เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,000 พันธมิตร

ตอนที่ 1,000 พันธมิตร

ตอนที่ 1,000 พันธมิตร


ตอนที่ 1,000 พันธมิตร

วัตถุทรงรีคล้ายกับไข่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งลินนิจก็อยากรู้อยากเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในวัตถุชิ้นนี้มาก เขาจึงคอยรบเร้าให้เซี่ยเฟยเปิดมันออก

“ของสิ่งนี้เรียกว่าลูกปัดวิญญาณ มันทำหน้าที่คล้ายกับแหวนมิติในดินแดนกฎ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้มีจุดประสงค์ในการเก็บสิ่งของแต่มีไว้ใช้สำหรับการเก็บข้อมูล” ลินนิจกล่าว

“เก็บข้อมูล?” เซี่ยเฟยอุทานอย่างสงสัย

“อุปกรณ์ชิ้นนี้คล้าย ๆ กับชิปหน่วยความจำ เพียงแต่ว่ามันจะเผยให้เห็นประสบการณ์นั้น ๆ ราวกับว่านายได้ไปยืนอยู่ในสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ความรู้สึกของการได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ถูกเก็บเอาไว้ภายในลูกปัดวิญญาณจึงเป็นสิ่งที่ข้อมูลภายในชิปเก็บข้อมูลไม่สามารถจะนำมาเปรียบเทียบกันได้” ลินนิจกล่าว

“มันคล้าย ๆ การฉายภาพโฮโลแกรมสินะ”

“เรียกว่ามันเป็นการจำลองสถานการณ์จริงน่าจะถูกต้องกว่า” ลินนิจกล่าว

โดยปกติข้อมูลภายในลูกปัดวิญญาณจะถูกเข้ารหัสเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็มีผู้เชี่ยวชาญอย่างลินนิจอยู่ข้าง ๆ มันจึงทำให้การเข้ารหัสไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากสำหรับพวกเขามากนัก

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกว่าลินนิจเป็นคนที่น่าทึ่งมาก เพราะถ้าหากว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจธรรมชาติของลูกปัดวิญญาณ เขาย่อมไม่มีทางค้นพบช่องโหว่ในลักษณะนี้อย่างแน่นอน ถ้าหากคนส่วนใหญ่รับรู้ถึงช่องโหว่นี้ ชายหนุ่มก็คิดว่ามันคงจะไม่มีใครกล้าใช้ลูกปัดวิญญาณเป็นเวลานาน

หลังจากทำตามคำแนะนำของลินนิจ ชายหนุ่มก็สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในลูกปัดวิญญาณได้สำเร็จ ข้อมูลเป็นจำนวนมากจึงไหลเข้าสู่สมองของเขาโดยตรง ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างจริงจัง

“ภายในลูกปัดมีหลักฐานว่าผู้สร้างกับพวกรีเวิร์สมีการตกลงกันอย่างลับ ๆ อยู่จริง ๆ หลายปีที่ผ่านมาผู้สร้างทำหน้าที่รวบรวมวิญญาณให้กับรีเวิร์สมาโดยตลอด นอกจากนี้การเลื่อนระดับของบรรพบุรุษยังทำให้พวกรีเวิร์สต้องการ 1 ล้านวิญญาณมาตรฐานและ 10,000 วิญญาณระดับสูง เพื่อแลกกับการที่พวกมันจะไม่บุกทะลวงผ่านประตูจักรวาลเข้ามา” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

“1 ล้านวิญญาณมาตรฐานกับ 10,000 วิญญาณระดับสูง!? วิญญาณมาตรฐานคือวิญญาณของนักรบระดับจักรพรรดิขึ้นไป ขณะที่วิญญาณระดับสูงคือวิญญาณของนักรบระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดขึ้นไป หากสงครามครั้งนี้ต้องสังเวยวิญญาณมากขนาดนั้น เผลอ ๆ กำลังรบของดินแดนกฎในปัจจุบันอาจจะลดลงไปมากกว่าครึ่ง” ลินนิจกล่าวขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ฉันต้องรีบรายงานบรรพบุรุษเดี๋ยวนี้ นี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้สร้างทรยศต่อดินแดนกฎ!”

เซี่ยเฟยรีบหาสถานที่อันเงียบสงบเพื่อใช้กระเรียนขาวติดต่อไปยังเซี่ยกู่เฉิง

ระหว่างที่เซี่ยเฟยได้พบกับหลักฐานว่าผู้สร้างทรยศต่อดินแดนกฎ เซี่ยกู่เฉิงที่เพิ่งออกมาจากสนามรบก็ได้พบกับเครน

“คุณคือเครนงั้นเหรอ?” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวถามด้วยใบหน้าอันเย็นชา และถึงแม้เขาจะยังไม่แน่ใจว่าผู้สร้างทุกคนจะเป็นคนเลว แต่อย่างน้อยมันก็มีสมาชิกของผู้สร้างทรยศต่อดินแดนกฎแน่นอน เซี่ยกู่เฉิงจึงพูดคุยกับชายชราตรงหน้าอย่างระมัดระวัง

“พวกเรามีเรื่องอยากจะตกลงกับคุณ” เครนกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“คุณมาที่นี่ในฐานะของผู้สร้างสินะ ถ้าอย่างนั้นเรามาเคลียร์เรื่องเก่ากันก่อน ใครที่เป็นคนออกคำสั่งสังหารอีวิลวิงของเราจะต้องชดใช้ ถ้าหากคุณยอมรับเงื่อนไขข้อนี้ไม่ได้พวกเราก็ไม่มีเรื่องอื่นที่จะต้องคุยกัน” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้มาที่นี่ในฐานะตัวแทนของผู้สร้าง ถึงแม้คนทั่วไปจะเข้าใจว่าพวกเราทั้ง 13 ร่วมกันสร้างดินแดนกฎขึ้นมา แต่ความจริงแล้วพวกเราแบ่งแยกออกเป็นสองกลุ่ม” เครนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?!” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ

หลังจากนั้นเครนก็เริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้สร้างและการคุกคามของพวกรีเวิร์สอย่างใจเย็น เพื่อแสดงความจริงใจจากทางฝั่งเขาที่มอบให้กับสกายวิง

เซี่ยกู่เฉิงรับฟังเรื่องราวทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง ซึ่งเขาก็ไม่ได้เห็นท่าทางการโกหกจากชายชราคนนี้เลย

“คุณกำลังบอกว่าพวกคุณทั้งหกคนไม่เห็นด้วยกับการแลกวิญญาณเพื่อความสงบสุข การหายตัวไปของนักรบในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมารวมถึงสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของคอนสแตนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้สร้างทั้ง 13 คนงั้นเหรอ?” เซี่ยกู่เฉิงกล่าว

“ใช่ คอนสแตนคือพระเจ้าระดับสูงคนเดียวในบรรดาพวกเราทั้ง 13 คน และไม่ว่าจะเป็นสไมล์, กรีนหรือชิลล์ต่างก็ล้วนแล้วแต่ทำงานให้กับคอนสแตนทั้งหมด แม้แต่กลุ่มกบฏหรือพวกดาร์คไนท์ก็มีข้อตกลงร่วมกับคอนสแตนด้วยเหมือนกัน” เครนกล่าว

ทันใดนั้นแววตาของเซี่ยกู่เฉิงก็เปล่งประกายออกมาอย่างเย็นชา จิตสังหารของเขาเริ่มปะทุออกมาในทันที เพราะในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าศัตรูที่เขาตามหามาโดยตลอดคือใคร

“ขอบคุณที่เล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟัง แต่การที่คุณมาหยุดฉันเอาไว้ในวันนี้มันคงจะมีเรื่องอะไรมากกว่านี้ใช่ไหม?” เซี่ยกู่เฉิงถาม

“ตอนนี้สถานการณ์ในจักรวาลค่อนข้างจะตึงเครียดมาก พวกรีเวิร์สต้องการที่จะบุกทะลวงประตูจักรวาลอีกครั้ง พวกดาร์คไนท์ที่อยู่รอบนอกของดินแดนกฎก็ไม่ใช่ศัตรูที่เราจะรับมือได้ง่าย ๆ ด้วยเหมือนกัน ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนพวกนั้นแอบร่วมมือกันกับคอนสแตน แต่แท้ที่จริงพวกมันก็มีแผนการเป็นของตัวเอง”

“คราวนี้ดินแดนกฎจะต้องรับศึกจากทั้งภายในและภายนอก หากว่ามันไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น คอนสแตนจะต้องใช้วิธีการเดิมเพื่อประนีประนอมอย่างแน่นอน วิธีการของเขาย่อมนำมาซึ่งการเสียสละชีวิตอย่างมากมาย สงครามที่คุณเพิ่งหยุดเอาไว้มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น”

“หลังจากนี้มันยังจะมีความบาดหมางที่รอวันปะทุขึ้นมาอย่างมากมาย ดังนั้นพวกเราจึงอยากจะร่วมมือกันกับคุณเพื่อหยุดภัยพิบัติในครั้งนี้เอาไว้” เครนกล่าวอย่างจริงจัง

“ร่วมมือ? คุณบอกเองว่าคอนสแตนแข็งแกร่งมาก และถึงแม้ว่าคุณจะรวมพลังกับสหายแต่พวกคุณก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี หากวันหนึ่งพวกคุณต้องเผชิญหน้ากับคอนสแตนจริง ๆ แล้ววันนั้นพวกคุณจะจัดการกับเขายังไง?”

“นอกจากนี้ความสมดุลของจักรวาลก็ถูกพังทลายลงไปแล้ว ถ้าหากดินแดนกฎไม่ได้ส่งมอบดวงวิญญาณเท่าที่พวกรีเวิร์สเรียกร้อง พวกมันย่อมบุกพังประตูจักรวาลเข้ามาจัดการกับพวกเราอย่างแน่นอน ในเวลานั้นมันย่อมเป็นหายนะของดินแดนกฎ เพราะพลังของดินแดนกฎในปัจจุบันไม่มีทางต้านทานการโจมตีของทั้งรีเวิร์สและดาร์คไนท์ได้” เซี่ยกู่เฉิงวิเคราะห์สถานการณ์

“ฉันคิดเรื่องนี้มานานมากแล้ว ถึงแม้แนวทางของคอนสแตนจะสามารถปกป้องจักรวาลให้ปลอดภัยระยะหนึ่งได้ แต่มันย่อมไม่มีทางปกป้องจักรวาลได้ตลอดไป ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกดาร์คไนท์มีการเรียกร้องดวงวิญญาณมากขึ้นเรื่อย ๆ และการสังเวยดวงวิญญาณก็จะทำให้พวกรีเวิร์สแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วยเหมือนกัน”

“วันหนึ่งพวกมันจะแข็งแกร่งมากจนไม่จำเป็นจะต้องรอรับดวงวิญญาณจากพวกเราอีกต่อไป และพวกมันก็จะบุกเข้ามาทำลายจักรวาลแห่งนี้โดยไม่มีใครสามารถต่อต้านพวกมันได้อีกแล้ว”

“ย้อนกลับไปก่อนเริ่มเรื่องด้วยพลังของพวกเราทั้ง 13 คน ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถจัดการกับพวกรีเวิร์สได้ แต่พวกเราย่อมทำให้พวกมันบาดเจ็บสาหัสได้อย่างแน่นอน แต่เสียงส่วนใหญ่ของผู้สร้างกลับเลือกที่จะยอมจำนนจนทำให้เหตุการณ์บานปลายมาจนถึงทุกวันนี้”

“นี่คือเหตุผลที่พวกเราไม่สามารถยอมถอยได้อีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยถ้าหากพวกเรายืนหยัดต่อสู้กับพวกมันจนตาย เราก็ยังปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองเอาไว้ได้ ดีกว่าการเป็นสุนัขรับใช้ที่ต้องสังเวยดวงวิญญาณให้กับพวกมันไปตลอดชีวิต” เมื่อกล่าวมาจนถึงตรงนี้น้ำเสียงของเครนก็เปลี่ยนไปอย่างเดือดดาล

เซี่ยกู่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย เพราะมันเห็นได้ชัดเลยว่าชายชราตรงหน้าต้องการจะใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อไถ่บาปความผิดที่เขาเคยก่อไว้เมื่อในอดีต

“หากคุณ, ฉัน, ซีนและโอเชี่ยนรวมพลังกัน พวกเราก็จะมีพระเจ้าถึงสี่คน นอกจากนี้โอลเดนและลีงโกก็มีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมกับพวกเราด้วยเหมือนกัน ประกอบกับเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเปิดเผยหลักฐานว่าพวกคอนสแตนทรยศต่อดินแดนกฎ ผู้คนทั่วทั้งดินแดนกฎก็จะมายืนอยู่เคียงข้างพวกเรา”

