- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 432 ลูกศิษย์ของข้าไม่มีทางแพ้!(ฟรี)
ตอนที่ 432 ลูกศิษย์ของข้าไม่มีทางแพ้!(ฟรี)
ตอนที่ 432 ลูกศิษย์ของข้าไม่มีทางแพ้!(ฟรี)
ตอนที่ 432 ลูกศิษย์ของข้าไม่มีทางแพ้!
ชายหนุ่มชุดม่วงมีนามว่า เย่เฟยอวี่ เป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสท่านหนึ่งในนิกายเต้าหยวน คำพูดของเขาดึงดูดความสนใจของศิษย์ทุกคนในทันที
"เลือกสิบคนไปท้าดวลกับบุตรศักดิ์สิทธิ์เหรอ?"
"ไอเดียนี้ฟังดูน่าสนใจดีนะ"
ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมหลายคนเริ่มรู้สึกคันไม้คันมือ สีหน้าแสดงความตื่นเต้น อยากจะลงสนามเต็มแก่
"นับข้าด้วยคน"
ชายหนุ่มชุดเขียวที่นั่งอยู่ไม่ไกลจิบสุรา แล้วฉีกยิ้มกว้างพูดว่า "เรื่องเตะก้นบุตรศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ จะขาดข้าไปได้ยังไง"
"นั่นหยางเถิงนี่นา เรื่องแบบนี้ขาดเขาไปไม่ได้จริงๆ การเตะก้นเป็นสิ่งที่เขาโปรดปรานที่สุด"
ชายหนุ่มชุดเขียวหยางเถิง เป็นหนึ่งในอัจฉริยะของนิกายเต้าหยวน ว่ากันว่าเขามีคุณสมบัติของจักรพรรดิ พรสวรรค์น่ากลัวมาก ในอนาคตมีหวังจะได้ก้าวเข้าสู่ศาลบรรพชน!
"ดีเลย หยางเถิง มีเจ้าร่วมมือด้วย ในระดับเดียวกันนี้ จะต้องกลัวใครอีก?" เมื่อเห็นหยางเถิงก้าวออกมา เย่เฟยอวี่ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น
เย่เฟยอวี่หันไปมองฮวาอวิ๋นเฟย "ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ การต่อสู้ครั้งนี้ถือเป็นศึกแรกของท่านนับตั้งแต่ขึ้นมาจากโลกเบื้องล่าง ท่านคงไม่กล้าปฏิเสธหรอกนะ?"
ตามสายตาของเขา ศิษย์นิกายเต้าหยวนทุกคนต่างก็มองไปที่ฮวาอวิ๋นเฟย ชั่วขณะนั้น สายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่ฮวาอวิ๋นเฟยเพียงจุดเดียว
"หึหึ เจ้าอย่าไปถือสาเลย เจ้าเป็นถึงสายเลือดตรงของตระกูลฮวา แถมยังเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์คนแรกของนิกายเต้าหยวนอีก ย่อมเป็นธรรมดาที่จะดึงดูดความสนใจของพวกเขา" ฮวาไท่สวี่ยิ้มกล่าว
เขาไม่ได้ห้าม และไม่จำเป็นต้องห้ามด้วย ยังไงฮวาอวิ๋นเฟยก็ไม่มีทางแพ้อยู่แล้ว
เย่เฟยอวี่กับหยางเถิง ปกติก็ชอบไปเตะก้นศิษย์คนอื่นนัก วันนี้ก็ถึงเวลาให้พวกเขาสองคนได้ลิ้มรสความเจ็บปวดบ้างแล้ว
"ก็แค่ประลองกันขำๆ ไม่มีอะไรหรอก"
ฮวาอวิ๋นเฟยจิบสุรา ยิ้มบางๆ หันไปพูดกับเย่เฟยอวี่ว่า "เจ้าไปเลือกมาสิบคนก่อนเถอะ ข้าจะรอ"
"ได้ ใจกว้างดี" เย่เฟยอวี่พยักหน้า สบตากับหยางเถิง ทั้งสองต่างก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มรวบรวมคน
คนที่พวกเขาเลือกล้วนเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมที่นั่งอยู่ที่นี่ ระดับพลังที่อ่อนที่สุดก็อยู่ระดับนักบุญ) แล้ว
คนที่มีระดับพลังสูงสุดคือหยางเถิง ผู้มีคุณสมบัติของจักรพรรดิ อายุเพียงสองร้อยปีก็บรรลุระดับนักบุญขั้นสมบูรณ์แล้ว
เมื่อเย่เฟยอวี่และพวกเลือกคนเสร็จแล้ว ก็หันไปมองฮวาอวิ๋นเฟยแล้วพูดว่า "ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ พวกเราพร้อมแล้ว เชิญ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮวาอวิ๋นเฟยก็ไม่ได้ขยับตัว แต่เป็นบุตรเทพสุริยันจันทราที่นั่งอยู่ข้างๆ ลุกขึ้นมาแทน
บุตรเทพสุริยันจันทราสวมชุดคลุมสุริยันจันทรา รูปร่างสง่างาม ผมสีดำปลิวไสว บุคลิกโดดเด่นสะดุดตา ดวงตาทั้งสองข้างสว่างไสวราวกับดวงดาว
เขาหันไปมองเย่เฟยอวี่ หยางเถิง และคนอื่นๆ ทั้งสิบคน แล้วเอ่ยว่า "ข้าเป็นศิษย์สืบทอดชื่อของบุตรศักดิ์สิทธิ์ ศึกครั้งนี้ ข้าจะขอเป็นตัวแทนท่านอาจารย์ลงสู้เอง"
"ศิษย์สืบทอดชื่อ? ตัวแทนอาจารย์ลงสู้?"
เย่เฟยอวี่ หยางเถิง และทั้งสิบคนมองหน้ากัน แล้วก็ส่ายหน้าพร้อมกัน "คนที่พวกเราต้องการท้าประลองคืออาจารย์ของเจ้า ไม่ใช่เจ้า"
"อีกอย่าง ถ้าจะสู้กับเจ้า ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คนถึงสิบคนหรอก"
บุตรเทพสุริยันจันทราหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "ในเมื่อท่านอาจารย์ถูกท้าทาย ในฐานะลูกศิษย์ ข้าย่อมต้องออกมารับหน้า หากพวกเจ้าเอาชนะข้าได้ ก็ย่อมมีสิทธิ์ท้ากับท่านอาจารย์อยู่แล้ว"
เย่เฟยอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็โพล่งออกมาว่า "ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์ของบุตรศักดิ์สิทธิ์ ถ้างั้นเจ้าก็ไปหาคนมาเพิ่มอีกเก้าคนสิ พวกเราจะไม่รังแกเจ้าคนเดียวหรอก"
ในสายตาของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าฮวาอวิ๋นเฟยที่มีฐานะเป็นสายเลือดตรงของตระกูลฮวานั้นคู่ควรแก่การให้ความสนใจมากกว่า และมีคุณสมบัติพอที่จะให้พวกเขาทั้งสิบคนร่วมมือกันสู้
แต่บุตรเทพสุริยันจันทราไม่ได้มีคุณสมบัตินั้น!
"หามาอีกเก้าคนงั้นเหรอ?"
ได้ยินดังนั้น บุตรเทพสุริยันจันทราก็ไม่ได้โกรธ กลับตอบตกลงอย่างใจเย็น "เดี๋ยวก็อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ"
เย่เฟยอวี่เชิดหน้าขึ้น "คนอย่างเย่เฟยอวี่ เกิดมายังไม่รู้จักคำว่าเสียใจเลย"
หยางเถิงก็พยักหน้า "ถูกต้อง เสียใจคืออะไร กินได้ไหมล่ะ?"
เมื่อเห็นท่าทางหยิ่งยโสของทั้งสองคน บุตรเทพสุริยันจันทราก็ส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่พูดอะไรอีก เขาหันไปมองบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง บุตรศักดิ์สิทธิ์เผ่าสงคราม และคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้าง
ทันใดนั้น บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง บุตรศักดิ์สิทธิ์เผ่าสงคราม บุตรเต๋าตระกูลเจียง หวังไท่ชู องค์รัชทายาทมังกรบรรพกาล และอีกเก้าคนก็ทยอยขึ้นมาบนลานประลอง ยืนเคียงข้างบุตรเทพสุริยันจันทรา ทุกคนล้วนมีท่วงท่าสง่างาม มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือใคร
"ตรงนี้แคบไปหน่อย ขึ้นไปสู้ข้างบนดีกว่า"
เย่เฟยอวี่ หยางเถิง และทั้งสิบคนเหาะขึ้นไปในอากาศ แต่ละคนสง่างามโดดเด่น บารมีนักบุญบนร่างแผ่ซ่านอย่างเข้มข้น
พวกเขาทั้งสิบคนต่างก็เคยฝึกฝนวิชาสุดยอดของตระกูลฮวามาบ้าง ถือเป็นผู้ที่หาคู่ต่อสู้ได้ยากในระดับเดียวกัน!
บุตรเทพสุริยันจันทรา บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง และคนอื่นๆ ทั้งสิบก็เหาะขึ้นไปประจันหน้ากับพวกเย่เฟยอวี่จากระยะไกล เพื่อความยุติธรรม พวกเขาก็กดระดับพลังของตนเองไว้ที่ระดับนักบุญเช่นกัน
สิบต่อสิบ ระดับนักบุญทั้งสิ้น!
"ศึกนี้ ใครจะเป็นฝ่ายชนะ?"
ศิษย์นิกายเต้าหยวนต่างก็รู้สึกตื่นเต้นจนเหงื่อซึมมือ แม้ว่าจะถือเป็นคนกันเอง ใครแพ้ใครชนะก็ไม่สำคัญ แต่ในฐานะศิษย์ที่เป็นคนท้องถิ่นของแดนเซียน หากพ่ายแพ้ให้กับผู้บ่มเพาะจากโลกเบื้องล่างที่มีระดับพลังเท่ากัน ก็คงจะเสียหน้าไม่น้อย
ดังนั้น พวกเขาจึงหวังให้เย่เฟยอวี่ หยางเถิง และคนอื่นๆ เป็นฝ่ายชนะ และไม่เพียงแต่ต้องชนะ แต่ยังต้องชนะอย่างสวยงามด้วย!
"สู้ๆ นะ เตะก้นพวกมันเลย!"
ศิษย์คนหนึ่งเป็นแกนนำส่งเสียงเชียร์ ทันใดนั้น ก็เหมือนโยนหินลงน้ำ ศิษย์นับไม่ถ้วนเริ่มร้องตะโกนตาม เสียงดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ จนหูแทบหนวก!
ศิษย์นิกายเต้าหยวนส่วนใหญ่ส่งเสียงเชียร์ให้พวกเย่เฟยอวี่ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ให้กำลังใจบุตรเทพสุริยันจันทราและพวก
"้เจ้าว่าใครจะชนะหรือ?"
ฮวาไท่สวี่หันไปถามฮวาอวิ๋นเฟยด้วยรอยยิ้ม ศิษย์นิกายเต้าหยวนเหล่านี้ต่างก็ฝึกฝนวิชาสุดยอดของตระกูลฮวา ได้รับการสืบทอดวิชามาบ้าง ความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"ลูกศิษย์ของข้าไม่มีทางแพ้หรอก" ฮวาอวิ๋นเฟยยิ้มบางๆ อย่างมั่นใจ
แม้จะเป็นเพียงศิษย์สืบทอดชื่อ แต่เขาก็ไม่ได้สอนแบบขอไปที วิชาที่เขาได้มาจากการลงชื่อเข้าใช้ หลายวิชาก็ถ่ายทอดให้พวกเขาไป
การที่บุตรเทพสุริยันจันทรา บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง และคนอื่นๆ สามารถก้าวออกมาจากเงาของเขาและบรรลุเป็นจักรพรรดิได้นั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปแล้ว แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมากนัก!
"มั่นใจขนาดนั้นเลย?" ฮวาไท่สวี่ค่อนข้างประหลาดใจ
ถ้าฮวาอวิ๋นเฟยพูดแบบนี้ เขาก็ชักจะสนใจขึ้นมาแล้วสิ เขาแหงนหน้ามองสนามประลอง อยากจะรู้ว่าศิษย์สืบทอดชื่อของฮวาอวิ๋นเฟยมีความพิเศษอย่างไร
...
"พวกเราเป็นคนท้องถิ่นของแดนเซียน เพื่อแสดงความมีน้ำใจในฐานะเจ้าบ้าน ให้พวกเจ้าเริ่มก่อนก็แล้วกัน" เย่เฟยอวี่ยืดอกเชิดหน้า สีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม
"ตกลง ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไม่เกรงใจล่ะนะ"
บุตรเทพสุริยันจันทราพยักหน้ายิ้มๆ เขาสบตากับบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง หวังไท่ชู และคนอื่นๆ มุมปากของพวกเขาทั้งสิบคนก็เผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งออกมา
วินาทีถัดมา ทั้งสิบคนก็ตะโกนขึ้นพร้อมกัน: "หนึ่งร่างแปลงสาม!"
"วูบ!"
บารมีนักบุญพลุ่งพล่าน แสงอักขระสว่างวาบ รัศมีเทพเปล่งประกาย
เห็นเพียงร่างกายของบุตรเทพสุริยันจันทราและบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงกำลังเปล่งแสง แสงอักขระพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า กฎเกณฑ์สอดประสานกัน
วินาทีถัดมา จากร่างของพวกเขาทั้งสิบคน ก็มีร่างที่หน้าตาเหมือนพวกเขาทุกประการเดินออกมาคนละสามร่าง!
ร่างเหล่านี้ไม่เพียงแต่หน้าตาเหมือนกับบุตรเทพสุริยันจันทราและพวกเท่านั้น แต่แม้กระทั่งความแข็งแกร่งของกลิ่นอายก็ยังเท่าเทียมกัน เป็นร่างแยกที่ทรงพลังเทียบเท่าร่างต้นเลยทีเดียว!
"เชี่ย ตอนนี้มันไม่ใช่สิบต่อสิบแล้ว มันคือสี่สิบต่อสิบต่างหาก!" ศิษย์นิกายเต้าหยวนสูดลมหายใจเย็นยะเยือก เบิกตากว้าง ร้องอุทานออกมาไม่หยุด
"จบกัน เย่เฟยอวี่กับพวกต้องโดนเตะก้นแน่ๆ!" ศิษย์ที่มีสายตายาวไกลคนหนึ่งร้องลั่น
ร่างแยกสามสิบคน รวมกับร่างต้นสิบคน รวมเป็นสี่สิบคน!
ทั้งสี่สิบคนจ้องมองพวกเย่เฟยอวี่และหยางเถิง ดวงตาเป็นประกาย แฝงรอยยิ้มหยอกล้อ
ชั่วพริบตา ใบหน้าของพวกเย่เฟยอวี่และหยางเถิงก็เขียวปัด
นี่มันจะไปสู้ได้ยังไง?
"จบกัน งานหยาบแล้ว!"