- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,066 ชนะต่อเนื่อง 101 ครั้ง
ตอนที่ 1,066 ชนะต่อเนื่อง 101 ครั้ง
ตอนที่ 1,066 ชนะต่อเนื่อง 101 ครั้ง
ตอนที่ 1,066 ชนะต่อเนื่อง 101 ครั้ง
ตัวละครที่เซี่ยเฟยบังคับอยู่ถูกรู้จักในวงกว้างว่าเป็นตัวละครที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาตัวละครทั้งหมดของเกมโซลแบทเทิล และถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะอาศัยประสบการณ์เอาชนะคู่ต่อสู้มาได้ต่อเนื่อง 18 คน แต่ชัยชนะในแต่ละครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ท้ายที่สุดร่างกายของเสี่ยวซิงก็อ่อนแอมาก ที่สำคัญคือตัวละครตัวนี้มีแขนซ้ายเพียงข้างเดียว
การสูญเสียแขนไปหนึ่งข้างทำให้การทรงตัวแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ช่วงแรกเซี่ยเฟยจึงเคลื่อนไหวอย่างติดขัดเพราะมันมีแขนข้างหนึ่งขาดหายไป
อย่างไรก็ตามเมื่อชายหนุ่มบังคับเสี่ยวซิงมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวละครตัวนี้ การเคลื่อนไหวของตัวละครจึงเริ่มคล้ายกับการร่ายรำท่ามกลางสนามรบมากขึ้นเรื่อย ๆ
ระหว่างการใช้เล่ห์กายากับร่างจำลอง เซี่ยเฟยก็จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนตัววิชาให้เข้ากับความไม่สมดุลย์ของร่างกาย ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขาได้สร้างวิชาการเคลื่อนไหวที่ดูแปลกประหลาดมากไปกว่าเดิม
“การเคลื่อนไหวของเขามันจะแปลกประหลาดเกินไปแล้ว ระหว่างการเคลื่อนไหวมันดูเหมือนจะล้มตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ แต่ผลลัพธ์มันกลับดีเกินความคาดหมาย ใครบอกว่าเสี่ยวซิงเป็นเพียงแค่ตัวละครพิการ ถ้าหากว่าฉันเคลื่อนไหวได้แบบนี้ฉันก็ยอมที่จะตัดแขนของตัวเองออกไป” ฝูเฉินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
เหล่าบรรดานักรบที่มีประสบการณ์สามารถมองออกได้อย่างง่ายดายว่าการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ท้ายที่สุดด้วยการเคลื่อนไหวแปลก ๆ เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอน เสี่ยวซิงก็สามารถเข้าประชิดตัวศัตรูได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากนั้นตัวละครตัวนี้ก็จะทำการสังหารศัตรูอย่างเด็ดขาด
คนส่วนใหญ่ที่เล่นเกมนี้ไม่ใช่นักรบตัวจริง พวกเขาจึงไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้เทียบชั้นกับเซี่ยเฟยได้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นชายหนุ่มยังใช้วิชาเล่ห์กายาเพื่อเสริมความคล่องตัวให้กับเสี่ยวซิง ทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่นานเหล่าบรรดาพูดท้าชิงก็กลายเป็นเพียงแค่กระสอบทรายสำหรับเขา
ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้เซี่ยเฟยยังไม่ได้ใช้วิชาวิญญาณออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งที่เขาใช้มีเพียงทักษะทางกายภาพ แต่ถึงกระนั้นเขาก็สามารถจัดการกับคู่ต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องถึง 37 คนแล้ว
เหล่าบรรดาผู้ชมและผู้ท้าชิงต่างก็ตกตะลึงไปในเวลาเดียวกัน เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าตัวละครกระจอก ๆ อย่างเสี่ยวซิงจะได้กลายเป็นนักฆ่าแขนเดียว
ในที่สุดเส้นทางของการพัฒนาเส้นทางใหม่ก็ถูกเปิดออกโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะในระหว่างที่เซี่ยเฟยบาดเจ็บและไม่สามารถต่อสู้จริงได้นั้น เขากลับได้รับประสบการณ์จากการต่อสู้ในระบบจำลอง
ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ควรจะมีการปรับปรุงอยู่เสมอ นับตั้งแต่ที่อันธได้สอนวิชาเล่ห์กายาเวอร์ชั่นสำนักเงาสังหารให้กับเขามา เซี่ยเฟยก็ไม่เคยหยุดคิดที่จะปรับปรุงทักษะการเคลื่อนไหวนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
หากในตอนนี้มันได้มีศิษย์จากสำนักเงาสังหารมาพบเห็นการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม พวกเขาก็คงจะคิดไม่ถึงอย่างแน่นอนว่าเล่ห์กายาของเซี่ยเฟยมีพื้นฐานมาจากเล่ห์กายาของสำนัก เพราะด้วยการเคลื่อนไหวที่เกินกว่าขีดจำกัด มันจึงทำให้ร่างกายของชายหนุ่มเคลื่อนไหวได้ราวกับว่าเขาเป็นภูติผี
การเคลื่อนไหวอันน่าเหลือเชื่อยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่คู่ต่อสู้ถูกกำจัดลงไปทีละคน
“คนต่อไป” เซี่ยเฟยสะบัดเลือดออกจากดาบพร้อมกับส่งเสียงตะโกนด้วยความเย่อหยิ่ง
“ขณะนี้ไม่มีผู้ท้าชิงเหลืออยู่อีกแล้วค่ะ” เสียงผู้หญิงจากระบบตอบกลับโดยอัตโนมัติ
เซี่ยเฟยชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะตอนแรกเขาจำได้ว่ามีผู้ต้องการท้าทายเข้ามามากกว่า 300 คน แต่หลังจากที่เขาทำการต่อสู้ไปเพียงแค่ไม่กี่สิบคน จู่ ๆ ผู้ท้าชิงเหล่านั้นกลับหายไป
ชายหนุ่มเคลื่อนไหวมือในอากาศเพื่อพยายามตรวจสอบรายชื่อผู้ท้าชิงด้วยตัวเอง แต่เขาได้พบว่ามันไม่มีนักสู้คนใดอยู่ในรายชื่อนั้นแล้วจริง ๆ ราวกับว่าการสังหารที่เหี้ยมโหดในก่อนหน้านี้ได้ทำให้ผู้ท้าชิงในส่วนที่เหลือเลือกที่จะถอนตัวออกไป
ท้ายที่สุดทุกครั้งที่เซี่ยเฟยลงมือชายหนุ่มก็มักจะจู่โจมอย่างโหดเหี้ยมอยู่เสมอ แม้กระทั่งการโจมตีไปที่เป้าของศัตรูก็ไม่มีข้อยกเว้น ทำให้การจู่โจมของเขาส่งผลกระทบต่อผู้ควบคุมตัวละครอย่างรุนแรง
คนธรรมดาเข้าร่วมเกมเพื่อความสนุกสนานเพียงเท่านั้น มันจึงไม่มีใครอยากเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่โหดเหี้ยมเช่นเซี่ยเฟย
—
ณ อาคารโซลแบทเทิล
“ชนะ 101 ครั้งติดต่อกัน นี่มันสถิติใหม่ชัด ๆ” ฝูงชนส่งเสียงตะโกนด้วยความตกตะลึง
“มันไม่ใช่แค่ชนะต่อเนื่อง 101 ครั้งนะ แต่ตัวละครที่เขาใช้มันยังเป็นเสี่ยวซิงอีกด้วย!”
“นายเห็นการเคลื่อนไหวของเขาไหม?”
“ฉันเห็นไม่ชัด แต่มันเป็นการเคลื่อนไหวที่สุดยอดมาก”
“ฉันว่าเสี่ยวเฟยที่ควบคุมเสี่ยวซิงอยู่น่าจะเป็นนักสู้มืออาชีพ”
“ปกตินักรบมืออาชีพจะไม่ได้เริ่มต้นที่แรงค์แรกนี่ เขามาอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของคนธรรมดาได้ยังไง?”
