เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 988 เรียกกำลังเสริม

ตอนที่ 988 เรียกกำลังเสริม

ตอนที่ 988 เรียกกำลังเสริม


ตอนที่ 988 เรียกกำลังเสริม

“ฉันมีความสุขมากที่ได้เห็นทุกคนกล้ามาปิดล้อมราชวังเพราะฉันแบบนี้ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าทุกคนยังไม่ลืมรากฐานสำคัญของสกายวิง”

จงอย่าละทิ้งใครไว้ข้างหลัง จงอย่ายอมแพ้ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใครก็ตาม นี่คือทัศนคติของสกายวิงที่ต้องจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ และมันก็คือสิ่งที่ทำให้พวกเราแตกต่างไปจากตระกูลอื่น ๆ ระหว่างที่บรรพบุรุษกำลังพูดคุยกับสกายวิงอยู่นั้น มันก็ทำให้ใบหน้าของผู้นำตระกูลอื่น ๆ เริ่มแดงขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ไม่เคยมีตระกูลไหนเคยปกป้องสมาชิกภายในตระกูลของตัวเองได้ดีเหมือนกับสกายวิง ไม่มีใครกล้าประกาศทำสงครามกับศัตรูเพื่อสมาชิกภายในตระกูลเพียงแค่คนเดียว ความกล้าหาญของสกายวิงเป็นสิ่งที่ตระกูลอื่นไม่สามารถลอกเลียนได้ เพราะเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลมันก็มักจะมีการยอมปล่อยผ่านเรื่องอื่นไปบ้างไม่มากก็น้อย แต่สกายวิงไม่เคยปล่อยผ่านเรื่องสมาชิกในตระกูลเลยแม้แต่เรื่องเดียว

“แต่ถึงยังไงคราวนี้พวกนายก็เป็นฝ่ายผิดจริง ๆ ฉันแค่กำลังพูดคุยเรื่องสำคัญอยู่ ฉันถามจริงเถอะว่ามันจะมีคนกล้ากักขังฉันเอาไว้จริง ๆ งั้นเหรอ?” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ทำให้สมาชิกสกายวิงผ่อนคลายความกังวลภายในใจของพวกเขาลง

เหล่าบรรดาองครักษ์พิทักษ์วังต่างก็รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล แล้วพวกเขาก็อยากจะคุกเข่าลงกราบไหว้เซี่ยกู่เฉิงที่ทำให้สถานการณ์ไม่บานปลายไปมากกว่านี้

หากเซี่ยกู่เฉิงปรากฏตัวขึ้นมาช้ากว่านี้อีกไม่กี่วินาที ฝูงหมาป่าสกายวิงย่อมเริ่มทำสงครามกับราชวังอย่างแน่นอน ถึงแม้จำนวนองครักษ์จะมีมากกว่า 3,000 คน แต่มันก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกเขาจะสามารถต้านทานฝูงหมาป่าสกายวิงได้

แน่นอนว่าฝูงชนจำนวนหนึ่งก็รู้สึกผิดหวังด้วยเช่นกัน เพราะว่าพวกเขากำลังคาดหวังที่จะได้เห็นการลงมือของสกายวิงด้วยตาของตัวเอง

“บรรพบุรุษ นี่คุณพูดคุยจนลืมวันลืมคืนจนลืมติดต่อมาหาพวกเราแล้วงั้นเหรอ?” เซี่ยกวงไห่ถามด้วยรอยยิ้ม เพราะเมื่อบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลักษณะนิสัยขี้เล่นของเขาก็เริ่มกลับมา

“ไม่ต้องมาแซวว่าฉันแก่เลย นายนั่นแหละเมื่อไหร่จะแต่งงาน ถ้าหากว่านายยังไม่มีหลานมาให้ฉันอุ้มเร็ว ๆ นี้ ฉันจะจับเอานายไปตัดตอน” เซี่ยกู่เฉิงตะคอกกลับมา

ไม่เพียงแต่เซี่ยกวงไห่ที่เริ่มพูดคุยหยอกล้อกับบรรพบุรุษเท่านั้น สมาชิกส่วนที่เหลือของตระกูลยังเริ่มพูดคุยหยอกล้อกับบรรพบุรุษด้วยเช่นกัน บรรยากาศจึงเปลี่ยนเป็นคล้ายกับเด็ก ๆ จอมซนกำลังพูดจาหยอกล้อกับผู้ใหญ่ทำให้ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยความอบอุ่น

