เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 987 ปิดล้อม

ตอนที่ 987 ปิดล้อม

ตอนที่ 987 ปิดล้อม


ตอนที่ 987 ปิดล้อม

ภายในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ไม่นานทั่วทั้งแดนเทพก็เต็มไปด้วยทหารติดอาวุธครบมือรวมตัวด้วยสีหน้าอันจริงจัง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ ๆ พวกทหารถึงได้ไปรวมตัวกันแบบนี้ มันมีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า” ชายคนหนึ่งที่พึ่งออกมาซื้อของกล่าวถามออกไปอย่างสงสัย

“นี่คุณไม่รู้เรื่องอะไรเลยงั้นเหรอ เมื่อไม่กี่นาทีก่อนสกายวิงประกาศสงครามกับราชวังราชันย์เทพแล้ว ว่ากันว่าราชวังกักขังผู้นำตระกูลของพวกเขาเอาไว้ สกายวิงจึงมาเรียกร้องให้ทางวังปล่อยตัวผู้นำตระกูลของพวกเขาออกมา ถ้าหากว่าในเวลาอีก 1 ชั่วโมงพวกเขายังไม่เห็นผู้นำตระกูลของตัวเอง พวกเขาจะเริ่มทำสงครามกับราชวังในทันที ตระกูลขนาดใหญ่ทุกตระกูลเลยรีบเรียกระดมกองกำลังเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายมากที่สุด”

“สกายวิง!? ตระกูลดาบคลั่งที่เต็มไปด้วยคนบ้านั้นน่ะเหรอ”

“ใช่ ตระกูลคนบ้าพวกนั้นนั่นแหละ”

“พวกเขากล้าประกาศสงครามกับราชวังได้ยังไง? คนพวกนี้มันบ้ากันไปหมดแล้วงั้นเหรอ”

“คนบ้าที่ไหนจะมีความคิดแบบปกติ แต่ในความคิดของฉันเรื่องนี้มันเป็นความผิดของราชวังที่หลอกลวงคนของสกายวิงก่อน ตอนแรกทางราชวังบอกว่าเซี่ยกู่เฉิงกำลังพูดคุยเรื่องสำคัญอยู่ในราชวัง แต่อีกไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากที่ตระกูลมีเรื่องสำคัญจะต้องติดต่อไปยังผู้นำ ทางราชวังกลับบอกว่าเซี่ยกู่เฉิงออกจากราชวังไปแล้ว”

“ทางราชวังจะต้องมีการปกปิดเรื่องของเซี่ยกู่เฉิงเอาไว้แน่ ๆ สกายวิงจึงออกมาเรียกร้องหาผู้นำตระกูลของตัวเองแบบนี้ ฉันเดาไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าในท้ายที่สุดเรื่องนี้มันจะจบลงยังไง”

“อะไรนะ?! ราชวังราชันย์เทพเป็นแหล่งรวมตัวของจอมเทพผู้แข็งแกร่งไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมคนพวกนั้นจะต้องโกหกด้วย อย่าบอกนะว่าแม้แต่ราชวังก็ยังให้ความเชื่อมั่นกับพวกเราไม่ได้”

แผนการของเซี่ยเฟยได้ผลดีมาก เพราะผู้คนทั่วทั้งดินแดนกฎต่างก็ต้องการจะได้รับคำอธิบายจากราชวังราชันย์เทพ

ท้ายที่สุดแล้วผู้นำตระกูลหลักทุกตระกูลก็ต้องเข้าไปทำงานภายในราชวังด้วยกันหมด ถ้าหากว่ามันมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเซี่ยกู่เฉิง วันหนึ่งมันก็อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีแบบนี้กับผู้นำตระกูลของพวกเขาก็ได้ ราชวังจึงกลายเป็นเป้าโจมตีจากเหตุการณ์ครั้งนี้จากทุกตระกูล

แน่นอนว่าความคิดเห็นของฝูงชนเป็นเพียงแผนการส่วนหนึ่งของเซี่ยเฟยเท่านั้น เพราะถ้าหากว่าทางราชวังไม่คิดที่จะปล่อยตัวบรรพบุรุษของพวกเขาออกมาจริง ๆ ในเวลานั้นสกายวิงก็พร้อมที่จะทำสงคราม

