เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: ขับไล่สงฮวา

บทที่ 8: ขับไล่สงฮวา

บทที่ 8: ขับไล่สงฮวา


คำพูดที่ลูกของหูเจียวเจียวเกลียดที่สุดคือคำว่า ‘สวะไร้ประโยชน์’ และ ‘ไอ้เด็กเหลือขอ’ คำพูดเหล่านี้ล้วนออกมาจากปากของร่างเดิม แล้วทุกครั้งที่คนในเผ่าด่าพวกเขาด้วยคำใดคำหนึ่ง เด็ก ๆ ก็จะยิ่งเกลียดผู้เป็นแม่มากขึ้น

ตอนนี้ความเกลียดชังในดวงตาของหลงจงก็แผ่ไปถึงคนพูดและแม่ของเขาด้วย

หญิงสาวไม่แปลกใจเลยว่าถ้าในอนาคตหลงจงแข็งแกร่งขึ้นมา ในเผ่าคงจะเกิดการนองเลือดทั่วทุกแห่งหนและตัวเธอเองก็คงจะถูกทรมานจนตายแน่นอน!

จู่ ๆ เธอก็นึกถึงความฝันที่น่ากลัวจนร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัวก่อนจะรีบวิ่งไปยืนขวางสายตาของลูกชายคนที่ 3

“เจ้าเรียกใครว่าไอ้เด็กเหลือขอ ลองเรียกอีกทีซิ!”

พร้อมกันนั้นหูเจียวเจียวก็หยิบไม้หน้าสามที่อยู่บนพื้นแล้วชี้ไปที่หน้าของสงฮวา "มาดูกันว่าข้าจะทุบเจ้าจนหัวแบะได้ไหม!"

“ลูกของเจ้ารังแกลูกของข้าทุกวัน ข้าคิดว่ามันต่างหากที่จะโตมามีสันดานโจรที่ชอบปล้นชิงของ ๆ ชาวบ้าน งั้นให้ข้าช่วยสงเคราะห์ทุบหัวมันให้ตายแทนเจ้าดีไหม ในอนาคตมันจะได้ไม่ไปทำชั่วใส่คนอื่นอีก!”

ขณะที่เธอพูดอย่างนั้น เธอก็ยกไม้ขึ้นตั้งท่าจะตีหัวเจ้าลูกหมีอ้วนตัวนั้น

นิยายเรื่องแดนปีศาจมหัศจรรย์ เหล่าภูตถูกกำหนดฐานะด้วยความอ่อนแอและความแข็งแกร่ง แม้แต่เด็ก ๆ ก็รู้ดี คนพวกนี้รังแกครอบครัวของเจ้าของร่างเดิมมาตลอด ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วหูเจียวเจียวไม่จำเป็นต้องเปลืองน้ำลายพูดคุยกับพวกเขา

แล้วคงไม่จำเป็นต้องพูดเพราะเรื่องนี้แก้ไขได้ด้วยการใช้กำลังเท่านั้น!

ขณะนี้ในใจของสงฮวารู้สึกหวาดกลัว นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่ายัยจิ้งจอกขี้ขลาดตรงหน้าจะกล้าโต้ตอบนาง มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังจะทำร้ายลูกชายของตนด้วย นางจึงรีบดึงสงชิวไปไว้ข้างหลังเพื่อปกป้องเขา

"หูเจียวเจียว เจ้ามันบ้าไปแล้ว ถ้าสงชิวเจ็บตัว ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่!"

เนื่องจากเผ่าหมีมีลูกน้อยที่สุด ประกอบกับพวกเขาสามารถให้กำเนิดลูกได้ครั้งละ 1-2 คนเท่านั้น สงฮวาจึงค่อนข้างหวงแหนลูกของตนเองมาก

ต่อมา หูเจียวเจียวลดไม้ในมือแล้วใช้มันค้ำยันตัวเองกับพื้นก่อนจะตวัดสายตามองไปที่คู่กรณี

“อะไรกัน? แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาฆ่าลูกของข้า แต่ข้าฆ่าลูกของเจ้าไม่ได้?”