ผู้เห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างก็รู้สึกตกตะลึงเมื่อได้เห็นว่าจู่ ๆ กลุ่มคนบ้าก็ได้เปลี่ยนสถานที่ที่น่าจะเป็นสนามรบให้กลายเป็นสนามเด็กเล่น ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าบรรดาฝูงหมาป่ายังพูดคุยอย่างเป็นกันเองไม่มีความเข้มงวดระหว่างชนชั้นเหมือนกับในตระกูลอื่น ๆ เลย

“บรรพบุรุษ พวกเราได้ล้อมวังเอาไว้แล้ว ถ้าหากเราล่าถอยไปตอนนี้ผมก็เกรงว่าพวกคนภายในวังจะตามมาหาเรื่องพวกเรา” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าว

“หากใครมันกล้าก็เข้ามาเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่มันมีคนโจมตีสมาชิกตระกูลของเรา มันคนนั้นก็จะเป็นศัตรูของฉันด้วยเหมือนกัน!” เซี่ยกู่เฉิงตะโกนเสียงดังพร้อมก็ปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างน่ากลัว

คำพูดนี้คล้ายกับส่งตรงไปถึงผู้นำตระกูลอื่น ๆ ที่กำลังยืนดูเหตุการณ์ในครั้งนี้อยู่ ผู้นำตระกูลทุกคนจึงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายสกายวิง เพราะผลลัพธ์ของการไปยั่วยุคนบ้ามักจะจบลงที่ภัยพิบัติกันทุกราย

ทาคิ ผู้นำตระกูลเขี้ยวเงินถอนหายใจและหันศีรษะไปทางอื่น และถึงแม้เขาจะอยากให้ทางราชวังลงโทษสกายวิง แต่เขาก็รู้ดีว่าในตอนนี้คงจะไม่มีใครกล้าออกหน้าอย่างแน่นอน

ในที่สุดความตึงเครียดหน้าวังก็สิ้นสุดลง ซึ่งก่อนวางสายบรรพบุรุษก็บอกเซี่ยเค่อกับเซี่ยเฟยว่าให้นำทุกคนกลับไปได้แล้ว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แต่ภายในแววตาของเขากลับเปล่งประกายอย่างเย็นชา โดยที่ไม่มีใครสามารถตรวจจับจิตสังหารของเขาได้เลย

“พวกเราต้องถอนกำลังกลับไปจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยเค่อกระซิบถามเซี่ยเฟย

“ตอนนี้เราต้องถอนตัวก่อน แต่ให้ทีมกระเรียนขาวไปรวมตัวกันที่จุดนัดพบและผมอยากให้เซี่ยเกิงไปกับเราด้วย” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างใจเย็น

เซี่ยเค่อชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติภายในน้ำเสียงของเซี่ยเฟย และมันก็ดูเหมือนกับว่าในมุมมองของชายหนุ่มคนนี้แล้วเรื่องนี้มันยังไม่จบลงง่าย ๆ

หลังจากฝูงหมาป่าถอนตัวออกไป ทีมกระเรียนขาวและเซี่ยเกิงก็ไปรวมตัวกันบริเวณริมทะเลสาบ

เมื่อเดินทางมาจนถึงจุดหมาย เซี่ยเกิงก็แสดงความสับสนออกมาเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าภายในตระกูลยังมีจอมเทพทั้งห้าแอบซุกซ่อนอยู่ด้วย

“สิ่งที่เราเห็นมันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา” คำพูดแรกของเซี่ยเฟยทำให้ทุกคนสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

“เราทุกคนต่างก็เห็นบรรพบุรุษพร้อม ๆ กันไม่ใช่เหรอ? นายคิดมากเกินไปหรือเปล่า ทำไมนายถึงคิดว่ามันเป็นภาพลวงตาด้วย?” เซี่ยเค่อถาม

“คุณลืมไปแล้วเหรอว่าบรรพบุรุษมีกระเรียนขาวที่สามารถติดต่อมาหาพวกเราได้ทุกเวลา แล้วทำไมเขาจะต้องออกมาสื่อสารผ่านผู้อาวุโสไซด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างใจเย็น

ทันใดนั้นสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปในทันที และถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำถามง่าย ๆ แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนมองข้าม ภาพที่ทุกคนเห็นมีเพียงบรรพบุรุษที่ดูปกติ แต่พวกเขาหลงลืมไปเลยว่าวิธีการสื่อสารของบรรพบุรุษเป็นเรื่องผิดปกติกว่าที่ควรจะเป็น

ทุกคนต่างก็จับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยสีหน้าที่จริงจัง เพราะข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าเซี่ยเฟยเหมาะสมกับการถูกแต่งตั้งให้เป็นกุนซือของตระกูลจริง ๆ เพราะถ้าหากชายหนุ่มพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในวันนี้ ทุกคนก็ยังคงถูกหลอกว่าบรรพบุรุษของพวกเขาอยู่ในราชวังราชันย์เทพอย่างปลอดภัย

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? บรรพบุรุษแฝงข้อความอะไรเอาไว้ด้วยหรือเปล่า?” เซี่ยเหลียงถามอย่างจริงจัง

“บรรพบุรุษไม่ได้แฝงข้อความอะไรเอาไว้เลย แต่เขาแอบส่งข้อความมาหาผมโดยใช้รหัสลับสมัยโบราณ”

“หากผมเดาไม่ผิดบรรพบุรุษคงถูกสั่งให้ออกมาหยุดพวกเราเอาไว้ แต่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด มันจึงทำให้เขาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้มากกว่านี้”

“คนที่แอบส่งข้อความมาให้ผมคือผู้อาวุโสไซต่างหาก เพราะในระหว่างที่บรรพบุรุษปรากฏตัวทุกคนก็เพิกเฉยต่อผู้อาวุโสไซโดยสมบูรณ์ ซึ่งในช่วงจังหวะเวลานี้มันก็เป็นช่วงเวลาที่ผมได้รับข้อความมา”

คำอธิบายของเซี่ยเฟยถึงกับทำให้ทุกคนพูดไม่ออกอีกครั้ง จากนั้นพวกเขาก็มองไปยังชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม ทักษะการสังเกตและการวิเคราะห์ที่ไม่ธรรมดาของเซี่ยเฟยได้พิสูจน์ซ้ำ ๆ อีกครั้งหนึ่งแล้ว ว่าเขาคนนี้คู่ควรกับการได้เข้าร่วมทีมกระเรียนขาวซึ่งถือได้ว่าเป็นทีมเสาหลักของตระกูล

“ทุกคนช่วยรอแป๊บหนึ่ง ผมขอถอดรหัสจากความทรงจำก่อน” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนที่เขาจะเดินไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่และนึกถึงรหัสลับที่ไซส่งมาให้เขา

“เขาเป็นแบบนี้มาตลอดเลยเหรอ?” เซี่ยเหลียงหันไปถามเซี่ยเค่อขณะมองไปทางเซี่ยเฟย

เซี่ยเหลียงเพิ่งได้มีโอกาสพูดคุยกับเซี่ยเฟยไม่กี่คำเท่านั้น แต่มันมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับชายหนุ่มในตระกูลอย่างมากมาย และความแข็งแกร่งที่เซี่ยเฟยได้แสดงออกมาในวันนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมากจริง ๆ

“นับตั้งแต่วันแรกที่เขากลับเข้าร่วมกับสกายวิง เขาก็แสดงความโดดเด่นออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ หากคุณคุ้นเคยกับเขาไปเรื่อย ๆ คุณก็จะรู้เองว่าคนอย่างเขามันสมควรจะถูกเรียกว่าสัตว์ประหลาด พูดตามตรงเลยนะว่าถึงแม้เซี่ยเฟยจะมีระดับพลังที่ต่ำที่สุดและมีอายุน้อยที่สุดภายในกลุ่มกระเรียนขาว แต่ฉันคิดว่าเขาสมควรจะเป็นผู้นำกลุ่มกระเรียนขาวมากที่สุดแล้ว” เซี่ยเค่อกล่าว

“เรื่องนี้ผมเห็นด้วย ทักษะในการสังเกตและวางแผนของเขาอยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก” เซี่ยเกิงที่อยู่ใกล้ ๆ กล่าวเสริม

“ปัจจุบันนักวางแผนที่ดีที่สุดของตระกูลคือเซี่ยเฟย, นักสังเกตการณ์ที่ดีที่สุดในตระกูลก็คือเซี่ยเฟย และผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ดีที่สุดก็คือเซี่ยเฟย ซึ่งอสูรในครอบครองของเขามีทั้งอสูรศักดิ์สิทธิ์มารขาวและหนอนด้วงมิติสีทองที่ตัวใหญ่มาก”

“ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้ครอบครองอาวุธมายาธาตุพืชที่ถูกหลอมรวมมาแล้วถึงห้าครั้ง ดาบกากบาทแปลก ๆ ที่สามารถดูดเลือดศัตรูได้ และกฎแปลก ๆ ที่ไม่เคยเห็น พูดตามตรงว่าถึงแม้เซี่ยเฟยจะมีพลังในระดับเพียงแค่ราชันย์ แต่พลังที่แท้จริงของเขามันเกินกว่าระดับจอมเทพขึ้นไปแล้ว”

คำพูดเหล่านี้ทำให้จอมเทพทั้งห้าจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยแววตาอันเป็นประกายมากยิ่งขึ้น

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมบรรพบุรุษถึงได้นำตัวเขาเข้ามาภายในทีมกระเรียนขาว ที่แท้เขาก็เป็นคนที่โดดเด่นขนาดนี้นี่เอง” เซี่ยเหลียงกล่าว

เนื่องมาจากว่าเซี่ยเฟยมีลินนิจคอยให้ความช่วยเหลือ เขาจึงใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานในการถอดรหัสลับที่ไซมอบมาให้

“มันเป็นไปอย่างที่ผมคิดเอาไว้เลย บรรพบุรุษถูกกักขังเอาไว้จริง ๆ ด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียดหลังจากที่เขาได้กลับมารวมกลุ่มอีกครั้ง

“ใครมันกล้าขังบรรพบุรุษของเราไว้ ฉันจะไปถลกหนังมันเอง!” เซี่ยจิงตะโกนขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว และถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่พูดแต่ทุกคนต่างก็ปล่อยจิตสังหารออกมาโดยไม่มีข้อยกเว้น

“ศัตรูจะต้องแข็งแกร่งมากถึงขั้นสามารถกักขังบรรพบุรุษเอาไว้ได้ ตอนนี้มันไม่มีเวลาแล้วพวกคุณช่วยรอผมอยู่ที่นี่ก่อน ผมจะต้องรีบไปที่ ๆ หนึ่งเดี๋ยวนี้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเคร่งขรึม จากนั้นเขาก็ใช้เข็มทิศมิติที่ไม่ระบุตัวตนจากไปโดยทิ้งคนอื่น ๆ เอาไว้ท่ามกลางความสับสน

“เขาจะทำอะไร? ทำไมเขาถึงทิ้งพวกเราไว้แบบนี้?!” เซี่ยจิงอุทานพร้อมกับเกาหัว

เซี่ยจิงมีบุคลิกค่อนข้างหุนหันพลันแล่นและเขาก็ต้องการที่จะออกไปช่วยเหลือบรรพบุรุษเดี๋ยวนี้เลย น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยยังไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ ทุกคนจึงไม่รู้ว่าตัวเองควรจะต้องทำอะไรต่อไปกันแน่

“สิ่งที่เราทำมีเพียงแค่ต้องเชื่อใจเซี่ยเฟย อย่าลืมนะว่าเขาคือนักวางแผนที่ดีที่สุดของตระกูล” เซี่ยเค่อกล่าว

แม้ว่าชายชราจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงภายในใจของเขาก็กำลังรู้สึกอึดอัดจนแทบจะเป็นบ้า

การรอคอยโดยไร้จุดหมายเป็นไปอย่างทรมาน และใน 3 ชั่วโมงต่อมาเซี่ยเฟยที่เต็มไปด้วยจิตสังหารก็ลงมาจากบนท้องฟ้า

อย่างไรก็ตามในคราวนี้เขาไม่ได้เดินทางมาเพียงคนเดียว แต่เขาได้นำจอมเทพติดตามเขามาด้วย โดยจอมเทพคนหนึ่งสวมใส่ชุดเกราะสีดำ ขณะที่จอมเทพอีกคนใส่ชุดเกราะสีขาว แน่นอนว่าทั้งสองคนนี้นั่นก็คือเทพขาวเทพดำผู้ซึ่งอยู่ในกลุ่มกบฏของดินแดนกฎนั่นเอง

ทั่วทั้งจักรวาลมีเพียงบุคคล 3 คนที่ได้เรียนรู้กฎแห่งความโกลาหล และการจากไปของเซี่ยเฟยในคราวนี้นั่นก็คือการไปเรียกกองกำลังเสริมมาช่วย

***************

จะใช้กฎโกลาหลสู้ผู้สร้างเหรอ?

จบบทที่ ตอนที่ 988 เรียกกำลังเสริม

คัดลอกลิงก์แล้ว