- หน้าแรก
- ซูเปอร์ด็อกเตอร์ เส้นทางเทพเริ่มจากการเช็กอิน
- บทที่ 38 - คำขอโทษบนเวยป๋อ
บทที่ 38 - คำขอโทษบนเวยป๋อ
บทที่ 38 - คำขอโทษบนเวยป๋อ
บทที่ 38 - คำขอโทษบนเวยป๋อ
เช้าวันรุ่งขึ้น
ซูหยางลงชื่อประจำวันตามปกติ แต่นี่เป็นวันที่เจ็ดหลังจากได้รับระบบแล้ว จึงสามารถเปิดการลงชื่อประจำสัปดาห์ได้ รางวัลจากการลงชื่อประจำสัปดาห์ ต้องดีกว่ารางวัลประจำวันแน่ๆ เพราะเจ็ดวันถึงจะมีสักครั้ง ซูหยางเริ่มตั้งตารอ
[ระบบ เปิดการลงชื่อประจำสัปดาห์]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับการเพิ่มพูนพละกำลัง/ความอึดเล็กน้อย]
เพิ่มพละกำลังและความอึด?
ที่ที่คาดไม่ถึง? เซอร์ไพรส์? แถมยังส่งหน้าหมามาอีก ระบบนี้เริ่มขี้เล่นตั้งแต่เมื่อไหร่
รางวัลนี้ดูเหมือนจะใช้ได้ เพราะสำหรับศัลยแพทย์ การตรวจรักษาและผ่าตัดเป็นเวลานานเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีพละกำลังที่ดี ก็จะทำให้มีสมาธิในการผ่าตัดใหญ่ได้ดีขึ้น ประสิทธิภาพก็จะเพิ่มขึ้นมาก
แต่ว่า คำว่าเล็กน้อยนี่มันเท่าไหร่กัน? คลุมเครือจัง
[ระบบ คำว่าเล็กน้อย อัตราส่วนการเพิ่มพูนที่แน่นอนคือเท่าไหร่?]
[อ้างอิงจากสภาพร่างกายของโฮสต์ จะเพิ่มขึ้นจากพื้นฐานเดิม 10%-20% ข้อมูลการเพิ่มพูนสุดท้าย ขึ้นอยู่กับศักยภาพของโฮสต์]
10% ถึง 20% ดูเหมือนจะไม่เยอะ แต่จริงๆ แล้วอัตราการเพิ่มพูนขนาดนี้ถือว่ามหาศาลมาก ปกติซูหยางก็ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอยู่แล้ว สภาพร่างกายถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับคนทั่วไป พุ่งพรวดขึ้นมา 10%-20% นี่มันเกือบจะเท่านักกีฬามืออาชีพแล้วมั้ง ระบบนี้เทพจริงๆ
[ต้องการหลอมรวมรางวัลหรือไม่?]
[หลอมรวมเลย]
สิ้นเสียงซูหยาง เขาก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว พลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านจากท้องน้อยไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกนี้เหมือนกับตอนเหนื่อยมากๆ แล้วได้อาบน้ำร้อน แต่ความรู้สึกของซูหยางตอนนี้ มันดีกว่านั้นเป็นสิบๆ เท่า
สบายตัวสุดๆ ในนิยายที่เคยอ่าน เวลาระบบเพิ่มสมรรถภาพร่างกายพระเอก ไม่ใช่ต้องเจ็บปวดเจียนตาย เหมือนมดหมื่นตัวกัดกิน รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อฉีกขาด หรือโดนไฟเผาหรอกเหรอ ทำไมระบบนี้เพิ่มพลังแล้วสบายจัง?
[โฮสต์ โปรดอย่านำระบบนี้ไปเปรียบเทียบกับระบบมือสองคุณภาพต่ำพวกนั้น!]
พอซูหยางคิดแบบนั้น เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
หืม?
ระบบนี้ ยังขี้งอนอีกแน่ะ!
ล้างหน้าแปรงฟันง่ายๆ ซูหยางเดินออกมาจากห้อง ที่เขาแปลกใจคือ หวงโหรวเจียตื่นแล้ว เธอนั่งอยู่บนโซฟาห้องรับแขก ถือโทรศัพท์ จ้องมองอย่างตั้งใจ
"ดูอะไรอยู่เหรอ? ตั้งใจเชียว"
ซูหยางถามไปอย่างนั้นเอง
"ดูเวยป๋อของหยางเหมี่ยวอยู่ แม่ของเธอออกแถลงการณ์ขอโทษแล้ว"
หวงโหรวเจียยังคงจ้องหน้าจอมือถือ
"แถลงการณ์ขอโทษ? ขอโทษใคร?"
ซูหยางงง แม่ของดาราเด็กคนนั้น ทั้งป่าเถื่อน ทั้งไร้เหตุผล จะไปขอโทษใครกัน?
"ขอโทษคุณไง รีบมาดูเร็ว"
ใบหน้าของหวงโหรวเจียฉายแววดีใจ ไม่นึกเลยว่าอาวุโสเว่ยจะมีเพาเวอร์ขนาดนี้ ผ่านไปคืนเดียว แม่ของหยางเหมี่ยวก็ขอโทษซูหยางออกสื่อแล้ว
"ขอโทษผม?"
ซูหยางเดินไปนั่งข้างหวงโหรวเจีย ชะโงกหน้าไปดู บนหน้าจอมือถือของหวงโหรวเจีย เวยป๋อของหยางเหมี่ยวโพสต์ข้อความไว้ว่า
~แถลงการณ์ขอโทษ
เรียนสื่อมวลชนและแฟนคลับทุกท่าน ดิฉันเป็นแม่ของเหมี่ยวเหมี่ยว ขอประกาศขอโทษอย่างเป็นทางการสำหรับข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับหมอซูหยางที่ได้เผยแพร่ออกไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากดิฉันมีความกังวลต่อปัญหาสุขภาพของเหมี่ยวเหมี่ยว จึงเกิดความเข้าใจผิดต่อหมอซูหยางโดยไม่จำเป็น และได้เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างใหญ่หลวงต่อหมอซูหยาง ดังนั้น ดิฉันจึงขอประกาศขอโทษอย่างเป็นทางการมา ณ ที่นี้!
~
นี่มัน?
ซูหยางยิ้มมุมปาก รู้สึกสมเพชนิดๆ
"นี่มันไม่มีความจริงใจเลยนี่นา แถมเขียนวกไปวนมา เหมือนโดนบังคับให้รีบเขียนส่งๆ"
หวงโหรวเจียเห็นแถลงการณ์ขอโทษนี้ก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่การขอโทษที่ออกมาจากใจจริง อย่างแรกประโยคไม่สละสลวย อย่างที่สองดูเป็นทางการเกินไป และอีกอย่าง กังวลสุขภาพเหมี่ยวเหมี่ยว? ถ้ากังวลจริงๆ คงไม่มีอคติกับซูหยางขนาดนั้นหรอก
"แต่ว่า อาวุโสเว่ยก็สุดยอดจริงๆ สมฉายาฮ่องเต้แห่งวงการบันเทิง แค่คืนเดียว ผู้หญิงคนนั้นก็รีบขอโทษแล้ว ซูหยาง ทีนี้คุณกลับไปทำงานได้แล้วนะ"
หวงโหรวเจียพูดอย่างดีใจที่ซูหยางพ้นมลทิน
"เรื่องมันเกิดไปแล้ว จะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ ผู้หญิงแบบนั้น ผมไม่สนคำขอโทษของเธอหรอก ตอนนี้ผมเป็นห่วงหยางเหมี่ยวมากกว่า"
ถ้าโดนหมาบ้ากัด จะให้ไปกัดตอบเหรอ?
อีกอย่าง แถลงการณ์ขอโทษนี้ออกมา สื่อและสังคมก็รู้แล้วว่าใครถูกใครผิด สำหรับซูหยาง แค่นี้ก็พอแล้ว
"คุณยังคิดว่าหยางเหมี่ยวเป็นโรคกิลเลน-บาร์เร ซินโดรมอยู่อีกเหรอ?"
หวงโหรวเจียคิดไม่ถึงว่าเวลานี้ซูหยางยังจะคิดถึงแต่อาการป่วยของหยางเหมี่ยว สมองแบบนี้ เหมาะจะเป็นหมอจริงๆ
"ใช่ครับ ดูจากหลายๆ อย่าง มันเหมือนมาก ถ้าเธอได้นอนโรงพยาบาลดูอาการสักอาทิตย์หนึ่งก็คงดี ถ้าอาการทรุดลงเร็ว ก็จะได้รักษาทันท่วงที"
เวลานี้ซูหยางยังคงเป็นห่วงหยางเหมี่ยว ไม่ว่าแม่เธอจะเป็นยังไง เธอก็แค่เด็กสาวน่าสงสารที่ถูกบังคับกลายๆ เท่านั้น
"ช่างเถอะ คุณอย่าหาเรื่องใส่ตัวเพิ่มเลย เรื่องจบลงแบบนี้ก็ดีมากแล้ว"
หวงโหรวเจียบ่นในใจ ซูหยางคนนี้ ทำไมไม่คิดถึงตัวเองบ้างนะ เวลานี้ยังจะไปห่วงดาราเด็กคนนั้นอีก
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของซูหยางก็ดังขึ้น
หยิบออกมาดู เป็นเบอร์พื้นฐาน แถมยังไม่คุ้น
"คุณคุ้นเบอร์นี้ไหม?"
ซูหยางโชว์เบอร์บนหน้าจอให้หวงโหรวเจียดู
"เบอร์ฝ่ายการแพทย์ รับสิ บางทีอาจจะเรียกคุณกลับไปทำงานแล้วก็ได้"
หวงโหรวเจียเหลือบมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นเบอร์ฝ่ายการแพทย์ เพราะตอนเด็กๆ ฝ่ายการแพทย์โทรมาหาพ่อเธอที่บ้านบ่อยๆ
"อืม"
ซูหยางกดรับสาย
"สวัสดีครับ ใช่ซูหยางไหมครับ ผมโทรจากฝ่ายการแพทย์ครับ"
เป็นฝ่ายการแพทย์จริงๆ บางทีอาจจะเหมือนที่หวงโหรวเจียบอก ให้เขากลับไปทำงาน?
"ใช่ครับ ผมซูหยางครับ"
"คืออย่างนี้นะครับ คำสั่งลงโทษคุณก่อนหน้านี้ ทางโรงพยาบาลได้ยกเลิกแล้วครับ"
"งั้นผมกลับไปทำงานได้แล้วใช่ไหมครับ?"
เรื่องจบแล้วจริงๆ ด้วย ดีจัง
ซูหยางรู้สึกถึงแสงสว่างที่หายไปนาน
"ถึงแม้คำสั่งลงโทษจะถูกยกเลิก แต่แผนกฉุกเฉินได้ลบชื่อคุณออกจากรายชื่อแพทย์หมุนเวียนแล้วครับ ดังนั้นคุณต้องหาแผนกที่จะรับคุณเข้าทำงาน ถึงจะกลับมาทำงานได้ เอาอย่างนี้ คุณเข้ามาที่ฝ่ายการแพทย์ มากรอกแบบฟอร์มคำร้อง แล้วดูว่ามีแผนกไหนจะรับคุณบ้าง"
ซูหยางเปลี่ยนจากดีใจเป็นผิดหวังทันที ลบชื่อ? มีสิทธิ์อะไรมาลบชื่อเขา?
"ทำไมถึงลบชื่อผมครับ?"
ซูหยางอดถามตรงๆ ไม่ได้
"นี่เป็นการตัดสินใจภายในของแผนกฉุกเฉิน ฝ่ายการแพทย์ไม่มีสิทธิ์แทรกแซงครับ"
ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง
"เอาล่ะครับ ผมเข้าใจแล้ว"
คนของฝ่ายการแพทย์ก็แค่แจ้งการตัดสินใจของแผนกฉุกเฉิน ซูหยางถามไปมากกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์
วางสายแล้ว ซูหยางรู้สึกไม่พอใจและโกรธเคือง