- หน้าแรก
- มรรคาแห่งการแปลงกาย
- บทที่ 11 - ฝากตัวเป็นศิษย์? ศิษย์ครับ!
บทที่ 11 - ฝากตัวเป็นศิษย์? ศิษย์ครับ!
บทที่ 11 - ฝากตัวเป็นศิษย์? ศิษย์ครับ!
บทที่ 11 - ฝากตัวเป็นศิษย์? ศิษย์ครับ!
เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมา หลิวเซิ่งกะเวลาพอดี หิ้วกระต่ายป่าสองตัวกลับบ้าน
ยังไม่ทันเข้าบ้าน ก็เห็นพี่สะใภ้โจวประคองย่าหลิว ยืนคุยกับนักบวชแขนเดียวร่างยักษ์อยู่ในลานบ้าน
นักบวชคนนั้นตัวใหญ่ราวกับเจดีย์เหล็ก สวมชุดสงฆ์สีดำ คล้องประคำกระดูกขาว หน้าตามีรอยบาก ดูโหดเหี้ยม...
ไม่มีเค้าความเมตตาของคนออกบวชเลยสักนิด
ให้ตายสิ ตระกูลทงรู้ข่าวเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
แถมยังส่งตัวอันตรายระดับนี้มาด้วย!
หลิวเซิ่งรูม่านตาหดเกร็ง จำได้ทันทีว่าคนคนนี้คือใคร เขาคืออาจารย์อู่คนนั้น!
ปฏิกิริยาตระกูลทงรวดเร็วเกินไปแล้ว!
ตอนนั้นเอง อาจารย์อู่ที่กำลังคุยกับย่าหลิวก็หันขวับมา นัยน์ตาทรงอำนาจ รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน...
เหมือนเผชิญหน้ากับเสือร้าย!
กดดันสุดๆ
หลิวเซิ่งลมหายใจสะดุด ฝีเท้าช้าลงไปจังหวะหนึ่ง หยุดยืนที่หน้าประตู แสร้งทำหน้าสงสัย
แนบเนียน
"หลานรัก ท่านนี้คืออาจารย์อู่จากตระกูลทง..."
ย่าหลิวสบโอกาส กวักมือเรียกหลิวเซิ่ง พลางแนะนำ
"พ่อบ้านเฉิงถูกคนทำร้ายระหว่างทางกลับบ้าน... อาจารย์อู่เลยมาสอบถามสถานการณ์..."
"พ่อบ้านเฉิงถูกคนทำร้ายเหรอครับ?"
หลิวเซิ่งเลิกคิ้ว ทำหน้าสะใจ
"วีรบุรุษท่านไหนลงมือเนี่ย เดี๋ยวผมจะเลี้ยงกระต่ายย่างฉลองให้"
"เจ้าเด็กคนนี้พูดจาเหลวไหล คนตายไปแล้ว ให้เกียรติกันหน่อยไม่รู้เหรอ"
"เขาช่วยเฒ่าทงจอมขูดรีดรังแกชาวบ้านมาตั้งกี่ปี ฟ้าดินต้องลงโทษเข้าสักวัน..."
หลิวเซิ่งเถียงคอเป็นเอ็น เดินเอาป่ากระต่ายไปให้พี่สะใภ้โจว
จากนั้นก็หันมามองอาจารย์อู่อย่างไม่เกรงกลัว
"อยากถามอะไรอีกไหมครับ? คงไม่ได้สงสัย... ว่าผมเป็นคนฆ่าหรอกนะ?"
"เจ้าฝึกยุทธมา แถมยังเข้าขั้นแล้ว?"
อาจารย์อู่มองสำรวจหลิวเซิ่ง แล้วเบนสายตาไปที่กระต่ายในมือพี่สะใภ้โจว
"ฝีมือมีดบินใช้ได้เลยนี่"
สายตาเฉียบคมชะมัด!
หลิวเซิ่งใจเต้นตึกตัก กอดอก ไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ
อาจารย์อู่แสยะยิ้ม กวาดตามอง จู่ๆ ก็หยุดสายตาที่มือทั้งสองข้างของหลิวเซิ่ง ดวงตาสว่างวาบ พุ่งมือเข้ามาคว้าจับทันที
โฮก!
ชั่วพริบตา ราวกับมีเสียงเสือคำรามก้อง
หลิวเซิ่งรู้สึกหัวหนักอึ้ง เหมือนโดนเสือดำกระโจนใส่ กลิ่นคาวเลือดตีจมูก
พอมารู้สึกตัวอีกที ก็โดนอาจารย์อู่ประชิดตัว คว้าแขนไว้แน่น
ซี๊ด!
ความห่างชั้นระหว่างข้ากับเจ้านี่ มันมากขนาดนี้เลยเหรอ?!
หลิวเซิ่งตกใจ ความลำพองใจจากการลอบฆ่าพ่อบ้านเฉิงเมื่อครู่ หายวับไปกับตา
ตอนนั้นเอง อาจารย์อู่ก็บีบนวด ฝ่ามือ ข้อมือ แขน หัวไหล่ สันหลัง สะโพก อย่างรวดเร็ว แล้วถอยกลับไป
เจ็บ!
"แขนยาวฝ่ามือกว้าง เส้นเอ็นกระดูกแข็งแกร่ง จอมดาบโดยกำเนิด!"
อาจารย์อู่เดาะลิ้นชมเชย
"มือคู่นี้ของเจ้า เกิดมาเพื่อจับดาบโดยแท้ ไม่ควรฝังตัวอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อนแบบนี้"
พูดถึงตรงนี้ แววตาของเขาฉายแววรำลึกความหลัง——
ปีนั้น ที่ชนบทในอำเภอหยางกู่ ข้ากับพี่ชายใช้ชีวิตพึ่งพากันและกัน โดนรังแกสารพัด จนได้พบอาจารย์...
ท่านผู้เฒ่าเห็นข้ารูปร่างสูงใหญ่ พอลูบกระดูกแล้วก็พูดกับข้าแบบนี้แหละ...
ถึงตอนนี้ อาจารย์มรณภาพไปเกือบหกสิบปีแล้ว
วาสนาเกิดดับ ดับแล้วก็เกิดใหม่ วันนี้เห็นเจ้าหนูคนนี้แล้วถูกชะตา ถ่ายทอดวิชาให้สักหน่อยแล้วกัน
นึกจะทำก็ทำ ตามใจปรารถนา
แววตาอาลัยอาวรณ์หายวับไป สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงเจือความสะเทือนใจ
"อยากฝึกยุทธกับข้าไหม? ข้าสอนวรยุทธให้เจ้าได้นะ"
"ฮะ?"
หลิวเซิ่งอึ้ง ลืมความเจ็บไปชั่วขณะ
นี่มันจุดหักมุมอะไรเนี่ย?
สมองเขาแล่นเร็ว เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วลองหยั่งเชิง
"บ้านผมกับเฒ่าทงจอมขูดรีด... ไม่ถูกกันนะครับ"
"ทงลี่ก็ส่วนทงลี่ ข้าก็ส่วนข้า"
อาจารย์อู่ลดน้ำเสียงลง เหมือนพยายามจะยิ้มอย่างใจดี แต่รอยบากบนหน้ากลับทำให้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
"แค่ลูกจ้าง รับเงินทำงาน จะไปเมื่อไหร่ก็ได้"
ทงลี่ ก็คือเศรษฐีทง ฉายา "จอมขูดรีด"
ฟังดูแล้ว อาจารย์อู่คนนี้ กับตระกูลทง ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไร?
หลิวเซิ่งเริ่มลังเลใจ
เขาทุกเช้าต้องไปแอบดูการฝึกยุทธที่บ้านตระกูลทง เวลาจำกัดมาก
ก่อนร่างจำแลงจะวิวัฒนาการ ยืนระยะได้แค่ 15 นาที ต่อให้ตอนนี้เป็นวิหคเขียวหางดาบ เวลาแปลงร่างก็ยืดไปได้แค่ 1 ชั่วโมง
แถมยังฝึกเองเออเอง ไม่มีคนคอยชี้แนะ
ตอนนี้แค่ยืนม้านิ่งๆ ยังพอไหว แต่ต่อไปต้องฝึกเดินม้า การต่อสู้ กระบวนท่า...
ฝึกคนเดียวไม่มีทางรอดแน่
เดิมทีเขาวางแผนว่ารออีกสักพัก เก็บเงินได้พอ ค่อยไปหาสมัครเรียนสำนักยุทธในเมือง
ตอนนี้ดันมีอาจารย์มาเสิร์ฟถึงที่...
เป็นเพราะพรสวรรค์ "จอมดาบโดยกำเนิด" เหรอ?
หลิวเซิ่งตาเป็นประกาย เงียบไปนิดหนึ่ง แล้วถามเสียงเข้ม
"ท่านต้องการให้ผมทำอะไร?"
อาจารย์อู่หัวเราะ "หึหึ" ลูบรอยบากบนหน้า พูดเสียงเหี้ยม
"วันหน้าช่วยข้าฆ่าศัตรูคนหนึ่ง กล้าไหม?"
"ฆ่าแค่คนเดียว?"
"แค่คนเดียว"
"ตกลง!"
หลิวเซิ่งรับคำ แล้วคุกเข่าโขกหัวทันที "ท่านอาจารย์"
รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม ทำเอาอาจารย์อู่อึ้งไปเลย สีหน้าจริงจังขึ้นมา
"เจ้าไม่ถามข้าหน่อยเหรอ ว่าจะให้ฆ่าใคร?"
หลิวเซิ่งก้มหน้า นึกถึงประโยคเด็ดจากหนังในชาติก่อน เลยโพล่งออกมา
"ที่ใดมีคน ที่นั่นมีเรื่องราว มีเรื่องราวก็มีบุญคุณความแค้น มีบุญคุณความแค้นก็มียุทธภพ
ท่านอาจารย์ถ่ายทอดวรยุทธให้ข้า ข้าฆ่าคนแทนท่าน ก็แค่สะสางบุญคุณความแค้นในยุทธภพ
และบุญคุณความแค้นในยุทธภพ ถามแค่แพ้ชนะ ไม่ถามถูกผิด"
อาจารย์อู่ตาเป็นประกายวิบวับ รู้สึกว่าเจ้าหนูคนนี้ พูดจาเข้าหูทุกคำ...
ยิ่งมองยิ่งถูกใจ!
"ศิษย์รัก พื้นมันเย็น รีบลุกขึ้น!"
เขาดึงหลิวเซิ่งให้ลุกขึ้น ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ สุดท้ายควักปึกตั๋วเงินออกมา
"อาจารย์แซ่อู่ ชื่อซง คนอำเภอหยางกู่ เมืองชิงโจว
เมื่อกี้รีบออกมา บนตัวไม่มีของอะไรติดมาด้วย ตั๋วเงินร้อยตำลึงนี้... ถือเป็นของรับขวัญศิษย์ก็แล้วกัน"
หา? นี่มัน...
ไหว้ครูแล้วได้ตังค์กลับมาด้วย?
หลิวเซิ่งรับตั๋วเงินมาแบบงงๆ คุยสัพเพเหระอีกพักหนึ่ง นัดแนะว่าพรุ่งนี้ยามอิ๋น (ตี 3 - ตี 5) เจอกันที่ป่าหลังหมู่บ้านเพื่อถ่ายทอดวิชา...
จนกระทั่งส่งอาจารย์อู่กลับไป โดนลมพัดหัว ถึงได้สติกลับมา
นี่ได้อาจารย์แล้วเหรอ?
ไหนว่าการฝึกยุทธเป็นเรื่องซีเรียสจริงจัง?
สามกราบเก้าไหว้ ยกน้ำชา มอบค่าครู... ไม่ได้ทำสักอย่าง!
มันจะลวกๆ ไปหน่อยไหม?
แต่ทว่า...
เขาก้มมองปึกตั๋วเงินในมือ มุมปากยกยิ้มจนแทบฉีกถึงรูหู
แบบนี้เรียกลวกๆ ได้ไง?
อาจารย์เรานี่เขาเรียกว่าอินดี้ ไม่ยึดติดธรรมเนียม!
พวก "อาจารย์ดัง" ที่จ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อลูกศิษย์พวกนั้น หิ้วรองเท้าให้อาจารย์เรายังไม่คู่ควรเลย!
มีเงินร้อยตำลึงนี้ บวกกับที่ได้จากพ่อบ้านเฉิงอีกยี่สิบตำลึง...
รวมเป็นร้อยยี่สิบตำลึง เลือกของดีๆ มาทำร่างจำแลงได้สบาย!
เขาเก็บตั๋วเงินอย่างอารมณ์ดี หันหลังกลับไปเห็นย่าหลิวมายืนเกาะประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในมือถือมีดพร้า สีหน้าเคร่งเครียด
ในห้อง พี่สะใภ้โจวหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงก
"นี่... มันเกิดอะไรขึ้นอีก? เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?"
หลิวเซิ่งงงเป็นไก่ตาแตก รีบเข้าไปห้ามย่าให้วางมีด
แต่ย่าหลิวที่ปกติเชื่อฟังหลานทุกอย่าง กลับส่ายหน้าดิก
"หลานรัก อาจารย์ของหลานคนนั้น ดูยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดา แถมตอนนี้ยังทำงานให้ตระกูลทง! บ้านเรากับตระกูลทงก็ไม่ถูกกัน แล้วเมื่อกี้หลานก็...
ถ้าเรื่องกราบอาจารย์แพร่งพรายออกไป ทั้งหลานทั้งเขา จะไม่มีเรื่องดีแน่"
ดังนั้นย่าเลยถือมีดพร้า จะมาเชือดพี่สะใภ้โจวที่รู้เห็นเหตุการณ์งั้นเหรอ?
ย่านี่เป็นปีศาจหวงหลานจริงๆ...
"ก็ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตนางหรอก..."
ย่าหลิวแววตาขุ่นมัวฉายประกายเย็นเยียบ พูดเสียงต่ำ
"ขอแค่นางไม่ใช่คนนอกก็พอ"
ไม่ใช่คนนอก ก็คือคนใน...
หลิวเซิ่งเข้าใจความหมาย สีหน้าแปลกแปร่งขึ้นมา
ในยุคศักดินาแบบนี้ อดตายเรื่องเล็ก เสียบริสุทธิ์เรื่องใหญ่ นี่ก็ถือเป็นวิธีหนึ่งเหมือนกัน
แต่มัน... เผด็จการไปหน่อยมั้ง
"ตระกูลหลิวเหลือแกเป็นหน่อเนื้อคนเดียวแล้ว..."
ย่าหลิวกำมีดพร้าแน่นอย่างดื้อรั้น เสียงแหบแห้งแต่เด็ดขาด
"ย่าแก่นี่จะอยู่จะตายไม่สำคัญ แต่หลานห้ามเป็นอะไรไป...
แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้!"
เอาเถอะ ผมยังไงก็ได้ แต่จะไปบังคับใจใครไม่ได้ ไม่งั้นจะต่างอะไรกับพวกเดรัจฉาน?
หลิวเซิ่งเลียริมฝีปาก พูดเกลี้ยกล่อม
"ย่าครับ เรื่องแบบนี้มันต้องตบมือสองข้าง ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง..."
"หลานรู้ได้ไงว่านางไม่เต็มใจ?"
ย่าหลิวย้อนถาม แล้วเดินไปตรงหน้าพี่สะใภ้โจว ยกมีดพร้าในมือขึ้น
"นังหนูอวี้ เอ็งก็เป็นคนอาภัพ ผัวตายต้องเลี้ยงนังหนูรองคนเดียว ลำบากยากแค้น
ความเก่งกาจของหลานข้าเอ็งก็เห็นแล้ว วันนี้ยังได้กราบยอดคนเป็นอาจารย์ อนาคตไกล
เอ็งมาเป็นเมียน้อยหลานข้า ได้ไหม?"
[จบแล้ว]