เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,074 เรือนรับแขกสุดแปลกประหลาด

ตอนที่ 1,074 เรือนรับแขกสุดแปลกประหลาด

ตอนที่ 1,074 เรือนรับแขกสุดแปลกประหลาด


ตอนที่ 1,074 เรือนรับแขกสุดแปลกประหลาด

หลังสิ้นสุดการฝึกที่ยาวนานกว่าสามเดือน เซี่ยเฟยก็เดินทางมาจนถึงตระกูลออโรร่าแห่งกาแล็กซีทาโรต์ แต่เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะได้พบกับสถานการณ์แบบนี้

กำแพงแก้วที่สูงเสียดฟ้าเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตระกูลออโรร่าเคยรุ่งเรืองและมีประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจ แต่ในตอนนี้ทั่วกำแพงกลับเต็มไปด้วยรอยด่างพร้อย แม้ว่าจะถูกปัดกวาดจนสะอาดก็ไม่อาจปกปิดความเสื่อมถอยของตระกูลได้

ลินนิจแทบจะเป็นบ้าเมื่อได้รู้ว่าหลังจากพวกเขาต้องฟันฝ่าความยากลำบากเพื่อกลับมา พวกเขาต้องมาพบกับตระกูลที่เสื่อมโทรมลงมากกว่าเดิม

หลังจากยืนมองอยู่สักพัก เซี่ยเฟยก็เลือกไปหาที่นั่งบริเวณริมหน้าต่างชั้น 5 ในร้านน้ำชาฝั่งตรงข้ามอาคารของตระกูล โดยสั่งชา 1 กากับขนม 4 อย่างแล้วมองดูสถานการณ์อีกฝั่งอย่างเงียบ ๆ

ไม่นานพนักงานที่มีปานแดงเข้มบนใบหน้าก็เอาชาและขนมมาเสิร์ฟ เซี่ยเฟยจึงเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยื่นไข่มุกวิญญาณให้เด็กเสิร์ฟ 2-3 เม็ดแล้วเอ่ยถามว่า

“พี่ชาย ถามอะไรหน่อยสิ ฝั่งตรงข้ามนี่ใช่คฤหาสน์ตระกูลออโรร่ารึเปล่า?”

พนักงานรับเงินไปอย่างยิ้ม ๆ พลางรินชาให้เซี่ยเฟย

“ใช่แล้วครับ”

“ฉันได้ยินคนพูดกันว่าตระกูลออโรร่าเป็นตระกูลใหญ่ แล้วทำไมคฤหาสน์ของพวกเขาถึงดูเสื่อมโทรมแบบนี้ล่ะ?” เซี่ยเฟยถามต่อ

“ออโรร่าหมดยุครุ่งเรืองมานานแล้ว สิ่งที่คุณได้ยินมาน่าจะเป็นเรื่องสมัยก่อน เพราะตั้งแต่ผมมาทำงานที่นี่ตระกูลนี้ก็เสื่อมถอยลงทุกๆ ปี ผมได้ยินคนในร้านพูดกันว่าพวกเขาเป็นคนใจดี, มีเมตตาพร้อมช่วยเหลือทุกคนเสมอและไม่ค่อยมีเรื่องกับใคร แต่น่าเสียดายที่คนอื่น ๆ ไม่ได้คิดแบบพวกเขา” พนักงานตอบพร้อมกับถอนหายใจ

“เมื่อหลายปีก่อนมีคนมาอ้างว่าเป็นโซลครีเอเตอร์อยากจะช่วยจัดระเบียบอุปกรณ์วิญญาณให้ ทางออโร่าก็ต้อนรับแขกอย่างดี แต่ใครจะรู้ว่าคนพวกนั้นเป็นมิจฉาชีพขโมยเอาอุปกรณ์วิญญาณทั้งหมดของตระกูลแล้วรีบหนีไป!”

“ถึงแม้ตระกูลออโรร่าจะไม่ชอบมีเรื่องกับคนอื่น แต่พวกเขาก็เป็นตระกูลนักรบ พอไม่มีอุปกรณ์วิญญาณพวกเขาก็เลยต้องใช้ทุนสำรองของตระกูลจัดเตรียมคลังอาวุธใหม่ แต่ออโร่ร่าก็ถูกหลอกอีกครั้งเพราะอุปกรณ์วิญญาณที่ซื้อมาทั้งหมดเป็นของปลอม”

“เฮ้อ...เรื่องนี้มันน่าเศร้าจริง ๆ ผมไม่เคยเห็นตระกูลไหนโชคร้ายขนาดนี้มาก่อนเลย หลังจากวุ่นวายอยู่หลายปีตระกูลที่เคยรุ่งเรืองก็ล่มสลายเพราะอุปกรณ์วิญญาณ”

