เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 958 ความลับของสารานุกรมดาร์คไนท์

ตอนที่ 958 ความลับของสารานุกรมดาร์คไนท์

ตอนที่ 958 ความลับของสารานุกรมดาร์คไนท์


ตอนที่ 958 ความลับของสารานุกรมดาร์คไนท์

เจมินี่ค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้าไปซ่อนตัวภายในกลุ่มดาวเคราะห์น้อยอย่างเงียบ ๆ ซึ่งในระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็ได้เปิดใช้ระบบเรดาร์เพื่อค้นหาร่องรอยของดาร์คไนท์

จากสิ่งที่บันทึกเอาไว้ภายในสารานุกรมพื้นที่บริเวณนี้สมควรจะเป็นทางเข้าสู่ดินแดน ซึ่งโดยปกติจะมีผู้พิทักษ์อันแข็งแกร่งคอยคุ้มกัน มันจึงจะเป็นการดีที่สุดถ้าหากว่าเขาสามารถแอบลอบเข้าไปได้อย่างเงียบ ๆ

แม้ว่าเขาจะสามารถใช้ความเร็วของเจมินี่เพื่อสลัดศัตรูเหล่านี้ได้ แต่การบุกรุกเข้าไปอย่างผลีผลามมันก็จะทำให้การดำเนินงานหลังจากนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากยิ่งขึ้น

“ข้อมูลในสารานุกรมยังคงถูกต้อง จุดสีขาวคือตำแหน่งยานรบของพวกมัน ส่วนจุดสีแดงคือตำแหน่งของสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังระบบเรดาร์

“ด้วยการป้องกันที่หนาแน่นแบบนี้ การลอบเข้าไปไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย นายพอจะมีแผนการอะไรบ้างไหม?” ลินนิจถาม

เซี่ยเฟยทำการเปิดระบบพรางตัวของยานรบ ก่อนที่จะให้ความสนใจกับสารานุกรมดาร์คไนท์อย่างจริงจัง เพราะในก่อนหน้านี้เขาทุ่มสมาธิทั้งหมดให้กับการฝึกฝนเทคนิคมิสเทอรีมูน เขาจึงอ่านข้อมูลในสารานุกรมเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ในตอนนี้เขาเดินทางมาจนถึงดินแดนดาร์คไนท์แล้ว มันจึงถึงเวลาที่เขาจะต้องศึกษาสารานุกรมทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน

นอกเหนือจากที่ภายในสารานุกรมจะมีตัวอักษรบันทึกเอาไว้แล้ว มันยังมีแผนที่ดวงดาวคร่าว ๆ ถูกบันทึกเอาไว้อีกหลายแผนที่ ซึ่งแผนที่ทั้งหมดนี้ต่างก็ถูกวาดเอาไว้ด้วยมือ โดยสถานที่ในปัจจุบันที่เขากำลังอาศัยอยู่ถูกเรียกว่าปากเสือ ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณเดียวที่จะสามารถเดินทางเข้าสู่ดินแดนดาร์คไนท์ได้

“เราไม่สามารถอ้อมไปเข้าทางอื่นได้ เพราะเราอาจจะพบกับหลุมดำหรือพายุแม่เหล็กไฟฟ้า ปากเสือเป็นเส้นทางเดียวที่เราจะเข้าสู่ดินแดนดาร์คไนท์ได้จริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากศึกษาแผนที่ดวงดาวภายในบันทึก

ถึงแม้แผนที่เหล่านี้จะถูกวาดขึ้นมาด้วยมือ แต่ข้อมูลภายในบันทึกก็ไม่ต่างไปจากข้อมูลที่เขาเห็นภายในระบบเรดาร์มากนัก ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าทอกซินผู้ซึ่งเขียนบันทึกเล่มนี้ขึ้นมาถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเดินทางระหว่างดวงดาว

“ถ้าไม่มีวิธีการลักลอบเข้าไปได้จริง ๆ พวกเราลองให้แท่งทองช่วยดูไหม? อย่างน้อยมันก็คุ้นเคยกับช่องว่างมิติ บางทีมันอาจจะช่วยหาเส้นทางหลบเลี่ยงให้กับเราได้” ลินนิจกล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยขณะยังคงตรวจสอบสารานุกรมดาร์คไนท์ต่อไป ซึ่งหลังจากที่เขาทำการพิจารณาเนื้อหาทั้งหมดอย่างใกล้ชิด เขาก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในบันทึก

“มันเหมือนมีอะไรบางอย่างหายไปเลย?” เซี่ยเฟยปิดบันทึกพร้อมกับพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

“อะไรหายไป? ทำไมฉันถึงไม่เห็นอะไรเลย?” ลินนิจถามอย่างสงสัย

“ตามตำนานบันทึกเล่มนี้คือบันทึกการเดินทางของทอกซิน ด้านใดบันทึกมันก็ควรจะมีวิธีการเดินทางหรือสถานที่ที่เขาเคยพักถูกเขียนเอาไว้ด้วย แต่ข้อมูลในบันทึกมีเพียงแค่แผนที่ไม่มีเรื่องของทอกซินถูกเขียนเอาไว้เลย” เซี่ยเฟยกล่าว

“นั่นสินะ มันดูไม่เหมือนบันทึกเดินทางอย่างที่นายว่าเอาไว้จริง ๆ” ลินนิจกล่าวอย่างตกใจเล็กน้อย

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไรกลับไป ขณะที่เขาสังเกตสารานุกรมอย่างระมัดระวัง

สมุดสีดำเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากโลหะลึกลับ ขณะที่ตัวอักษรถูกเขียนด้วยน้ำหมึกที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวอักษรถูกเขียนลงไปแล้วมันจึงไม่มีใครสามารถแก้ไขเนื้อหาภายในบันทึกได้ เพราะมันเป็นเหมือนกับการแกะสลักตัวอักษรลงไปบนแผ่นหิน

“ปกติการบันทึกข้อมูลบนโลหะเป็นเรื่องยากมาก นายพอจะเห็นอะไรที่ผิดปกติอีกไหม?” ลินนิจกล่าว

พรึบ!

เซี่ยเฟยโยนบันทึกขึ้นไปในอากาศทำให้หน้าหนังสือถูกเปิดผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะที่หน้าหนังสือต้องแสงไฟอยู่นั่นเอง ในที่สุดเขาก็เริ่มพบเห็นเบาะแสอะไรบางอย่าง

ภาพดวงดาวแต่เดิมที่ดูจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันถูกพลิกอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเหมือนภาพอนิเมชั่นสมัยเก่า

“เจอแล้ว! ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทอกซินถึงวาดภาพทุกอย่างด้วยมือ ที่แท้เขาก็ได้ซ่อนเนื้อหาส่วนสำคัญเอาไว้ภายในภาพทุกภาพ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย

ชายหนุ่มทำการโยนบันทึกขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง และตราบใดก็ตามที่เขามองในมุมที่ถูกต้องและหน้าหนังสือถูกเปิดอย่างรวดเร็วมากพอ เขาก็จะเริ่มเห็นภาพที่ถูกซ่อนเอาไว้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ภายในภาพอนิเมชั่นมีหญิงสาวถอดปิ่นปักผม ก่อนที่เธอจะเสียบปิ่นปักผมนั้นเข้าไปในบันทึก

ชายหนุ่มรีบใช้มีดตัดพื้นที่ชั้นนอกของบันทึกออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะได้พบกับปิ่นปักผมอันบาง ๆ ราวกับเส้นผมถูกซ่อนไว้ในนั้น

“ฉันรู้แล้ว! ที่แท้มันก็คือหนังสือเงา!!” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่เขาตระหนักได้ถึงหน้าที่ของปิ่นปักผม

“หนังสือเงา? มันคืออะไร?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“หนังสือเงาเป็นหนังสือที่จะทำการถ่ายทอดเนื้อหาผ่านทางจิตวิญญาณ วิธีการนี้เป็นวิธีการซ่อนเนื้อหาไม่ให้ใครสามารถค้นพบเนื้อหาที่แท้จริงได้ง่าย ๆ ตราบใดก็ตามที่นายใส่กุญแจนี้เข้าไปภายในรู เมื่อนั้นนายก็จะได้เห็นเนื้อหาที่แท้จริงเหมือนกับการดูภาพยนตร์” ลินนิจอธิบาย

เซี่ยเฟยรีบพลิกสารานุกรมทุกด้านอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะได้พบว่าบริเวณด้านหลังของบันทึกมีรอยพับเล็ก ๆ ที่สามารถใส่ปิ่นปักผมเข้าไปได้พอดี

กริ๊ก!

เมื่อเซี่ยเฟยสอดปิ่นปักผมเข้าไปด้านใน มันก็มีเสียงดังขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับภาพเหตุการณ์อันน่าประหลาดใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

จู่ ๆ สารานุกรมดาร์คไนท์ก็ลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นเม็ดทรายสีดำเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

ภาพเหตุการณ์ต่อมาคือเม็ดทรายเหล่านี้เริ่มเคลื่อนไหวเป็นภาพต่าง ๆ เพื่อดำเนินเรื่องราวราวกับว่าชายหนุ่มกำลังรับชมภาพยนตร์อยู่จริง ๆ

“ที่แท้ทอกซินก็ไม่เพียงแต่จะสนิทสนมกับราชาดาร์คไนท์เท่านั้น แต่เขายังเป็นอาจารย์ของราชาดาร์คไนท์ด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากรับชมบันทึกทั้งหมดจนจบ

“ทอกซินเป็นคนที่น่าทึ่งจริง ๆ ไม่เพียงแต่เขาจะเข้าไปภายในดินแดนดาร์คไนท์ได้เท่านั้น แต่เขายังตีสนิทกับพวกดาร์คไนท์ได้อีกด้วย คนธรรมดาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมืองหลวงของพวกดาร์คไนท์อยู่ที่ไหน?” ลินนิจกล่าวอย่างประหลาดใจ

“สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดในตอนนี้คือพวกดาร์คไนท์มีพลังคล้าย ๆ กับกฎแห่งความมืดและสามารถเดินทางผ่านช่องว่างมิติได้ พวกมันไม่ใช่ศัตรูที่เราจะรับมือได้ง่าย ๆ แน่ ๆ” เซี่ยเฟยกล่าว

ตามบันทึกพวกดาร์คไนท์สามารถใช้พลังกฎได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือกฎแห่งความมืดมิด แล้วถึงแม้ว่าชื่อของมันจะฟังดูคล้ายกับกฎแห่งความมืดของเผ่ามาร แต่ในความเป็นจริงมันเป็นพลังที่มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน

การแบ่งระดับพลังของดาร์คไนท์ถูกแบ่งออกเป็นระดับ 1-7 โดยระดับ 1 เทียบเท่าได้กับนักรบกฎ, ระดับ 2 เทียบเท่าได้กับอัศวินกฎ, ระดับ 3 เทียบเท่าได้กับราชากฎไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่ต่างไปจากดินแดนกฎมากนัก

“ทำไมพวกดาร์คไนท์มีพลังถึง 7 ระดับทั้ง ๆ ที่นักรบระดับ 6 มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับจอมเทพ แล้วนักรบระดับ 7 มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับอะไร ระดับพระเจ้างั้นเหรอ!?” เซี่ยเฟยพึมพำอย่างสับสน

“ฉันก็อธิบายเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกัน ตามความทรงจำของฉันริเวอร์มีพลังสูงกว่าจอมเทพระดับสูงสุดแน่นอน แต่เขามาจากนอกประตูจักรวาล ระบบพลังของเขาอาจจะแตกต่างไปจากคนในจักรวาลนี้ อีกอย่างฉันก็ไม่เคยมีข้อมูลของพระเจ้าผู้สร้างดินแดนกฎเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขาดูเหมือนกับคนที่ไม่มีตัวตนราวกับว่าหลังจากสร้างดินแดนกฎขึ้นมา พวกเขาก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลย” ลินนิจกล่าว

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่พวกเราก็ไม่เคยกลัวพวกมันอยู่แล้ว บรรพบุรุษยังคงรอข่าวจากผมอยู่ผมจะต้องรีบเข้าไปภายในดินแดนดาร์คไนท์โดยเร็วที่สุด เพื่อสืบสวนว่าพวกมันกำลังทำอะไรและมีอาวุธมายาอยู่ภายในดินแดนของพวกมันหรือเปล่า” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ทำการเก็บเจมินี่เข้าไปไว้ในแหวนมิติ และทำการติดต่อไปหาแท่งทองเพื่อเคลื่อนที่เข้าไปภายในช่องว่างมิติ