บริเวณโถงนอกวัง

ฝูงหมาป่าสกายวิงยังคงปิดล้อมพื้นที่บริเวณนี้ต่อไป ขณะที่ฝูงชนเริ่มมารวมกลุ่มกันเฝ้าดูเหตุการณ์ในครั้งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่จอมเทพหลาย ๆ คนที่อยู่ภายในราชวังก็ออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณด้านนอกด้วยเช่นกัน

เมื่อป้ายโถงนอกวังถูกเซี่ยเฟยทำลายเป็นชิ้น ๆ เหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ก็มองไปทางเซี่ยเฟยด้วยแววตาอันเคียดแค้น แต่มันก็ยังไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวทำอะไร เพราะท้ายที่สุดชายหนุ่มคนนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลสกายวิงอย่างเต็มที่ การเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าเพียงครั้งเดียวอาจจะจุดชนวนสงครามในครั้งนี้ขึ้นมาได้เลย

“ระวังตัวด้วย ชายชุดขาวคนนั้นคือผู้นำตระกูลเขี้ยวเงินที่มักจะขัดแย้งกับบรรพบุรุษของเรามาโดยตลอด” เซี่ยเค่อโน้มตัวไปกระซิบบอกเซี่ยเฟยหลังจากที่ได้มีชายชราชุดขาวคนหนึ่งเดินเข้ามา

“ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นหนึ่งในดาบของเผ่าเทพเหมือนกัน แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องสนใจพวกมันหรอก เป้าหมายของเราคือการทำลายราชวังต่างหาก ถ้าพวกมันต้องการเข้ามาขวางพวกเราก็แค่ต้องจัดการกับพวกมันซะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

เซี่ยเค่อนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร เพราะเมื่อพิจารณาจากจิตอสูรที่เซี่ยเฟยระเบิดออกมา ทุกสิ่งที่เขาพูดย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างแน่นอน

ฝูงหมาป่าสกายวิงจัดทีมเตรียมพร้อมทำสงครามได้ทุกเมื่อ โดยมีเซี่ยเฟย, เซี่ยเค่อ, เซี่ยกวงไห่และเซี่ยเหอหลินยืนอยู่บริเวณแถวหน้าของทีม

สิ่งที่น่าสนใจคือการเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีเซี่ยเฟยเป็นผู้นำ ทั้ง ๆ ที่ชายหนุ่มคนนี้มีความอาวุโสน้อยที่สุดในบรรดาสมาชิกแกนนำของสกายวิงแล้ว

แต่เหล่าบรรดาหมาป่าสกายวิงไม่ได้สนใจเรื่องอายุของเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ได้รับการแต่งตั้งจากบรรพบุรุษให้กลายเป็นกุนซือของตระกูล ยิ่งไปกว่านั้นเขาคือผู้ครอบครองดีว่อนวิงคนที่ 2 ของตระกูล ในเวลาไม่ช้าก็เร็วเซี่ยเฟยก็จะถูกเลื่อนระดับกลายเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป

เวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไปอย่างกดดัน เหล่าบรรดาฝูงหมาป่าต่างก็ยืนรอด้วยแววตาอันแน่วแน่ ทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปร่างของพวกเขายังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็พร้อมที่จะบุกจู่โจมทำลายเป้าหมายได้ตลอดเวลา

ผู้อำนวยการร่างอ้วนพยายามวิ่งเข้าไปหาเซี่ยเค่อเพื่อให้สกายวิงใจเย็นลงก่อน แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยขัดขวางเขาไว้และตะคอกกลับไปด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

“เหลือเวลาอีก 37 นาที 15 วินาที ก่อนที่เราจะเริ่มทำสงคราม” เซี่ยเฟยกล่าวขณะชี้นิ้วไปยังนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง

ผู้อำนวยการร่างอ้วนสะดุ้งขึ้นมาในทันที แต่เขาก็พยายามชักชวนพวกเซี่ยเฟยให้เข้าไปนั่งคุยกันดี ๆ ไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้เลย

“หุบปากไปซะ! ถ้าแกพูดอะไรมากกว่านี้ฉันจะฆ่าแกด้วยตัวเอง!!” เซี่ยเฟยตะโกนด้วยความโกรธและไม่คิดจะรักษาความสุภาพไว้อีกต่อไป

ผู้อำนวยการโถงนอกวังหน้าซีดขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะถึงแม้เขาจะปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้อย่างเนิ่นนาน แต่เขาก็ไม่เคยเห็นใครไร้เหตุผลและหยาบคายอย่างเซี่ยเฟยมาก่อน

ในทางตรงกันข้ามเหล่าบรรดานักรบสกายวิงที่ยืนอยู่ด้านหลังเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะถึงแม้คำพูดจะดูหยาบคายแต่เรื่องนี้มันก็คือเอกลักษณ์ของสกายวิง

พวกเขาจำเป็นจะต้องสุภาพกับศัตรูด้วยงั้นเหรอ?