เด็กเสิร์ฟเล่าเรื่องราวอย่างมากมาย แต่เนื้อหาหลัก ๆ ก็คือเรื่องที่ตระกูลออโรร่าถูกหลอกลวง น่าเสียดายที่อีกฝ่ายเป็นเพียงแค่พนักงานในร้านน้ำชา ถึงเขาจะรู้เรื่องราวมากมายแต่ก็ไม่มีรายละเอียดอยู่ในนั้น เซี่ยเฟยจึงฟังจนพอใจแล้วโบกมือไล่พนักงานคนนี้ไป

“ล่มสลายเพราะอุปกรณ์วิญญาณ มันหมายความว่ายังไง?” เซี่ยเฟยถาม

“นักรบในจักรวาลนี้ต้องใช้อุปกรณ์วิญญาณ ถ้าตระกูลไหนไม่มีก็ต้องไปหาซื้อมา ไม่งั้นนักรบจะใช้อะไรในการรับมือกับศัตรู? นอกจากนี้มันยังยากที่จะรู้ว่าอุปกรณ์วิญญาณที่ซื้อมาเป็นของจริงหรือของปลอม คุณภาพต่ำหรือคุณภาพสูง หากอุปกรณ์วิญญาณเป็นของที่มีคุณภาพต่ำมาก เราก็ต้องคอยซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย”

“พวกโซลครีเอเตอร์เป็นพวกโลภมาก ถ้าหากเราตกเป็นเหยื่อของคนพวกนั้นแล้วเราจะฟื้นฟูความรุ่งเรืองของตระกูลกลับมาได้ยังไง?” ลินนิจตอบพร้อมกับถอนหายใจ

เซี่ยเฟยยักไหล่อย่างไม่สนใจก่อนจะกล่าวว่า

“ก็ไม่ต้องให้อุปกรณ์วิญญาณกับสมาชิกตระกูลสิจะได้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย เพราะในเมื่อเงินทุนของตระกูลร่อยหรอ การฝืนดิ้นรนต่อไปมันก็จะยิ่งทำให้ตระกูลตกต่ำไปมากกว่าเดิมเปล่า ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่สนใจ

“นายคิดง่ายเกินไป ออโรร่าไม่ใช่เศรษฐีหน้าใหม่ พวกเรามีชื่อเสียงและมีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน หากเราไม่ให้อาวุธวิญญาณกับนักรบของตัวเองแล้วออโรร่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?” ลินนิจตอบ

แท้ที่จริงออโรร่าก็มีอุปกรณ์วิญญาณชั้นยอดสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น แต่อุปกรณ์เหล่านี้กลับถูกโซลครีเอเตอร์หลอกเอาไป ทำให้ตระกูลไม่มีอาวุธใช้งานจนต้องไปหาซื้อใหม่ แถมพวกเขายังใช้เงินเก็บที่เหลืออยู่ซื้อทั้งอุปกรณ์ปลอมและอุปกรณ์คุณภาพต่ำมาอีก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ออโรร่าเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ

สมัยนี้โซลครีเอเตอร์มีน้อยลงมาก โซลครีเอเตอร์ระดับสูงก็หายาก ทำไมถึงถูกหลอกได้ง่าย ๆ นะ!

“ไม่แปลกใจเลยที่ผู้อาวุโสฝูเฉินดูถูกโซลครีเอเตอร์ธรรมดาพวกนั้น ที่แท้ก็เป็นพวกมิจฉาชีพนี่เอง” เซี่ยเฟยพูดกับตัวเองพลางจิบชา

“ใช่แล้ว คนพวกนั้นมันเป็นปลิงดูดเลือด! แค่ให้ช่วยซ่อมอุปกรณ์วิญญาณระดับเริ่มต้นยังต้องใช้ไข่มุกหลายล้านเม็ด แถมพวกมันยังไม่ซ่อมอุปกรณ์วิญญาณให้สมบูรณ์เพื่อจะหลอกเอาเงินต่อ ใช้ไปไม่กี่เดือนก็พังแล้วต้องเสียเงินซ่อมใหม่อีก! ไม่ว่าตระกูลใหญ่แค่ไหนก็ทนไม่ไหวหรอก” ลินนิจกล่าวเสริมอย่างท้อแท้

อาวุธและเงินคือหัวใจสำคัญที่นักรบต้องใช้ในการฝึกฝนและพัฒนา อย่างที่โบราณกล่าวไว้ว่า ‘คนยากจนเรียนวรรณกรรม คนร่ำรวยฝึกฝนการต่อสู้’ เส้นทางนักรบปูมาเพื่อคนรวยเท่านั้น!