ย้อนกลับไปทอกซินเคยแอบลอบเข้าไปภายในดินแดนดาร์คไนท์ผ่านทางช่องว่างมิติ แน่นอนว่าด้วยความช่วยเหลือจากแท่งทอง เซี่ยเฟยย่อมเดินทางอย่างสะดวกสบายมากกว่าทอกซินในตอนนั้นมาก

“ช่วยพาฉันเข้าไปในดินแดนของพวกมันที” เซี่ยเฟยกล่าวบอกแท่งทองพร้อมกับลูบหัวของมันเบา ๆ

หลังจากการเดินทางมาหาเซี่ยเฟยอย่างยาวนาน แท่งทองก็ดูเหนื่อยล้ามากแต่หนอนด้วงมิติตัวนี้กลับเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะมีโอกาสรับใช้ผู้มีพระคุณของมันอีกครั้ง นอกจากนี้มันยังแสดงความเคารพต่อขนอุยเป็นอย่างดี หลังจากที่พวกมันได้ต่อสู้เคียงข้างกันในสงครามไนท์ปาร์ตี้

แท่งทองรับคำสั่งก่อนที่จะพาร่างเซี่ยเฟยเดินทางผ่านช่องว่างมิติอย่างรวดเร็ว

แม้ด้านนอกแท่งทองจะดูเป็นหนอนด้วงที่ไร้เดียงสา แต่มันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดมาก เพราะหลังจากที่เซี่ยเฟยส่งภาพเส้นทางให้กับมันเพียงแค่ 2 ครั้ง มันก็สามารถทำความเข้าใจเส้นทางได้อย่างรวดเร็ว

เนื่องมาจากว่าเซี่ยเฟยต้องการลอบเข้าไปภายในดินแดนของศัตรูอย่างเงียบ ๆ แท่งทองจึงจำเป็นจะต้องเลือกเส้นทางที่ลึกลับกว่าเดิม แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังล่องลอยอยู่ในช่องว่างมิติอยู่นั่นเอง จู่ ๆ พวกเขาก็บังเอิญได้พบกับหนอนด้วงมิติอีกตัวที่มีนักรบคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของมัน

“เซี่ยเฟย!?”

“วิลโล่!?”

เมื่ออีกฝ่ายเปิดเผยตัวออกมาเซี่ยเฟยก็ได้พบว่านักรบคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากวิลโล่แห่งซีเครดสปริง

“แกทำลายซีเครดสปริง, ฆ่าพี่น้องของฉัน วันนี้ฉันจะต้องชำระแค้นกับแกให้ได้! ถ้าแกแน่จริงก็มาเผชิญหน้ากับฉันซะ!!” วิลโล่ส่งเสียงตะโกนพร้อมกับชี้นิ้วไปทางเซี่ยเฟยด้วยความโกรธ

วิลโล่รู้ดีว่าเซี่ยเฟยเร็วแค่ไหนเขาจึงกังวลว่าชายหนุ่มจะเร่งความเร็วหนีไป และตราบใดก็ตามที่พวกเขาเผชิญหน้ากันตรง ๆ เขาก็เชื่อมั่นในตัวเองว่าเขาสามารถจัดการชายหนุ่มคนนี้ได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าในคราวนั้นเขาจะได้รับความเสียหายจากเซี่ยเฟยอย่างร้ายแรง แต่มันก็เป็นเพราะว่าเขาหลงกลอุบายของอีกฝ่าย เมื่อในตอนนี้เขาระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้นเขาย่อมไม่มีทางพ่ายแพ้เป็นครั้งที่ 2

แต่ในทันใดนั่นเองจู่ ๆ วิลโล่ก็สะดุ้งขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะเซี่ยเฟยยังคงสงบนิ่ง ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเผยรอยยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว

***************

ยังไม่ตายอีกหร๊ออออ ทุกคนยังจำได้อยู่ใช่ไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 958 ความลับของสารานุกรมดาร์คไนท์

คัดลอกลิงก์แล้ว