ขอโทษด้วย แต่นั่นมันไม่ใช่สไตล์ของสกายวิงเลยแม้แต่นิดเดียว!!

ไม่กี่นาทีต่อมาเจ้าหน้าที่จากราชวังก็พยายามที่จะเข้ามาห้ามปรามเซี่ยเฟยอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มก็ตะโกนกลับไปเพียงแค่คำว่า ‘ไสหัวไป’ ไม่เปิดช่องว่างให้มีการเจรจาเลยแม้แต่นิดเดียว

บรรยากาศในบริเวณโถงนอกวังตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่คนโง่ก็สามารถบอกได้ว่าสกายวิงคิดจะบุกโจมตีราชวังจริง ๆ ถ้าหากว่าทางราชวังไม่ยอมปล่อยตัวบรรพบุรุษของพวกเขาออกมา

“5 นาทีสุดท้าย” เซี่ยเฟยตะโกนเสียงดัง

ดวงตานับไม่ถ้วนจับจ้องมองไปยังเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความระทึกขวัญ เพราะทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไป มันก็หมายความว่าสงครามระหว่างสกายวิงกับราชวังราชันย์เทพกำลังเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ แล้ว

หนึ่งตระกูลกำลังที่จะท้าทายหนึ่งในเผ่าพันธุ์สูงสุด!

สงครามที่มีความแตกต่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!!

ทันใดนั้นพื้นที่บริเวณนอกวังก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยนักรบชุดเกราะสีสันสดใสได้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นักรบทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีพลังในระดับราชันย์ขึ้นไป และพวกเขาก็มีจำนวนอยู่ไม่น้อยกว่า 3,000 คน ซึ่งเป็นกองกำลังที่มากกว่าสมาชิกสกายวิงหลายเท่าตัว

อย่างไรก็ตามสกายวิงก็ไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าหากศัตรูมีจำนวนมากขึ้น พวกเขาก็แค่จะต้องต่อสู้อย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้นสกายวิงยังเคยเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ศัตรูมีจำนวนมากกว่ามาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ท้ายที่สุดตระกูลของพวกเขาก็ยังคงสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้

“3 นาที!” เซี่ยเฟยตะโกนพร้อมกับจับจ้องมองไปยังกลุ่มนักรบด้านหน้าด้วยแววตาอันเย็นชา

เสียงเข็มนาฬิกาที่ค่อย ๆ ดังขึ้นมาในแต่ละวินาทีเปรียบเสมือนกับภูเขาทั้งโลกที่ค่อย ๆ กดทับลงในจิตใจของผู้คน จนทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ

“สมกับเป็นสกายวิงจริง ๆ ถึงแม้พวกองครักษ์จะปรากฏตัว แต่พวกเขาก็ยังไม่มีความคิดที่จะล่าถอยเลยแม้แต่นิดเดียว”

“ถ้าวันหนึ่งฉันถูกรังแกแต่คนของฉันกล้ายืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อฉันเหมือนกับสกายวิง ในวันนั้นฉันคงจะนอนตายตาหลับ แม้ว่าฉันจะหนีไม่พ้นไปจากความตายก็ตาม”

“โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตระกูลอื่นเป็นไปได้ยากมาก ถึงแม้ในตระกูลของเราจะมีคนเก่งกล้าที่ไม่กลัวความตาย แต่มันก็ไม่มีตระกูลไหนที่สมาชิกทุกคนในตระกูลกล้ายืนหยัดเหมือนกับสกายวิง”

การยืนหยัดของสกายวิงเริ่มปลุกอารมณ์ความรู้สึกของผู้นำตระกูลต่าง ๆ และถึงแม้คนทั่วทั้งจักรวาลจะเรียกพวกเขาว่าเป็นคนบ้า แต่ช่วงเวลาวิกฤตกลุ่มคนบ้าพวกนี้ก็เป็นคนที่คนในตระกูลเชื่อใจได้เสมอ

ราชวังราชันย์เทพไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนอย่างในวันนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นทางราชวังก็สูญเสียความน่าเชื่อถือไปเรื่อย ๆ เพราะทุกคนเชื่อว่าทางราชวังได้กักขังเซี่ยกู่เฉิงเอาไว้จริง ๆ

เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงนาทีสุดท้าย ฝูงหมาป่าต่างก็ชักอาวุธของตัวเองออกมาพร้อมกับระเบิดจิตอสูรของตัวเองออกไปอย่างบ้าคลั่ง

โบราณว่าไว้อย่าไล่สุนัขให้จนตรอกอย่าต้อนคนให้จนมุม เพราะในยามที่ราชวังบีบบังคับสกายวิงมากเกินไป ฝูงหมาป่าเหล่านี้ก็พร้อมจะแว้งกัดศัตรูได้ทุกคน

“10!”

“9!”

“8!”

ช่วงเวลาประวัติศาสตร์กำลังนับถอยหลังไปเรื่อย ๆ แต่ในระหว่างที่สงครามกำลังจะปะทุกันอยู่นั้นเอง มันก็มีเสียงตะโกนอันดังสนั่นล่องลอยมาตามอากาศ

“หยุด! บรรพบุรุษของพวกคุณมีเรื่องจะพูด”

เมื่อเซี่ยเฟยเงยหน้าไปยังเจ้าของเสียง เขาก็ได้พบว่าชายชราคนนี้คือไซผู้ที่เขาเคยได้พบเจอมาก่อน

ความสัมพันธ์ระหว่างไซกับเซี่ยเฟยค่อนข้างดี เพราะถึงแม้ชายชราคนนี้จะได้ค้นพบเรื่องโอโร่กับเทพขาวเทพดำ แต่อีกฝ่ายก็ไม่คิดที่จะเปิดเผยความลับของชายหนุ่มออกไป จนทำให้เซี่ยเฟยยังสามารถอยู่ในแดนเทพมาได้จนถึงทุกวันนี้

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเล็กน้อยพร้อมกับส่งสัญญาณให้ฝูงหมาป่าบริเวณด้านหลังอย่าพึ่งทำการเคลื่อนไหว เพื่อรอดูว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไรออกมากันแน่

“เฮ้อ!”

เหล่าบรรดาองครักษ์พิทักษ์วังต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะพวกเขาอยู่ห่างจากการทำสงครามกับสกายวิงเพียงแค่เล็กน้อย และถึงแม้ว่าทางฝั่งสกายวิงจะมีนักรบอยู่เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคน แต่พวกเขาก็รู้จักความน่ากลัวของฝูงหมาป่าเหล่านี้เป็นอย่างดี

“คุณมีเวลา 1 นาที” เซี่ยเฟยกล่าว

“ก้าวร้าวจังนะไอ้หนุ่ม เอาฟังซะ! บรรพบุรุษมีเรื่องจะคุยกับพวกนาย” ไซชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

หลังจากนั้นชายชราก็เปิดเครื่องสื่อสารเผยให้เห็นภาพเซี่ยกู่เฉิงปรากฏขึ้นมาในอากาศ

“บรรพบุรุษ!”

ฝูงหมาป่าต่างก็ตะโกนเรียกชื่อบรรพบุรุษขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง และเมื่อได้เห็นท่าทางของทุกคนเซี่ยกู่เฉิงก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยกลับชะงักค้างไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะก้มศีรษะลงโดยไม่ได้พูดอะไร

“ฮ่า ๆ ๆ นี่พวกนายกล้าล้อมวังเอาไว้จริง ๆ เหรอเนี่ย ดีมาก! นี่แหละคือความกล้าของสกายวิง!!” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หา!

เหล่าบรรดาผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็อ้าปากค้างขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นผู้นำของตระกูลกำลังชื่นชมพวกเซี่ยเฟยที่กล้ามาปิดล้อมราชวัง

เหตุการณ์แบบนี้มันเป็นเหตุการณ์ปกติของสกายวิงงั้นเหรอ?

อย่างไรก็ตามทันทีที่พูดจบลงสีหน้าของเซี่ยกู่เฉิงก็เปลี่ยนไปอย่างจริงจัง ราวกับว่าชายชราคนนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

***************

ตัวจริงหรือตัวปลอมหรืออะไร? ทำไมพี่เฟยดูแปลก ๆ

จบบทที่ ตอนที่ 987 ปิดล้อม

คัดลอกลิงก์แล้ว