เดิมทีออโรร่ามีฐานะที่ร่ำรวย แต่ตอนนี้ทรัพย์สินของพวกเขาหมดไปแล้ว กำลังทรัพย์ที่มีจึงไม่มากพอที่จะดูแลตระกูลขนาดใหญ่นี้ได้

ลินนิจมองเซี่ยเฟยอย่างมีความหวังนั่นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขารู้ดีว่าเจ้านายคนนี้เป็นหนึ่งในโซลครีเอเตอร์ผู้ทรงพลัง ตอนนี้ตระกูลกำลังตกต่ำลินนิจจึงหวังว่าเซี่ยเฟยจะทำอะไรบางอย่างเพื่อกอบกู้สถานการณ์ของออโรร่ากลับคืนมา

“เอาล่ะ เรามาหาทางเข้าไปในตระกูลก่อนดีกว่า” เซี่ยเฟยกล่าว

หลังการฝึกฝนฝูเฉินก็พาเซี่ยเฟยมาส่งที่กาแล็กซีทาโรต์แล้วจากไป แต่ชายชราได้ย้ำเตือนซ้ำ ๆ ว่าห้ามชายหนุ่มทำอะไรที่เสี่ยงต่อการเปิดเผยตัวตนอย่างเด็ดขาด เพราะหากศัตรูรู้ว่าเขาเป็นใครเรื่องราวอาจจะยุ่งยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ง่าย ๆ

ด้วยเหตุนี้เซี่ยเฟยจึงไม่สามารถไปตะโกนบอกทุกคนในตระกูลได้ว่าเขาคือหลานชายของเซียวกู๋และต้องการกลับมายังตระกูล ชายหนุ่มจึงต้องหาวิธีแฝงตัวเข้าไปในออโรร่าเพื่อสืบหาข้อมูลก่อน

“ในตระกูลมีเรือนรับรองสำหรับแขกที่มาเยี่ยมเยือน นายลองปลอมตัวเข้าพักที่นั่นดูสิ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเรือนนั้นจะยังอยู่ไหมนะ เพราะสถานการณ์ของตระกูลไม่ค่อยดีเหมือนเดิมแล้ว” ลินนิจกล่าวหลังจากคิดหาวิธีอยู่ครู่หนึ่ง

เซี่ยเฟยสอบถามข้อมูลจากพนักงานร้านได้ความว่าเรือนรับแขกยังมีอยู่ เขาจึงจ่ายเงินค่าอาหารก่อนจะออกเดินทาง

เมื่อมาถึงหน้าประตู สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเรือนรับรองที่ดูโอ่อ่าและสวยงามกว่าคฤหาสน์ของออโรร่าเสียอีก ในอาคารมีผู้คนเดินเข้าออกไม่ขาดสาย บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความคึกคัก

“คนพวกนี้เป็นแขกของออโรร่าหมดเลยเหรอ?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย ซึ่งในเวลาไม่นานมันก็มีกลุ่มคนเมาส่งเสียงดังเอะอะโวยวายทยอยเข้ามาด้านในอาคาร

“ออโรร่าโดดเด่นเรื่องการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ แต่จริง ๆ แล้ว 90% ของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นแขกปลอมที่มาอาศัยกินฟรีอยู่ฟรี รายได้ของตระกูลถูกคนพวกนี้ใช้เยอะมาก พูดได้เลยว่าถ้าโซลครีเอเตอร์คือปลิงดูดเลือด คนพวกนี้ก็เป็นลูกปลิงดูดเลือดอีกที! มีหลาย ๆ คนพาครอบครัวมาอยู่ที่นี่และไม่คิดจะย้ายออกไปไหนอีกเลยด้วยซ้ำ” ลินนิจกล่าวอย่างอ่อนใจ

ตลกเกินไปแล้ว นี่มันเรียกว่าความจริงใจตรงไหน?

แบบนี้มันคือคนโง่ชัด ๆ!!

ด้านหน้าเรือนรับรองเป็นสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน บ้างก็จับกลุ่มนั่งใต้ต้นไม้จิบชารับสายลมเย็น บ้างก็ยืนอยู่ริมทะเลสาบดื่มสุราและพูดคุยอย่างสนุกสนาน บางคนถึงขนาดพาหญิงโสเภณีเข้ามาในอาคารด้วยซ้ำ

โอ้โห! นี่มันกลางวันแสก ๆ! แล้วมันก็ไม่ใช่สถานที่ที่จะมาทำอะไรแบบนี้ด้วย!

พอเดินไปถึงเรือนรับรองเซี่ยเฟยก็ปลอมตัวด้วยการบอกว่าเป็นแขก พ่อบ้านชราจึงยื่นกุญแจให้เขาพร้อมพูดขึ้นมาอย่างสุภาพ

“นี่คือกุญแจห้องหมายเลข 9 แต่พอดีว่าคนมาพักเยอะ ห้องดี ๆ เลยเต็มหมดแล้ว อีก 2-3 วันถ้ามีห้องว่างฉันจะจัดห้องให้เธอใหม่นะ”

เซี่ยเฟยรับกุญแจมาพลางคิดในใจว่าสมควรแล้วที่ตระกูลออโรร่าจะเสื่อมถอย แค่แกล้งปลอมตัวเป็นแขกก็สามารถเข้าพักได้เลยโดยไม่มีการตรวจสอบอะไร แบบนี้ต่อให้ตระกูลต้องล่มสลายมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรแล้ว

พ่อบ้านเห็นเซี่ยเฟยขมวดคิ้วก็คิดว่าชายหนุ่มไม่พอใจ เขาจึงรีบพูดต่อขึ้นมาอย่างกังวลว่า

“ถึงห้องหมายเลข 9 จะดูเก่าไปบ้าง แต่มันก็เงียบสงบ เรือนอื่นมันค่อนข้างจะ...”

พูดถึงตรงนี้ชายชราก็แสดงท่าทางออกมาอย่างอึดอัดใจ เพราะกฎของตระกูลคือแขกที่มาเยือนเป็นแขกผู้มีเกียรติที่เขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนได้ เขาจึงจำใจมองดูเรือนรับแขกถูกอันธพาลเข้าครองโดยพูดอะไรไม่ได้เลย

“ไม่เป็นไรครับ ผมชอบความสงบอยู่แล้ว ห้อง 9 ก็ดีเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นมันก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 7-8 คนเดินโซเซเข้ามา ก่อนที่หัวโจกซึ่งเป็นชายร่างใหญ่ผิวดำจะยืนชี้หน้าด่าพ่อบ้านเสียงดัง

“ออโรร่าต้อนรับแขกแบบนี้เหรอ!? พวกเรากำลังสนุกอยู่เลย แต่แม่ครัวก็มาบอกว่าเหล้าหมดแล้ว!? เหล้าหมด? จะให้พวกเราแดกเยี่ยวแทนรึไง!?”

“นั่นสิ ขี้งกแบบนี้ยังกล้าอ้างว่าตัวเองเป็นตระกูลใหญ่โต ถ้ารู้แบบนี้ฉันคงบอกพี่สาวไม่ให้แต่งงานกับคนของตระกูลนี้ตั้งแต่แรก เลี้ยงข้าวแต่ไม่เลี้ยงเหล้าเนี่ยนะ นี่มันวิธีรับแขกแบบไหนวะ!?”

อันธพาลกลุ่มนี้หน้าด้านมาขอเหล้าเพิ่ม!

เซี่ยเฟยมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่พอใจ ยิ่งไปกว่านั้นคือดวงตาทั้งสองของลินนิจก็กำลังแดงก่ำ ถ้าเขาดึงเนอร์วาน่าออกมาในตอนนี้วิญญาณผู้พิทักษ์คงจะฆ่าคนพวกนี้ทิ้งทันทีแน่นอน

“แขกทุกคนล้วนเป็นแขกผู้มีเกียรติ พวกเราไม่มีทางละเลยพวกคุณแน่นอน เดี๋ยวฉันจะรีบส่งคนไปซื้อเหล้ามาให้เดี๋ยวนี้ พวกคุณช่วยใจเย็น ๆ กันก่อนนะครับ” พ่อบ้านชรายังคงกล่าวอย่างใจดี

“ฉันต้องการเหล้าจากร้านชุ่ยไป๋ซวน ห้ามเอาของราคาถูกมาหลอกพวกฉันเด็ดขาด!” หลังกล่าวจบกลุ่มอันธพาลก็เดินจากไปทิ้งพ่อบ้านให้มองดูเซี่ยเฟยอย่างอึดอัด ก่อนที่ชายชราจะกล่าวพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ว่า

“พวกเราเป็นญาติกัน ในเมื่อพวกเขาร้องขอฉันก็ต้องทำให้ดีที่สุด”

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เดินจากไปอย่างเงียบ ๆ แต่ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงถอนหายใจของพ่อบ้านตามมาจากด้านหลัง

“เฮ้อ…ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปแย่แน่ ตอนแรกค่าใช้จ่ายของเรือนรับแขกก็มากพออยู่แล้ว คนพวกนี้ยังจะมาขอเหล้าจากร้านชุ่ยไป๋ซวนอีก...”

***************

ใจดีจนโดนเอาเปรียบขนาดนี้ต้องใจร้ายบ้างเน้อ หงุดหงิดดดด

จบบทที่ ตอนที่ 1,074 เรือนรับแขกสุดแปลกประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว