เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 968 วงจรไร้ประโยชน์?

ตอนที่ 968 วงจรไร้ประโยชน์?

ตอนที่ 968 วงจรไร้ประโยชน์?


ตอนที่ 968 วงจรไร้ประโยชน์?

ไม้จันทร์กระซิบไม่ใช่อาวุธธรรมดา เมื่อเซี่ยเฟยนำมันออกมามันก็สามารถสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามของหงส์ครามได้ในทันที อาวุธมายาชิ้นนี้จึงเริ่มเรียกคมมีดสายลมพัดโหมกระหน่ำเพื่อสร้างเกราะป้องกันไม่ให้หงส์ครามรุกรานเข้ามา

โดยปกติอาวุธมายาธาตุพืชมักจะมีคุณสมบัติในด้านพลังชีวิตและความแข็งแกร่ง แต่ในกรณีของไม้จันทร์กระซิบถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เพราะมันคืออาวุธที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการโจมตีโดยเฉพาะ

ใบจันทร์บนลำต้นโบกสะบัดไปมาอย่างรุนแรง ซึ่งการสะบัดแต่ละครั้งมีความรุนแรงราวกับการฟาดแส้ของเทพเจ้า

“นี่น่ะเหรอการโต้กลับของอาวุธมายา? แม้แต่เบญจมาศดาวกระจายก็ไม่เคยสู้กลับแบบนี้เลย ดูเหมือนว่าไม้จันทร์กระซิบจะมีความเหี้ยมโหดมากกว่าอาวุธชนิดอื่น ๆ สินะ” เซี่ยเฟยกล่าวขณะสังเกตการโจมตีของไม้จันทร์กระซิบอย่างระมัดระวัง

ในอดีตทุกครั้งที่เขาทำการหลอมรวมอาวุธมายา อาวุธเหล่านั้นก็จะเริ่มสู้กลับหลังจากที่เขาเริ่มจู่โจมก่อนเท่านั้น แต่ในกรณีของไม้จันทร์กระซิบมันกลับเริ่มโจมตีหลังจากที่มันปรากฏตัวออกมา ระดับความก้าวร้าวของอาวุธชนิดนี้จึงแตกต่างจากอาวุธมายาชนิดอื่น ๆ อย่างชัดเจน

“อาวุธมายาธาตุพืชชิ้นอื่นมีนิสัยอ่อนโยนมากเกินไป อย่างน้อยการได้นิสัยดุร้ายของไม้จันทร์กระซิบไป มันก็จะช่วยยกระดับของหงส์ครามไปจากเดิมอย่างก้าวกระโดด” ลินนิจกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ถ้าอย่างนั้นก็ลองดูว่าใครจะดุร้ายได้มากกว่ากัน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเคร่งขรึม

บุคลิกของไม้จันทร์กระซิบค่อนข้างที่จะเย่อหยิ่งมาก เพราะถึงแม้ว่ามันจะรู้ว่าเซี่ยเฟยมีพลังเหนือกว่ามันอย่างเห็นได้ชัด แต่มันก็ยังคงจู่โจมเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่ยอมแพ้ ซึ่งนิสัยนี้มันก็ยิ่งทำให้เซี่ยเฟยชื่นชอบอาวุธมายาตรงหน้ามากยิ่งขึ้น

ไม่กี่นาทีต่อมาเซี่ยเฟยก็ปรากฏตัวขึ้นเผชิญหน้ากับไม้จันทร์กระซิบโดยตรง โดยในขณะนี้เขาไม่ได้มีความคิดที่จะหลบหลีกอีกต่อไป แต่ปล่อยให้คมมีดสายลมปะทะกับชุดเกราะอาชูร่าเข้าโดยตรง

“นั่นนายจะทำอะไร? ทำไมถึงไม่หลบล่ะ?” ลินนิจถามอย่างสงสัย

เซี่ยเฟยมีทั้งวิชาเล่ห์กายาและความเร็ว ชายหนุ่มย่อมสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีจากคมมีดสายลมได้อย่างง่ายดาย แต่จู่ ๆ ชายหนุ่มกลับยืนรับการโจมตีอย่างอดทน จนทำให้ลินนิจไม่สามารถคาดเดาความคิดของชายหนุ่มคนนี้ได้เลย

อย่างไรก็ตามแววตาอันเร่าร้อนของเซี่ยเฟยก็ทำให้ลินนิจรู้สึกใจสั่น เพราะมันราวกับว่าเซี่ยเฟยค้นพบวิธีในการพิชิตไม้จันทร์กระซิบแล้ว