“เมื่อรวมความแข็งแกร่งของพวกเราประกอบกับนักรบในเผ่าเทพ, เผ่ามาร, กลุ่มผู้พิทักษ์และกลุ่มกบฏ แม้ว่าเราจะต้องเผชิญหน้ากับคอนสแตนขึ้นมาจริง ๆ แต่อย่างน้อยพวกเราก็ยังมีโอกาสได้รับชัยชนะ” เครนกล่าวอย่างตื่นเต้น

“คุณบอกว่าคนที่มีพลังใกล้เคียงกับคอนสแตนมากที่สุดคือบลันท์ใช่ไหม? แล้วเขาจะเลือกยืนหยัดอยู่ที่ฝั่งไหน?” เซี่ยกู่เฉิงถาม

“บลันท์เป็นคนที่มีนิสัยแปลกประหลาดมาก ตอนนั้นเขาก็ต่อต้านความคิดของคอนสแตนเหมือนกับพวกเรา แต่เมื่อมติส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นไปเหมือนอย่างที่เราคิด บลันท์ก็หนีหายไปด้วยความโกรธและไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลย” เครนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่โศกเศร้าอยู่เล็กน้อย

“แล้วพวกดาร์คไนท์ล่ะ? พวกมันจะยืนหยัดอยู่ฝั่งไหน?” เซี่ยกู่เฉิงถามอีกครั้ง

“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกมันย่อมจะต้องยืนอยู่เคียงข้างพวกคอนสแตนแน่ ๆ” เครนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

ทั่วทั้งจักรวาลอาจจะคิดว่าเซี่ยกู่เฉิงเป็นคนบ้า แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบมาก แม้แต่ตัวแปรที่เครนไม่ได้พูดถึงแต่เซี่ยกู่เฉิงก็ไม่ได้มองข้ามตัวแปรเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

หากรวมพลังของพวกคอนสแตนเข้ากับพวกดาร์คไนท์จริง ๆ ถึงแม้ทางฝั่งของพวกเขาจะรวมพลังของเผ่าเทพ, เผ่ามาร, กลุ่มผู้พิทักษ์และกลุ่มกบฏเข้าไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝั่งอยู่ดี

เมื่อเครนได้เห็นเซี่ยกู่เฉิงตั้งคำถามขึ้นมาอย่างมากมาย เขาก็คิดว่าสกายวิงคงจะปฏิเสธร่วมมือกับเขาแล้ว ชายชราจึงแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาเล็กน้อย

น่าเสียดายที่เขาคิดผิดไป เพราะเขาหลงลืมไปว่าสกายวิงคือตระกูลที่มีนิสัยแบบไหนกันแน่

กลัว?

สกายวิงไม่เคยหวาดกลัวแม้ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งกว่า แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าไม่ว่าศัตรูจะเป็นใครก็ตาม

“เอาล่ะต่อจากนี้ไปพวกเราคือพันธมิตรกัน สกายวิงจะใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงแต่ศัตรูจะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันเคยทำไว้ในอดีต” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาเมื่อนึกถึงพวกคอนสแตนที่แอบจัดการอัจฉริยะของสกายวิงไป

เครนไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง เพราะเซี่ยกู่เฉิงได้วิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดแล้ว และรู้ดีว่าการต่อสู้ในครั้งนี้มีโอกาสได้รับชัยชนะน้อยมาก แต่ถึงกระนั้นสกายวิงก็ยังตัดสินใจที่จะเข้าร่วมการต่อสู้

สกายวิงถือได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่บ้าคลั่งที่สุดในจักรวาลอย่างแท้จริง และการตัดสินใจของพวกเขาก็ไม่อาจจะเอาสามัญสำนึกของคนธรรมดาไปเทียบวัดได้

เมื่อมาถึงจุดนี้สกายวิงก็ได้กลายเป็นพันธมิตรกับผู้สร้างทั้งสาม แต่ฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาคือกลุ่มผู้สร้างทั้งเจ็ดที่อาจจะมีพวกดาร์คไนท์เข้ามาผนึกกำลังกับศัตรูของพวกเขาด้วย

***************

เดี๋ยวสกายวิงจะพลิกผลของสงครามในครั้งนี้ให้เหล่าผู้สร้างได้ดู! สู้โว้ยยยยย!!

จบบทที่ ตอนที่ 1,000 พันธมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว