- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,035 พระเจ้า
ตอนที่ 1,035 พระเจ้า
ตอนที่ 1,035 พระเจ้า
ตอนที่ 1,035 พระเจ้า
ผู้คนเป็นจำนวนมากตระหนักได้แล้วว่าเซี่ยเฟยคือแม่เหล็กดูดปัญหาที่มักจะนำพาเรื่องปวดหัวมาให้ตัวเองอยู่เสมอ
โดยในสงครามครั้งนี้ความจริงก็ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะเป็นแม่เหล็กดูดปัญหาธรรมดาเท่านั้น แต่ชายหนุ่มเรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็กดูดปัญหาระดับจักรวาลอีกด้วย เพราะตอนนี้เขาได้หลุดเข้าไปท่ามกลางฝูงรีเวิร์สทั้งที่ประตูจักรวาลถูกปิดผนึก หรือมันก็อาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าเขาไม่เหลือเส้นทางสำหรับการถอยหนีอีกต่อไปแล้ว
“ตายซะ!” เซี่ยเฟยร้องคำรามด้วยแววตาอันแดงก่ำ โดยในปัจจุบันเขาไม่ได้มีเวลาคิดถึงอันตรายที่ตัวเองกำลังพบเจอเลยแม้แต่นิดเดียว
ชายหนุ่มโบกสะบัดเนอร์วาน่าด้วยมือของตัวเอง ขณะใช้ดาบดราก้อนสไปน์จู่โจมด้วยมืออีกข้าง อาวุธวิญญาณทั้งสองชนิดต่างก็ฟาดฟันเข้าใส่ศัตรูอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากที่เซี่ยเฟยโหมกระหน่ำโจมตีได้เพียงอีกไม่นาน ร่างกายของโกลเด้นอายก็สลายกลายเป็นเพียงแค่เศษฝุ่น
การกระทำของเซี่ยเฟยเป็นสิ่งที่บ้าคลั่งมาก และถึงแม้ว่าในบริเวณนั้นจะมีนักรบจากเผ่าพันธุ์รีเวิร์สอีกหลายคน แต่มันกลับไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวใด ๆ สิ่งที่พวกมันทำได้คือการยืนเฝ้าดูเซี่ยเฟยสับร่างกายของโกลเด้นอายเป็นชิ้น ๆ
เมื่อเนอร์วาน่าดูดกลืนพลังมาจากร่างของโกลเด้นอาย มันก็ทำให้ทั่วทั้งร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยพละกำลังอันบ้าคลั่งอีกครั้งหนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้วศัตรูคนนี้ก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าได้กับโซลฮันเตอร์ระดับสูง พลังงานที่ได้รับจากการสังหารศัตรูจึงอยู่เหนือเกินกว่าระดับที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
เซี่ยเฟยรู้ดีว่าสถานการณ์ในปัจจุบันของเขาไม่สู้ดีนัก เขาจึงรีบพุ่งตัวออกไปด้านหน้าพร้อมกับโบกสะบัดอาวุธวิญญาณทั้งสองชิ้นออกไปตลอดเวลา
เส้นทางล่าถอยถูกปิดผนึกเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาไม่สามารถถอยย้อนกลับไปยังดินแดนกฎได้อีกต่อไป สิ่งแรกที่ชายหนุ่มต้องการจะทำคือการหลบหนีออกไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขารอดพ้นจากเขตอันตราย เมื่อนั้นเขาค่อยทำการย่อยพลังงานปริมาณมหาศาลที่อยู่ในสมอง
แม้ว่าเขาจะทำการสังหารโกลเด้นอายได้สำเร็จ แต่มันก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยเช่นกัน สิ่งที่ทำให้เซี่ยเฟยสามารถยืนหยัดได้ในตอนนี้จึงมีเพียงแรงใจอันดื้อรั้นของเขาเท่านั้น ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาสามารถหมดสติเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่มีใครรู้
“ใครขวางก็ตายไปซะ!!” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนอย่างดุเดือด
เนื่องมาจากพลังงานที่ได้รับจากการสังหารโกลเด้นอายรุนแรงมากจนเกินไป มันจึงทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกอึดอัดอยู่เล็กน้อย ชายหนุ่มจึงต้องการฝ่าวงล้อมออกไปค้นหาสถานที่อันปลอดภัยเพื่อทำการย่อยพลังงานโดยเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
หลังจากฝูงรีเวิร์สตกตะลึงไปครู่หนึ่งพวกมันก็กลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง อสูรกายเหล่านี้จึงล้อมรอบเซี่ยเฟยเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูของพวกมันหลบหนี
การต่อสู้ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะแข็งแกร่งกว่าศัตรูมาก แต่น่าเสียดายที่จำนวนของศัตรูมีอยู่มากจนเกินไป สถานการณ์นี้คล้ายกับสุภาษิตน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เพราะไม่ว่าเขาจะทำการสังหารศัตรูลงไปมากเท่าไหร่ จำนวนของรีเวิร์สก็ไม่ลดลงไปจากเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว
ท่ามกลางการต่อสู้อันยากลำบากอยู่นั่นเอง จู่ ๆ อุกกาบาตสว่างไสว 4 ดวงก็ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน และเมื่อพิจารณาจากตำแหน่งของพวกมันก็ดูเหมือนกับว่าอุกกาบาตเหล่านี้จะเดินทางมาจากอีกฝั่งของประตูจักรวาล
ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ
ลำแสงดาวตกพุ่งผ่านฝูงรีเวิร์สอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ทำให้วงล้อมที่เคยบดบังเส้นทางเอาไว้อย่างแน่นหนาถูกเปิดออกอย่างฉับพลัน
“เซี่ยเฟยโอกาสมาแล้ว! หากนายไล่ตามอุกกาบาตพวกนั้นไป พวกรีเวิร์สจะต้องไล่ตามจับนายไม่ได้แน่ ๆ” ลินนิจตะโกนเสียงดัง
ลางสังหรณ์ของชายหนุ่มได้แจ้งเตือนขึ้นมาว่าหากเขาต้องการจะหนีออกไปจากวงล้อมของศัตรู เขาก็จำเป็นจะต้องใช้อุกกาบาตทั้งสี่เป็นใบเบิกทางเพื่อหลบหนีออกไปจากขุมนรกที่อันตรายแห่งนี้
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เร่งความเร็ววิ่งตามเส้นทางของอุกกาบาตทั้งสี่ไปอย่างกระชั้นชิด ซึ่งพวกมันไม่เพียงแต่จะเจาะทะลุทะลวงฝูงรีเวิร์สได้อย่างแข็งแกร่งเท่านั้น แต่พวกมันยังเลือกเส้นทางในการหลบหนีได้อย่างไร้ที่ติอีกด้วย
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังหลบหนีไล่ตามกลุ่มอุกกาบาตไปอย่างใกล้ชิด เขาก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างประหลาดใจ เมื่อได้พบว่าด้านหลังของประตูจักรวาลคืออีกจักรวาลหนึ่งที่ให้ความรู้สึกถึงแรงกดดันมากกว่าจักรวาลที่เขาจากมา
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้มีเวลาคิดพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก โดยเขายังคงไล่ตามกลุ่มอุกกาบาตต่อไปด้วยความเร็วมากกว่า 8 ล้านเมตรต่อวินาที
อย่างไรก็ตามความเร็วเพียงเท่านี้ยังไม่มากพอที่จะไล่ตามกลุ่มอุกกาบาตได้ ในที่สุดอุกกาบาตทั้งสี่ดวงก็เคลื่อนที่ไกลออกไปเรื่อย ๆ ก่อนที่พวกมันจะแยกย้ายหายไปในอวกาศอย่างไร้ร่องรอย
ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็ยังไม่ได้ปลีกตัวออกมาจากฝูงศัตรูได้อย่างสมบูรณ์ ดาบทั้งสองเล่มภายในมือจึงถูกตวัดออกไปอย่างต่อเนื่อง และในบางครั้งเขาก็จำเป็นจะต้องใช้กฎแห่งความโกลาหลเพื่อเปิดเส้นทางด้วย
ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าตอนนี้กาลเวลาได้ผ่านพ้นไปนานเท่าไหร่แล้ว และเขาได้ทำการสังหารศัตรูไปแล้วกี่คน ในที่สุดหลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นไปอย่างเนิ่นนาน เซี่ยเฟยก็สามารถหลบหนีออกมาจากฝูงของรีเวิร์สได้สำเร็จ
สองเท้าของเซี่ยเฟยยังคงวิ่งต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และในวันนี้มันก็เป็นวันที่เขาออกวิ่งมาไกลที่สุดในชีวิตเท่าที่เขาได้เคยทำมาแล้ว
พื้นที่ด้านหน้าเป็นแถบดาวเคราะห์น้อยที่ทอดยาวอย่างไร้ที่สิ้นสุด เซี่ยเฟยเหลือบสายตามองไปยังผู้ไล่ตามบริเวณด้านหลังและมองไปยังแถบดาวเคราะห์น้อยที่ซับซ้อนบริเวณด้านหน้า จากนั้นเขาจึงกัดฟันตัดสินใจใช้เส้นทางอันซับซ้อนนี้ในการหลบหนีศัตรู
เซี่ยเฟยวิ่งซอกแซกไปตามกลุ่มดาวเคราะห์น้อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ทำให้เขาสามารถสลัดฝูงรีเวิร์สที่ไล่ตามมาได้อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน แต่เปลือกตาทั้งคู่ก็หนักมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับความง่วงที่แทบจะทำให้เขาสลบในเวลานั้นได้เลย
ในที่สุดเซี่ยเฟยก็หมดสติจนทำให้ร่างของเขาร่วงลงไปบนอุกกาบาตขนาดยักษ์ก้อนหนึ่ง
“เซี่ยเฟยอย่าพึ่งหลับ! รีบตื่นขึ้นมาก่อน!!” ลินนิจตะโกนขึ้นมาสุดเสียง ขนอุยพยายามใช้ร่างของมันรั้งตัวของเซี่ยเฟยเอาไว้อย่างสุดกำลัง หงส์ครามยืดยาวออกไปปกคลุมร่างของชายหนุ่มเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างของเซี่ยเฟยตกกระทบกับพื้นจนได้รับอันตราย
แม้ว่าเซี่ยเฟยจะหมดสติแต่มันก็ยังคงมีร่องรอยของสติสัมปชัญญะ คล้ายกับว่าตอนนี้เซี่ยเฟยอยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นยังไม่ได้เป็นลมหมดสติไปซะทีเดียว
หลังจากร่วงหล่นลงอย่างอิสระนานกว่า 10 นาที ชายหนุ่มก็ตกกระทบบนพื้นอุกกาบาตในที่สุด และถึงแม้ว่าขนาดอุกกาบาตดวงนี้จะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนกับดาวเคราะห์ แต่มันกลับมีแรงโน้มถ่วงที่รุนแรงจนน่าประหลาดใจ เพราะถึงแม้หงส์ครามจะปกป้องเซี่ยเฟยเอาไว้ แต่ร่างกายของชายหนุ่มก็ยังตกกระทบกับพื้นอุกกาบาตอย่างรุนแรงอยู่ดี
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่มีใครรู้เลยว่าการร่วงหล่นในครั้งนี้จะส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟย
โซลมาร์คเริ่มส่องแสงสว่างอย่างเจิดจ้าพร้อมกับทำการดูดซับอักขระกฎภายในสมองของชายหนุ่มเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่อักขระกฎถูกกลืนหายไป โซลมาร์คก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ วินาที
ลินนิจเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับโซลมาร์คในสมองของเซี่ยเฟยอยู่เหนือเกินกว่าความเข้าใจของเขาไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้คือสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยเป็นนักรบที่มีความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าริเวอร์ก็ตาม
ตูม!
ทันใดนั่นเองมันก็เกิดปรากฏการณ์เจ็ดมังกรทะยานฟ้า ซึ่งความผันผวนของพลังงานที่เกิดขึ้นมาจากการเลื่อนระดับก็มีความรุนแรงมากยิ่งกว่าตอนที่เซี่ยกู่เฉิงบุกทะลวงจนกลายเป็นพระเจ้าเสียอีก
“พระเจ้า!? นี่นายกลายเป็นพระเจ้าไปแล้วงั้นเหรอ” ลินนิจอุทานพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยไม่ได้มีสติมากพอที่จะมองเห็นเหตุการณ์นี้ แล้วถึงแม้เขาจะมีสติสัมปชัญญะอยู่จริง ๆ แต่ชายหนุ่มก็คงจะให้ความสนใจไปที่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในสมองของเขามากกว่า
—
ในวันแรกลินนิจรู้สึกกังวลใจมาก เพราะเขากลัวว่าพวกรีเวิร์สจะค้นหาเซี่ยเฟยจนเจอและทำให้ชายหนุ่มได้พบกับอันตราย ท้ายที่สุดเสียงที่เกิดจากปรากฏการณ์เจ็ดมังกรทะยานฟ้าก็รุนแรงมาก หากว่ามันมีรีเวิร์สอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ พวกมันย่อมค้นพบตัวตนของเซี่ยเฟยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามถึงแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปแต่มันก็ไม่มีใครปรากฏตัวขึ้นมาบนอุกกาบาตที่รกร้างแห่งนี้ ลินนิจจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้นกว่าเดิมและมุ่งเน้นความสนใจไปที่การเปลี่ยนแปลงของเซี่ยเฟย
ยิ่งลินนิจพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้ามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าร่างกายของชายหนุ่มจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก แต่สภาวะจิตใจของเซี่ยเฟยกลับยังคงแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ
ยิ่งไปกว่านั้นโซลมาร์คอันลึกลับของเซี่ยเฟยยังทำให้ลินนิจรู้สึกสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเขารู้ดีว่าเซี่ยเฟยยังไม่เคยฝึกฝนการใช้พลังวิญญาณเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ชายหนุ่มกลับได้ครอบครองโซลมาร์คที่ทรงพลัง
ระหว่างที่ลินนิจกำลังเต็มไปด้วยความสงสัย ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตื่นขึ้นมาในวันที่ 3
ชายหนุ่มทำการลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนที่เขาเอนตัวพิงกำแพงหินด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า จากนั้นเขาก็ยกนิ้วของตัวเองขึ้นมานวดขมับด้วยอาการวิงเวียน
