี้กับหลงจงกลับตัวสั่นเมื่อเห็นใบหน้าจริงจังของแม่จิ้งจอก

นางกำลังโกรธ!

"เราผิดไปแล้ว ข้าจะรีบเติมน้ำให้เต็มถังทันที ท่านอย่าเพิ่งโมโหเลยนะ ข้าจะรีบทำให้เสร็จเดี๋ยวนี้" คนเป็นพี่ใหญ่รีบยอมรับผิดเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธ

ส่วนหูเจียวเจียวที่เห็นท่าทางตื่นตระหนกของหลงอวี้ก็ตกตะลึงเช่นกัน

หญิงสาวนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าเจ้าของร่างเดิมปล่อยให้ลูกทำงานบ้านทุกอย่าง แล้วถ้านางไม่พอใจในสิ่งที่พวกเขาทำ เด็ก ๆ ก็จะถูกทำโทษ ซึ่งเป็นไปได้มากว่างานตักน้ำมาเติมให้เต็มถังนั้นก็เป็นงานของเด็กเหล่านี้เช่นกัน

พอแม่จิ้งจอกคิดได้เช่นนั้นก็ผ่อนคลายสีหน้าที่จริงจังลงแล้วเอามือ 2 ข้างวางลงบนไหล่ของหลงอวี้ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "จากนี้ไปแม่จะไปตักน้ำมาเติมเอง พวกเจ้าไปเล่นกันเถอะ ถ้าข้าวเสร็จแล้วแม่จะไปเรียก"

ทันทีที่ผู้เป็นแม่พูดออกมา ลูกชายทั้ง 2 ก็ยิ่งเสียขวัญมากขึ้นไปอีก

“ท่านอย่าพาหลงเซียวกับหลงเหยาไปทิ้งไว้ในป่าเลยนะ ข้ายังทำงานได้ ข้าทำอะไรก็ได้ที่ท่านอยากให้ทำ!”

หลงอวี้กัดฟันแน่นพร้อมกับดวงตาไร้เดียงสาของเขาที่เต็มไปด้วยการอ้อนวอน

"ทำไมแม่ต้องเอาพวกเขาไปทิ้งไว้ในป่าด้วย?" หูเจียวเจียวมองไปที่ลูกชายคนโตอย่างสงสัย

ทันใดนั้นเธอก็จำได้ว่าเนื่องจากร่างเดิมไม่ชอบหลงเซียวที่ตาบอดกับหลงเหยาที่ยังไม่แปลงร่างเป็นมนุษย์ เด็ก 2 คนนี้ทำงานไม่ได้ ดังนั้นนางจึงมักจะขู่ทั้งคู่ว่าจะโยนพวกเขาทิ้งไว้ในป่าให้เป็นอาหารของสัตว์ป่า

แล้วก็เป็นเพราะน้องชายทั้ง 2 ที่ทำให้พี่ใหญ่อย่างหลงอวี้จำเป็นต้องทำตามที่เจ้าของร่างเดิมบอก

เมื่อหูเจียวเจียวนึกถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งรู้สึกแย่มากกว่าเดิม

ยัยคนเก่านี่มันชั่วช้าสามานย์จริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่นางจะมีชะตากรรมแบบนั้น!

ต่อมา หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ โดยพยายามทำตัวให้ดูใจดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ "อวี้เอ๋อ อย่ากังวลไปเลย ทุกคนเป็นลูกของแม่ ฉะนั้นแม่จะไม่ทิ้งพวกเขาไว้ในป่าแน่นอน ต่อจากนี้ไปแม่จะทำงานพวกนี้และดูแลพวกเจ้าเองดีไหม?”

คำพูดของแม่ใจยักษ์ทำให้ใบหน้าที่มืดมนของหลงอวี้ตึงเครียดยิ่งขึ้น เขาสบตาแม่โดยที่ในใจมีคำถามมากมาย แต่เขาก็ไม่ได้อะไรตอบกลับไป

ทางด้านหลงจงถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น เขาหันหน้าหนีเพราะไม่อยากฟังเรื่องโกหกของผู้หญิงคนนี้

ในขณะที่หูเจียวเจียวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหันไปมองที่เด็ก ๆ ที่เหลือ

ตอนนี้หลงเซียวยืนอยู่ที่มุมหนึ่งโดยใช้มือเท้าผนังอยู่ แววตาที่ว่างเปล่าของเขามองมายังต้นเสียง ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับถูกปกคลุมด้วยชั้นหมอกสีขาวที่ดูเลื่อนลอยตลอดเวลา

หลงหลิงเอ๋อเองก็รีบไปยืนอยู่ข้างเขาเพื่อปกป้องหลงเหยาไว้ข้างหลังตน พร้อมกันนั้นนางก็ถือไม้หนาท่อนหนึ่งไว้ในมือ ขณะที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

ภาพนั้นทำให้หญิงสาวคิดได้ว่าหากเด็กน้อยไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอะไร พวกเขาจะต้องรู้สึกไม่สบายใจอย่างแน่นอน

ถัดมา เธอชี้ไปที่กองฟืนข้าง ๆ เด็กสาวก่อนจะบอกว่า "ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าไปช่วยหลิงเอ๋อเก็บฟืน พอแม่ตักน้ำมาแล้วแม่จะได้เริ่มทำอาหาร"

ยามนี้กองฟืนที่เคยกองไว้อย่างเรียบร้อยในลานบ้านถูกสงฮวาผลักล้มระเนระนาดไปหมด จนกระทั่งตอนนี้จิ้งจอกสาวก็ยังไม่มีเวลาจัดมันให้เรียบร้อย

เธอคิดว่าการหยิบไม้มาเรียงกันยังไงก็ง่ายกว่าการยกถังหินหนัก ๆ มาก

"ตกลง" หลงอวี้พยักหน้าก่อนจะพาหลงจงไปช่วยกันทำงานที่ได้รับมอบหมาย

เขาไม่กล้าขัดคำสั่งของหญิงชั่วผู้นี้ พวกเขาต้องทำตามที่นางบอกให้เสร็จ

เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของลูก ๆ หูเจียวเจียวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เด็กพวกนี้ถูกเจ้าของร่างเดิมทารุณมาหนักหนามาก ทำให้ในใจพวกเขาจดจำภาพเหล่านั้นจนฝังใจไปแล้ว มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนมุมมองของเด็กได้ในระยะสั้น

โอ๊ยยย เหนื่อยโว้ยยยย!

งานบ้านนี่มันยากจริง ๆ!

เมื่อหูเจียวเจียวกลับมาจากการตักน้ำ พวกเด็กน้อยก็เก็บฟืนกองไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว

เธอจึงรีบจุดไฟ ล้างข้าว หั่นเนื้อหมูและต้มโจ๊ก

เนื่องจากเผ่าภูตกินจุมาก ประกอบกับหญิงสาวต้องเลี้ยงภูต 6 คนในมื้อเดียว เธอจึงต้องทำงานมือเป็นระวิงจนไม่ได้หยุดพัก

เวลานี้เด็กตัวผอมโซ 2-3 คนกำลังยืนหลบมุมพลางมองแม่จิ้งจอกด้วยความสงสัย

หญิงชั่วคนนั้นยอมทำงานบ้านเองจริงหรือ?

เมื่อก่อนนางจะนอนอยู่ในบ้านคอยสั่งให้ลูก ๆ ทำงานแล้วก็หาอาหารมาให้ตนกิน นางไม่เคยเป็นฝ่ายทำอาหารกินเองเลยด้วยซ้ำ

แต่พอหลงหลิงเอ๋อได้เห็นหูเจียวเจียวหั่นเนื้อด้วยวัตถุสีเงินที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน นางก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย "ท่านแม่ ให้ข้าช่วยอะไรไหม?"

แน่นอนว่าลูกสาวก็ยังเป็นคนที่คอยเป็นห่วงเป็นใยแม่เสมอ!

ดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนี้ยังคงรักเธออยู่บ้าง

"เอาเถอะ  ถ้างั้นหลิงเอ๋อช่วยเติมฟืนให้แม่หน่อยได้ไหม?" หูเจียวเจียวพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เธอรู้สึกว่าความเหนื่อยที่สั่งสมไว้หายไปจนสิ้น

ใบหน้าที่ใจดีของแม่นั้นทำให้หลงหลิงเอ๋อเผยรอยยิ้มเขินอาย ก่อนจะนั่งลงหน้าเตาเพื่อใส่ฟืนเข้าไป

ขณะเดียวกัน ดวงตาสีเข้มเล็ก ๆ 2 ดวงกลอกไปมาในมุมที่หูเจียวเจียวมองไม่เห็น นางคิดกับตัวเองว่า

วันนี้มีเนื้อไม่ติดมันแค่ 2 ชิ้น หญิงชั่วคนนี้เอาเนื้อไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ อีก นางคงไม่อยากให้พวกเรากินมันแน่ ๆ เลย

ตอนนี้เด็กสาวมาคอยอยู่ใกล้ ๆ อีกฝ่ายเพราะถ้าแม่ใจยักษ์แอบวางยาพวกนางเมื่อไหร่ นางก็จะสังเกตเห็นได้ทันที

จบบทที่ บทที่ 9: แก้วตาดวงใจของแม่

คัดลอกลิงก์แล้ว