“หลบ? ในเมื่อคู่ต่อสู้อ่อนแอกว่าผมแล้วทำไมผมจะต้องหลบการโจมตีของมันด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวถามเสียงดังพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

คำตอบของเซี่ยเฟยทำให้ลินนิจสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ ยิ่งไปกว่านั้นไม้จันทร์กระซิบก็ดูเหมือนจะฟังเซี่ยเฟยออกด้วยเหมือนกัน การโจมตีของมันจึงมีอาการสะดุดชะงักค้างไป

“ในเมื่อแกฟาดฟันฉันมา 1 ดาบ ฉันก็จะฟาดฟันใส่แกคืนเป็น 10 เท่า!” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยแววตาอันเยือกเย็น ขณะชี้นิ้วตรงไปยังไม้จันทร์กระซิบอย่างท้าทาย

การกระทำหลังจากนั้นของเซี่ยเฟยถึงกับทำให้ลินนิจพูดไม่ออก เพราะหลังจากที่เซี่ยเฟยเริ่มลงมือ กิ่งก้านของไม้จันทร์กระซิบก็ถูกหักจนห้อยต่องแต่งอย่างหมดแรง

“นายจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! ในอนาคตมันจะต้องกลายมาเป็นอาวุธมายาที่หลอมรวมเข้ากับหงส์ครามนะ ทำไมนายถึงได้โหดร้ายกับมันขนาดนั้น” ลินนิจกล่าวด้วยความไม่อยากเชื่อ

“ตอนนี้เราไม่มีเวลาแล้ว คุณไม่เห็นเหรอว่าสถานการณ์ซับซ้อนกว่าที่เราคิดเอาไว้มาก ถึงแม้ตอนนี้ผมจะอยู่ในดินแดนดาร์คไนท์แต่ผมกลับรู้สึกว่าทุกย่างก้าวของผมกำลังถูกจับจ้องจากคนภายในดินแดนกฎ” เซี่ยเฟยกล่าวขณะจ้องมองไปที่ไม้จันทร์กระซิบตรงหน้าด้วยแววตาอันเย็นชา

ลินนิจเงียบเสียงพร้อมกับก้มหน้าลงอย่างครุ่นคิด เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันค่อนข้างจะละเอียดอ่อนมาก แล้วมันก็ดูเหมือนกับว่ามันมีคนคอยรายงานการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยไปยังดินแดนกฎอยู่จริง ๆ

คำถามสำคัญนั่นก็คือคนที่คอยจับตาดูเซี่ยเฟยอยู่คือใครกันแน่ เพราะคนที่รู้ว่าชายหนุ่มเดินทางมายังดินแดนดาร์คไนท์มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

เซี่ยเฟยทำการตรวจสอบเจมิมี่ซ้ำ ๆ หลายครั้งและสามารถยืนยันได้แล้วว่ายานลำนี้ไม่มีอุปกรณ์ติดตามติดตั้งเอาไว้ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังคงถูกดักโดยศัตรูผู้แข็งแกร่ง มันจึงทำให้เซี่ยเฟยเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

ที่แปลกไปกว่านั้นคือช่วงเวลาที่ชายหนุ่มพักมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเริ่มลงมืออีกฝ่ายก็จะปรากฏตัวขึ้นมาด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ในตอนนี้ที่เขาพยายามพิชิตไม้จันทร์กระซิบมานานหลายชั่วโมงแล้ว แต่มันกลับไม่มีใครเข้ามารบกวนเขาในช่วงเวลานี้เลย

หลังจากพิจารณาทุกอย่างแล้วเซี่ยเฟยก็ได้พบว่ามันมีคนแอบซุ่มดูเขาอยู่โดยเลือกเวลาที่เหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังขุดหลุมพรางเอาไว้เพื่อให้เขาตกลงไปในหลุมพรางที่ถูกขุดขึ้นมา

ชายหนุ่มไม่เคยพบกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน มันจึงทำให้เขารู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อยดังคำกล่าวที่ว่าศัตรูที่มองไม่เห็นคือศัตรูที่น่ากลัวที่สุด และเพื่อที่เขาจะทำภารกิจในครั้งนี้ได้สำเร็จ เขาก็จำเป็นจะต้องกำจัดศัตรูที่มองไม่เห็นคนนี้ลงไปด้วย

“ถึงแม้ว่าไม้จันทร์กระซิบจะได้รับบาดเจ็บแต่ผมก็สามารถใช้พลังงานของผมเพื่อช่วยให้มันฟื้นฟูกลับมาได้ กุญแจสำคัญคือผมจะต้องพิชิตมันให้ได้โดยเร็วที่สุด” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

ช่วงเวลาบีบกระชั้นเข้ามาทุกทีเซี่ยเฟยจึงไม่มีเวลาผูกมิตรกับไม้จันทร์กระซิบเหมือนกับกระบวนการหลอมรวมในครั้งก่อน ๆ ชายหนุ่มจึงใช้วิธีการที่โหดร้ายที่สุดเพื่อทำให้ไม้จันทร์กระซิบยอมจำนนต่อเขาอย่างรวดเร็วที่สุดด้วยนั่นเอง

“หงส์ครามกลืนกินมันเข้าไปซะ!” เซี่ยเฟยออกคำสั่งขณะที่ใบหญ้าทั้งเจ็ดลอยสูงขึ้นราวกับนักล่าที่กำลังจ้องมองไปที่เหยื่อ

ขวับ ๆ ๆ ๆ

หงส์ครามโบกสะบัดใบหญ้าไปมาอย่างรวดเร็วเหลือให้เห็นเพียงแค่ภาพติดตาในอากาศ ซึ่งทุกครั้งที่มันโบกสะบัดออกไป มันก็จะก่อให้เกิดคมดาบสายลมซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่นของไม้จันทร์กระซิบขึ้นมาด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่หงส์ครามได้หลอมรวมเข้ากับไม้จันทร์กระซิบ ใบหญ้าทุกใบก็เพิ่มความยาวขึ้นเป็น 2 เท่าทำให้ในตอนนี้ใบหญ้าสีฟ้ามีความยาวถึง 10 กิโลเมตรแล้ว

ในอดีตคมมีดสายลมของไม้จันทร์กระซิบเป็นเพียงคมมีดสายลมสั้น ๆ เท่านั้น แต่หลังจากที่มันหลอมรวมเข้ากับหงส์คราม คมมีดสายลมก็มีความยาวและความแหลมคมมากขึ้นกว่าเดิม การหลอมรวมในครั้งนี้ย่อมช่วยให้หงส์ครามสามารถรับมือกับพวกดาร์คไนท์ได้ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ที่สำคัญที่สุดคือหงส์ครามเกิดการวิวัฒนาการขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนทำให้ใบหญ้างอกเพิ่มขึ้นมาเป็น 8 ใบ ขาดใบหญ้าอีกเพียงแค่ 5 ใบฟ้าก็จะถือว่าได้วิวัฒนาการจนถึงจุดสูงสุด

“มันช่างเป็นคมดาบสายลมที่ทรงพลังจริง ๆ ตอนนี้หงส์ครามก็สามารถโจมตีในระยะไกลได้แล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้นในเวลาเพียงแค่วันเดียวมันกลับงอกใบหญ้าเพิ่มขึ้นถึงสองใบ มันช่างเป็นการวิวัฒนาการที่น่าอัศจรรย์มากเลยจริง ๆ” ลินนิจกล่าวอย่างตื่นเต้น

“บางทีหงส์ครามอาจจะเกิดมาเพื่อจัดการกับพวกดาร์คไนท์โดยเฉพาะก็ได้ ระหว่างการต่อสู้ผมได้พบว่าหงส์ครามเป็นอาวุธที่เหมาะสมสำหรับการจัดการกับพวกดาร์คไนท์มากกว่าอาวุธมายาชนิดอื่น ๆ มาก และหลังจากที่มันจัดการกับพวกดาร์คไนท์ได้แล้ว มันก็เกิดการวิวัฒนาการเร็วกว่าในอดีตหลายเท่าตัว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ทันใดนั้นขนอุยที่นอนอยู่ใกล้ ๆ ก็เริ่มพลิกตัวและส่งเสียงกรนขึ้นมาดังลั่น ซึ่งมันก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยนี้กำลังหลับอยู่จริง ๆ หรือกำลังแกล้งหลับอยู่กันแน่ แต่ที่แน่ ๆ คือมันไม่พอใจที่ช่วงนี้เซี่ยเฟยเอาแต่ชมหงส์ครามมากกว่าที่จะชื่นชมมัน

เซี่ยเฟยกับลินนิจอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เพราะทั้งคู่รู้ดีว่าขนอุยกับหงส์ครามพยายามแอบชิงดีชิงเด่นกันอย่างลับ ๆ เมื่อหงส์ครามเกิดการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ขนอุยจึงเริ่มรู้สึกกังวลเป็นเรื่องธรรมดา

ชายหนุ่มส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะหยิบนกกระเรียนขาวออกมาจากแหวนมิติเพื่อพิจารณาเครื่องสื่อสารชนิดนี้อย่างละเอียด

“นั่นนายกำลังทำอะไร?” ลินนิจถามอย่างสงสัย

“ผมพยายามคิดทุกอย่างอย่างละเอียดมากที่สุดแล้ว แต่ในบรรดาทุกสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวผมมีเพียงกระเรียนขาวตัวนี้ตัวเดียวเท่านั้นที่ผมไม่เข้าใจ บางทีมันอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมถูกดักซุ่มโจมตีทั้งสองครั้งก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าว

“ตระกูลเป็นคนมอบกระเรียนขาวตัวนี้ให้กับนายไม่ใช่เหรอ หรือว่านายกำลังสงสัยตระกูลของตัวเอง?” ลินนิจกล่าวพร้อมกับสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ถึงแม้ผมจะไม่เชื่อว่าตระกูลจะทรยศผม แต่นกตัวนี้มันก็แปลกมากเกินไปจริง ๆ มันดูไม่เหมือนอุปกรณ์ที่ถูกผลิตจากเทคโนโลยีของดินแดนกฎเลย วงจรสื่อสารพวกนี้มันอยู่เหนือเกินระดับความรู้ของผมไปแล้วชัด ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ฉันว่ามันดูคุ้น ๆ อยู่นะ แต่ฉันจำไม่ได้ว่าฉันเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน” ลินนิจกล่าว

หลังจากที่ทั้งคู่เริ่มทำการศึกษาอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นเวลานาน เซี่ยเฟยก็ตัดสินใจที่จะแยกชิ้นส่วนกระเรียนขาวเพื่อสำรวจดูวงจรด้านใน

การกระทำของเขาถือได้ว่าเป็นการกระทำที่เสี่ยงมาก เพราะระดับเทคโนโลยีที่ใช้สร้างกระเรียนขาวขึ้นมาอยู่เหนือเกินกว่าระดับที่เขาจะสามารถทำความเข้าใจได้ หากเขาทำการรื้อมันออกและทำให้วงจรภายในเกิดความเสียหายขึ้นมา มันก็หมายความว่าเขาอาจจะสูญเสียเครื่องสื่อสารชิ้นนี้ไปอย่างถาวร

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็เป็นคนขี้สงสัยมาโดยตลอด และเขาก็พยายามหาคำตอบให้กับสิ่งที่เขาสงสัยอยู่เสมอ ดังนั้นถึงแม้ว่าวิธีการนี้จะเสี่ยงมากแต่เขาก็ยังตัดสินใจชำแหละมันออกมาเพื่อหาคำตอบที่เขาสงสัยภายในใจ

ฉึบ!

เซี่ยเฟยขยับนิ้วใช้คีมขนาดเล็กตัดสายไฟเส้นหนึ่งออกจากกลไกของกระเรียนขาวอย่างเรียบร้อย ก่อนที่ทั้งคู่จะพยักหน้าให้แก่กันด้วยความภาคภูมิใจ

“สมกับเป็นนายจริง ๆ ที่สามารถค้นพบวงจรเล็ก ๆ แบบนี้ได้ ที่สำคัญหลังจากที่นายตัดวงจรนี้ออกไปกระเรียนขาวก็ยังทำงานได้ปกติ แสดงให้เห็นว่ามันเป็นวงจรที่ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของกระเรียนขาวเลย” ลินนิจกล่าว

“เรื่องนี้มันผิดปกติมาก ทำไมมันจะต้องมีการติดตั้งวงจรที่ไร้ประโยชน์ภายในกลไกที่ซับซ้อนแบบนี้ด้วย ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตามอย่างน้อยการที่มันถูกทำลายลงไปก็ยังทำให้ผมรู้สึกสบายใจ และถ้าหากว่าหลังจากนี้ยังคงมีคนมาตามล่าผมอยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะต้องทำอะไรแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยภาคภูมิใจที่ตัวเองสามารถตัดกลไกไร้ประโยชน์ออกไปได้สำเร็จ ขณะเดียวกันจอมเทพทั้งสามแห่งสกายวิงก็กำลังขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความปวดหัว

“เซี่ยเฟยมันรู้ตัวไหมว่ามันทำอะไรลงไป?! ถ้าหากเขาทำลายเครื่องติดตามออกไปแบบนี้ มันก็หมายความว่าหลังจากนี้เขาจะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงลำพัง” เซี่ยจิงกุมขมับขณะมีเส้นเลือดปูดโปนอยู่ทั่วทั้งหน้าผาก

***************

พี่เฟยคงบอกว่าก็เรื่องปกตินะ ชิว ๆ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 968 วงจรไร้ประโยชน์?

คัดลอกลิงก์แล้ว