- หน้าแรก
- ล็อกอินแปดปี สมบัติล้านล้านถูกเปิดเผย
- บทที่ 24 - อ้าว คุณหนูทั้งสองก็มาซื้อของเหรอครับ
บทที่ 24 - อ้าว คุณหนูทั้งสองก็มาซื้อของเหรอครับ
บทที่ 24 - อ้าว คุณหนูทั้งสองก็มาซื้อของเหรอครับ
บทที่ 24 - อ้าว คุณหนูทั้งสองก็มาซื้อของเหรอครับ
จางฮุยตะโกนเสียงดังลั่น จากนั้นก็ล้วงบัตรธนาคารใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
"ดูให้ชัดๆ นะ เสื้อตัวนี้ฉันจองไว้ก่อนแล้ว" จางฮุยแกว่งบัตรไปมาอย่างได้ใจ
ถึงแม้เขาจะเอาบัตรออกมาตั้งแต่แรกก็ได้ แต่คำดูถูกของคนพวกนี้ทำให้เขาหงุดหงิด เขาเลยไม่เอาออกมา กะว่าจะใช้เงินฟาดหัวพวกเธอ ให้พวกเธอรีบไสหัวไปด้วนความอับอาย แต่ไม่คิดว่าพวกเธอจะไม่ไว้หน้าเขาขนาดนี้
จริงๆ แล้วพ่อเขาสั่งไว้ว่าเวลาออกจากบ้านให้ทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว แต่ตอนนี้เขาไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้ว
เมื่อพนักงานของอาร์มานี่เห็นบัตรธนาคารสีเงินใบนั้น หลายคนยังงงๆ
เอาบัตรออกมาโชว์นี่หมายความว่ายังไง
รวมถึงพนักงานแนะนำสินค้าคนนั้นด้วย เพราะเพิ่งมาทำงานไม่นาน เลยไม่รู้ความหมายของบัตรใบนั้น
แต่พนักงานเก่าแก่คนหนึ่งมองปราดเดียวก็รู้เรื่อง "นะ นั่นมันบัตรเงินเซนจูเรียนรุ่นลิมิเต็ด มีสิทธิพิเศษในร้านแบรนด์เนมชั้นนำต่างๆ แถมที่อาร์มานี่ของเรายังมีสิทธิ์ซื้อก่อนด้วย"
ทุกคนต่างตกใจ พนักงานแนะนำสินค้าได้แต่มองซูเย่ว์ฉานด้วยความรู้สึกผิด
"คุณผู้หญิงทั้งสอง ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ เพราะเขามีบัตรเงิน ตามกฎของอาร์มานี่ เขามีสิทธิ์ซื้อก่อน เสื้อตัวนี้ยังไม่ได้ชำระเงิน ถ้าเขาจะซื้อตอนนี้ เราก็ต้องขายให้เขาไปก่อนค่ะ"
"ไม่งั้นคุณทั้งสองรอสักครู่ดีไหมคะ"
ซูเย่ว์ฉานและซูชิงเฉิงรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็เถียงไม่ออก
พอเห็นสองพี่น้องไปไม่เป็น จางฮุยก็ยิ้มอย่างสะใจ "พวกเธอเก่งนักไม่ใช่เหรอ คราวนี้เงียบกริบเลยสิ"
พวกวัยรุ่นหญิงชายข้างกายจางฮุยก็พูดจาถากถางอยู่ข้างๆ
"เมื่อกี้บอกให้รับเงินก็ไม่รับ ตอนนี้เป็นไงล่ะ เงินก็ไม่ได้ เสื้อก็ไม่ได้ซื้อ"
"รู้งี้รับเงินแล้วเดินออกไปสวยๆ ตั้งแต่แรกดีกว่า"
เสียงนกเสียงกาที่ดังเข้าหูซูชิงเฉิงและซูเย่ว์ฉาน ทำให้ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยความโกรธ
ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากนอกประตู
"ก็แค่บัตรเงินใบเดียว มีอะไรน่าตื่นเต้นนักหนา"
ทุกคนหันขวับไปมอง
เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา
คนนำหน้าเป็นผู้หญิง หน้าตาสะสวย หุ่นเซ็กซี่ อายุราวๆ ยี่สิบปี กำลังอยู่ในวัยสดใส
ด้านหลังเธอมีกลุ่มคุณหนูคุณชายเดินตามมา แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มเพลย์บอยของจางฮุยแล้ว การแต่งตัวของพวกเขาดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก อย่างน้อยก็ดูภูมิฐาน ไม่เหมือนกลุ่มจางฮุยที่แต่งตัวเหมือนพวกเด็กแว้น
ตอนนั้นเอง หญิงสาวข้างกายจางฮุยก็มองกลุ่มผู้มาเยือนด้วยสายตาเป็นศัตรู
"บัตรเงินยังไม่เจ๋งอีกเหรอ แล้วเธอมีไหมล่ะ"
"รู้จักบัตรเงินหรือเปล่า ถึงได้มาคุยโวแถวนี้"
"ขนคนมาเยอะแยะ กะจะมาหาเรื่องหรือไง"
พวกผู้หญิงฝั่งนี้เริ่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว
"เพียะ"
ลูกน้องคนหนึ่งของจางฮุยตบหน้าพวกเธอฉาดใหญ่
พวกผู้หญิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ลูกน้องคนนั้นกระซิบอธิบาย "พวกเธอหุบปากซะ อย่าหาเรื่องใส่ตัว คนพวกนี้คือ ชูฝาน คุณหนูใหญ่ตระกูลชู สินทรัพย์ตระกูลชูหลายพันล้าน หลิวเจิ้ง ลูกชายคุณหลิวเทียนหนาน ที่บ้านมีสินทรัพย์เป็นพันล้าน หวังเล่ย ทายาทหวังกรุ๊ปเวชภัณฑ์"
ลูกน้องยกตัวอย่างมาไม่กี่คน ล้วนเป็นลูกหลานตระกูลดังที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของเมืองเจียงเฉิงทั้งนั้น
พวกผู้หญิงตกใจแทบสิ้นสติ รีบเอามือปิดปากไม่กล้าพูดอะไรอีก
ซูชิงเฉิงจำพวกเขาได้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่
"เป็นพวกคุณเหรอ" ซูชิงเฉิงมองชูฝานแล้วพูด
จางฮุยก็ไม่ได้โง่ เขาดูออกว่าสองพี่น้องน่าจะรู้จักกับชูฝานและหลิวเจิ้ง
แต่จางฮุยก็ไม่ได้ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ
"ยังไงครับพี่ชู พี่จะช่วยพวกเธอเหรอ" จางฮุยถามหยั่งเชิง
ชูฝานยิ้ม ไม่ได้ตอบเขาในทันที แต่หันไปพูดกับซูชิงเฉิงว่า
"พวกเราตามมา ก็แค่อยากให้พวกเธอรับปากเรื่องหนึ่ง"
"พวกเราแค่หวังให้น้าเล็กของเธอช่วยสอนพวกเราหน่อย ถ้าพวกเธอรับปาก เสื้อตัวนี้ฉันจะซื้อให้ แถมบัตรทองในมือฉันก็จะเป็นของพวกเธอด้วย"
พูดจบ ชูฝานก็ควักบัตรทองออกมาแกว่งโชว์ในมือ
ทุกคนจ้องมองบัตรทองในมือชูฝานตาเป็นมัน
รูปร่างเหมือนกับบัตรเงินของจางฮุย เพียงแต่เปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีทอง
คนที่รู้เรื่องต่างก็รู้ดี บัตรเงินว่าเจ๋งแล้ว บัตรทองจะขนาดไหน
บัตรทองนี้เป็นสัญลักษณ์ของฐานะอย่างแท้จริง
พวกจางฮุยต่างตั้งท่ารับมือเหมือนเจอศัตรูตัวฉกาจ แต่ฟังจากความหมายของชูฝาน ดูเหมือนจะมีข้อแลกเปลี่ยน พวกเขาจึงได้แต่มองไปที่ซูชิงเฉิง
ซูชิงเฉิงส่ายหน้าแทบจะทันที "น้าเล็กบอกไม่สอน ก็คือไม่สอน"
ชูฝานได้ยินดังนั้นก็โมโหขึ้นมาทันที
ยัยเด็กคนนี้ ทำไมถึงหัวรั้นแบบนี้นะ
ก็แค่รับปากแทนน้าเล็กว่าจะสอนเทคนิคการแข่งรถให้พวกเราหน่อย มันยากตรงไหน จะได้ตบหน้าจางฮุยคืนด้วยไง
ที่เธอเสนอเงื่อนไขเมื่อกี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ทั้งสองคนไม่เสียหน้า มีทางลงสวยๆ จะได้ไม่ดูเหมือนช่วยจนออกนอกหน้าเกินไป
ผลปรากฏว่า ยัยเด็กนี่ไม่รับมุกเลย ปกป้องน้าเล็กขนาดนี้เชียว
คราวนี้ หน้าของเธอแตกยับเยินไม่มีชิ้นดี
เธอกอดอก พูดอย่างจนใจ "งั้นก็ขอโทษด้วย พวกเราคงช่วยพวกเธอไม่ได้แล้ว"
จางฮุยดีใจจนเนื้อเต้น ไม่คิดว่าชูฝานจะแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สุดท้ายเสื้อตัวนี้ก็ยังเป็นของเขาจางฮุยอยู่ดี
พวกผู้หญิงข้างกายจางฮุยกำลังจะอ้าปากพูดซ้ำเติม ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากข้างนอก
"โครงการปรับปรุงว่านต๋าพลาซ่าคงต้องฝากคุณทั้งสองด้วยนะครับ"
"เกรงใจไปแล้ว นี่เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ"
"โครงการนี้สรุปจบได้ ก็ถือว่าหมดห่วงไปเปลาะหนึ่ง วันนี้เราต้องฉลองกันให้เต็มที่"
หลิวเจิ้งได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ก็รีบเดินออกไปข้างนอก
คนอื่นๆ ก็เดินตามออกไปอย่างงงๆ
เห็นหลิวเจิ้งเดินไปที่หน้าประตู แสดงความเคารพชายวัยกลางคนคนหนึ่ง "พ่อครับ มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ"
ทุกคนเพ่งมอง ที่แท้ก็เป็นหลิวเทียนหนาน พ่อของหลิวเจิ้ง เดินผ่านมาพร้อมกับผู้บริหารอีกสองท่าน
"สวัสดีค่ะคุณอาหลิว"
ชูฝานและคนอื่นๆ เห็นหลิวเทียนหนานก็ทักทายอย่างนอบน้อม
ส่วนจางฮุยตอนนี้ ก็ตะโกนทักทายเช่นกัน "อาหลิว บังเอิญจังเลยครับ ไม่คิดว่าจะเจอคุณอาที่นี่"
ลูกน้องจางฮุยสงสัย จางฮุยเลยแนะนำฐานะของหลิวเทียนหนานให้ฟัง ว่าหลิวกรุ๊ปมีมูลค่ากว่าพันล้าน มีอิทธิพลในวงการบันเทิงเมืองเจียงเฉิง แถมเมื่อก่อนหลิวเทียนหนานคนนี้ก็เคยเป็นลูกน้องจางหู่ กินรวบทั้งขาวและดำ ตอนนี้ถือว่าล้างมือในอ่างทองคำแล้ว
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก แววตาเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง
ขณะที่จางฮุยกำลังพูดอยู่ หลิวเทียนหนานก็มองพวกเขาแล้วยิ้ม "วันนี้พวกเธอรวมตัวกันครบเลยนะเนี่ย นัดกันมาเดินเล่นเหรอ"
หลิวเทียนหนานไม่เพียงไม่รังเกียจที่ลูกชายออกมาเที่ยวกับพวกคุณหนูคุณชายเหล่านี้ แต่ยังสนับสนุนด้วยซ้ำ เพราะทางบ้านของเด็กพวกนี้ก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้น
พูดจบ เขาก็มองเข้าไปข้างใน กะว่าจะดูว่ามีลูกหลานบ้านไหนอีกบ้าง แต่ทว่า!
วินาทีต่อมา เขาก็ยืนนิ่งค้างไปเลย
ดวงตาเบิกโพลง แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ชั่วพริบตา หัวใจของหลิวเทียนหนานเหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบเข้าอย่างจัง ตัวสั่นสะท้านไปทั้งตัว
สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
อาการนี้ตกอยู่ในสายตาของทุกคน ทำให้พวกเขางุนงงสงสัย
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
ท่ามกลางสายตาแปลกใจของทุกคน หลิวเทียนหนานก้าวฉับๆ ไปหยุดตรงหน้าสองพี่น้องซูชิงเฉิง โค้งตัวลงเล็กน้อย พูดด้วยความเคารพอย่างยิ่งว่า
"คุณหนูทั้งสอง ก็มาซื้อของที่นี่เหรอครับ"
ตูม!
ชั่วพริบตา ทุกคนรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ นี่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย