เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 หรือว่านี่จะเป็นตำนาน... หน้าเด็กนมยักษ์?

บทที่ 10 หรือว่านี่จะเป็นตำนาน... หน้าเด็กนมยักษ์?

บทที่ 10 หรือว่านี่จะเป็นตำนาน... หน้าเด็กนมยักษ์?


บทที่ 10 หรือว่านี่จะเป็นตำนาน... หน้าเด็กนมยักษ์?

เมื่อเตรียมตัวรับมือ ดาบที่สองของชายชุดดำจึงสร้างแรงกดดันให้จงเหวินน้อยลงมาก

แถมเขายังรู้สึกเลือนรางว่า ความเร็วในการออกดาบของชายชุดดำดูเหมือนจะตกลงไป

จงเหวินใช้วิชา "ย่างก้าวเซียนเมฆา" หลบหลีกการโจมตีของชายชุดดำอย่างต่อเนื่อง บางจังหวะที่จวนตัวก็ใช้ "บุปผาเคลื่อนหยก" เบี่ยงเบนวิถีดาบ แม้พลังฝึกตนที่ต่างกันมากจะทำให้ไม่สามารถสะท้อนการโจมตีกลับไปได้โดยตรง แต่อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับบาดเจ็บสาหัส

แม้สถานการณ์ยังดูเสียเปรียบ แต่ชีวิตของจงเหวินก็ไม่ได้แขวนอยู่บนเส้นด้ายอีกต่อไป ตรงกันข้าม ในระหว่างที่หลบหลีกไปมา เขากลับยิ่งเข้าใจเคล็ดวิชา "ย่างก้าวเซียนเมฆา" ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ

ผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่า ความเร็วของชายชุดดำยิ่งช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แรงดาบก็แผ่วลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนแรก

หรือว่า... ร่างกายเขามีปัญหา?

จงเหวินเริ่มตั้งข้อสังเกตในใจ

เมื่อโจมตีไม่สำเร็จเสียที ชายชุดดำก็เริ่มหงุดหงิด ทันใดนั้นเขาก็เร่งความเร็วพุ่งเข้าประชิดตัวจงเหวิน ดาบยาวในมือระเบิดพลังรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

แย่แล้ว เขาจะแลกชีวิต!

ความห่างชั้นของพลังไม่อาจกลบเกลื่อนได้ รัศมีดาบที่พุ่งเข้ามามอบความสิ้นหวังให้จงเหวินจนแทบหายใจไม่ออก

หรือว่าตูจะเป็นพระเอกคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ข้ามมิติมาไม่ถึงอาทิตย์ก็ม่องเท่งซะแล้ว?

ไม่ยอมเว้ย!

วินาทีที่ความตายจ่อคอหอย สมองของจงเหวินหมุนจี๋เพื่อหาทางรอดอันริบหรี่

ทันใดนั้น เขาก็ปิ๊งไอเดีย ตะโกนลั่น:

"ลงมาอยู่ในหม้อข้าซะดีๆ!!!"

เตาหลอมยาใบมหึมาโผล่พรวดขึ้นมาในมือจงเหวิน ขาทั้งสี่ของเตาหันเข้าหาตัว ปากเตาหันออกรับคมดาบที่พุ่งเข้ามา

"เคร้ง!"

ดาบยาวเสียบเข้าไปในปากเตาหลอม พลังวิญญาณบนตัวดาบกระจายออกไปตามผนังเตา แล้วจู่ๆ ก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จงเหวินเดิมทีคิดว่าต่อให้รับดาบได้ ก็คงโดนแรงกระแทกปลิวไปไกลลิบ ที่ไหนได้ เตาหลอมกลับดูดซับแรงกระแทกส่วนใหญ่ไว้ได้ เขาแค่ถอยหลังไปไม่กี่ก้าว ไม่เจ็บไม่ปวดแม้แต่น้อย จงเหวินดีใจจนเนื้อเต้น

ของโคตรดี!

วินาทีนี้ เขาเพิ่งตระหนักถึงความเทพของเตาหลอมยาใบนี้

ชายชุดดำที่คิดว่าจะเผด็จศึกได้แล้ว ดาบนี้ทุ่มสุดตัว ใครจะไปคิดว่าจงเหวินจะเสกเตาใบยักษ์ออกมากันท่า แรงสะท้อนจากเตาดีดชายชุดดำกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว พอจะตั้งหลักพุ่งเข้ามาใหม่ ร่างกายกลับอ่อนยวบยาบ เซถลาจนเกือบล้ม

โอกาสทอง!

จงเหวินเห็นชายชุดดำเสียจังหวะ ไม่รอช้า ใช้วิชา "ย่างก้าวเซียนเมฆา" พริบตาเดียวก็ไปโผล่ข้างกายชายชุดดำ

ชายชุดดำตกใจ พยายามยกดาบขึ้นป้องกัน แต่ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนไม่มีแรงขยับ ได้แต่มองจงเหวินใช้นิ้วจิ้มเข้าที่เอว

ดัชนีสุริยัน!

"เคร้ง!"

ดาบหลุดมือร่วงลงพื้น ชายชุดดำจ้องจงเหวินด้วยสายตาเคียดแค้น ก่อนจะค่อยๆ ทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้น ตัวชาดิก ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว

จงเหวินเห็นศัตรูล้มลง ยังไม่วางใจ รีบเข้าไปซ้ำด้วยดัชนีสุริยันอีกหลายจุด จนแน่ใจว่านิ่งสนิท ถึงค่อยหยุดยืนหอบหายใจแฮกๆ

นี่เป็นครั้งแรกหลังข้ามมิติที่เฉียดความตายมาขนาดนี้ ผ่านไปพักใหญ่จงเหวินยังใจเต้นไม่หาย

พอตั้งสติได้ เขาเดินไปข้างร่างชายชุดดำ นั่งยองๆ ยื่นมือไปกระชากผ้าปิดหน้าออก

ใบหน้าหมดจดงดงามปรากฏแก่สายตา

ผู้หญิงเรอะ!

จงเหวินอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด

แม่สาวชุดดำนอนแผ่หรา ใบหน้าซีดเซียวมีแก้มป่องนิดๆ เหมือนเด็ก ดวงตากลมโตจ้องเขม็งใส่จงเหวิน กะจะข่มขวัญ แต่กลับดูไม่น่ากลัวสักนิด ดันดู... น่ารักซะงั้น

พอเห็นว่าเป็นคนสวย จิตสังหารในใจจงเหวินก็มลายหายไปทันที

เฮ้อ ชาตินี้ตูคงต้องตายเพราะผู้หญิงแน่ๆ

เขาบ่นอุบในใจ พลางถาม "เธอเป็นใคร? ทำไมต้องลอบกัดฉัน?"

แม่สาวชุดดำยังคงจ้องจงเหวินตาไม่กระพริบ แววตาฉายแววดื้อรั้นไม่ยอมจำนน ไม่ยอมตอบคำถามแม้แต่คำเดียว

"เธอจะไม่คุยกับฉันก็ได้ แต่ถ้าฉันเดาไม่ผิด เธอคงบาดเจ็บอยู่ แถมหนักซะด้วย" จงเหวินถอนหายใจ "ยิ่งมาสู้กับฉันเมื่อกี้ อาการคงกำเริบหนัก ถ้าไม่รีบรักษา อีกไม่กี่วันคงได้ไปเฝ้ายมบาลแน่"

แม่สาวชุดดำยังเงียบ แต่แววตาเริ่มสั่นไหว

"ถึงเธอจะเกือบฆ่าฉันตาย แต่ฉันไม่มีนิสัยฆ่าผู้หญิง" จงเหวินพูดเสียงอ่อนลง "ถ้าไม่อยากคุย งั้นบอกแค่อย่างเดียว เธอมาซุ่มอยู่ในเขานี้ ตั้งใจมาล่าฉัน หรือมาเล่นงานตำหนักบุปผาล่อง? ถ้าเป้าหมายไม่ใช่ฉัน ฉันอาจจะปล่อยเธอไป ตกลงไหม?"

นี่คือกับดักคำพูดชัดๆ ถ้าเป้าหมายคือน้องๆ ที่ตำหนักบุปผาล่อง เขาไม่มีทางปล่อยนางไว้แน่

"มะ... ไม่ใช่ทั้งคู่" แม่สาวชุดดำลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยอมเปิดปาก

"หา?" จงเหวินงง "แล้วเธอมาแทงฉันทำไม?"

"ขะ... ข้านึกว่าเจ้าเป็น... คนที่พรรคสราญรมย์ส่งมาตามล่า" แก้มซีดๆ ของนางมีสีเลือดฝาดขึ้นมาจางๆ

พรรคสราญรมย์อีกแล้วเรอะ!

จงเหวินรู้สึกเหมือนมีอัลปาก้าหมื่นตัววิ่งผ่านกลางใจ

ถ้านี่เป็นผู้ชาย เขาคงตบกะโหลกไปแล้วถามว่า "หน้าตาหล่อๆ อย่างนี้เหมือนพวกนักเลงหัวไม้นักเหรอวะ?"

แต่กับสาวน้อยน่ารัก จะให้ลงไม้ลงมือก็กระไรอยู่ เลยได้แต่โกรธพรรคสราญรมย์แทน

"ฉันจะเป็นคนของตำหนักบุปผาล่องไม่ได้หรือไง?"

"ขะ... ข้าสืบมาแล้ว ตำหนักบุปผาล่องมีแต่ผู้หญิง ไม่มีผู้ชาย" เสียงแม่สาวชุดดำแผ่วเบา ไม่รู้เพราะเจ็บหนักหรือเพราะอาย "ผู้ชายที่มาเดินป้วนเปี้ยนบนเขาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนดีหรอก"

จงเหวินเถียงไม่ออก

นึกว่าหน้าอกแบน... เอ้ย หน้าตาน่ารัก สมองจะกลวง ที่ไหนได้ ตรรกะแน่นปึ้ก...

"จริงสิ เธอคงไม่ใช่คนที่ฆ่ารองหัวหน้าพรรคสราญรมย์เมื่อวานหรอกนะ?" จงเหวินนึกถึงเรื่องเมื่อวานขึ้นมาได้

"อืม" แม่สาวชุดดำหายใจหอบถี่ หน้าซีดลงเรื่อยๆ ความเจ็บปวดทำให้นางไม่มีแรงตอบ ได้แต่ส่งเสียงในลำคอ

เล่นงานยอดฝีมือระดับวงแหวนพิภพได้ถึงขั้นตายหนึ่งเจ็บหนึ่ง แม่สาวคนนี้อย่างน้อยก็น่าจะอยู่ระดับวงแหวนพิภพเหมือนกัน ถ้าช่วยรักษาแล้วนางเกิดแว้งกัดขึ้นมา...

จงเหวินลังเล

แต่พอมองเห็นใบหน้าสวยๆ ที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด สุดท้ายเขาก็ใจอ่อน

เฮ้อ ชีวิตนี้ตูเสร็จผู้หญิงตลอด!

เขาใช้มือซ้ายประคองหลังนาง มือขวาสอดใต้ข้อพับเข่า อุ้มแม่สาวชุดดำขึ้นในท่าเจ้าหญิง เดินไปวางนางลงบนเตียงหินอย่างเบามือ

"กินซะ" จงเหวินยื่นยา "โอสถคืนปราณ" ไปจ่อปาก

แม่สาวชุดดำทำหน้าลังเล

"ถ้าฉันคิดจะทำร้ายเธอ เธอจะมีแรงขัดขืนเหรอ?" จงเหวินทั้งขำทั้งฉุน

แม่สาวชุดดำหน้าแดง ค้อนเขาไปวงใหญ่ แต่สุดท้ายก็ยอมอ้าปากรับยาเข้าไป

พลังยาอันอ่อนโยนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดทุเลาลงเล็กน้อย

จงเหวินเอื้อมมือไปจับข้อมือนาง นางสะดุ้งจะชักมือหนี แต่โดนฤทธิ์ "ดัชนีสุริยัน" ตรึงร่างไว้ ขยับไม่ได้

"เธอฝึกวิชาบ้าอะไรเนี่ย มั่วซั่วไปหมด!" จงเหวินขมวดคิ้ว ตรวจพบว่าพลังปราณในร่างนางปั่นป่วนวุ่นวาย เส้นชีพจรทั่วร่างเสียหายยับเยิน อายุยังไม่ถึงยี่สิบแท้ๆ แต่พลังชีวิตกลับร่อยหรอเหมือนคนแก่ใกล้ตาย

"วิชานี้ไม่มีชื่อ เป็นวิชาลับที่หอหมื่นทองใช้ฝึกนักฆ่า เน้นฝึกสำเร็จเร็ว" แม่สาวชุดดำตอบเสียงเบา

"ดูเหมือนเร็ว แต่จริงๆ คือการรีดเร้นศักยภาพร่างกายมาใช้ล่วงหน้า นักฆ่าของหอหมื่นทองอะไรนั่น คงไม่มีใครอายุยืนเกินสามสิบปีล่ะสิ" จงเหวินแค่นเสียง

"ใช่" แม่สาวชุดดำแววตาหม่นหมอง "นักฆ่าที่อายุเกินยี่สิบห้ามีนับนิ้วได้ แถมวิชานี้ฝึกได้สูงสุดแค่ระดับวงแหวนพิภพ ไปต่อไม่ได้ จะหวังพึ่งการเลื่อนระดับเพื่อยืดอายุขัยก็หมดสิทธิ์"

"รู้แล้วยังจะฝึก โง่รึเปล่า"

"ขอแค่ฆ่าไอ้สัตว์นรกต้วนฉางหง ล้างแค้นให้ครอบครัวได้ จะตายข้าก็ไม่เสียดาย!" แววตาของแม่สาวชุดดำลุกโชนด้วยไฟแค้น น้ำเสียงเกรี้ยวกราด "ข้าเป็นแค่ลูกชาวบ้านธรรมดา ครอบครัวข้าโดนมันฆ่าล้างตระกูล นอกจากวิธีแลกชีวิต ข้าจะมีปัญญาไปแก้แค้นมันได้ยังไง!"

เห็นความแค้นที่ฉายชัดบนใบหน้า จงเหวินก็อดสงสารไม่ได้

ในสายตาผู้ฝึกตน คนธรรมดาก็คงเป็นแค่หนอนแมลง สภาพสังคมปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้ เขาตัวคนเดียวคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

"ฉันไม่รู้จักต้วนฉางหงอะไรนั่นหรอกนะ แต่เป็นถึงหัวหน้าแก๊งมาเฟีย คงทำชั่วมาไม่น้อย เธอจะฆ่าล้างแค้นก็สมเหตุสมผล แต่ในเมื่อเธอเข้าหอหมื่นทอง ก็ต้องรับงานฆ่าคนอื่นด้วย คนบริสุทธิ์พวกนั้นล่ะ ใครจะทวงความยุติธรรมให้?"

"ขะ... ข้ายังไม่เคยรับงานฆ่าใครเลย" แม่สาวชุดดำชะงัก ตอบเสียงอ้อมแอ้ม "ฝึกยังไม่ทันจบหลักสูตร ข้าก็หนีออกมาแก้แค้นต้วนฉางหงก่อนแล้ว"

"แล้วถ้าฆ่าต้วนฉางหงสำเร็จแล้วล่ะ?" จงเหวินจี้จุด "เธอจะกลับไปขายชีวิตให้หอหมื่นทองต่อเหรอ?"

"ข้า..." นางเงียบไปนาน ก่อนจะตอบเสียงเศร้า "ข้าก็ไม่รู้ ในเมื่อล้างแค้นไม่สำเร็จ พูดไปก็ไม่มีความหมาย ข้ารู้สภาพร่างกายตัวเองดี คงอยู่ได้อีกไม่นาน น่าเจ็บใจนักที่ไอ้สัตว์นรกนั่นยังเสวยสุขอยู่ได้"

"ถ้าฉันรักษาเธอหาย เธอจะยอมออกจากหอหมื่นทองไหม?"

"จะ... เจ้าทำไม่ได้หรอก รักษาไม่หายหรอก" แม่สาวชุดดำไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มรุ่นน้องจะมีปัญญาทำในสิ่งที่แม้แต่หมอเทวดายังทำไม่ได้

ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ โดยเฉพาะโดนสาวสวยดูถูกว่า "ทำไม่ได้" จงเหวินของขึ้นทันที ยื่นมือไปปลดเสื้อนาง

"จะ... เจ้าจะทำอะไร!" แม่สาวชุดดำหน้าตื่น นึกว่าจงเหวินจะขืนใจ

"ร้องหาพระแสงอะไร เล่าฮูจะรักษาให้!" จงเหวินดีดหน้าผากนางดังเพียะ

พริบตาเดียว เข็มขัดนางก็หลุด เสื้อตัวนอกถูกแหวกออก เผยให้เห็นหน้าท้องขาวเนียนและผ้าพันแผลสีขาวที่พันรัดหน้าอกไว้แน่น ใต้ผ้าพันแผลมีรอยฝ่ามือสีเทาจางๆ ประทับอยู่ เห็นได้ชัดว่าโดนต้วนฉางหงซัดเข้าที่หน้าอกเต็มๆ

"แผลอยู่ที่หน้าอก ฉันจำเป็นต้องแกะผ้านะ อย่าถือสาล่ะ" จงเหวินพูดพลางเอื้อมมือไปปลดผ้าพันอก

เชรดดด! บะลั่กกั้ก!

ทันทีที่ผ้าหลุด สองเต้าภูเขาไฟระเบิดตูมเด้งดึ๋งออกมา ราวกับอัดอั้นตันใจมานาน

ดูผิดไปถนัดตา อย่างต่ำก็คัพ D! หรือว่านี่จะเป็นตำนาน... หน้าเด็กนมยักษ์?

จงเหวินเลือดกำเดาแทบพุ่ง

"ขะ... ข้าจะฆ่าเจ้า" แม่สาวชุดดำหน้าแดงก่ำ อยากจะแทรกแผ่นดินหนี แต่ขยับไม่ได้

"คิดลามกอะไร ฉันเป็นหมอ!" จงเหวินดีดหน้าผากนางอีกที แล้วเรียกเข็มทองของเจ้าหุบเขาโอสถราชาออกมาจากแหวน

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาใช้วิชาแพทย์ในตำรากับคนเป็นๆ ต้องตั้งสติขั้นสุด ทุ่มเทสมาธิทั้งหมด

ไม่นาน ร่างของแม่สาวชุดดำทั้งหน้าอก หน้าท้อง และแขน ก็เต็มไปด้วยเข็มทองปักระยิบระยับ พร้อมกันนั้นจงเหวินก็ส่งพลังดัชนีสุริยันเข้าไปกระตุ้นจุดชีพจรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

กาลเวลาผ่านไป วิชาแพทย์ "เข็มล่าวิญญาณ" และ "ดัชนีสุริยัน" ของหุบเขาโอสถราชาอันลือลั่นในอดีต ได้กลับมาสำแดงเดชอีกครั้ง

การใช้ทั้งเข็มทองและดัชนีสุริยันพร้อมกัน สร้างภาระให้จงเหวินที่มีพลังแค่วงแหวนมนุษย์ขั้นสองอย่างมหาศาล เขาต้องคอยกระดก "โอสถคืนวิญญาณ" เติมพลังตลอดเวลา เหงื่อเม็ดเป้งผุดพราวเต็มหน้าผาก

"โอ๊ย เหนื่อยฉิบหาย"

อาการบาดเจ็บของนางสาหัสมาก แม้จะมีวิชาแพทย์ระดับเทพ แต่กว่าจะเสร็จขั้นตอน จงเหวินก็ปาเข้าไปเกือบชั่วโมง เขาทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น หมดสภาพ

แม่สาวชุดดำนอนอยู่บนเตียงหิน รู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว นางประหลาดใจที่สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา

นางเคยได้ยินมาว่าเจ้าหอหมื่นทองเคยทุ่มเงินมหาศาลจ้างหมอเทวดามารักษาผลข้างเคียงของวิชานี้ แต่ก็ไม่มีใครทำได้สำเร็จ

แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับทำได้!

มองดูจงเหวินที่นอนแผ่หราหมดสภาพ นางไม่รู้จะขอบคุณหรือจะด่าที่เขาแต๊ะอั๋งนางดี

พักใหญ่ๆ จงเหวินที่กินยาฟื้นพลังไปอีกชุด ก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น ปัดฝุ่นตามตัว เดินมาที่เตียง

"รอดตายแล้วนะเธอ" จงเหวินยิ้มกวน "แต่ผลข้างเคียงของวิชานั้นมันฝังรากลึก ต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกสักพักกว่าจะหายขาด เรื่องพรรคสราญรมย์หรือหอหมื่นทองอะไรนั่น ลืมๆ มันไปก่อน คืนนี้นอนพักซะเถอะ"

เห็นจงเหวินยื่นมือเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้แค่คืบ แม่สาวชุดดำใจเต้นระรัว

"เจ้า..."

ยังไม่ทันจะพูดจบ นิ้วชี้ของจงเหวินก็จิ้มเข้าที่จุดทัดดอกไม้

แม่สาวชุดดำหนังตาหนักอึ้ง หลับปุ๋ยไปในทันที

จงเหวินดึงเสื้อมาคลุมร่างนาง จ้องมองใบหน้ายามหลับใหลอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจ แล้วเดินออกจากถ้ำไป

ชาติก่อนมีคนชอบเอาเรื่องซุนหงอคงตรึงร่างเจ็ดนางฟ้าแล้วไปขโมยลูกท้อมาล้อเล่น นึกไม่ถึงว่าวันนี้ตูจะได้สวมบทซุนหงอคงจริงๆ

จงเหวินหัวเราะเยาะตัวเอง แล้วรีบวิ่งไปทางหุบเขาโอสถราชา

เสียเวลากับแม่สาวนมโตไปเยอะ ยามจื่อ (เที่ยงคืน) ใกล้จะผ่านไปแล้ว จงเหวินสับตีนแตกไปที่หอคัมภีร์ สานต่อภารกิจหนอนหนังสือ

"ตรวจพบหนังสือ 'หมวดศาสตราวุธ' เรื่อง 'พื้นฐานการสร้างศาสตราวุธ เล่มต้น' ต้องการบันทึกหรือไม่? ใช่/ไม่"

"ตรวจพบหนังสือ 'หมวดศาสตราวุธ' เรื่อง 'พื้นฐานการสร้างศาสตราวุธ เล่มปลาย' ต้องการบันทึกหรือไม่? ใช่/ไม่"

"ตรวจพบหนังสือ 'หมวดศาสตราวุธ' เรื่อง 'ร้อยวิธีสร้างเตาหลอม' ต้องการบันทึกหรือไม่? ใช่/ไม่"

...

จนถึงยามฉลู (01.00 - 03.00 น.) จงเหวินถึงสแกนหนังสือหมวด "ศาสตราวุธ" เกือบสองร้อยเล่มเสร็จ ข้อความที่รอคอยก็เด้งขึ้นมา:

"บันทึกหนังสือหมวด 'ศาสตราวุธ' ครบ 100 เล่ม กรุณาจับฉลากเพื่อรับรางวัล: 1. ราชาแห่งนิทาน, 2. แผนที่แหล่งแร่ธาตุต้าเฉียน, 3. กระบี่ปลิดวิญญาณ"

ราชาแห่งนิทานอีกแล้วเรอะ!

จงเหวินเห็นตัวเลือกแรกแล้วปวดตับ

"จับฉลาก!"

"ยินดีด้วย คุณได้รับรางวัล: กระบี่ปลิดวิญญาณ!"

พอเห็นว่าไม่ใช่ราชาแห่งนิทาน จงเหวินก็โล่งอก

ตำราวิชาระดับ "เพชร" ปรากฏขึ้นในหัว จงเหวินเปิดดูคร่าวๆ พบว่า "กระบี่ปลิดวิญญาณ" (ตัวมิ่งอีเจี้ยน) มีกระบวนท่าเดียวเน้นๆ คือการรวบรวมพลังกายและใจทั้งหมดทุ่มไปที่การโจมตีครั้งเดียว เอาให้ตายในดาบเดียว แล้วหนีทันที สไตล์นักฆ่าชัดๆ

พลังทำลายล้างของมันจัดว่าสุดยอด แต่ข้อเสียก็ชัดเจน ถ้าฆ่าไม่ตาย ตัวเองจะเข้าสู่สภาวะอ่อนแรงชั่วขณะ ซึ่งเสี่ยงมาก นี่คงเป็นเหตุผลที่มันอยู่แค่ระดับเพชร

ก่อนกลับ จงเหวินไม่ลืมที่จะเอาน้ำทะเลสาบใส่เตาหลอมยากู้ชีพจนเต็ม

ถ้าเตาหลอมยาระดับเทพมีชีวิต มันคงเสียใจที่ช่วยชีวิตไอ้บ้านี่ไว้

...

แม่สาวชุดดำตื่นขึ้นมาอีกทีก็เที่ยงวัน

นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้นอนเต็มอิ่มแบบไม่มีฝันร้ายมารบกวน?

สัมผัสพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านในร่าง นางรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่

พอลุกขึ้นนั่ง ก็เห็นผลไม้กองหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะหินกลางห้อง

นางเดินไปหยิบผลไม้มากัดคำหนึ่ง น้ำหวานชุ่มคอชื่นใจ

ทันใดนั้น นางก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ใต้กองผลไม้

หยิบผลไม้ออก เห็นตัวหนังสือลายมือไก่เขี่ยเขียนไว้สองคำใหญ่ๆ:

"รอพี่!"

ลายมือห่วยแตกอย่างกับเด็กอนุบาล

ใบหน้าหล่อเหลาของจงเหวินลอยเข้ามาในความคิด

ข้าควรจะทำยังไงกับเจ้าดีนะ?

แม่สาวชุดดำเคี้ยวผลไม้แก้มตุ่ย ในใจสับสนว้าวุ่น...

ตอนที่มีเสียงเคาะประตู จงเหวินกำลังต้มเกลืออยู่

"เชิญ!" เขานึกว่าเป็นเสี่ยวเตี๋ยหรือหลิวชีชี เลยตะโกนตอบโดยไม่เงยหน้า

แต่คนที่เปิดประตูเข้ามา กลับเป็นเทพธิดาน้ำแข็ง อินหนิงเอ๋อร์

นอกจากวันที่เขาฟื้น นี่เป็นครั้งแรกที่อินหนิงเอ๋อร์เข้ามาในห้องนี้ จงเหวินแปลกใจเล็กน้อย

"อรุณสวัสดิ์ครับ แม่นางอิน มีธุระอะไรเหรอครับ?"

"คุณชาย... จง" อินหนิงเอ๋อร์ดูอึกอัก เหมือนไม่รู้จะเริ่มยังไง

"เรียกจงเหวินเถอะครับ" จงเหวินยิ้ม

"จงเหวิน ข้า... เมื่อวานข้าลองทำตามที่เจ้าบอกแล้ว หญ้าวิญญาณเก้าใบโตดีขึ้นจริงๆ ด้วย"

หลังจากจงเหวินทักเมื่อวาน ความอยากรู้อยากเห็นทำให้อินหนิงเอ๋อร์ลองย้ายต้นไม้ไปที่ร่มและตัดกิ่งแขนงออก ปรากฏว่าแค่ข้ามคืน หญ้าวิญญาณก็ดูสดชื่นขึ้นผิดหูผิดตา นางตกใจมาก และยอมรับในความสามารถของจงเหวินขึ้นมาทันที

"ยินดีที่ได้ช่วยครับ"

"เจ้า... เจ้ารู้วิธีปลูกหญ้าวิญญาณเก้าใบได้ยังไง?" ภายนอกดูเย็นชา แต่พอเป็นเรื่องสมุนไพร อินหนิงเอ๋อร์ก็เก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่

"ช่วงนี้ความทรงจำผมกลับมาบ้างแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่รู้สึกคุ้นๆ ว่าเมื่อก่อนน่าจะเป็นนักปรุงยาหรือหมอ เลยพอมีความรู้เรื่องปลูกสมุนไพรอยู่บ้าง" จงเหวินแถไปเรื่อย โดยอ้าง "ความทรงจำ" เป็นเกราะกำบัง

"จริงเหรอ?" อินหนิงเอ๋อร์ตาวาว "งั้น... ข้าขอถามเรื่องสมุนไพรหน่อยได้ไหม?"

"อย่าเรียกว่าถามเลยครับ เรียกว่าแลกเปลี่ยนความรู้กันดีกว่า ผมยินดีตอบทุกคำถามเท่าที่รู้นะครับ" จงเหวินแอบยิ้ม การบ้านที่ทำมาไม่สูญเปล่าแล้ว

อินหนิงเอ๋อร์ปกติดูเข้าถึงยาก แต่พอคุยเรื่องที่ชอบก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นเด็กขี้สงสัยถามนู่นถามนี่ไม่หยุด จงเหวินก็งัดความรู้ระดับปรมาจารย์ออกมาตอบได้ทุกเม็ด ทั้งสองคุยกันถูกคอจนลืมเวลา

จนกระทั่งมื้อเที่ยง โลลิน้อยยกข้าวเข้ามา อินหนิงเอ๋อร์ถึงได้ยอมกลับไปอย่างเสียดาย

ศิษย์พี่สามยิ้มด้วย!

โลลิน้อยขยี้ตาแรงๆ นึกว่าตัวเองตาฝาด

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 10 หรือว่านี่จะเป็นตำนาน... หน้าเด็กนมยักษ์?

คัดลอกลิงก์แล้ว