- หน้าแรก
- ข้ามโลกมาอยู่สำนักหญิงล้วน แต่ดันอ่านตำราเทพออกแค่คนเดียวซะงั้น
- บทที่ 8 เจ้าใช้วิชามารอะไร?
บทที่ 8 เจ้าใช้วิชามารอะไร?
บทที่ 8 เจ้าใช้วิชามารอะไร?
บทที่ 8 เจ้าใช้วิชามารอะไร?
เมืองฝูเฟิงในฐานะเมืองเล็กที่ห่างไกลความเจริญ ขนาดของเมืองจึงไม่อาจเรียกได้ว่าใหญ่โตนัก เมื่อผ่านการตรวจตราที่ประตูเมือง ก็จะเห็นถนนสายหลักที่กว้างพอให้รถม้าสองคันวิ่งสวนกันได้ ตัดผ่านกลางเมืองแบ่งเมืองฝูเฟิงออกเป็นสองฝั่ง
นั่งอยู่บนรถม้าเทียมม้ายูนิคอร์น จงเหวินรู้สึกเหมือนมองปราดเดียวก็เห็นทะลุไปถึงอีกฝั่งของเมือง ทำเอาเขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เวลายังเช้าอยู่ ผู้คนบนท้องถนนจึงยังบางตา มีเพียงแผงขายอาหารเช้าไม่กี่เจ้าที่มีคนยืนมุงอยู่ประปราย ควันร้อนๆ จากแผงลอยส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย
จากการแนะนำของลุงจ้าว จงเหวินก็พอจะเห็นภาพรวมของเมืองฝูเฟิงได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นเมืองเล็ก แต่ก็มีครบทุกอย่าง ทั้งภัตตาคาร ร้านขายข้าว ร้านสมุนไพร ร้านเช่ารถม้า โรงตีเหล็ก ร้านตัดเสื้อ และอื่นๆ สาธารณูปโภคพื้นฐานถือว่าครบครัน
"นี่คือ 'สำนักแลกเงินหยวนทง'" ลุงจ้าวชี้ไปที่ตึกสองชั้นที่มีการตกแต่งสวยงาม "พ่อหนุ่มจง รอข้าเดี๋ยว ข้าเข้าไปแลกผลึกวิญญาณเป็นตั๋วเงินก่อน"
"เดี๋ยวครับ ผมไปด้วย" จงเหวินนึกถึงกองผลึกวิญญาณในแหวนมิติ ก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
ห้องโถงของสำนักแลกเงินสะอาดสะอ้านและกว้างขวาง มีชุดโต๊ะเก้าอี้หกชุดวางเรียงรายให้ลูกค้านั่งพัก อีกด้านหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ มีหญิงสาวสวมชุดทำงานสีแดงอ่อนนั่งประจำอยู่ หน้าตาแม้อาจเทียบไม่ได้กับหลิวชีชี แต่ก็นับว่าสะสวยทีเดียว
"สวัสดีค่ะท่านลูกค้า มีอะไรให้รับใช้คะ?" หญิงสาวยิ้มแย้มต้อนรับลุงจ้าวที่แต่งตัวมอซอ น้ำเสียงนุ่มนวลไร้แววดูถูก
"แม่หนู ช่วยแลกตั๋วแลกเงินผลึกวิญญาณให้ข้าใบหนึ่ง แล้วก็ขอแลกเป็นเหรียญเงินอีกสิบเหรียญ" ลุงจ้าวยื่นผลึกวิญญาณและตั๋วเงินที่ได้จากจงเหวินส่งให้
"ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ" ดวงตาของหญิงสาวเป็นประกาย
สำนักแลกเงินให้บริการฝากถอนทั้งผลึกวิญญาณและเหรียญเงิน แต่ในเมืองเล็กๆ อย่างฝูเฟิง ลูกค้าที่ใช้บริการผลึกวิญญาณมีน้อยมาก การมีลูกค้านำผลึกวิญญาณมาแลกตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้เธอกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
จงเหวินยืนฟังบทสนทนาของทั้งคู่ พลางครุ่นคิด
ไม่นาน ลุงจ้าวก็เดินออกมาพร้อมตั๋วแลกเงินผลึกวิญญาณหนึ่งใบและเหรียญเงินสิบเหรียญด้วยความพึงพอใจ
"ลุงจ้าว ลุงไปรอที่รถก่อนนะ" พอออกจากประตู จงเหวินก็บอกให้ลุงจ้าวล่วงหน้าไปก่อน ส่วนตัวเองเดินหลบมุมไปที่ลับตาคน เอาผลึกวิญญาณออกมาจากแหวนยัดใส่ถุงผ้าด้านหลังจนตุง แล้วเดินกลับเข้าไปในสำนักแลกเงินหยวนทงอีกครั้ง
"สวัสดีค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ?" หญิงสาวยังคงยิ้มหวาน
"ผมอยากจะแลกตั๋วแลกเงินผลึกวิญญาณหน่อยครับ" พอเจอกับสาวสวย จงเหวินก็เผลอยิ้มตอบไปโดยอัตโนมัติ
"ได้ค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการฝากผลึกวิญญาณเท่าไหร่คะ?"
จงเหวินหน้าตาหล่อเหลาเป็นทุนเดิม ยิ่งพอรู้ว่าจะเอาผลึกวิญญาณมาฝาก ในสายตาของหญิงสาว เขาดูราวกับเจ้าชายรูปงามผู้ร่ำรวยทันที
"ผมจะแลกสามร้อยก้อน ขอเป็นตั๋วใบละร้อยสองใบ แล้วก็ใบละสิบอีกสิบใบครับ"
"ได้ค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้เดี๋ยวนี้... เอ๊ะ เดี๋ยวคะ เท่าไหร่นะคะ?" หญิงสาวชะงัก สงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
"สามร้อยก้อนครับ" จงเหวินพูดพลางเปิดถุงผ้า เทผลึกวิญญาณกองโตออกมา "โครม!"
"คุณลูกค้า ทะ... ท่านแน่ใจเหรอคะว่าจะฝากหมดนี่?" หญิงสาวตกใจจนพูดติดอ่าง
"ทำไมครับ น้อยไปเหรอ? เมื่อกี้เห็นลุงคนนั้นฝากก้อนเดียวยังทำได้เลยนี่นา" จงเหวินไม่เข้าใจอาการตกใจของหญิงสาว
น้อยไป? เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นผลึกวิญญาณเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย! อยากแต่งงานกับเศรษฐีหนุ่มหล่อคนนี้จัง
หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัว
"ลูกค้าผู้มีเกียรติ กรุณารอสักครู่ค่ะ ข้าจะไปเรียนผู้จัดการเดี๋ยวนี้" หญิงสาวรีบวิ่งขึ้นชั้นสองไป
ครู่ต่อมา ชายวัยกลางคนหน้าตาดีสวมชุดขาวก็เดินตามหญิงสาวลงมา เขาจับมือทักทายจงเหวินอย่างไม่ถือตัว พูดคุยอย่างเป็นกันเองยิ่งกว่าเจอพ่อบังเกิดเกล้าเสียอีก
ตอนเดินออกจากสำนักแลกเงิน จงเหวินไม่เพียงมีตั๋วแลกเงินมูลค่าสามร้อยผลึกวิญญาณในมือ แต่ยังได้ป้ายหยกมาอีกอัน ผู้จัดการหนุ่มหล่อบอกว่านี่คือป้ายแสดงสถานะลูกค้าระดับ V.V.I.P. ถือป้ายนี้ไปใช้บริการสำนักแลกเงินหยวนทงที่ไหนในจักรวรรดิต้าเฉียนก็ได้ไม่ต้องต่อคิว แถมถ้าขอกู้เงินยังได้ดอกเบี้ยพิเศษอีกต่างหาก
"ไปร้านค้ากัน!" กระเป๋าตุงแล้ว จงเหวินก็เกิดความฮึกเหิม
รถม้าเลี้ยวผ่านหัวมุมถนน ตึกสามชั้นสีทองอร่ามก็ปรากฏแก่สายตา
"นี่คือสาขาของ 'ห้างร้านเซิ่งอวี่' ในเมืองฝูเฟิง ได้ยินว่าห้างนี้มีสาขาอยู่ทั่วจักรวรรดิ รวยล้นฟ้าเลยล่ะ" ลุงจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงเกรงขาม
ตอนเช้าเพิ่งเปิดร้าน พนักงานในห้างต่างกระตือรือร้น พนักงานสาวสวยหน้าตาดีก็มีไม่น้อย พอจงเหวินก้าวเข้ามา ก็มีสาวสวยคนหนึ่งรีบเข้ามาต้อนรับ
"ลูกค้าผู้มีเกียรติ ต้องการซื้อหรือขายสินค้าคะ?" กับหนุ่มหล่อ สาวน้อยยิ่งบริการดีเป็นพิเศษ
"ผมอยากซื้อสมุนไพรกับอุปกรณ์วาดอักขระหน่อยครับ" การปรุงยาครั้งแรก จงเหวินกะว่าจะลองวิชา เลยไม่อยากใช้สมุนไพรหายากในแหวนมิติ
พ่อหนุ่มหล่อคนนี้เป็นผู้ฝึกตนด้วย!
สาวน้อยคิดในใจ ยิ่งบริการอย่างกระตือรือร้นเข้าไปอีก นางกุลีกุจอหยิบกระดาษพู่กันมาจดรายการตามที่จงเหวินบอกอย่างละเอียด
หลังจากได้ของครบตามต้องการ จงเหวินก็จ่ายเงินและเดินออกจากร้านด้วยความพึงพอใจ เขาเรียกลุงจ้าวให้ขับรถม้ามุ่งหน้ากลับไปยังเขาชิงเฟิงทันที
รถม้าวิ่งออกจากตัวเมืองฝูเฟิงเข้าสู่เส้นทางเปลี่ยวที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารกทึบ จงเหวินนั่งหลับตาโคจรพลังอยู่ในรถอย่างสบายอารมณ์ นึกถึงเมนูอาหารที่จะทำเย็นนี้
"เอี๊ยด!"
จู่ๆ รถม้าก็เบรกกะทันหันจนจงเหวินตัวโยน
"เกิดอะไรขึ้น?" จงเหวินเลิกม่านถาม
"นะ... นายท่าน มีโจรขวางทางขอรับ!" ลุงจ้าวหน้าซีดเผือด
จงเหวินมองออกไป เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์จากพรรคสราญรมย์ยืนดักหน้าอยู่ นำโดยชายวัยกลางคนหน้าตาเจ้าเล่ห์ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า
หลังจากมีการเจรจาข่มขู่กันเล็กน้อย จงเหวินก็ตัดสินใจลงมือ
"ที่แท้ก็เป็นผู้ฝึกตน" ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าพรรคสราญรมย์จำต้องประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้าใหม่ เพราะวิชาที่ทำให้คนขยับไม่ได้แบบนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต
"ยังจะค้นรถอีกไหม?" จงเหวินถามเสียงเนือยๆ
"เหวินคนนี้มีตาหามีแววไม่ ดูจากราศีของท่านแล้วคงไม่ใช่คนร้าย ขอให้ท่านคลายวิชาปล่อยลูกน้องของข้า แล้วเราต่างคนต่างไป เรื่องที่แล้วมาถือว่าแล้วกันไป ตกลงไหม?" ชายวัยกลางคนยอมอ่อนข้อทางวาจา แต่แววตาฉายแววอำมหิตแวบหนึ่ง
"พอครบเวลาเดี๋ยวมันก็คลายเอง" จงเหวินผลัก "รูปปั้น" ลูกสมุนที่ขวางหน้ารถออกไปให้พ้นทาง "ไปกันเถอะ ลุงจ้าว!"
แววตาของชายวัยกลางคนฉายแววโกรธเกรี้ยว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร กลับก้มหน้าลง แล้วเบี่ยงตัวหลบทางให้
รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ จังหวะที่ตัวรถแล่นผ่านหน้ากลุ่มคนพรรคสราญรมย์ ชายวัยกลางคนที่ก้มหน้าอยู่จู่ๆ ก็ขยับตัว!
ดาบยาวในมือขวาฟาดฟันเข้าใส่จงเหวินบนรถม้าด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มุมดาบนั้นร้ายกาจหลบเลี่ยงสายตาของจงเหวินได้อย่างหมดจด
ในฐานะคนสนิทของหัวหน้าพรรคสราญรมย์ ชายวัยกลางคนมีระดับพลังถึงวงแหวนมนุษย์ขั้นหก เขาประเมินว่าเด็กหนุ่มอายุเท่านี้ อย่างเก่งก็คงแค่วงแหวนมนุษย์ขั้นสี่หรือห้า การลอบโจมตีด้วยเพลงดาบไม้ตายที่หัวหน้าพรรคถ่ายทอดให้ ย่อมต้องสำเร็จแน่นอน
"ฉึก!"
เสียงดาบเฉือนเนื้อฟังดูไพเราะเสนาะหู
ชายวัยกลางคนยังไม่ทันจะได้กระหยิ่มยิ้มย่อง ก็พบว่าคนที่เขาฟันโดน ดันกลายเป็นลูกน้อง ก. ที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเองซะงั้น
"ลูก... ลูกพี่เหวิน ทำไม..." ลูกน้อง ก. มองด้วยสายตางุนงง ก่อนจะค่อยๆ ล้มลงไป
ข้า... ข้าทำอะไรลงไป?
ลูกพี่เหวินยืนงงเป็นไก่ตาแตก หันไปมองจงเหวินที่นั่งอยู่บนรถม้า
เห็นเพียงจงเหวินส่งยิ้มยียวนกวนประสาทมาให้ แววตาเต็มไปด้วยความขบขัน
ฝีมือแกเองเรอะ!
ลูกพี่เหวินโกรธจนเลือดขึ้นหน้า สติแตกจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม กระโจนเข้าใส่ เงื้อดาบฟันจงเหวินอีกครั้ง
จงเหวินมองดาบที่พุ่งเข้ามาโดยไม่ขยับเขยื้อน ราวกับตกใจจนก้าวขาไม่ออก
เสร็จข้า! ลูกพี่เหวินเห็นดังนั้นก็ลิงโลด คิดว่างานนี้ลาภลอยแน่ๆ ส่วนลูกน้องที่เพิ่งถูกฆ่าตายไปหมาดๆ ถูกลืมไปจากสมองเรียบร้อยแล้ว
"ฉึก!"
ดาบของลูกพี่เหวิน เสียบทะลุอกลูกน้องพรรคสราญรมย์ไปอีกคน
ลูกน้อง ข.: "......"
มองสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของลูกน้อง ข. ก่อนสิ้นใจ ลูกพี่เหวินแทบคลั่ง
ลูกน้องที่เหลือเห็นท่าไม่ดี เริ่มถอยห่างจากลูกพี่เหวินด้วยความหวาดกลัว บางคนปอดแหกถึงขั้นใส่เกียร์หมาวิ่งหนีหายลับไปแล้ว
"จะ... เจ้าใช้วิชามารอะไร?" ลูกพี่เหวินตะโกนด่าทอ เสียงแหบแห้ง
"รีบไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ" จงเหวินขุดคำพูดเท่ๆ ในคลังสมองออกมาพูดข่มขวัญ
"ข้าจะฆ่าแก!" สติของลูกพี่เหวินขาดผึง ไม่มีการไตร่ตรองอะไรอีกแล้ว เงื้อดาบวิ่งเข้าใส่จงเหวินอีกรอบ
เห็นลูกพี่เหวินเงื้อดาบ ลูกน้องที่เหลือกลัวจะโดนลูกหลงแบบลูกน้อง ก. กับ ข. เลยพากันวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง
"ฉึก!"
ลูกพี่เหวินมองดาบที่เสียบคาอกตัวเอง ด้ามดาบยังอยู่ในมือตัวเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จงเหวินมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
มองดูเด็กหนุ่มหน้ามนวัยสิบหกสิบเจ็ดตรงหน้า ความสงสัย ความหวาดกลัว ความเสียใจ... ความรู้สึกร้อยแปดพันเก้าถาโถมเข้ามาในใจของลูกพี่เหวิน
ทำไมข้าต้องหาเรื่องใส่ตัว มายุ่งกับปีศาจนี่ด้วยวะเนี่ย...
"ชาติหน้าเกิดใหม่ ก็เป็นคนดีซะนะ" จงเหวินตบไหล่ลูกพี่เหวินเบาๆ ส่ายหน้าถอนหายใจ
จนกระทั่งรถม้าม้ายูนิคอร์นวิ่งหายลับไป ร่างของลูกพี่เหวินถึงค่อยๆ หงายหลังล้มตึงลงกับพื้น ไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย...
จงเหวินเพลิดเพลินกับสายตาเทิดทูนบูชาของลุงจ้าว พลางนับของกลางที่ยึดมาได้อย่างอารมณ์ดี
นอกจากลูกพี่เหวินแล้ว พวกสมุนกระจอกที่โดน "ดัชนีสุริยัน" แช่แข็งไว้ ก็ไม่รอดพ้นฝีมือ "หัตถ์เทวะขโมยจันทร์" ของเขาไปได้ ตั๋วเงินและเหรียญเงินที่รวบรวมมาได้ นอกจากจะคืนทุนค่าเช่ารถแล้ว ยังมีกำไรเหลืออีกนิดหน่อย
สัมผัสได้ว่าระดับพลังของลูกพี่เหวิน แม้จะสู้หลิวชีชีไม่ได้ แต่ก็น่าจะสูงกว่าเขาอยู่พอสมควร ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้า "บุปผาเคลื่อนหยก" กลับกลายเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ ไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง
วิชาระดับดารา ช่างน่ากลัวจริงๆ!
[จบตอน]