เหล่าบรรดาผู้ชมไม่ได้รู้เลยว่าเซี่ยเฟยไม่ได้เติบโตในจักรวาลอัลฟ่าตั้งแต่แรก และครั้งนี้มันก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าร่วมเกมโซลแบทเทิลจริง ๆ
นักรบในจักรวาลอัลฟ่าจะได้เข้าร่วมการต่อสู้ภายในระบบจำลองตั้งแต่อายุอย่างน้อย และถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่สามารถเปิดผนึกโซลมาร์คในความเป็นจริงได้ แต่พวกเขาก็สามารถใช้ระบบจำลองเพื่อทำความคุ้นเคยกับโซลมาร์คได้ล่วงหน้า
เมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาสามารถปลดผนึกโซลมาร์คได้สำเร็จ ในเวลานั้นพวกเขาก็จะสามารถใช้พลังวิญญาณของตัวเองออกมาได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะว่าพวกเขาได้มีการซักซ้อมตั้งแต่แรก
ด้วยเหตุนี้เองมันจึงไม่มีนักรบที่แท้จริงอยู่ในระดับแรงค์ต่ำขนาดนี้ เพราะพวกเขาได้สะสมคะแนนไต่ขึ้นไปยังแรงค์สูง ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ผู้ท้าชิงที่เซี่ยเฟยได้พบเจอในช่วงแรกจึงเป็นเพียงแค่คนธรรมดา และในบางครั้งมันก็จะมีนักรบระดับต่ำผ่านมาให้เขาต่อสู้บ้างเป็นครั้งคราว
แม้ว่าผู้ท้าชิงจะไม่ใช่นักรบที่แท้จริง แต่การกระทำของเซี่ยเฟยก็ยังสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนได้อยู่ดี ท้ายที่สุดตัวละครที่เขาใช้ก็คือเสี่ยวซิงที่ทุกคนต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นตัวละครที่อ่อนแอที่สุด ในเวลาเพียงแค่ไม่นานชื่อเสี่ยวเฟยก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งยานสปีดเดอร์แมมมอธ
น่าเสียดายที่ชื่อเสี่ยวเฟยเป็นเพียงแค่นามแฝงและบนยานก็มีผู้โดยสารเป็นจำนวนหลายแสนคน มันจึงไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ที่ใช้นามแฝงเสี่ยวเฟยแท้ที่จริงแล้วคือใคร ทุกคนต่างก็ทำได้เพียงแต่คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา
“ดูนั่น! เสี่ยวเฟยออกจากระบบแล้ว”
“เขาเลิกเล่นแล้วจริง ๆ งั้นเหรอ? เขาไม่รู้หรือไงถึงแม้ว่ามันจะไม่มีการส่งคำท้าทาย แต่ในท้ายที่สุดระบบก็จะจัดคู่ต่อสู้ให้กับเขาอัตโนมัติอยู่ดี”
“ชั่วโมงที่ผ่านมาเขาเก็บคะแนนได้ตั้ง 535 คะแนนเชียวนะ สถิติของเขาขึ้นเป็นอันดับ 1 ในสถิติของกาแล็กซีเน็ตเวิร์คแล้วด้วยซ้ำ บางทีเขาอาจจะเบื่อการต่อสู้แบบนี้ไปแล้วก็ได้”
ทุกการจัดการกับคู่ต่อสู้ 1 คนจะทำให้เราได้รับ 1 คะแนน แต่ถ้าหากว่ามีคู่ต่อสู้ถอนตัวจากการท้าชิง คู่ต่อสู้คนนั้นก็จะถูกหัก 3 คะแนนในทันที
ก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยได้ทำการตอบรับการท้าชิงของคู่ต่อสู้พร้อมกันถึง 318 คน แล้วถึงแม้ว่าเขาจะได้รับชัยชนะเพียงแค่ 101 ครั้ง แต่ด้วยจำนวนของผู้ท้าชิงที่ถอนตัวออกไปก็ทำให้โดยรวมแล้วเขามีคะแนนสูงถึง 535 คะแนน
น่าเสียดายที่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังคาดหวังว่าเซี่ยเฟยจะทำลายสถิติต่อไป ชายหนุ่มก็เลือกที่จะออกจากระบบซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ทุกคนคาดไม่ถึงมาก่อน
ฝูงชนที่ร้องตะโกนบริเวณห้องโถงของอาคารโซลแบทเทิลค่อย ๆ กระจายตัวกันออกไป แต่ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกสงสัยว่าแท้ที่จริงผู้ใช้ชื่อเสี่ยวเฟยคือใครกันแน่
ระหว่างนั้นเองมันก็ได้มีเด็กหนุ่มอายุประมาณ 13 ปีเดินเข้ามาในอาคารตามด้วยชายชราหุ่นผอมเพรียว 2 คนที่คอยตามประกบอย่างใกล้ชิด
เมื่อได้เห็นความวุ่นวายในห้องโถง เด็กหนุ่มผมม่วงก็โบกมือเล็กน้อยเรียกให้ชายชราที่อยู่ด้านหลังเงี่ยหูเข้ามาฟังด้วยความเคารพ
“ไปสืบดูว่ามันมีเรื่องอะไร?” เด็กหนุ่มออกคำสั่งอย่างเย็นชา
ชายชราคนหนึ่งรีบแยกตัวออกไปตรวจสอบสถานการณ์ในทันที ก่อนที่เขาจะกลับมาด้วยความรวดเร็ว
“มีคนใช้ตัวละครเสี่ยวซิงต่อสู้ชนะต่อเนื่อง 101 ครั้งครับ มันเลยทำให้ทุกคนประหลาดใจแบบนี้”
“เสี่ยวซิง? มันคือตัวละครระดับไหน ทำไมฉันถึงจำตัวละครนี้ไม่ได้” เด็กหนุ่มถาม
“เสี่ยวซิงเป็นตัวละครที่อ่อนแอมาก เพราะร่างกายของเขาไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าคนคนนี้จะเป็นใครแต่การที่เขาใช้เสี่ยวซิงชนะต่อเนื่องได้ 101 ครั้งแสดงว่าเขาจะต้องเป็นนักรบชั้นยอดอย่างแน่นอน” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าฉันใช้ตัวละครแบบเดียวกับเขา ฉันพอจะมีหวังสร้างสถิติเหมือนกับเขาได้ไหม?” เด็กหนุ่มถามอย่างสงสัย
“นายน้อยเซียวอย่ามาล้อผมเล่นเลย เสี่ยวซิงเป็นตัวละครของแรงค์ 1 คนที่อยู่ในระดับแรงค์ 9 จะลดตัวลงไปอยู่ในระดับแรงค์ 1 จริง ๆ เหรอ?” ชายชรากล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
“กลับห้องกันเถอะ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตัวละครนี้มันเป็นยังไง” เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่านายน้อยเซียวกล่าวอย่างจริงจัง
ชายชราทั้งสองคนที่อยู่ทางด้านหลังทำได้เพียงแต่ยักไหล่ให้กันอย่างช่วยไม่ได้ และมันก็ไม่มีใครล่วงรู้ว่าทำไมจู่ ๆ นายน้อยของพวกเขาถึงได้มี ความสนใจกับเรื่องตรงหน้ามากถึงขนาดนี้
—
หลังจากเซี่ยเฟยออกมาจากแคปซูล เขาก็เริ่มนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด
“เป็นยังไง สนุกดีใช่ไหมล่ะ?” ฝูเฉินกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“ภายนอกเสี่ยวซิงดูเหมือนจะอ่อนแอมาก แต่เขากลับมีศักยภาพที่ซ่อนเร้นเอาไว้ เพียงแต่ผมยังไม่ได้มีเวลาตรวจสอบอย่างใกล้ชิด” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
“เสี่ยวซิงเป็นตัวละครระดับต่ำมาก มันไม่มีใครอยากจะไปเสียเวลาสำรวจหาศักยภาพของเขาหรอก” ฝูเฉินกล่าวก่อนที่เขาจะนิ่งเงียบไปสักพักและกล่าวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่า
“เรื่องอื่นช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้นายควรจะสร้างความคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวของตัวเองก่อนหรือเปล่า”
“ผมก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ร่างกายของผมมันยังไม่เหมาะสำหรับการฝึกฝน เกรงว่าผมคงจะทำความคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวใหม่ตอนนี้ไม่ได้” เซี่ยเฟยกล่าว
“นายควรจะสร้างความคุ้นเคยใหม่เดี๋ยวนี้เลย ไม่อย่างนั้นนายจะค่อย ๆ ลืมเมื่อเวลาผ่านไป รีบตามฉันมาซะ” ฝูเฉินกล่าวก่อนที่จะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง
หลังจากนั้นคู่หูต่างวัยก็เดินไปยังชั้นบนสุดของยานผ่านเส้นทางในห้องพัก ซึ่งพื้นที่บริเวณนี่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างหรูหรา ตลอดเส้นทางปลอดโปร่งไม่มีใครเดินสัญจรไปมาคล้ายกับว่ามันได้เตรียมเอาไว้ให้สำหรับแขกระดับสูงโดยเฉพาะ
“นี่มันอะไร?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัยขณะชี้นิ้วไปยังเครื่องจักรขนาดใหญ่ภายในห้อง
***************
ฝูเฉินพาเปิดหูเปิดตาของจริง