"วันนี้ข้าขอพูดไว้ที่นี่เลยนะ! ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องลูกของข้าอีก ข้าจะหักขาของสงชิวให้ดู!"

หลังจากที่จิ้งจอกสาวพูดจบ เธอก็กระแทกไม้หน้าสามลงกับพื้นเพื่อเสริมให้คำพูดฟังดูรุนแรงยิ่งขึ้น

ถ้าเธอไม่ยืนหยัดต่อต้านอีกฝ่าย คนพวกนี้คงคิดว่านางถูกกดขี่ข่มเหงได้ง่าย!

เมื่อสงฮวาเห็นดวงตาที่ดุร้ายของหูเจียวเจียว นางก็รู้สึกกลัวขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

ดูเหมือนว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะเหลืออดมากแล้วจริง ๆ

จากนั้นไขมันทั่วร่างกายของสตรีร่างใหญ่ก็สั่นสะท้าน ก่อนที่นางจะก้าวถอยหลังออกไปโดยไม่รู้ตัว "นังจิ้งจอก ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าไม่ยอมง่าย ๆ แน่!"

พูดจบแล้วนางก็รีบคว้าลูกตัวเองวิ่งหนีไปทันที

ทางด้านหูเจียวเจียว เธอทำท่าปัดมือตัวเองพลางหัวเราะเยาะเย้ยนาง

"อีอ้วนเอ๊ย ไขมันเยอะขนาดนั้นยังจะทำตัวขี้ขลาดอีก"

แต่ตอนนี้ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็เฝ้าดูภูตจิ้งจอกด้วยความประหลาดใจ

เมื่อก่อนนางเป็นคนขี้ขลาดที่สุด แต่วันนี้นางกลับกล้าต่อสู้กับสงฮวาจนอีกฝ่ายต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับไป

นางใช่หูเจียวเจียวตัวจริงหรือเปล่า?

เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเหล่าภูตที่อยู่รอบ ๆ ยืนนิ่งไม่ไหวติง เธอก็ขมวดคิ้วมองพวกเขา

"มองอะไร! ข้าสวยมากใช่ปะ อยากเข้ามาดูใกล้ ๆ ไหมล่ะ?"

คนในเผ่าพวกนี้มาคอยดูความพินาศของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นจะต้องสุภาพกับอีกฝ่าย

เมื่อพวกชาวบ้านได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็ค่อย ๆ มองสำรวจหูเจียวเจียวอย่างระมัดระวัง

ผู้หญิงคนนี้สวยจริง ๆ!

ในฐานะสตรีของเผ่าจิ้งจอก นางมีใบหน้าที่มีเสน่ห์และรูปร่างที่แทบจะสมบูรณ์แบบ ไม่มีชายใดในเผ่าที่ไม่ชอบผู้หญิงหน้าตาสะสวยขนาดนี้

แต่เนื่องจากหูเจียวเจียวชอบอิงหยวนที่เป็นพระเอกของเรื่องมาก นางเลยมักจะพูดจาไม่ดีกับผู้ชายคนอื่น เมื่อเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นว่าทุกคนพาลเกลียดนางไปเสียหมด

เมื่อคนในเผ่านึกถึงสิ่งนี้ขึ้นมาก็ส่ายหัวดูถูกดูแคลนหญิงสาวในใจก่อนจะเดินแยกย้ายกันไป

พวกเขาไม่อยากมองผู้หญิงเลวทรามคนนี้ให้เสียสายตาหรอก!

ในที่สุดบ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

หูเจียวเจียวหันกลับมาเห็นลูก ๆ กำลังมองเธออย่างสงสัย

หญิงสาวจึงเผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนราวกับว่าเธอไม่เห็นสายตาของพวกเขา

“แม่บอกแล้วว่าจะปกป้องพวกเจ้า เพราะฉะนั้นแม่จะปกป้องพวกเจ้าให้สุดความสามารถ”

ยามนี้เด็กน้อยทั้ง 5 มีรอยขีดข่วนตามร่างกาย โดยที่แขนของหลงหลิงเอ๋อมีรอยฟกช้ำสีม่วงขนาดใหญ่ ส่วนหลงเหยาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุดถึงขนาดที่ว่าเกล็ดมังกรของเขาหายไปหลายชิ้น

แต่ถึงกระนั้น เด็กพวกนี้กลับไม่เคยส่งเสียงร้องไห้งอแงเลยสักครั้ง

หูเจียวเจียววางแผนในใจว่าจะกลับเข้าไปในมิติเพื่อหายามาทำแผลให้ลูก ๆ เธอจึงพูดกับพวกเขาว่า "พวกเจ้ารอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะทำแผลให้"

จิ้งจอกสาวพูดจบแล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน เนื่องด้วยเธอไม่สามารถเข้าไปในมิติโดยตรงได้หากอยู่ต่อหน้าเด็ก ๆ

หลังจากที่หูเจียวเจียวละสายตาไป เด็กน้อยทั้ง 5 ไม่มีท่าทีที่จะผ่อนคลายลงแล้วยังรู้สึกประหม่ามากขึ้นอีกด้วย

“นางต้องตีเราแน่ ๆ เลย ข้าบอกแล้วว่านางไม่ได้มีเจตนาดี!” หลงจงตะโกนเข้าไปในบ้าน

“แต่นางสาบานแล้วว่าจะไม่ตีเรา...” หลงหลิงเอ๋อโต้เถียงด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

หญิงชั่วคนนี้เกลียดเวลาที่มีคนเข้ามาหาเรื่องพวกเขามากที่สุด แล้ววันนี้แม่ของสงชิวมาหาเรื่องนาง เพราะฉะนั้นนางต้องโกรธมากแน่ ๆ

เมื่อก่อนเวลาที่แม่จิ้งจอกโกรธ นางจะหาอะไรมาตีลูกของตัวเอง นอกจากนี้นางยังให้พวกเขาอดข้าวอดน้ำอีกด้วย

หากเป็นในยามฤดูหนาว เหล่าพี่น้องทั้ง 5 จะถูกเปลื้องผ้าออกแล้วโยนลงบนหิมะนอกบ้าน

หลงอวี้คิดถึงตอนที่หูเจียวเจียวหยิบไม้มาจะตีเจ้าลูกหมี บางทีพวกเขาอาจจะเป็นฝ่ายที่ถูกตีแทน ในระหว่างที่จินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เด็กหนุ่มก็ยกมือขึ้นกุมขมับราวกับว่าหัวสมองของเขากำลังจะระเบิด

ในฐานะพี่ชายคนโต เขาจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

“รีบหนีไปก่อนที่นางจะออกมาเถอะ”

หลงเซียวผู้เงียบขรึมเอาแต่เม้มปากไม่ยอมพูดอะไร แต่เขากลับใช้มือ 2 ข้างจับมือของหลงจงไว้แน่นโดยตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะวิ่งหนีได้ทุกเมื่อ

แต่จู่ ๆ หลงเหยา น้องชายคนสุดท้องก็เบียดหัวออกมาจากอ้อมแขนของหลงหลิงเอ๋อ

"แฮ่~ แฮ่~"

รูม่านตาของมังกรตัวน้อยที่มีลักษณะคล้ายทับทิม 2 ก้อนมองไปที่หลงอวี้ ก่อนที่ปากเล็ก ๆ จะเปิดขึ้นแล้วส่งเสียงแปลก ๆ ออกมา

ดูเหมือนว่าเขากำลังโต้แย้งคำพูดของพี่ใหญ่

ทางด้านของหูเจียวเจียวที่อยู่ในบ้านไม้ เธอเดินตรงไปหลังกำแพงและเข้าไปในมิติหลังจากอยู่ลับตาคนอื่น

เธอคิดว่าในมิติมีชั้นวางอยู่เป็นจำนวนมาก เธอน่าจะสามารถหายาจากชั้นใดชั้นหนึ่งได้บ้าง

แต่หลังจากที่หญิงสาวเข้ามาในมิติแล้ว เธอกลับพบว่าตนเองสามารถหยิบของจากชั้นแรกได้เท่านั้น ในส่วนของชั้นอื่น ๆ ยังคงถูกปิดไว้อยู่ เธอจึงมองไม่เห็นหรือแตะต้องมันได้

นั่นทำให้หูเจียวเจียวตกตะลึง

นี่เธอใช้ได้แค่ชั้นวางอาหารกับเครื่องใช้ในครัวเพียงชั้นเดียวงั้นหรือ?

แล้วแบบนี้ชั้นวางอื่น ๆ จะเปิดตอนไหนล่ะ?

หญิงสาวเหม่อลอยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าลูก ๆ ยังรอเธออยู่ข้างนอก ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงหยิบผ้าขนหนูที่เป็นผ้าใหม่ 2 ผืนออกมาจากชั้นวางของเพื่อใช้เป็นผ้าเช็ดตัวชั่วคราวก่อนจะรีบออกจากมิติไป

ทันทีที่เธอออกไปนอกประตู เธอเห็นหลงอวี้จับมือหลงหลิงเอ๋อยืนอยู่ที่มุมประตูลานบ้าน

ในขณะที่หลงเซียวกับหลงจงได้เดินออกไปนอกประตูแล้ว

ส่วนหลงเหยากำลังกัดเสื้อผ้าของหลงอวี้ผู้เป็นพี่ใหญ่ประหนึ่งว่าต้องการดึงรั้งเขาไว้

"พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ?"

หูเจียวเจียวพูดเพราะรู้สึกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันแปลก ๆ

เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เด็กทั้ง 5 ตัวแข็งทื่อ เมื่อพวกเขาหันกลับมาก็เห็นว่าแม่ใจยักษ์กำลังเดินมาทางตนเองพร้อมกับอะไรบางอย่างสีขาว 2 ชิ้นในมือ

นั่นทำให้ใบหน้าของหลงอวี้หม่นลง จากนั้นเขาก็รีบไปยืนขวางหน้าน้อง ๆ ทันที "มันเป็นความผิดของข้าเอง ถ้าท่านอยากจะตีก็ตีข้า..."

พอสิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม ใบหน้าของเขาก็สัมผัสเข้ากับอะไรเย็น ๆ

สัมผัสนั้นทำให้ลูกชายคนโตเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

ไม่นานแขนผอมแห้งที่อ้ากว้างก็ลดลงโดยอัตโนมัติ

“เด็กโง่ ใครจะตีเจ้ากัน”

หูเจียวเจียวค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาดบาดแผลบนใบหน้าของหลงอวี้ที่มีเลือดและโคลนติดอยู่ด้วยผ้าขนหนูที่ชุบน้ำหมาด ๆ

ตอนนี้บนใบหน้าของหนุ่มน้อยมีแผลที่โดนเล็บของสงฮวาข่วนเป็นทางยาว บวกกับการที่เขาพยายามยืนหยัดปกป้องน้องของตัวเอง เขาจึงถูกผลักล้มอยู่หลายครั้ง ทำให้มันซ้ำรอยเดิมจนบาดแผลลึกขึ้น

“ไม่เป็นไร แม่แค่จะเช็ดแผลให้”

ผู้เป็นแม่ขยับมืออย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่าจะทำลูกชายเจ็บ

ทันใดนั้นความเจ็บปวดที่แก้มทำให้หลงอวี้กลับมารู้สึกตัว

คิ้วเล็กย่นเข้าหากันก่อนจะถอยหลังหนีไป 2 ก้าว

นางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

จบบทที่ บทที่ 8: ขับไล่สงฮวา

คัดลอกลิงก์แล้ว