“ในที่สุดนายก็ตื่นสักที ก่อนหน้านี้ฉันสัมผัสได้ว่านายยังมีสติแต่ทำไมนายถึงยังไม่ตื่น?” ลินนิจถามอย่างสงสัย
“ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่การเปลี่ยนแปลงของสมองได้ดึงดูดความสนใจของฉันไปหมดเลย อันที่จริงฉันรู้ถึงเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งในตอนที่ฉันร่วงหล่นลงมาบนอุกกาบาตดวงนี้เหมือนกัน แต่ในระหว่างนั้นฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้แต่พลังทั้งหมดก็ถูกดูดเข้าไปในโซลมาร์คเหมือนกับว่าโซลมาร์คได้ควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างเอาไว้จนหมดเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่
ลินนิจพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะคำอธิบายของชายหนุ่มสอดคล้องกับสิ่งที่เขาเห็นในช่วงหลาย ๆ วันที่ผ่านมา
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่นายต้องอย่าลืมว่าถึงแม้นายจะกลายเป็นพระเจ้า แต่นายก็ไม่ได้มีเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตเหมือนกับคนอื่น ดังนั้นนายจะต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นายก็ไม่ได้อยู่ในดินแดนกฎแล้วแต่นายกำลังอยู่ในเขตแดนของรีเวิร์ส” ลินนิจกล่าวอย่างเศร้าใจ
ร่างกายของเซี่ยเฟยแปลกประหลาดมาก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะพัฒนาจนกลายเป็นพระเจ้า แต่มันก็ยังไม่มีเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตให้เซี่ยเฟยมีโอกาสกลับไปถือกำเนิดใหม่เป็นครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตามความแปลกประหลาดนี้ก็แลกมากับการที่ชายหนุ่มมีโซลมาร์คอันทรงพลัง และมันก็เป็นสิ่งที่แม้แต่ลินนิจก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตของตัวเอง
“ฉันคงไม่สามารถกลับไปที่ดินแดนกฎได้ง่าย ๆ สินะ แอวริลจะต้องเป็นห่วงฉันมากแน่ ๆ เลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“บางทีนายอาจจะย้อนกลับไปได้นะ อย่าลืมว่านายมีพลังของกฎแห่งความโกลาหล” ลินนิจกล่าว
“คุณจะบ้าเหรอ?! ริเวอร์แข็งแกร่งขนาดไหนคุณก็น่าจะรู้ดี กฎแห่งความโกลาหลของฉันจะทะลวงผ่านผนึกที่เขาสร้างขึ้นมาได้ยังไง ถึงแม้ว่าพลังของกฎแห่งความโกลาหลจะสามารถบุกทะลวงผ่านผนึกจักรวาลไปได้จริง ๆ แต่ถ้าหากพวกรีเวิร์สก้าวข้ามผ่านประตูจักรวาลไปอีกครั้ง ในเวลานั้นเราจะเอาใครมาปิดผนึกประตูจักรวาลเป็นครั้งที่ 3” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับกรอกตา
ลินนิจสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจและได้พบว่าถึงแม้เซี่ยเฟยจะมึนงงอยู่บ้าง แต่การวิเคราะห์และการตัดสินใจของชายหนุ่มยังคงเฉียบคมเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด
ระหว่างทำการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย เซี่ยเฟยก็ทำการเปิดแหวนมิติที่เขาแย่งมาจากโกลเด้นอายและโยนของที่อยู่ด้านในออกมาตรวจสอบทีละชิ้น
โกลเด้นอายมีอุปกรณ์วิญญาณเพียงชิ้นเดียวนั่นก็คือพัดแปลก ๆ ที่มีรูปร่างอันแหลมคม ที่อสูรกายตาทองมักจะใช้ในระหว่างที่ตัวเองทำการโจมตี น่าเสียดายที่ในระหว่างการต่อสู้อุปกรณ์ชิ้นนี้ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วยเช่นกันจนทำให้มันไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ยังคงเลือกเก็บพัดชิ้นนี้ไว้ เพราะอย่างน้อยมันก็ยังคงเป็นอาวุธวิญญาณ มันจึงค่อนข้างน่าเสียดายที่จะทำลายมันทิ้งไป
แต่ในขณะที่เซี่ยเฟยถือพัดของโกลเด้นอายอยู่ในมือนั่นเอง โซลมาร์คในสมองของชายหนุ่มก็เริ่มมีปฏิกิริยาแปลก ๆ เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
***************
เปิดโลกใหม่อีกแล้วววววว เตรียมตัวสนุกกันเลย